กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 918 : ไม่เก็บง าอีกต่อไป
“คลื่นเสาสมุทรทมิฬ!”
ไม่คาดคิดว่ายามนี้ เจ้าราชาเกาะเขียว จะยัง
สามารถส าแดงแก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์อื่นออกมา
ได้อีก
ส าหรับปีศาจแล้วเรื่องของวงเวทและเคล็ดวิชาเต๋า
จะค่อนข้างอ่อนแอ ทั้งยังมีการสืบทอดที่ค่อนข้าง
น้อย
เพราะว่าพวกมันไม่ช านาญในด้านวงเวท ดังนั้นการ
ส าแดงศาสตราเต๋า ยันต์เวท หรือว่าการหลอมสกัด
เม็ดยาจึงท าออกมาได้ค่อนข้างแย่
ทว่าสิ่งปีศาจเชี่ยวชาญนั่นก็คือแก่นแท้พลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์! ว่ากันว่าเคล็ดอิทธิฤทธิ์ของผู้ฝึกตนนั้น
ลอกเลียนแบบมาจากปีศาจแทบจะทั้งสิ้น
แก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของปีศาจเป็นสิ่งที่ไม่
อาจจะร่ าเรียนได้ พลังเหล่านี้จะถูกส่งผ่านการสืบ
ทอด เป็นรูปแบบการต่อสู้เฉพาะตัวของปีศาจ
เท่านั้น!
เจ้าราชาเกาะเขียวเพิ่งจะส าแดงคลื่นเสียงปีศาจ
สยบสมุทร และยามนี้ยังมีคลื่นเสาสมุทรทมิฬอีก
พวกมันทั้งคู่ล้วนเป็นเคล็ดวิชาระดับสูง โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อมันส าแดงอ านาจออกมาท่ามกลาง
มหาสมุทร
ราวกับว่ามหาสมุทรทั้งหมดก าลังช่วยเหลือพวกมัน
จริงๆ แล้วยังมีปีศาจตนอื่นที่ส าแดงคลื่นเสาสมุทร
ทมิฬออกมารวดเร็วยิ่งกว่าเจ้าราชาเกาะเขียว ใน
พริบตานั้นมันพลันเปิดปากขึ้นภายใต้เขตแดนอัคคี
ตัดสวรรค์ที่เผาผลาญของ อู่ อวี้ จนแสดงให้เห็น
ส่วนลึกในล าคอ ในช่วงเวลานั้นไม่รู้ว่ามีน้ าทะเลไหล
ผ่านออกมาจากร่างกายของมันมากน้อยเท่าไหร่ มัน
สามารถหักล้างได้แม้กระทั่งพลังอ านาจของเขตแดน
อัคคีตัดสวรรค์ที่ก าลังแผดเผามัน!
ฉับพลันนั้นน้ าทะเลทั้งหมดลดระดับลงไปหลายสิบ
จั้ง แล้วกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว สุดท้าย
แล้วเมื่ออยู่ภายในมหาสมุทรที่มีน้ าทะเลไร้ที่สิ้นสุด
จึงท าให้เจ้าราชาเกาะเขียวดูดกลืนน้ าทะเลได้อย่าง
ไม่มีวันหมดสิ้น!
ในมุมมองของ อู่ อวี้ ยามนี้น้ าทะเลที่ไหลเข้าไปใน
ร่างกายของมัน อย่างน้อยก็มีขนาดรวมๆ กันใหญ่
กว่าร่างกายของมันนับร้อยเท่าตัว กล่าวได้เพียงว่า
น้ าทะเลได้ถูกแก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของมันบีบ
อัดจนถึงขีดสุด
ตูม!
