กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 917 : คลื่นเสียงปีศาจสยบสมุทร
อันที่จริงพี่น้องเขาเต่าทะเลเกาะเขียวทั้งเจ็ดตัวนี้
หาได้อ่อนด้อยแต่อย่างใด
การต้องรับมือกับปีศาจทั้งเจ็ด ที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่
ในระดับภัยพิบัติค้นหาเต๋าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งไป
กว่านั้นหนึ่งในพวกมันยังมีพลังฝีมืออยู่ในระดับภัย
พิบัติค้นหาเต๋า ขั้นที่ 2
แต่นี่ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี อู่ อวี้ จะท าให้ร่างกลืน
สวรรค์ยกระดับขึ้นสู่ขอบเขตใหม่ ท่ามกลางการถูก
ไล่ล่าติดตามมาจากเบื้องหลังเช่นนี้
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ เพิ่งต่อสู้กับจอมทวนวิญญาณมา
ซึ่งผลออกค่อนข้างแย่ เพราะอีกฝ่ายแข็งแกร่งอย่าง
ยิ่ง หากร่างกลืนสวรรค์แข็งแกร่งพอๆ กับร่างต้น
ยามนี้ได้ก็คงจะดี ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น การเอาชนะ
จอมทวนวิญญาณก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
“ก่อนถึงนครจักรพรรดิทักษิณ ข้าคงต้องยกระดับ
ความสามารถให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
นอกจากนี้ แรงปรารถนาในการกลืนกินของร่างกลืน
สวรรค์ มีผลกระทบต่อเขาเป็นอย่างมาก ฉะนั้นเขา
จ าต้องตัดสินใจเลือก
บางครั้งเขาจะต้องดิ้นรนต่อสู้ระหว่างความต้องการ
อยากจะฆ่ากับไม่ฆ่า โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ยั่วยุบีบคั้น
ตนเองให้ตัดสินใจแม้แต่น้อย เพราะพวกมันไม่
สามารถหา อู่ อวี้ พบ
“ฝึกฝนบ าเพ็ญตนคือการปล้นชิง ผู้อ่อนแอต้องถูก
ล่า ผู้แข็งแกร่งอยู่รอด นี่ถือเป็นกฎแห่งป่า หาก
ปรารถนาเป็นคนดี อยากกระท าในสิ่งที่ยิ่งใหญ่และ
ประเสริฐ ก็จ าเป็นต้องมีอ านาจอยู่จุดบนสูงสุด จึง
จะสามารถกระท าตามความปรารถนา เปลี่ยนแปลง
โลกให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของตน”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเพียงเล็กน้อย และมีแนวทางชัดเจนใน
ใจ
ในความเป็นจริงระหว่างการฝึกฝนบ าเพ็ญตบะ ผู้ฝึก
ตนจะต้องพันผ่านมันประสบการณ์ต่อสู้มากมาย ทุก
คนจะมีรูปแบบเฉพาะตนแตกต่างกันเล็กน้อย
ตราบใดที่คนผู้นั้นสามารถยึดมั่นอยู่ในวิถีของตนเอง
ก็จะไม่มีปัญหาใด ๆ หากวิถีแห่งเต๋ามีปัญหาด าเนิน
อยู่ในเส้นทางที่ผิดพลาด เสมือนดั่งสหายของ กุ่ย
เจิ้นเค่อ ที่ถูกทัณฑ์อัสนีสวรรค์ฟ้าผ่าจนสูญสลาย
กลายเป็นเถ้าถ่าน
“พี่ชายอวี้ไม่จัดการมันงั้นหรือ?” เย่ซีซีถาม
ยามนี้ อู่ อวี้ ยังคงแน่วแน่ในวิถีของตนเอง
บางทีหลังจากร่างกลืนสวรรค์ได้กลืนกินอีกครั้ง วิถี
ของเขาอาจจะแตกต่างไปจากเดิม
หัวใจของเขาอาจถูกครอบง าด้วยแรงปรารถนาจะ
กลืนกินคร่าสังหาร
สิ่งเหล่านี้หาใช่ส าคัญ อย่างน้อยเขาก็ไม่สงสัยตัวเอง
ดังนั้นเขาจึงตอบเย่ซีซีกลับไปว่า “หากข้าต้องการ
เข่นฆ่าพวกมัน เจ้าจะช่วยผสมโรงได้หรือไม่?”
