กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 919: ปีศาจยักษ์ใต้มหาสมุทร
เหล่าพี่น้องเกาะเขียวถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว แรง
กระแทกจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ค่อยๆ หายไป น้ำจาก
มหาสมุทรที่พวยพุ่งขึ้นไปบนฟ้าก็ร่วงหล่นเหมือนกับ
สายฝน
อู่ อวี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของร่างกลืน
สวรรค์ และหนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ก็มองเห็น
มันอย่างชัดเจน
ยามนี้ร่างกลืนสวรรค์เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ขึ้นอีก
ครั้ง ร่างที่มีผมสีขาวนัยน์ตาโลหิตได้สวมใส่ชุดคลุมสีดำ
ที่ปลิวลู่ไปตามแรงลม บรรยากาศของมันเต็มไปด้วย
ความชั่วร้ายจนน่าอึดอัด ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
เมื่อ เย่ซีซี หันไปมองก็บังเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้น
ข้างในจิตใจ
ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะนางได้ยิน อู่ อวี้ บอกว่ามันคือ
ร่างกายของบรรพชนมารกลืนสวรรค์
สำหรับ หนานซาน หวางเยว่ ที่ค่อนข้างกล้าหาญ
แน่นอนว่ามันไม่รู้สึกหวาดกลัว ทว่ากลับตื่นตะลึงแทน
มันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าร่างกายของ อู่ อวี้ จะอยู่
เหนือล้ำยิ่งกว่าจินตนาการของมันเสียอีก
ความเป็นจริงมันรู้สึกชื่นชม อู่ อวี้ อยู่แล้ว ทว่ายามนี้มัน
ยิ่งรู้สึกชื่นชม อู่ อวี้ กว่าเดิมเสียอีก
หลังจากที่ อู่ อวี้ กล่าวจบ เขาพลันจ้องมองไปยัง
เบื้องหลัง ในพื้นที่มหาสมุทรสุดขอบฟ้า ตรงบริเวณหนึ่ง
ท้องฟ้าได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น แน่นอนว่า ปีศาจห
ยินหยางจะต้องได้รับยันต์สื่อสารของพี่น้องเกาะเขียว
มันจึงมุ่งหน้ามาทางนี้โดยทันที โชคดีที่พวกเขาจัดการ
กับศัตรูได้เสร็จสิ้นก่อนที่มันจะมา
ทว่าเวลานี้ไม่อาจรั้งรออยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป
“พวกเรารีบไปกันก่อนเถอะ”
“ตกลง”
พวกเขาทั้ง 3 รีบทะยานขึ้นไปอยู่บนนาวาซ่อนเซียน
อย่างรวดเร็ว โดยการควบคุมของ หนานซาน หวางเยว่
มันจึงหลบซ่อนตัวได้อย่างทันท่วงที จากนั้นมันได้บังคับ
เปลี่ยนเส้นทางจนมิอาจคาดเดาเส้นทาง เพราะหากว่า
ยังคงไปตามเส้นทางเดิม เกรงว่าจะทำให้พวกปีศาจ
ติดตามมาได้ง่าย
หลังจากที่ขับขี่นาวาซ่อนเซียนออกไปจากพื้นที่ตรงนี้
ไกลนับร้อยลี้ พวกเขาจึงพูดคุยกันได้อย่างสบายใจ เย่ซี
ซี จ้องมองไปยังร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ โดยไม่วางตา
และนางยังได้ลองหยิกแขนตัวเอง ดูเหมือนว่านางจะยัง
ไม่เชื่อสายตาตัวเอง…..
