กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 916 : พี่น้องเกาะเขียว
“ซ่อนตัว”
เวลานี้ อู่ อวี้ คาดการณ์ว่ากำลังหลักของ ปีศาจห
ยินหยางได้ถูกดึงดูดมาทางด้านนี้แล้ว ดังนั้นพวกเขา
จึงต้องรีบหลบหนีออกจากอาณาเขตการต่อสู้นี้ก่อน
หากต้องการมีชีวิตรอด ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด
แต่ในเวลานี้ อู่ อวี้ ต้องคำนวณความปลอดภัยของ
เย่ซีซี กับ หนานซาน หวางเยว่ ด้วยเช่นเดียวกัน
“รับทราบ”
หนานซาน หวางเยว่ มีความเชี่ยวชาญในการใช้งาน
นาวาซ่อนเซียนถึงระดับที่ยอดเยี่ยมแล้ว หลังจาก
นั้นมันก็เปิดใช้งานวงเวทอำพรางเขานาวาซ่อนเซียน
ทันที เมื่อ ‘วงเวทเซียนไร้รอย’ ทำงาน เดิมทีแล้วยัง
สามารถแลเห็นนาวาซ่อนเซียนได้เล็กน้อย ทว่าบัดนี้
มันได้เข้าสภาวะซ่อนเร้นถึงขีดสุด ปลดปล่อย
ความสามารถคล้ายคลึงกับ หนานซาน หวางเยว่ ทำ
ให้ปีศาจที่ติดตามไล่ล่าเกือบทุกตัว ต่างตกตะลึง
เมื่ออยู่ ๆ เรือรบหายไป
สภาวะอำพรางซ่อนเร้นของนาวาซ่อนเซียนได้ผลดี
เป็นอย่างมาก
หลังจากเรือรบเข้าสู่สภาวะซ่อนเร้น หนานซาน
หวางเยว่ ก็เริ่มได้ใจ แต่กลับควบคุมเป็นรูปแบบซิก
แซกคดเคี้ยวไปมา ซึ่งรูปแบบนี้ยิ่งทำให้การติดตาม
ของเหล่าปีศาจเป็นไปได้น้อยมาก ส่วนหนึ่งเป็น
เพราะปีศาจหยินหยาง ไม่ได้อยู่ใกล้นาวาซ่อนเซียน
มากพอ
ถ้ามันอยู่ใกล้มากกว่านี้ คาดว่ามันคงสามารถ
ตรวจจับร่องรอยได้เล็กน้อย ทว่าเบาะแสของนาวา
ซ่อนเซียนในยามนี้ มีเล็กน้อยมากจริง ๆ สำหรับมัน!
“เรือรบนี่มันอะไรกัน! ถึงซ่อนอำพรางได้ดีเยี่ยม
เช่นนี้!” ปีศาจหยินหยางรู้สึกตกใจกลับสิ่งที่เกิดขึ้น
อย่างมาก ในสายตาของมันรู้สึกว่าอยู่ ๆ นาวาซ่อน
เซียนก็หายไปในพริบตา ยามนี้มันทำได้เพียงใช้
สัญชาตญาณติดตามไล่ล่าพวกเขาเท่านั้น!
ในเวลานี้ หนานซาน หวางเยว่ ใช้ความเร็วน่า
เหลือเชื่อเปลี่ยนทิศทางไปมาหลายครั้งอย่าง
ต่อเนื่อง ตอนนี้ตำแหน่งของเขาอยู่ห่างจากปีศาจห
ยินหยางเป็นอย่างมาก ถึงอย่างนั้นมันก็ควบคุม
ทิศทางเรือ ให้โค้งกลับมาทางทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณดังเดิม แล้วเดินหน้าต่อไป
“ฮ่า ๆ ๆ ฝันไปเถอะ! คิดเหรอว่าจะจัดการกับคน
อย่างข้าได้ง่าย ๆ ข้าไม่ใช่สาวน้อยที่คนอย่างแกจะ
เคี้ยวได้ง่าย ๆ นะโว้ย” หนานซาน หวางเยว่ พูด
อย่างภาคภูมิใจมาก
“มันยังคงมุ่งไปตามเส้นทางนครจักรพรรดิทักษิณ
ซึ่งอยู่ไม่ห่างเรามากนัก ข้าคิดว่ามันต้องเดาได้ว่าเรา
กำลังจะไปที่นครจักรพรรดิทักษิณ พวกเราห้าม
ประมาทเด็ดขาด” อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงมองศัตรูจาก
ระยะไกล
เวลานี้ความโกรธของปีศาจหยินหยางพุ่งทะยานไป
ถึงสวรรค์ เป็นความรู้สึกที่ยากจะปล่อยไปได้
“มั่นใจได้ตอนนี้ข้าสามารถควบคุมนาวาซ่อนเซียน
เช่นดั่งมัจฉาที่แหวกว่าอยู่ในธารธารา ไอ้พวกปีศาจ
กลุ่มนั้นจะปัญญามาทำอะไรข้าได้?” หนานซาน
หวางเยว่ เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“พี่ชายอวี้ หลังจากร่างแยกของท่านสังหารพวกมัน
แล้ว ไฉนถึงต้องกลืนกินพวกมันด้วย…” เย่ซีซี ถาม
ขึ้นอย่างสงสัยเล็กน้อย อันที่จริงนางสงสัยเกี่ยวกับ
เรื่องนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว
อู่ อวี้ ยิ้มอ่อนแล้วเอ่ยว่า “นี่เป็นความลับใหญ่หลวง
สำหรับข้า เมื่อเวลาผ่านไปสักพักหนึ่งเจ้าจะรู้เอง”
“ความลับ?” หนานซาน หวางเยว่ มองไปที่ อู่ อวี้
แล้วพูดว่า “นอกจาก ฉีเทียนต้าเซิ่น เจ้ายังมี
ความลับอื่นใดอีกหรือ?”