“หืม?” เย่ซีซีลังเลชั่วครู่แล้วตอบกลับว่า “แน่นอน
การตัดสินใจของพี่ชายไม่เคยผิดพลาด หากไม่
จัดการ เจ้าเต่าพวกนี้อาจเป็นอันตรายกับเราใน
ภายหลัง”
หลังจากผันผ่านประสบการณ์มากมาย ตอนนี้นาง
เชื่อมั่นในตัว อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
ส าหรับ หนานซาน หวางเยว่ มันไม่ได้ใส่ใจเรื่อง
ความดีความชั่วมากมายนัก ยามนี้ตัวมันเป็นคน
ตรงไปตรงมามากขึ้น ซึ่งท าให้หัวใจของมันรู้สึก
ปลอดโปร่งสบายใจมากขึ้นตามล าดับ บอกตามตรง
ว่าการที่มันเติบโตขึ้นมาในคุกสมุทรวิญญาณ มันก็
ไม่รู้สึกเกรงกลัวต่อสิ่งใด มีแต่ต้องการจะท าให้
ได้มากยิ่งขึ้น โดยไม่สนใจศีลธรรมใด ๆ ทั้งสิ้น!
หลังจากตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย สายตาของ อู่ อวี้
เปลี่ยนเป็นเย็นชาไร้ปรานีทันที ร่างกลืนสวรรค์กับ
จอมกระบี่วิญญาณปรากฏขึ้นเคียงข้าง เวลานี้พวก
เขาทั้งหมดออกมาจากเจดีย์ล่องก าเนิดแล้ว
กลายเป็นห้ากองก าลังรบ
“เริ่มต่อสู้ได้!” ถ้าค านวณจากความก้าวหน้าของ
หนานซาน หวางเยว่ เมื่อปีที่แล้ว ก าลังรบของมัน
น่าจะอยู่ในอันดับที่สอง ในความเป็นจริงระดับการ
ฝึกตนที่แท้จริงของมัน อยู่ในระดับก่อร่างก าเนิดจิต
เทวะ ขั้นที่ 8 โดยมีความแข็งแกร่งเหนือยิ่งกว่า เย่ซี
ซีที่อยู่ในขั้น 10
ส่วน อู่ อวี้ อยู่ในระดับก่อร่างก าเนิดจิตเทวะขั้นที่ 4
แต่กายเนื้อของเขาแข็งแกร่งมากที่สุด ส าหรับเย่ซีซี
เมื่อผสานร่างกับแมวหมื่นผสาน พื้นฐานฝึกตนของ
นางจะเทียบเท่ากับค้นหาเต๋าขั้นที่ 1 แต่ปัจจุบันนาง
กลายเป็นผู้สืบทอดมรดกของ ‘ขุนพลเจวี่ยนเหลียน
’ แล้วหลังจากที่นางหมั่นเพียรฝึกฝนบ าเพ็ญตนมา
นานกว่าหนึ่งปี การต่อสู้กับผู้ที่อยู่ในระดับค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 2 ก็มิใช่ปัญหาใหญ่โตอันใด!
ดังนั้นแค่พวกเขาสองคนนับว่าสามารถจัดการกับพี่
น้องเกาะเขียวได้มากกว่าสาม
แต่เพื่อความปลอดภัย อู่ อวี้ จึงก าหนดให้พวกเขา
ทั้งสองรับมือคนละสองตัว ส่วนที่เหลืออีก 3 ตัวให้
ร่างกลืนสวรรค์กับจอมกระบี่วิญญาณจัดการ และ
อู่ อวี้ ร่างต้นคือผู้ที่จะเผชิญหน้ารับมือกับปีศาจ
ระดับภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 2 ความแข็งแกร่งของ
มันเทียบเท่าได้กับสิงเหยียน ซึ่งเมื่อหนึ่งปีก่อนเคย
พ่ายแพ้ให้กับเขาในการต่อสู้!