จากนั้นเสาน้ าสีทมิฬได้เปลี่ยนกลายเป็นเหมือนกับ
หอกขนาดใหญ่เล่มหนึ่ง พุ่งทะยานออกมาจากปาก
ของมันในทันที เป้าหมายของหอกเล่มนี้ก็คือ อู่ อวี้
ในพริบตานี้นอกจากจะใช้เมฆาตลบฟ้าเพื่อหลบหนี
ในทันที ก็คงไม่มีวิธีใดจะสามารถหลบมันได้พ้น แล้ว
ผู้ใดจะรู้ว่าหากหลบมันได้พ้นแล้วแก่นแท้พลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์นี้จะไล่ล่าต่อไปหรือไม่?
ในช่วงวิกฤตอันตรายถึงชีวิตนี้ อู่ อวี้ ตัดสินใจ
เปลี่ยนการเคลื่อนไหวไปในทันที พลองฟ้าเพลิง
ผลาญถูกปักลง แล้วแยกส่วนออกเป็น 9 ส่วนใน
พริบตา จากนั้นเปลี่ยนกลายเป็นมหาเตาหลอมทั้ง
9 ล้อมรอบด้าน อู่ อวี้ ยามนี้ได้กระตุ้นวงเวทที่อยู่
ภายในพลองฟ้าเพลิงผลาญให้เร็วที่สุดเท่าที่จะท า
ได้!
ครั้งนี้เขากระตุ้นวงเวทป้องกันเพียงหนึ่งเดียวนั่นคือ
‘วงเวทเก้าต าหนักไม่สั่นคลอน’
ดูเหมือนว่าจะไม่มีการโจมตีระลอกที่ 2 ซึ่งความจริง
แล้วในบางครั้งวงเวทป้องกันก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์
นับว่าแตกต่างกับวงเวทโจมตีอย่างสิ้นเชิง ทว่ายาม
นี้มันกลับส าคัญอย่างยิ่ง ฉับพลันมหาเตาหลอมทั้ง
9 ได้จัดเรียงเป็นต าหนัก 9 หลัง มหาเตาหลอมที่อยู่
ตรงกลางได้ครอบ อู่ อวี้ เอาไว้ข้างใน จากนั้นมหา
เตาหลอมทั้ง 9 ก็ได้เชื่อมต่อรวมเข้ากลายเป็นหนึ่ง
เดียวกัน!
มหาเตาหลอมทั้ง 9 ได้หมุนกลับด้าน วงเวท 9
ต าหนักต้านทานกับคลื่นเสาสมุทรทมิฬที่มาจากทั้ง
ข้างบนและข้างล่าง พริบตานั้นการโจมตีก็
เหมือนกับปะทะกับกระจก ได้ยินเพียงแค่เสียงหวีด
แหลมสูง วงเวทเก้าต าหนักไม่สั่นคลอน จะเกิดการ
สั่นสะท้านก็เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น พริบตาคลื่น
เสาสมุทรทมิฬทั้งหมดถูกสะท้อนกลับไป!
กล่าวตามตรงพลังอ านาจของคลื่นเสาสมุทรทมิฬ
ทรงพลังอ านาจมากเกินไป ดังนั้นจึงต้องใช้วงเวท
เก้าต าหนักไม่สั่นคลอนออกมาอย่างกะทันหัน
มิฉะนั้นเขาคงใช้เคล็ดหวนคืนของร่างกลืนสวรรค์
แล้วย้อนคืนการโจมตีกลับไปยังคู่ต่อสู้แล้ว!
ยามนี้พลังอ านาจของคลื่นเสาสมุทรทมิฬพุ่งดิ่งลงไป
อยู่ในมหาสมุทร ท าให้มหาสมุทรในรัศมีร้อยลี้
โดยรอบพลันเกิดแรงระเบิดอันรุนแรงขึ้น คาดว่า
สิ่งมีชีวิตทั่วๆ ไป อาจจะต้องตายไปเป็นล้านตัว น้ า
ทะเลทั้งหมดพุ่งทะลุขึ้นผ่านชั้นเมฆ ไม่อาจจะแยก
ได้เลยว่าไหนคือท้องฟ้าไหนคือทะเล!