ทว่านางก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าหลังจากที่ร่างกลืน
สวรรค์ย่อยพวกมันไปหมดแล้วก็มีความแข็งแกร่งขึ้น
กว่าเดิม
“หากว่าสรรพเทวะวิญญาณที่ต่อต้านสวรรค์ตนนี้ไม่ถูก
ควบคุมเอาไว้ มันคงเป็นที่น่าหวาดกลัวอย่างแน่นอน คง
มีเพียงแค่เหล่าเทพเซียนเท่านั้นที่จะปราบมันได้ลง! โชค
ดีที่เจ้าสามารถควบคุมมันเอาไว้ได้นะเนี่ย” หนานซาน
หวางเยว่ กล่าวด้วยอารมณ์ลึกล้ำ
“ตอนนี้พวกเจ้าวางใจได้ สำหรับข้าแล้วร่างกายทั้งสอง
แทบจะไม่ต่างจากแขนซ้ายแขนขวาของข้าเลย” อู่ อวี้
เอ่ยขึ้น
หนานซาน หวางเยว่ หัวเราะแล้วกล่าวขึ้น “ดูเหมือนว่า
ข้าจะต้องรีบเกาะขาเจ้าเอาไว้เสียแล้ว ข้าเชื่อมั่นในตัว
เจ้าว่าเจ้าสามารถควบคุมร่างกลืนสวรรค์นี้ได้ บอกตรงๆ
ว่าตอนนี้ข้าไม่รู้สึกละอายที่มีเจ้าเป็นผู้นำเลยจริงๆ กลัว
แค่ว่าวันหนึ่งจะถูกเจ้าทิ้งไว้ข้างหลังเสียมากกว่า”
“มันคงไม่มีวันนั้น ข้าดูจากการยกระดับของพวกเจ้า
แล้ว เห็นๆ กันอยู่ว่าไม่ได้เชื่องช้ากว่าข้าเลยแม้แต่น้อย”
แม้ว่าจะพูดเกี่ยวกับพลังรบ บางทีตัวเขาอาจจะ
เชี่ยวชาญในการสังหารเป็นพิเศษ ทว่าความจริงแล้ว
ความเร็วในการยกระดับพลังฝึกตนของ หนานซาน
หวางเยว่ แทบไม่ต่างไปจากตัวเขาเลย หลังจากที่มาถึง
นครเทวะแล้ว พวกเขาก็มีความก้าวหน้าแทบจะพร้อมๆ
กัน สุดท้ายแล้ว หนานซาน หวางเยว่ ก็เป็นผู้ที่สืบทอด
มรดกมาจากเซียนอมตะเช่นเดียวกับเขา
หลังจากที่พูดคุยกันไปสักพัก อู่ อวี้ ได้ไปจัดการเรื่องอื่น
ต่อ
นั่นคือการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเอง
หนานซาน หวางเยว่ กลับไปขับนาวาซ่อนเซียน ส่วน เย่
ซีซี ก็ศึกษาบัญญัติคาถาของเซียนอมตะต่อไป
เหตุผลที่ว่าทำไม อู่ อวี้ ถึงให้ หนานซาน หวางเยว่ เป็น
ผู้ขับนาวาซ่อนเซียน เพราะในตอนก่อนที่จะออก
เดินทาง เขาได้วางแผนเอาไว้ว่าตนเองจะท้าทาย ‘จอม
ทวนวิญญาณ’ ระหว่างเดินทาง และหากเขาเข้าไปท้า
ทายก็จะไม่มีผู้ใดมาควบคุมนาวาลำนี้ได้
ความแข็งแกร่งของจอมทวนวิญญาณเทียบเท่ากับผู้ฝึก
ตนขั้นค้นหาเต๋าระดับที่ 2 เมื่อรวมกับความไม่กลัวตาย
ของมัน พลังของมันแทบจะไม่ต่างกับ หนานซาน หวาง
เยว่ เลยก็ว่าได้
แม้ว่าจนกระทั่งเขามีพลังฝึกตนสูงส่งเพียงนี้ แต่เจดีย์
ล่องกำเนิดก็ยังคงมีบทบาทที่สำคัญอยู่มาก และ
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ยังไม่สามารถจะควบคุมมันได้ กล่าวได้
เลยว่าสมบัติชิ้นนี้เป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้วิญญาณนภา
และอาจจะเป็นถึงศาสตราเต๋าวิถีแท้วิญญาณนภาชั้นสูง
เสียด้วย เกรงว่าแม้แต่มหาอุปราช จักรพรรดิเป่ยหมิง
หรือว่าจักรพรรดิทักษิณสวรรค์ยังไม่มีศาสตราเต๋าวิถีแท้
วิญญาณนภาเช่นนี้เลย
อู่ อวี้ เข้าไปยังเจดีย์ล่องกำเนิดอีกครั้ง!
ร่างหลักและร่างกลืนสวรรค์ หนึ่งอยู่ด้านซ้ายและอีก
หนึ่งอยู่ด้านขวาได้เข้าสู่สภาวะที่แข็งแกร่งที่สุดของตน
อย่างรวดเร็ว!
ร่างหลักได้เรียกใช้ เทียมฟ้าจรดดิน ร่างจำแลงเซียน
วานร พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม!