ขณะที่พี่น้องเกาะเขียวยังคงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของ
อู่ อวี้ ในทันใดพวกมันก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล
และจิตสังหารอย่างรุนแรงมาจากฟากฟ้า!
“ผู้ใดช่างบังอาจนัก!” พี่น้องเกาะเขียวเงยหัวขึ้น
เมื่อพวกมันเงยหน้าขึ้น ก็เผยเห็นถึงร่างกายของมัน
เกาะบนหลังของมันค่อย ๆ พังทลายลงซ้ าแล้วซ้ าอีก
ต้นไม้และก้อนกรวดกลิ้งลงสู่ก้นทะเล ทันใดนั้นกลุ่ม
ควันจ านวนมากก็พุ่งเข้ามาในเวลาเดียวกัน
ขณะพวกมันก าลังพูดคุยกัน อู่ อวี้ กับพรรคพวกก็
ก าหนดเป้าหมายจับคู่ต่อสู้เป็นที่เรียบร้อย
การต่อสู้คราวนี้ เย่ซีซี ไม่กล้าที่จะเพิกเฉย แม้ว่า
นางจะมีความสามารถมากพอที่จะรับมือกับปีศาจ
ทั้งสอง แต่นางก็ยังคงผสานร่างกับแมวหมื่นผสาน
ซึ่งเจ้าแมวเหมียวไม่ได้ผสานร่างมานานกว่าหนึ่งปี
แล้ว หลังจากเย่ซีซีผสานร่างกับแมวหมื่นผสาน
บังเกิดเปลี่ยนเป็นอย่างใหญ่หลวง หนานซาน
หวางเยว่ เห็นแล้วถึงกับต้องผงะ!
นางล็อกคู่ต่อสู้ทั้งสองด้วยร่างกายอันยืดหยุ่น
นอกจากนี้นางยังมีศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ 2 ชนิดที่แตกต่างกัน พุ่งทะยานสยบคู่ต่อสู้
ทันที
หนานซาน หวางเยว่ ไม่ชอบกลับคืนสู่ร่างจริง
ดังนั้นมันจึงใช้ร่างมนุษย์ของตนเองพุ่งทะยานเข้าไป
หมายห้ าหั่นโดยตรง เมื่อไปถึงที่นั่นมันก็ชี้ไปที่ปีศาจ
สองตน พร้อมกับตะโกนก่นด่าว่า “เจ้า และเจ้าไอ้
เต่าหัวหดทั้งสองตัว ข้าเดิมพันกับใครบางคนไว้ว่า
พวกเจ้าหลานเต่าทั้งสองหาใช่ศัตรูของท่านปู่ผู้นี้
รับรองว่าข้าใช้เวลาต่ ากว่าสิบลมหายใจ พวกเจ้า
จะต้องคุกเข่าอ้อนวอนร้องขอความเมตตาจากข้า
เป็นแน่ ถ้าไม่เชื่อพวกเจ้าทั้งสองก็เข้ามาเลย!”
“บัดซบ! อย่าได้วิ่งหนีไปไหนเสียล่ะ บังอาจยั่วยุข้า
ราชาเกาะเขียวที่สาม เจ้าเป็นใคร? คนจากทวีป
ปีศาจทักษิณเช่นนั้นหรือ?”
จริง ๆ แล้ว หนานซาน หวางเยว่ เริ่มต้นเปิดศึกด้วย
การยั่วยุซึ่งเต่าทะเลทั้ง 2 ซึ่งก็ติดกับเขาเข้าอย่างจัง
ปีศาจเหล่านี้ยึดถือตามช่วงเวลาที่ตนเกิด โดยผู้ที่
เกิดแรกสุดจะถือเป็นเจ้าราชาเกาะเขียว ต่อมาก็ไล่
เรียงจากราชาเกาะเขียวที่สอง ไปจนถึงราชาเกาะ
เขียวที่เจ็ด
ซึ่ง อู่ อวี้ ร่างต้นก าลังสู้อยู่กับเจ้าราชาแห่งเกาะ
เขียว!