อู่ อวี้ คาดว่าปีศาจหยินหยางจะต้องอยู่ในบริเวณ
ใกล้ๆ นี้ ยามนี้มันน่าจะถูกคลื่นเสียงปีศาจสยบ
สมุทรดึงดูดความสนใจเข้ามา ดังนั้นมันจะต้องใกล้
เข้ามายังที่แห่งนี้ทุกขณะแล้ว
ความจริงเมื่อเขาส าแดงวงเวทเก้าต าหนักไม่
สั่นคลอน มันก็ไม่ได้ดูสบายมากนัก เพราะคลื่นเสา
สมุทรเพลิงของอีกฝ่ายมีพลังอ านาจน่าหวาดหวั่น
ท าให้ อู่ อวี้ ต้องสูญเสียพลังแก่นแท้ต าหนักม่วงไป
เป็นจ านวนมาก หากไม่สามารถจัดการกับคู่ต่อสู้ได้
เขาก็คงจะเดินทางต่อได้อย่างยากล าบาก โชคดีว่า
ในเวลานี้อีกฝ่ายก็ถูกการโจมตีของ อู่ อวี้ ข่มขวัญ
เข้าเช่นกัน จิตใจของมันจึงเตลิดเปิดเปิงไปไกลไม่
น้อย เพราะเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ของ อู่ อวี้ ส่งผล
ให้มันมากพอสมควร เมื่อมองดูดีๆ จะเห็นได้ว่าส่วน
ขาและท้องของราชันเกาะเขียวได้ถูกแผดเผาจนไหม้
เกรียมเป็นถ่านหิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนช่องท้อง
ของมันแทบจะถูกเผาจนเกิดเป็นรูโหว่!
“พี่น้องชาวเรากับเจ้าไม่เคยมีความแค้นกันมาก่อน
ท าไมเจ้าถึงท ากับพวกข้าเช่นนี้! เจ้าไม่เกรงกลัว
สวรรค์จะประณามเช่นนั้นหรือ!” ราชันเกาะเขียว
รีบกล่าวออกมาด้วยน้ าเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ
“แล้วในยามที่เจ้าสังหารผู้ฝึกตน เจ้าเคยถามตนเอง
เช่นนี้บ้างหรือไม่?” อู่ อวี้ ย้อนถามมันกลับไป
อีกฝ่ายต้องการที่จะสั่นคลอนเต๋าของ อู่ อวี้ แต่ดู
เหมือนว่ามันจะไม่ง่ายเช่นนั้น หลังจากที่ อู่ อวี้ ย้อม
ถามมัน มหาเตาหลอมทั้งเก้าก็กลับมาอยู่ในมือของ
เขาด้วยรูปแบบของพลองฟ้าเพลิงผลาญ และเขา
ก าลังพุ่งลงมาจากท้องฟ้าราวกับอุกกาบาต!
“วงเวทเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม!”
อู่ อวี้ กระตุ้นวงเวทโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของพลอง
ฟ้าเพลิงผลาญ ฉับพลันนั้นพลองฟ้าเพลิงผลาญพลัน
ส่องแสงออกไปไกลนับหมื่นจั้ง พลองของ อู่ อวี้
ก าลังพุ่งถลาลงมาอย่างรวดเร็ว ยามนี้อีกฝ่ายก าลัง
หลบหนี ทว่าพลังอ านาจของพลองฟ้าเพลิงผลาญได้
ปะทะเข้ากับด้านหลังของเจ้าราชาเกาะเขียวอย่าง
จัง ท าให้มันต้องส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ทรมานออกมา พริบตาร่างกายของมันก็ได้ระเบิด
ออกเป็นชิ้นๆ!
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร เจ้าจะต้องต…..” ยังไม่ทันได้
กล่าวจบ เจ้าราชาเกาะเขียวก็ได้ตกตายไปภายใต้
พลังอ านาจอันน่าหวาดหวั่นของ อู่ อวี้!
