กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 920: ค่ายกลหยินหยางผนึกสมุทร
” ค้นหาเต่าขั้นที่หนึ่ง… กล่าวได้ว่าภายในมหาสมุทรแห่ง
นี้ มีปีศาจที่อยู่ในระดับค้นหาเต๋าอยู่ไม่น้อยเลยจริง ๆ ”
วาฬตัวนี้มีขนาดใหญ่มาก อายุขัยน่าจะมากโขแล้ว นั่น
เพราะตามธรรมชาติอายุขัยของปีศาจนั้นยืนยาวกว่าผู้
ฝึกตน
แม้ว่าตบะจะสูงร่างกายมีขนาดใหญ่มากเพียงใด แต่
สำหรับเขาแล้ว ปีศาจวาฬตัวนี้ก็ยังเชื่องช้ามากเช่นกัน
ฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลถ้ามันโจมตี
เขายังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดเจนว่าปีศาจวาฬตัวนี้
กำลังติดตามตนเองกับพรรคพวกหรือไม่ อู่ อวี้ จึงบอก
ให้ หนานซาน หวางเยว่ ลองเปลี่ยนทิศทาง เพื่อดูว่าอีก
ฝ่ายจะตามมาหรือไม่
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนานซาน หวางเยว่ ก็กล่าวขึ้นว่า ”
ข้าลองดูทุกทางแล้ว แต่มันก็ยังตามมา มิฉะนั้นคงไม่
ร้อนรนตะโกนบอกเจ้าหรอก เดิมทีข้าคิดจะจัดการกับ
ปีศาจตนนี้โดยตรง เพียงแต่กลัวว่าจะเกิดปัญหาตามมา
”
“ตามมาตลอดทาง? ”
ไม่เช่นนั้นคงมีปัญหาแน่
ความจริงแล้ว นาวาซ่อนเซียน ยังอยู่ในสภาวะซ่อนอำ
พราง ก่อนหน้านี้แม้กระทั่งปีศาจหยินหยาง ยังไม่
สามารถหาตัวของพวกเขาพบได้ แต่ อู่ อวี้ รู้สึกแปลกใจ
ว่าทำไมปีศาจวาฬตัวนี้จึงไล่ล่าติดตามทิศทางของพวก
เขาได้
อู่ อวี้ ยืนอยู่บนหัวเรือ มองด้วยเนตรเพลิงตรวจสอบ
อย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่นานนักเขาค้นพบต้นตอของ
ความกังขา บนหัวของปีศาจวาฬ มีหลุมลึกขนาดใหญ่
เส้นผ่าศูนย์กลางหลายสิบจั้ง ซึ่งมากกว่าหลุมลึกที่อยู่บน
พื้นดินเสียอีก เวลานี้ในหลุมดังกล่าวได้ส่งคลื่นเสียง
แปลก ๆ ออกมากระจายไปทั่วทุกทิศทาง เสมือนคลื่น
เสียงตรวจจับสิ่งที่อยู่รอบตัว เมื่อสัมผัสเข้ากับสิ่งใดคลื่น
เสียงดังกล่าวจะกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น ส่งกลับไปที่
ร่างของปีศาจวาฬ
นี่คือการตรวจจับด้วยคลื่นเสียง
ฉะนั้นหลังคลื่นที่กระจายออกมาสัมผัสได้ถึง นาวาซ่อน
เซียน จะเกิดเป็นระลอกคลื่นจำนวนมากย้อนกลับไปหา
ตัวมัน แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งคลื่นเสียงที่ย้อนกลับมาจาก
จำนวนนับไม่ถ้วน
” ข้ารู้เหตุผลแล้ว มันกำลังติดตามเรามาจริง ๆ แต่ก็ยัง
ไม่แน่ใจเท่าที่ควร ”
” ใช้วิธีใดกัน? ไม่น่าเป็นไปได้? ”
” น่าจะตรวจจับการเคลื่อนตัวของนาวาเราด้วยคลื่น
เสียง”
” ถ้าใช้คลื่นเสียงก็ไม่น่าแปลกใจ ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดเกี่ยวกับมันอยู่ชั่วครู่แล้วเขาพูดว่า ” อย่า
เพิ่งไปแตะต้องมัน คาดเดาว่ามันยังไม่รู้ถึงตำแหน่งที่
แท้จริงของเรา ลองเร่งความเร็วแล้วสลัดให้หลุดดู ”
ปีศาจวาฬตัวนี้จัดการได้ไม่ยาก อู่ อวี้ เป็นห่วงว่ามันจะ
ดึงดูดปีศาจหยินหยาง ซึ่งปีศาจหยินหยางถือว่าเป็นคู่