ร่างอวตาร กับ จอมกระบี่วิญญาณ ยังคงตรึงอยู่กับ
คู่ต่อสู้ของตนเอง การเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้ นับว่า
รวดเร็วกว่าทั้งสองมาก ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด
เขาก็พุ่งทะยานเข้าไปหมายประหัตประหารทันที
“พี่น้องทุกคนจงระวังตัวไว้ให้ดี! เจ้านี่คือฆาตกรที่
สังหารบุตรของลูกพี่! จับกุมหรือสังหารพวกมัน เพื่อ
ขยายอาณาเขตของเราขึ้นอีกสองเท่า!”
เจ้าราชาเกาะเขียวเหลือบมองไปยังทิศทางนั้น มันรู้
ว่าเป็น อู่ อวี้ ที่ก าลังตามหา เนื่องจากก่อนหน้านี้มี
ปีศาจพบเห็น อู่ อวี้ ดังนั้นมันจึงมีภาพเหมือนของ
เขา
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ นับว่าลงมือเร็วที่สุด เขา
ใช้พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง กับ สะบั้นวิญญาณตรึง
คู่ต่อสู้ จากนั้นก็พุ่งทะยานเข้าไปหมาย
ประหัตประหารในทันที เพียงชั่วพริบตา น่านน้ า
สมุทรขนาดใหญ่บริเวณใกล้เคียง ก็จับตัวกลายเป็น
น้ าแข็งทมิฬ ก่อรูปกลายเป็นพิรุณกระบี่จ านวนนับ
ไม่ถ้วน ปิดซ่อนปกคลุมไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี
โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ราชาเกาะเขียวที่สี่ พลังอ านาจ
จากวงเวททั้งสี่ของพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง ถูก
ปลดปล่อยพุ่งทะยานออกมาถึงขีดสุด!
อีกด้านหนึ่งจอมกระบี่วิญญาณก าลังต่อสู้กับราชา
เกาะเขียวที่ หก นับว่ามันแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าจอมกระบี่วิญญาณก็ไม่มีวันตาย จึงเป็นไปไม่ได้
ที่มันจะถูกท าลาย หรือต่อให้จอมกระบี่วิญญาณ
ปราชัย การต่อสู้คู่อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นของ อู่ อวี้ ก็คงจบ
ไปนานแล้ว
ในเวลานี้ร่างต้นของเขา ก าลังเผชิญหน้ากับเจ้า
ราชาเกาะเขียวเพียงล าพัง ท่ามกลางกลุ่มเต่าทะเล
ทั้งหมด มันคือผู้ที่สงบนิ่งมากที่สุด มันใช้สายตาจับ
จ้องไปยัง อู่ อวี้ ที่ก าลังทะยานเข้ามาใกล้อย่างไม่
แยแส!
“เทียมฟ้าจรดดิน”
อู่ อวี้ ทะยานลงจากฟากฟ้า หลังจากเปลี่ยนเข้าสู่
ร่างจ าแลงเซียนวานร ร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่
ขึ้นอีกครั้ง เพียงชั่วพริบตา อู่ อวี้ ก็กลายเป็นคน
ยักษ์ จากนั้นพลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตา
หลอมก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา พร้อมยืดขยาย
ออกไปกว่าหนึ่งจั้ง! จนปีศาจที่มีร่างกายใหญ่โต
เสมือนดั่งเกาะเกาะหนึ่งเล็กลงไปถนัดตา อย่างไรก็
ตามแท้จริงแล้วร่างกายส่วนหนึ่งของปีศาจนี้เป็น
เพียงภาพลวง ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนสามัญ
ทั่วไป มันจึงได้เปรียบอยู่บ้าง ทว่าเมื่อเผชิญกับ
อู่ อวี้ ก็หาได้มีประโยชน์แม้แต่น้อย!