ซากศพขนาดใหญ่เท่ากับภูเขาของมันก าลังจมดิ่งลง
สู่ใต้ทะเลลึก
ขณะนี้ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ได้จัดการกลืนกินคู่
ต่อสู้ของมันเสร็จแล้ว หลังจากที่ร่างหลักของ อู่ อวี้
จัดการกับเจ้าราชาเกาะเขียวได้ มันก็เปลี่ยน
กลายเป็นวังวนทมิฬและเข้าโอบล้อมซากของเจ้า
ราชาเกาะเขียวแล้วกลืนกินมันเข้าไปอย่างรวดเร็ว
แน่นอน อู่ อวี้ รู้ว่าร่างกลืนสวรรค์ของตัวเองก าลัง
แข็งแกร่งขึ้นด้วยความเร็วอันบ้าคลั่ง พลังของมัน
ใกล้เคียงกับจิตเทวะของร่างหลัก ไม่ส าคัญว่าจะ
แข็งแกร่งขึ้นอีกแค่ไหน ตราบใดที่ อู่ อวี้ ยังคงรู้สึก
ได้ว่าตนยังสามารถควบคุมมันได้อยู่ก็เพียงพอแล้ว
ทว่าในอนาคต ไม่รู้ว่าเขาจะหลงเข้าไปอยู่ในแรง
ปรารถนาของการกลืนกินนี้หรือไม่?
อู่ อวี้ ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและสับสน
กับร่างกลืนสวรรค์ เขาไม่รู้ว่ามรดกของฉีเทียนต้า
เซิ่นจะมีความล้ าเลิศเพียงใด เพราะยังไงแล้ว บรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ ก็ยังถูกผนึกเอาไว้ด้วยพลองทอง
สมปรารถนา นางยังคงไม่หายไปไหน
ยามนี้จอมกระบี่วิญญาณก าลังต่อสู้กับคู่ต่อสู้อย่าง
ยากล าบาก อู่ อวี้ จึงพุ่งเข้าไปช่วยจัดการในทันที
จากนั้นก็โยนซากศพไปให้กับร่างกลืนสวรรค์
ส าหรับทางด้านของ หนานซาน หวางเยว่ และ เย่ซี
ซี ในตอนแรกยังคงรั้งรอไม่ผลีผลาม กล่าวตามตรง
พวกเขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสังหารดีหรือไม่ ทว่า
หลังจากที่ อู่ อวี้ สังหารเจ้าราชาเกาะเขียวไปแล้ว
พวกเขาก็รู้ว่านี่คือความมุ่งมั่นที่แท้จริงของ อู่ อวี้ จึง
ท าให้พวกเขาแน่วแน่ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หนานซาน หวางเยว่ เดิมทีมันไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่แล้ว
หากเปลี่ยนเป็นมัน เมื่อคิดที่จะสังหารก็จะสังหาร
เพียงแค่ไม่รู้ว่าขณะนี้ อู่ อวี้ ก าลังคิดอะไรอยู่
หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้ว พวกเขาก็เคลื่อนไหว
อย่างรวดเร็ว ซึ่ง อู่ อวี้ ไม่ได้ให้การช่วยเหลือเลย
แม้แต่น้อย พวกเขาสามารถจัดการกับคู่ต่อสู้ของ
ตนเองลงได้อย่างง่ายดาย ท าให้มีเพียงคู่ต่อสู้เพียง
หนึ่งเท่านั้นที่หนีไปได้ ทว่าสภาพของมันนับว่าช่าง
น่าเวทนาจนดูไม่ได้ ซึ่งพวกเขาได้ไล่ล่าติดตามไปทัน
ควัน คาดว่าใช้เวลาไม่นานก็น่าจะสามารถจัดการ
กับมันได้แล้ว
อู่ อวี้ ได้ท าการโยนซากศพของพวกมันไปให้กับร่าง
กลืนสวรรค์ ยามนี้วังวนของร่างกลืนสวรรค์ยิ่งมา
ยิ่งใหญ่ขึ้น ไม่ว่าซากศพที่เข้ามาจะมีมากน้อยเพียง