ส่วนร่างกลืนสวรรค์ที่เพิ่งจะได้รับพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่
มา จึงเปี่ยมล้นไปด้วยความกระตือรือร้น คร่ากุมทั้ง
สะบั้นวิญญาณและพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงอย่างถนัด
มือ ร่างกลืนสวรรค์ นับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญการลอบ
สังหารศัตรูโดยไร้ร่องรอย!
สุดยอดศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณแห่งยุคทั้งสอง
ได้ถูกกำราบโดย อู่ อวี้ ทั้งสิ้น!!
ยามนี้จอมทวนวิญญาณที่ถือตรีศูลเอาไว้ในมือมาปรากฏ
กายเบื้องหน้า อู่ อวี้ อีกครั้ง
ครั้งนี้ อู่ อวี้ ได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี ในขณะที่จอม
ทวนวิญญาณปรากฏตัวออกมา ร่างทั้ง 2 ของ อู่ อวี้ ก็
เข้าไปประกบหน้าหลังแล้วเปิดฉากการโจมตีทันที!
“เขตแดนอัคคีตัดสวรรค์!”
เนตรเพลิงระเบิดพลังอำนาจออกมาอย่างรวดเร็ว
พริบตานั้นพลังอำนาจของเขาได้กลืนกินจอมทวน
วิญญาณเข้าไปอยู่ในโลกของเปลวเพลิง เสาเพลิงที่สร้าง
จากหยาดเพลิงวิญญาณเซียนพลันโจมตี จอมทวน
วิญญาณจากทุกด้าน!
ครั้งนี้ถือว่า อู่ อวี้ ใช้กลโกง เพราะเขาชิงโจมตีในขณะที่
จอมทวนวิญญาณเพิ่งจะออกมาจากวงเวทในทันที จึง
ทำให้เขามีข้อได้เปรียบอยู่เล็กน้อย
“พิรุณวิบัติกระบี่สมุทรทมิฬ!”
ฉับพลันจอมทวนวิญญาณถูกการโจมตีจากร่างหลักของ
อู่ อวี้ และแทบจะในเวลาเดียวกัน ร่างกลืนสวรรค์ของ
อู่ อวี้ ได้ใช้ออกด้วยพิรุณวิบัติกระบี่สมุทรทมิฬของ
พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง พริบตานั้นปราณกระบี่พุ่ง
ทะยานขึ้นฟ้า ภายในเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ปรากฏห่า
ฝนกระบี่น้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนร่วงหล่น!
ยามนี้จอมทวนวิญญาณต้องต้านทานการโจมตีธาตุไฟ
ธาตุน้ำแข็งทั้ง 2 อย่างของ อู่ อวี้! พลังสังหารทั้ง 2
อย่างที่อยู่ในขั้วตรงกันข้าม กำลังโจมตีดับทำลายจอม
ทวนวิญญาณ!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ได้คิดว่าการโจมตีเพียงแค่นี้จะ
สามารถจัดการกับอีกฝ่ายลงไปได้ หากคิดจะทำลาย
จอมทวนวิญญาณจะต้องทำการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
จนกว่าอีกฝ่ายจะแตกกระจายกลายเป็นชิ้นๆ ไป!
“หมื่นมังกรระบำกระชากสวรรค์!”
ท่ามกลางเปลวเพลิงและน้ำแข็ง ยามนี้ร่างกลืนสวรรค์
ได้ยกระดับพลังขึ้นมาอย่างมหาศาล หลังจากที่ใช้ออก
ด้วยพิรุณวิบัติกระบี่สมุทรทมิฬ มันก็ได้ทำการเปลี่ยน
พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงให้กลายเป็นแส้ยาวไปอย่าง
รวดเร็ว จากนั้นก็กระตุ้นวงเวทที่ทรงพลังอำนาจมาก
ที่สุดออกมา พริบตานั้นพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงได้
เปลี่ยนกลายเป็นเหมือนกับมังกรทมิฬแผดเสียงคำราม
ช่วงเวลานี้เมฆทมิฬกำลังล่องลอยอยู่เต็มท้องฟ้าไอเย็น
กวาดผ่านไปทั่ว ร่างกลืนสวรรค์ได้กลมกลืนเข้ากับมังกร
นับหมื่น เสียงคำรามที่ดังสนั่นอยู่บนนภากาศ จอมทวน
วิญญาณรีบพุ่งทะยานออกมาจากพลังอำนาจของวงเวท
โจมตีของเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์และพิรุณวิบัติกระบี่
สมุทรทมิฬทันที และในช่วงเวลาที่มันกำลังต้านทานกับ
สถานการณ์อันเลวร้ายอย่างสุดกำลังนี้เอง มังกรนับ
หมื่นพลันพุ่งลงมาจากท้องฟ้า เข้าโจมตีด้านบนของจอม
ทวนวิญญาณ!