“นอกจากชาวเหยียนหวงแล้ว ยังมีปีศาจและผู้ฝึก
ตนนอกรีต พวกเจ้าช่างหาญกล้า บังอาจสังหารบุตร
ของปีศาจหยินหยาง รับประกันได้เลยว่า ตราบใดที่
ที่ไม่กลับไปยังเหยียนหวง พวกเจ้าไม่อาจหนีรอด
จากเงื้อมมือของลูกพี่อย่างแน่นอน” เจ้าราชาเกาะ
เขียวกล่าวเยาะเย้ยด้วยความมั่นอกมั่นใจ
“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องห่วง” อู่ อวี้ ยิ้มอย่างเย็นชา
ชั่วพริบตานี่เอง เปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวอัน
แสนบ้าคลั่ง ก็ระเบิดออกมาจากภายในดวงตาของ
เขา!
“เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์!”
พลังอิทธิฤทธิ์วิถีที่ 2 ถูกปลดปล่อยออกไป เพียงชั่ว
พริบตาผืนฟ้าเหนือมหาสมุทร ก็บังเกิดเปลวเพลิง
ลุกโชติช่วง คลื่นความร้อนแผ่ขยายไปทั่วทุกแห่งหน
ทันใดนั้นดวงเนตรที่ดูเสมือนดั่งดวงตะวันขนาดใหญ่
ก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับเปลวเพลิงทองค า ลุกโหม
กระหน่ ากลืนกินเผาผลาญอาณาเขตสมุทรโดยรอบ
ทันที ราวกับว่ามีบอลเพลิงทองค าขนาดใหญ่พวยพุ่ง
ขึ้นเหนือผิวทะเล ซึ่งดวงเนตรทั้งสองข้างก็คือจุด
ก าเนิดของบอลเพลิงนี้!
ชั่วพริบตานี้เอง เจ้าราชาเกาะเขียวที่อยู่ต้องจุด
กึ่งกลางระหว่างดวงตะวันทั้งสอง ก็ถูกกดทับไปด้วย
แรงกดดันมหาศาล ดวงเนตรข้างหนึ่งปรากฏขึ้น
เหนือฟากฟ้า ส่วนอีกข้างหนึ่งอยู่เบื้องล่างผืนปฐพี
เปลวเพลิงทองค าลุกโหมกระหน่ าโชติช่วงส่อง
ประกายระยิบระยับ พวยพุ่งกลืนกินมันในทันที!
ด้วยแรงระเบิดที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างพอเพียง น ามาซึ่ง
อ านาจท าลายล้างอันมหาศาล!
พลังของเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ ยิ่งแข็งแกร่ง
มากกว่าปกติหลายเท่า เมื่ออยู่ภายใต้การหล่อเลี้ยง
จากหยาดเพลิงวิญญาณเซียน
ขณะเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ก าลังโจมตีกลืนกินคู่
ต่อสู้ ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็เห็นส่วนหัว แขน ขา หาง
ของคู่ต่อสู้ค่อย ๆ เหยียดยื่นออกมาจากกระดองเต่า
กระดองเต่าส่องแสงสีเขียวสว่างเจิดจ้า ดูคล้ายกับ
วงเวทก็มีปาน คาดว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นพลังอิทธิฤทธิ์
จากสายเลือดของมัน ปีศาจจ าพวกนี้มักถนัดเรื่อง
การป้องกันอย่างที่สุด ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่คาดหวังว่า
เปลวเพลิงของเขาจะสังหารฝ่ายตรงข้ามได้
แต่อาการบาดเจ็บที่ฝ่ายตรงข้ามมิได้เตรียมใจรับ
เอาไว้ ท าให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น!