ตอนนี้พวกเขาทั้งสามใกล้ชิดสนิทสนมกันมากที่สุด
หลายสิ่งหลายอย่างไม่สามารถปิดบังได้ แน่นอนว่า
อู่ อวี้ ไม่สามารถเก็บงำความลับได้ตลอดไป
“ดู ๆ ไปเถอะเดี๋ยวก็รู้เอง” อู่ อวี้ พูดยิ้ม ๆ เขา
เชื่อมั่นในคนสองคนนี้มาก สำหรับเย่ซีซีนิสัยของ
นางไม่มีปัญหาอะไรเลย ส่วน หนานซาน หวางเยว่
ถึงจะดูกะล่อนขี้เล่นเกินไปแต่ทุกวันนี้มันมีความ
จริงใจกับเขามาก
“ความลับ ๆ คนบ้าอะไรมีลับลมคมในเยอะจริง ๆ
ข้าว่ามันต้องเป็นเรื่องน่าอับอายแน่ ๆ” หนานซาน
หวางเยว่ พยายามที่จะครุ่นคิดว่าความลับที่ว่านั้น
คืออันใด
“ผายลมอยู่ได้ รีบ ๆ ไป เดี๋ยวเจ้าปีศาจเฒ่าตัวนั้นก็
ตามมาทันหรอก” อู่ อวี้ มองกลับไปทางด้านหลัง
ยังคงมีการเคลื่อนไหวของปีศาจจำนวนมากตามมา
แต่ไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขแน่ชัดได้ คาดว่า
ปีศาจหยินหยางคงกำลังใช้แผนอื่น อย่างน้อย อู่ อวี้
ยังรู้สึกว่าจิตสังหารของมันยังคงครอบงำเขาอยู่
“พี่ชายอวี้ ถ้าศัตรูโจมตีเข้ามา ข้าก็อยากสู้ด้วย
เหมือนกัน เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้ฝึกฝน ‘กายาวัฏ
จักรแดนอเวจี’ กับ ‘สมบัติปฐพีเทพมารทศจักร
สูตร’ จนคืบหน้าขึ้นมาก นอกจากนี้พลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงบางส่วนก็ยังเปลี่ยนไป ถึงแม้พื้นฐานฝึก
ตนจะไม่ได้ยกระดับ แต่ข้าก็เชื่อว่าพลังฝีมือน่าจะ
เพิ่มขึ้น”
“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวข้าหาศาสตราวุธที่เหมาะกับเจ้า
ให้แล้วกัน” ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณมิได้มี
ส่วนเกี่ยวข้องกับ หนานซาน หวางเยว่ ส่วนศาสตรา
ก่อนหน้าของเย่ซีซี ก็ไม่เหมาะกับนางอีกต่อไป
หลังจากการเปลี่ยนแปลง คุณสมบัติดั้งเดิมของนาง
ก็เปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก กล่าวได้ว่าพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงของนาง เปลี่ยนแปลงไปให้เหมาะสมกับ
ธาตุดินทราย ทั้งยังทำให้พลังอิทธิฤทธิ์และเคล็ดวิชา
เต๋าของนางเปลี่ยนเป็นประเภทวารีกับความมืด เขา
เชื่อว่าเมื่อไม่นานนี้ นางสามารถนำพลังอิทธิฤทธิ์ชุด
ใหม่ แทนพลังอิทธิฤทธิ์ชุดเดิมได้แล้ว
ความสัมพันธ์ระหว่าง อู่ อวี้ กับพลองสมปรารถนา
ทำให้เขาถูกชะตากับศาสตราเต๋าวิถีแท้ประเภท
พลองอยู่เสมอ ซึ่งบางครั้งบางคราวก็มีใช้กระบี่บ้าง
ทว่าสำหรับศาสตราวุธชิ้นอื่น ๆ แล้ว เขามิได้แตะ