ความจริงในครั้งที่แล้วร่างกลืนสวรรค์ก็ได้ใช้วงเวท
เหล่านี้กับจอมทวนวิญญาณ ทว่าการสำแดงออกมาใน
ครั้งนี้คือหลังจากที่ได้กลืนกินพี่น้องเกาะเขียวเข้าไปแล้ว
พลังอำนาจจึงทวีคูณเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม มังกรนับหมื่น
แผดเสียงร้องคำรามหมายดับสูญ ยามนี้ได้เข้าปะทะกับ
ร่างของจอมทวนวิญญาณ พริบตานั้นวงเวทครึ่งหนึ่ง
ของมันได้ถูกแช่แข็งไปในทันที!
แม้กระทั่งพื้นที่รอบๆ ยังถูกแช่แข็งด้วย ยามนี้จอมทวน
วิญญาณได้เปลี่ยนกลายเป็นรูปสลักน้ำแข็งแล้ว!
นี่คือการประสานการโจมตีของร่างทั้ง 2 ของเขา กล่าว
ได้ว่าสองรวมเป็นหนึ่งเกิดเป็นการเข้าใจกันอย่างดี ทว่า
เพียงแค่นี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายถึงการประสานการ
โจมตีของเขาได้ การเคลื่อนไหวและการคำนวณเวลา
ทั้งหมด ล้วนเกิดขึ้นจากความคิดของ อู่ อวี้ เอง เขาไม่
จำเป็นจะต้องสื่อสารให้เสียเวลาแม้แต่น้อย!
ในชั่วพริบตาที่จอมทวนวิญญาณถูกร่างกลืนสวรรค์ของ
อู่ อวี้ แช่แข็ง ร่างหลักของ อู่ อวี้ ก็ได้ระเบิดพลังแล้ว
ฟาดลงไปที่ศีรษะของจอมทวนวิญญาณ เขารีดเร้นพลัง
ของกายาหกพิภพสวรรค์สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ
ไปจนถึงขีดสุด พลองฟ้าเพลิงผลาญที่อยู่ในมือของเขา
ราวกับเป็นเหมือนอุกกาบาตพุ่งทะยานคร่าสรรพสิ่งทั่ว
หล้า เปลวเพลิงทั้ง 9 ชนิดแผดเสียงคำรามออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง อสูรทั้ง 9 ถูกควบแน่นจนกลายเป็นหนึ่ง
เดียวกัน!
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
“วงเวทเก้าตำหนักเตาหลอมเพลิงสงัด!”
ในยามที่ อู่ อวี้ สังหารเจ้าราชาเกาะเขียว เขาไม่ได้คิด
สำแดงเคล็ดระเบิดพลังคลั่งออกมา ทว่าครั้งนี้เขา
กระตุ้นวงเวทสังหารของพลองฟ้าเพลิงผลาญที่ผนวก
เข้ากับพลังอำนาจจากเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ทั้งยังเป็น
หลังจากที่ร่างกายของเขาได้เพิ่มพลังกายเนื้อด้วยเทียม
จรดดินแล้วอีกด้วย เมื่อเคล็ดระเบิดพลังคลั่งทวีคูณพลัง
อำนาจขึ้นอีก 2 เท่า และเมื่อจอมทวนวิญญาณถูกแช่
ผนึกกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งทำให้มันอยู่ในสภาพที่
เปราะบางแตกหักได้ง่าย พลองฟ้าเพลิงผลาญซึ่งตกลง
มาจากท้องฟ้าได้ทุบเข้าที่ศีรษะของจอมทวนวิญญาณ
เข้าอย่างจัง!
ตูม!
ยามนี้เป็นการปะทะกันระหว่างน้ำแข็งและเปลวเพลิง
อีกครั้ง!
ในพริบตานั้น อู่ อวี้ เห็นว่าจอมทวนวิญญาณที่อยู่ใน
น้ำแข็ง ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“สำเร็จแล้ว!”