ไหนมันก็ไม่ปฏิเสธกลืนกินเข้าไปทั้งหมด ศพเหล่านี้
เพิ่งจะตายไปสดๆ จึงท าให้สายเลือดและพลังแก่น
แท้ต าหนักม่วงทั้งหมดยังคงมีอยู่ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่
เหมาะสมที่สุดส าหรับการกลืนกิน เพื่อท าให้ร่างของ
ตนเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ยามนี้อสูรกลืนสวรรค์ก าลังเขมือบกลืนอย่างละโมบ
หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม หนานซาน
หวางเยว่ และ เย่ซีซี ได้จัดการคู่ต่อสู้ที่หนีไปได้
ส าเร็จ พวกเขาเห็นว่า อู่ อวี้ ต้องการซากศพของ
ปีศาจ ดังนั้นจึงได้น ามันกลับมาด้วย เมื่อพวกเขา
เห็นว่าร่างหลักของ อู่ อวี้ ก าลังโยนซากศพ 2 ร่าง
สุดท้ายเข้าไปในวังวนของร่างกลืนสวรรค์ พวกเขาก็
จ้องมองไปอย่างตกตะลึง
พวกเขารู้ว่าบางที นี่อาจจะเป็นความลับที่ อู่ อวี้
เคยได้กล่าวเอาไว้
“พวกเจ้ารู้จักบรรพชนมารกลืนสวรรค์หรือไม่?”
ร่างหลักของ อู่ อวี้ ที่ยืนอยู่ด้านข้าง ได้เก็บจอม
กระบี่วิญญาณเข้าไปแล้วหันไปกล่าวกับพวกเย่ซีซี
ยามนี้ หนานซาน หวางเยว่ มองไปด้วยใบหน้าที่ซีด
เผือดพร้อมกับพยักหน้า ส่วน เย่ซีซี ส่ายศีรษะเป็น
การปฏิเสธ
“เมื่อนานมาแล้ว มีสรรพเทวะวิญญาณตนหนึ่งที่
ครอบครองความสามารถในการกลืนกิน มัน
สามารถกลืนกินสิ่งต่างๆ ได้อย่างมากมาย และ
เปลี่ยนให้กลายเป็นพลังงานของตนเอง มัน
กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดบนชมพูทวีป
โลกธาตุ มันกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างจนแข็งแกร่ง
เช่นเดียวกับเทพเซียน กระทั่งเกือบจะท าลายชมพู
ทวีปโลกธาตุไปแล้ว จนในท้ายที่สุดเทพเซียนบน
สวรรค์จึงได้ตัดสินใจลงมาผนึกบรรพชนมารกลืน
สวรรค์ เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถสังหารบรรพชน
มารกลืนสวรรค์ลงได้ ท าได้เพียงแค่ใช้ ‘เวลา’ เป็น
ตัวสังหารมัน”
เขาก าลังกล่าวให้ เย่ซีซี ฟัง
จากนั้น อู่ อวี้ ได้มองไปที่ วังวนร่างกลืนสวรรค์ แล้ว
กล่าวขึ้น “ทว่าเหล่าเทพเซียนได้ค านวณพลาดไป
หลังจากที่บรรพชนมารกลืนสวรรค์ได้ถูกผนึกอยู่ที่
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งเป็นเวลาหลายปีนับไม่ถ้วน
มันกลับเตรียมตัวที่จะก าเนิดใหม่ แต่โชคร้ายที่มัน
ถูกข้าท าลายแผนการของมันไป ข้าได้ชิงร่างใหม่
ของมันมา และให้พลองทองสมปรารถนา สะกด
วิญญาณของมันเอาไว้ ทุกวันนี้ร่างอวตารของข้าก็
คือร่างของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ตนนั้น มันท าให้
ข้าสามารถกลืนกินซากศพและเปลี่ยนมันให้
กลายเป็นความแข็งแกร่งของตนเองได้ แน่นอนว่า
ระดับจิตเทวะของร่างนี้ไม่อาจจะเหนือร่างหลักของ