ต้องมันแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามหนานซาน หวาง
เยว่ กับ เย่ซีซี หาได้เคยใช้ศาสตราวุธประเภท
เดียวกับ คราดทองหยกมลาย หรือ พลั่วพระธรรม
ปราบมารแม้แต่น้อย เนื่องจากศาสตราทั้งสองหาได้
ยากยิ่งกว่าพลองมาก ในส่วนของคราด แน่นอนว่า
ไม่มีผู้ฝึกตนคนใด นำมันมาหลอมสร้างเป็นศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ สำหรับพลั่วพระธรรมปราบมาร ด้านหนึ่ง
เป็นพลั่วรูปจันทร์เสี้ยว ด้านหนึ่งเป็นขวานรูปทรง
แปลกประหลาด ซึ่งหาได้ยากยิ่งเช่นกัน
เนื่องจากพวกเขาทั้งสามเป็นผู้สืบทอดมรดกเซียน
อมตะเช่นเดียวกัน ดังนั้น อู่ อวี้ จึงอยากสร้าง
สัมพันธ์อันดีกับพวกเขา อยากให้พวกเขากลายเป็น
พี่น้องกันจริง ๆ เขารู้สึกว่านี่ไม่ใช่เป้าหมายที่ยากจะ
บรรลุ อย่างน้อย ๆ เย่ซีซี ก็ปฏิบัติกับตนเองในฐานะ
ญาติเพียงคนเดียวเท่านั้น
ในเวลานี้ หนานซาน หวางเยว่ ยังคงควบคุมนาวา
ซ่อนเซียน มุ่งหน้าไปยังทิศทางของทวีปปีศาจ
ทายาททักษิณ ส่วน เย่ซีซี อยู่ภายในห้องโดยสาร
ไตร่ตรองทำความเข้าใจ ‘สมบัติปฐพีเทพมารทศ
จักรสูตร’ และ อู่ อวี้ ที่ยังคงยืนอยู่บนหัวเรือ คอย
ใช้เนตรเพลิงสอดส่อง ลงไปยังห้วงสมุทรลึกอัน
งดงามนี้
หลังจากเสียเวลาทั้งวันไปกับการห้ำหั่น
ประหัตประหารหนีตายกับอสรพิษหยินหยาง ดู
เหมือนว่าบรรยากาศจะสงบลงเล็กน้อย ไม่ต้องคอย
มานั่งฟังเสียงกรีดร้องของปีศาจหยินหยาง
สุดปลายของน่านมหาสมุทรอันห่างไกล อู่ อวี้ แล
เห็นเงาสีเขียวอันเลือนราง ราวกับมีเกาะเล็ก ๆ อยู่
ทำให้เขาคิดกับตนเองด้วยความประหลาดใจ
เล็กน้อย “นี่คือมหาสมุทรลึก น้ำทะเลที่อยู่โดยรอบ
ก็มิได้ตื้นเขิน แล้วจะมีเกาะมาปรากฏอยู่ที่นี่ได้
อย่างไร? หรือว่ามันกำลังลอยอยู่บนมหาสมุทร?”
ต้องทราบด้วยว่า เกาะบนมหาสมุทรส่วนใหญ่แล้วก็
คือขุนเขาใต้ทะเลลึก ที่ปลายสุดของมันโผล่ขึ้นมา
จากผิวน้ำ ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ที่มันจะลอยอยู่บน
อากาศเช่นนี้
อธิบายได้เพียงว่า สิ่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากค่าย
กลบางประเภท หรืออาจจะเป็นเพราะเหตุผลอื่น
เมื่อเข้ามาใกล้ เขาก็พบว่าเกราะนี้มีขนาดใหญ่โต
มโหฬารเป็นอย่างยิ่ง ราวกับมีเทือกเขาคราม
มากมายซ้อนทับกันอยู่ ยอดเขาเจ็ดลูก พุ่งสูงขึ้นไป
จนเสียดฟ้า
เมื่อเข้าไปใกล้ ทันใดนั้นรอยยิ้มของ อู่ อวี้ ก็นิ่งค้าง
ไปทันที
“นี่ไม่ใช่เกาะ แต่เป็นปีศาจ!”