เขารู้สึกตื่นเต้น นี่เท่ากับว่าพลังรบของเขาได้ยกระดับ
ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ได้รับจอมทวนวิญญาณและเพิ่ม
หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี เข้ามาอีก ก็เท่ากับว่า
พลังรบของเขาแข็งแกร่งเกินกว่าตัวตนค้นหาเต๋าระดับที่
2 ไปไกลห่างแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะสามารถกระทำได้
เช่นนี้จริงๆ
จอมทวนวิญญาณได้จมกลับเข้าไปในเจดีย์ล่องกำเนิด
มันต้องใช้เวลาอีกสักพักเจดีย์ล่องกำเนิดจึงจะซ่อมแซม
จอมทวนวิญญาณให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์
อู่ อวี้ ที่ได้สำแดงเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ส่งผลทำให้เขา
เกิดรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา
ทว่าบัดนี้เขาลืมเรื่องความเจ็บปวดไปสิ้น คนกำลังพอใจ
กับพลังของร่างกลืนสวรรค์ไม่น้อย ความจริงแล้วระดับ
จิตเทวะของมันสูงกว่า อู่ อวี้ อยู่เล็กน้อย เมื่อผสาน
รวมเข้ากับพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงทำให้การที่จะ
สังหารผู้ฝึกตนค้นหาเต๋าระดับที่ 2 เพียงลำพังย่อมไม่มี
ปัญหาอะไร
การโจมตีประสานระหว่างร่างหลักและร่างกลืนสวรรค์
ของเขามันช่างมหัศจรรย์อย่างยิ่ง อาจกล่าวได้ว่าหาก
เขาโจมตีประสานกัน การจะสังหารผู้ฝึกตนค้นหาเต๋า
ระดับที่ 2 ก็เป็นเรื่องง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก ยาม
นี้ย่อมไม่มีใครคาดคิดว่าพลังฝึกตนที่แท้จริงของเขาจะ
อยู่เพียงแค่อาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 4 เท่านั้น ซึ่ง
ยังคงอยู่ห่างไกลจากการเป็นเซียนอมตะอีกมาก
ในขณะที่เขากำลังจะหยุดพักฟื้นร่างกาย ไม่คาดคิดว่า
หนานซาน หวางเยว่ ที่อยู่ด้านนอกจะตะโกนเรียกตัว
เขาอย่างรีบร้อน อู่ อวี้ จึงรีบออกมาจากเจดีย์ล่อง
กำเนิดในทันที และเมื่อออกมา ก็ได้พบเห็น หนานซาน
หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ลุกขึ้นมายืนอยู่ที่ด้านนอก
“เกิดสิ่งใดขึ้น”
ในขณะที่ อู่ อวี้ เอ่ยปากออกไป เขาก็ตระหนักถึงสาเหตุ
ได้ในที่สุด ยามนี้นาวาซ่อนเซียนกำลังซ่อนตัวอยู่ภายใน
หมู่เมฆ
ทว่าเบื้องล่างของ นาวาซ่อนเซียน ใต้มหาสมุทรลึก
พลันปรากฏเงาขนาดใหญ่ขึ้นมา ซึ่งเงาร่างนี้กำลังมุ่ง
หน้าติดตามมายังทางทิศของนาวาซ่อนเซียน
เงาร่างนี้มีขนาดเท่ากับการรวมตัวกันของพี่น้องเกาะ
เขียว!
ดูเหมือนว่ามันจะเป็นมัจฉายักษ์ตัวหนึ่ง
มันมุ่งหน้ามาทางเดียวกับนาวาซ่อนเซียน สุดท้ายแล้วนี่
เป็นเรื่องบังเอิญหรือว่าเป็นการตามล่ากันแน่
“นี่มันเป็นปีศาจอะไรกัน?”
หนานซาน หวางเยว่ เอ่ยถาม
เขาไม่สามารถมองมันได้ชัดเจนนัก เพราะว่าร่างกาย
ขนาดใหญ่ของมันกำลังแหวกว่ายอยู่ใต้มหาสมุทรลึก
อู่ อวี้ ได้พยายามใช้เนตรเพลิงจับจ้องมองดู เพียงครู่
เดียวความรู้สึกคุ้นเคยก็บังเกิด เขาเติบโตใกล้กับเขต
ชายฝั่ง จึงพบเห็นสัตว์ทะเลมากมาย ทว่าแม้จะยังไม่เคย
เข้าเขตน้ำลึกมาก่อน แต่เขาก็รู้จักมันเป็นอย่างดี
นี่มันวาฬ!
วาฬยักษ์ตัวนี้กำลังว่ายประกบ นาวาซ่อนเซียน!
——————————–