เมื่ออ านาจแห่งเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ถูก
ปลดปล่อยออกไป เจ้าราชาแห่งเกาะเขียวก็ส่งเสียง
กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เห็นได้ชัดว่าความร้อน
จากเปลวเพลิงของ อู่ อวี้ ได้แทรกซึมเข้าไปยันใน
กระดองของมัน ส าหรับปีศาจที่เติบโตขึ้นมาจากวารี
ตั้งแต่ก าเนิด เปลวเพลิงจากความร้อนท าให้มัน
ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างมาก
“คลื่นเสียงปีศาจสยบสมุทร!”
ในเวลานี้เจ้าราชาแห่งเกาะเขียวก าลังส่งเสียงร้อง
ด้วยความเจ็บปวด ทันใดนั้นเสียงดังกล่าวก็
แปรเปลี่ยนกลายเป็นคมชัด นี่คือการโจมตีด้วยคลื่น
เสียง ฉับพลันภาพหลอนจ านวนมากก็โจมตีถาโถม
เข้าใส่ อู่ อวี้ อย่างต่อเนื่อง จากโสตประสาทหูไป
จนถึงจิตวิญญาณ เจ็บปวดราวกับถูกเหล็กในทิ่ม
แทง กล้ามเนื้อทุกส่วนกระตุกสั่นเกร็ง หลังจากเจ้า
ราชาเกาะเขียวปลดปล่อยคลื่นเสียงปีศาจสยบ
สมุทรโจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้ ราชาเกาะเขียวอีก 6 ตน ก็
ปลดปล่อยพลังพลังอิทธิฤทธิ์สมทบออกมา
เช่นเดียวกัน! ชั่วอึดใจนี้เอง กลุ่มคนของ อู่ อวี้ ที่
เหลืออีก 5 คน ก็ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดัน
มหาศาล เป็นไปได้ว่าอาจได้รับบาดเจ็บจากการ
โจมตีโต้กลับของคู่ต่อสู้!
ในขณะนี้ อู่ อวี้ ร่างต้นก็เปล่งเสียงค ารามดังกึกก้อง
จนสวรรค์ต้องสะท้านสะเทือน พลองฟ้าเพลิงผลาญ
เก้าทัณฑ์เตาหลอมก็ยืดขยายใหญ่ขึ้นร้อยจั้ง เขาใช้
แขนสองข้างโอบพลองฟ้าเอาไว้ หลังจากนั้นก็ตวัด
ฟาดเข้าใส่ศีรษะของเจ้าราชาแห่งเกาะเขียว ที่บัดนี้
ลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงจากเขตแดนอัคคีตัด
สวรรค์อย่างรุนแรง!
เพราะมันปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์ของตนเอง ดังนั้น
จึงต้องยืดเหยียดหัวออกมา
ทันทีที่มันยื่นหัวออกมาก็ถูก เจ้าราชาแห่งเกาะเขียว
ก็ถูกพลองฟ้าเพลิงผลาญ ตวัดฟาดเข้าใส่เจ็ดถึงแปด
ครั้งด้วยความเร็วน่าเหลือเชื่อ มันจึงรีบกดหัวกลับ
อย่างรวดเร็ว ท าให้คลื่นเสียงปีศาจสยบสมุทรของ
มัน ถูกขัดจังหวะโดย อู่ อวี้!
เมื่อเจ้าราชาแห่งเกาะเขียวเสียที พลังอิทธิฤทธิ์ของ
ปีศาจตัวอื่น ๆ ก็มิได้แข็งแกร่งเท่าใดนัก โดยเฉพาะ
จอมกระบี่วิญญาณ ที่หาได้เกรงกลัวการโจมตี
ดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะมันไม่มีจิตวิญญาณของ
ตนเอง ดังนั้นจอมกระบี่วิญญาณจึงปลดปล่อยการ
โจมตีตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามกลับไปอย่างเต็มก าลัง
นี่คือโอกาสกุมความได้เปรียบกลับมาอีกครั้ง อู่ อวี้
ตรงเข้าไปที่เจ้าราชาแห่งเกาะเขียว พร้อมระเบิด
พลังโจมตีอย่างรุนแรงเข้าใส่มันทันที!
———————————