ต่อสู้ที่รับมือได้ยากมากเกินไป ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มพี่น้อง
เกาะเขียว เนื่องจากปีศาจปลาวาฬตัวนี้ก็จัดอยู่ใน
ประเภทเดียวกัน ซึ่งมันอาจจะมีผู้ช่วยอื่นที่ไม่อาจรับมือ
ได้ปรากฏ
อู่ อวี้ พึ่งใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่งไป อีกทั้งจอมทวน
วิญญาณก็ยังไม่ฟื้นตัวดี ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้มันมา
ยุ่มย่ามไปมากกว่านี้
หากนาวาซ่อนเซียนเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนตัว
สภาวะซ่อนอำพรางจะลดลง
ตอนนี้ หนานซาน หวางเยว่ เริ่มเปลี่ยนทิศทาง จากนั้น
ก็เพิ่มความเร็วขึ้นอย่างช้า ๆ ทว่าปีศาจปลาวาฬก็ยัง
ติดตามมาเช่นเดิม อย่างไรก็ตามด้วยความเร็วที่มีจำกัด
ทำให้มันไม่อาจติดตามนาวาซ่อนเซียนได้ ไม่นานนัก อู่
อวี้ ก็สลัดปีศาจปลาวาฬออกไปได้
“รักษาความเร็วเอาไว้ ต่อให้ไม่อยู่ในสภาวะล่องหนก็
ตาม ปีศาจหยินหยางไม่สามารถจับพวกเราได้ที่นี่
เพราะยังอยู่ห่างมาก”
หลังจากสลัดปีศาจวาฬหลุดออกไปแล้ว อู่ อวี้ ก็มุ่งไป
ทางใต้อีกครั้ง เขาประเมินว่าหลังจากข้ามผ่าน
มหาสมุทรอันยาวเหยียดนี้แล้ว ‘ทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณ’ ก็คงอยู่อีกไม่ไกล
ด้วยเสียงแหลมสูงที่บังเกิดขึ้นจากนาวาซ่อนเซียน ทำให้
มันดึงดูดความสนใจของปีศาจจำนวนมาก หลังจากนั้น
พวกมันบางตัวก็เริ่มติดตามไล่ล่า อู่ อวี้ แต่ก็ตามไม่ทัน
ซึ่งนับว่าพวกมันมีตาหามีแววไม่ที่คิดจะมาวุ่นวาย
เกาะแกะกับ อู่ อวี้ ดังนั้นพวกมันจึงโดนเขาจัดการตาม
ระเบียบ
สองวันต่อมาจอมทวนวิญญาณฟื้นฟูกลับสู่สภาพปกติ
สามารถออกมาจากเจดีย์ล่องกำเนิดได้แล้ว ต่อมา
สมรรถนะทางกายเนื้อของ อู่ อวี้ ยังกลับสู่สภาวะสูงสุด
อีกด้วย
” จากที่คาดเอาไว้ด้วยความเร็วระดับนี้ เราจะไปถึง
จุดหมายภายในห้าวัน ” หนานซาน หวางเยว่ กล่าวด้วย
ความมั่นใจ
เหนือทะเลอันไร้สิ้นสุด คือส่วนที่ถูกเปิดเผยมากที่สุด
แต่ถ้าจอดบนบกก็ยังพออำพรางได้เล็กน้อย
เขาจะถึงในไม่ช้า
อู่ อวี้ ยังจำ หนานกง เหว่ย ได้ดี ทำให้เขารู้สึกนาง
ประหม่าเล็กน้อย ด้วยเพราะไม่ได้เจอกันมานาน การ
ต้องเจอกันในเวลานี้มันทำให้เขาไม่รู้ว่าจะพูดอันใดกับ
นางบ้าง
เขารู้ดีว่าการตามหานางไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยเพราะ ‘ราชา
หอกทมิฬ’ ตั้งค่าหัวตามหานาง
“โลกภายนอกช่างกว้างใหญ่จริง ๆ ” เย่ซีซี รู้เห็นสิ่งต่าง
ๆ มากมาย นางไม่ได้คาดคิดว่านางจะได้เห็น
ประสบการณ์มากมายรวดเร็วถึงเพียงนี้ โดยที่ยังมิได้
ทะยานออกจากมหาสมุทรอันไร้สิ้นสุดด้วยซ้ำ
สำหรับปีศาจหยินหยาง ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถตาม
หาพวกเขาได้ทัน ดังนั้นเวลานี้พวกเขาจึงลืมมันไปแล้ว
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในทะเล
ด้านล่าง!