ถูกต้องแล้ว อู่ อวี้ เผลอคิดไปว่านี่คือเกาะที่ลอยอยู่
เหนือมหาสมุทร ทว่าอันที่จริงแล้วมันคือปีศาจเจ็ด
หัว เมื่อรวมเข้าด้วยกันเลยจึงดูเสมือนดั่ง 7 ยอดเขา
บนเกาะ
ความจริงแล้ว หากไม่มีเนตรเพลิง เขาคงถูกปีศาจ 7
หัวนี่หลอกไปแล้ว เช่น หนานซาน หวางเยว่ เมื่อได้
ยินคำพูดของ อู่ อวี้ มันก็กล่าวขึ้นด้วยความตก
ตะลึงว่า “ปีศาจที่ไหนกัน นั่นมันเกาะชัด ๆ”
จากสายตาของมัน นี่ต้องเป็นเกาะอย่างแน่นอน มี
หาดทรายมีหน้าผา รวมถึงต้นไม้ใบหญ้า
สิงสาราสัตว์ หรือแม้กระทั่งหอยบนชายหาด ทุก
สรรพสิ่งดูเหมือนจริงทุกประการ
“น่าจะเป็นพลังอิทธิฤทธิ์ชนิดหนึ่งของปีศาจ ที่
เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูเสมือนดังเกาะจริง ๆ คอย
ดึงดูดล่อลวงให้ผู้ฝึกตนเข้าไปพักผ่อน จากนั้นก็อ้า
ปากรอตะครุบเหยื่อ…เมื่อมองใกล้ ๆ แล้ว…มันดู
เหมือนเต่าทะเลสีเขียวเจ็ดหัว”
เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ทำให้สามารถมองทะลุผ่าน
พลังอิทธิฤทธิ์อันแปลกประหลาดของฝ่ายตรงข้ามได้
อย่างชัดเจน แม้กระทั่ง หนานซาน หวางเยว่ ซึ่งเป็น
ผู้เชี่ยวชาญในภาพลวงตาก็ยังถูกหลอกซะไม่เหลือ
ชิ้นดี ทว่าแม้ฝ่ายตรงข้ามที่ดูเสมือนดั่งเกาะเจ็ดยอด
เขา ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของ อู่ อวี้ ไปได้ ใน
มุมมองของเขามันคือปีศาจเต๋าทะเล 7 ตัวที่ผสาน
รวมเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตามคงต้องยอมรับว่าเต่า
ทะเลเหล่านี้มีขนาดใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง แต่ละหัว
ของพวกมันเทียบเท่าได้กับเทือกเขาครามเลยเดียว
เป็นผลให้พวกมันสามารถปลอมแปลงเป็นเกาะได้
อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งพืชหินดินทรายหรือต้นไม้
ส่วนใหญ่ ล้วนเป็นของจริงที่เติบโตขึ้นบนหลังของ
มัน
“โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก ไม่มีอะไรที่เป็นไป
ไม่ได้ที่จริง ๆ” หลังจากได้ยินเช่นนั้น หนานซาน
หวางเยว่ ก็กล่าวขึ้นด้วยอารมณ์ความรู้สึกลึกล้ำ ใน
เวลานี้แม่แต่ เย่ซีซี ก็ดึงดูดเช่นกัน นางจ้องมองไปที่
มันด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยู่นาน
อู่ อวี้ กวาดสายตามองดูปีศาจทั้ง 7 ตัว พวกมัน
ส่วนใหญ่มีตบะอยู่ในระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 1 มีตน
หนึ่งที่อยู่ในขั้นที่ 2 เมื่อผสานรวมเข้าด้วยกันแล้ว
จึงทำให้เกิดเป็นพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวขึ้น ไม่
คาดคิดว่าพวกมันจะเป็นพี่น้องกัน
เมื่อเห็นเลือดเนื้อจำนวนมาก ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่
อวี้ ก็เริ่มใคร่กระหายอยากจะกลืนกิน มันเป็น
สัญชาตญาณดิบที่ไม่อาจระงับได้ เขาไม่มีทางเลือก
นอกจากดึงดันขัดขืนปฏิเสธความหิวกระหายนี้
อย่างน้อยปัจจุบันเขาก็ยังสามารถควบคุมจิตเทวะ
ของมันได้อยู่
“ไปกันเถอะ” เราก็แค่ผู้ผ่านทางมาเท่านั้น ไม่
จำเป็นต้องเข่นฆ่าชีวิต
“ไม่เอาน่า เจ้าไม่อยากเล่นกับไอ้พวกโง่นี้สักหน่อย
หรือ?” หนานซาน หวางเยว่ พูด
“จะหยุดอยู่กับที่ แล้วปล่อยให้ไอ้ปีศาจหยินหยาง
ตามพวกเรามาทันหรือไรเล่า?” อู่ อวี้ กล่าว
ระหว่างที่พวกเขาบินอยู่บนท้องเวหา เหนือปีศาจ
เต่าทะเลเหล่านี้ แน่นอนว่าไม่มีทางที่มันได้เห็นพวก
เขา ซึ่งในเวลานี้ อู่ อวี้ ก็บังเอิญได้ยินสิ่งที่พวกมัน
กำลังพูดคุยกัน
“ลูกพี่บอกว่าให้ระวังตัวมาก ๆ อย่าปล่อยให้ฆาตกร
หลบหนีไปได้เด็ดขาด พี่น้องอย่าได้เกียจคร้าน รีบ
หาไอ้ฆาตกรต่อไป หากปล่อยให้มันบินผ่านไปได้
นั้นจะถือเป็นความอัปยศสูงสุดของพวกเรา!”