ข้าไปได้ มิฉะนั้นข้าจะไม่สามารถควบคุมมัน และ
เมื่อหลุดออกจากการควบคุม มันจะกลายเป็นบรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ตนใหม่ หากมันสูญเสียการ
ควบคุมจากข้าไป มันก็จะกลายเป็นเพียงแค่
เครื่องจักรที่เอาไว้กลืนกินอย่างเดียว”
อู่ อวี้ อธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้เข้าใจโดยตรง
เมื่อได้ยินว่า อู่ อวี้ อาจจะกลายเป็นบรรพชนมาร
กลืนสวรรค์คนใหม่ ในแววตาของพวกเขาทั้ง 2 คน
พลันเกิดความหวาดกลัว ทว่าเมื่อ อู่ อวี้ อธิบายจน
จบ จึงรู้ว่าเพียงแค่ต้องให้จิตเทวะของร่างกลืน
สวรรค์ไม่สูงล้ าไปกว่าร่างหลัก ก็ไม่น่าจะมีปัญหา
อะไร ท าให้พวกเขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันใด
“ท่านพี่อวี้ ถ้าเช่นนั้นท่านจะต้องระวังตัวให้มากๆ
อย่าได้กระหายมากเกินไปนัก ตราบใดที่ท่านสูญเสีย
สติสัมปชัญญะ นั่นย่อมเป็นปัญหาอย่างแน่นอน
และข้าจะต้องรู้สึกเสียใจอย่างมาก………..ข้าไม่
อยากให้ท่านต้องกลายเป็นตัวตนที่ชั่วร้ายที่สุดใน
โลกใบนี้ และข้าไม่อยากจะเสียท่านไป” เย่ซีซี เอ่ย
ด้วยน้ าเสียงตึงเครียด
ความจริงแล้วค าพูดของนางท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกสั่นไหว
เล็กน้อย เนื่องจากว่าความเป็นห่วงของนาง ไม่ได้
รู้สึกหวาดกลัวร่างกลืนสวรรค์เลยแม้แต่น้อย แต่นาง
กลัวที่จะสูญเสีย อู่ อวี้ ไป
หนานซาน หวางเยว่ ยิ้มพร้อมกล่าวว่า “กล่าวตาม
ตรง ข้ารู้สึกอิจฉาเจ้าจริงๆ พรสวรรค์นี้ส าหรับข้า
แล้ว มันไม่ด้อยไปกว่ามรดกจากเซียนอมตะของเจ้า
เลย อย่างไรก็ตามจ าเป็นจะต้องควบคุมมันเอาไว้ ใน
อนาคตข้ากับเย่ซีซี จะคอยจับตาดูเจ้าอย่างไม่ละ
สายตา แต่ข้าก็เชื่อว่าตัวเจ้ามีแผนการรับมืออยู่แล้ว
ฮ่าฮ่า นับว่าเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ เพราะหากปล่อยให้
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ก าเนิดขึ้นมาใหม่ ก็ไม่รู้ว่า
โลกของเราจะกลายเป็นเช่นไร ยินดีด้วย อู่ อวี้”
ยามนี้ร่างกลืนสวรรค์ได้กลืนกินเสร็จแล้ว กล่าวได้
ว่ามันแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิมมากนัก เมื่อมันปรากฏ
ขึ้นต่อหน้าอีกครา พวกเขาจึงรู้ว่าร่างอวตารร่างนี้
ของ อู่ อวี้ น่าหวาดกลัวเพียงใด
อู่ อวี้ รู้สึกพึงพอใจมาก พวกเขาสามารถมองโลกใน
แง่บวกได้ดีจริงๆ
“ท่านพี่อวี้ ความลับเช่นนี้ไม่อาจจะให้คนอื่นรู้ได้”
เย่ซีซี เอ่ยเตือนเขา
“วางใจเถอะ ตอนนี้มีพวกเจ้า 2 คนเท่านั้นที่รู้”
และ อู่ อวี้ ก็เชื่อว่าพวกเขาจะไม่หักหลังตัวเองโดย
การน าความลับนี้ไปบอกให้คนอื่นรับรู้
———————————