“ลูกพี่ของเราช่างโชคร้ายจริง ๆ ในที่สุดก็ให้กำเนิด
สมบัติออกมาได้ ทั้งยังคอยฟูมฟักมันมาอย่าง
ยาวนาน คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ฝึกตนช่างน่ารังเกียจ
เป็นยิ่งนัก”
“มันหาใช่เรื่องเหลวไหล! ตอนนี้เรื่องราวปั่นป่วนจน
จะเป็นบ้ากันไปหมดแล้ว จงช่วยค้นหาไอ้ฆาตกรนั้น
ให้ทั่วทุกซอกทุกมุม ถ้าเราจับพวกมันได้ นี่ก็ถือเป็น
ความดีความชอบอย่างหนึ่ง ลูกพี่ใหญ่น่าจะแบ่งปัน
สินน้ำใจ โดยการมอบดินแดนบางส่วนให้แก่เรา”
“บนพื้นที่แห่งนี้ เราสามารถดักจี้ปล้นตบทรัพย์ผู้ฝึก
ตนที่ผ่านมาเส้นทางนี้ได้มากมายตามใจปรารถนา
กันอยู่แล้ว เจ้าพวกโง่นั่นคิดว่าเราเป็นเกาะ ดังนั้น
จึงหลงขึ้นมาทีละคน ๆ ไม่ว่าพวกมันจะมาท่องเที่ยว
หรือพักผ่อนทั้งหมดล้วนกลายเป็นของว่างให้แก่
เหล่าพี่น้องเรา”
“คงต้องขอบคุณพ่อแม่ของเรา ที่ทำให้เราพี่น้องทั้ง
เจ็ดมีพรสวรรค์เช่นนี้”
“ดี! เอาล่ะ…อย่ามัวแต่โม้กวาดสายตาดูศัตรูเราให้ดี
อย่าปล่อยให้ฆาตกรหลุดรอดเงื้อมมือของพวกเราไป
ได้ อย่าให้ลูกพี่ใหญ่ดูแคลนในความสามารถของ
พวกเราพี่น้องเกาะเขียว คราวนี้พวกเราจะต้องไม่
ทำให้ลูกพี่ใหญ่ผิดหวัง!”
ที่แท้เจ้าพวกนี้คือลูกสมุนของปีศาจหยินหยาง พวก
มันมาดักรอ อู่ อวี้ ที่นี่ ถึงกระนั้นเมื่อฟังจากที่มัน
พูดคุยก็พอสรุปได้ว่า พวกมันไม่คิดว่าจะเจอกับ อู่
อวี้ ได้ง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้นาวาซ่อนเซียน อยู่
เหนือหัวของพวกมันแท้ ๆ แต่พวกมันกลับไม่
ตระหนักถึงแม้แต่น้อย
“ไอ้ตัวเต่าโง่กลุ่มนี้ คิดบังอาจจะมาดักจับพวกเรา
เจ้าอยากจะฆ่าพวกมันหรือไม่?” หนานซาน
หวางเยว่ ถาม
เย่ซีซีไม่พูดอันใด แต่ดูเหมือนนางอยากทดสอบพลัง
ฝีมือพี่เพิ่งเปลี่ยนแปลงใหม่จนเนื้อเต้น ถ้า อู่ อวี้ ไม่
คิดจะให้ร่างกลืนสวรรค์กลืนกินพี่น้องกลุ่มเต่าเขียว
พวกนี้ เขาคงจะไม่เหลือบแลชายตามองพวกมัน
จริงๆ
———————————