“เกิดอันใดขึ้น! ”
ตำแหน่งของนาวาซ่อนเซียนในปัจจุบัน คือจุดกึ่งกลาง
ของรอยต่อ มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เบื้องหน้านาวา
ซ่อนเซียน น้ำทะเลทั้งหมด ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ
ทมิฬเสมือนดั่งน้ำหมึกก็มิปาน!
ส่วนมหาสมุทรที่อยู่เบื้องหลังนาวาซ่อนเซียน สามารถ
แลเห็นได้ว่ายามนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งหมด
มหาสมุทรสีขาวบริสุทธิ์สุดอันกว้างใหญ่ดูเสมือนดั่ง
น้ำนม แต่มิได้เข้มข้นกลมกล่อมเทียบเท่า มันช่างดู
ยิ่งใหญ่และน่าตื่นตะลึงอย่างถึงที่สุด!
มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุดเบื้องหน้า แปรเปลี่ยน
เป็นสีดำ!
มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุดเบื้องหลัง แปรเปลี่ยน
เป็นสีขาว!
เห็นได้ชัดว่านี่คือวิชาอภินิหารของปีศาจหยินหยาง
เนื่องจากปีศาจหยินหยางเป็นอสรพิษ 2 หัว ที่ข้างหนึ่ง
เป็นสีดำ และอีกข้างหนึ่งเป็นสีขาว!
อู่ อวี้ ตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขานึกภาพไม่ออกเลยว่า
ปีศาจหยินหยางจะโผล่ออกมาตอนไหน
ตูม!
บังเกิดเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้น อู่ อวี้ ตกตะลึงเมื่อ
แลเห็นว่ามหาสมุทรสีดำขนาดใหญ่เบื้องหน้า ราวกับว่า
มันถูกยกขึ้นด้วยมือที่มองไม่เห็น แผ่ขยายปกคลุมนาวา
ซ่อนเซียนไว้ เขาก็ทราบดีว่าเบื้องหลังก็เกิดเหตุการณ์
แบบนี้เช่นเดียวกัน เพียงชั่วพริบตาน้ำทะเลก็พวยพุ่ง
กรีดผ่านหมู่เมฆา โอบล้อมนาวาซ่อนเซียนของ อู่ อวี้ ไว้
เป็นลูกทรงกลม โดยมีด้านหนึ่งเป็นสีดำ ส่วนอีกด้าน
หนึ่งเป็นสีขาว!
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นค่ายกลประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นค่ายกล
ธรรมดา ที่ถูกจัดวางเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
อีกฝ่ายตั้งใจใช้ค่ายกลนี้เพื่อกักขังตนเอง เห็นได้ชัดว่า
มันไม่ต้องการให้ อู่ อวี้ หลบหนี เนื่องจากว่าเขายังไม่
ทราบ อำนาจที่แท้จริงของค่ายกลนี้ ดังนั้นจึงยังมิได้
ควบคุมนาวาซ่อนเซียนให้พุ่งทะยานฝ่าออกไป
เมื่อค่ายกลปิดตัวลง ทะเลสีขาวและสีดำเบื้องหลังก็
ปรากฏดวงตาคู่หนึ่งขึ้น ปีศาจหยินหยางกำลังซ่อนตัว
อยู่ภายในค่ายกว่านี้ ซึ่ง อู่ อวี้ สามารถใช้เนตรเพลิงมอง
ทะลุฝ่าเข้าไป แลเห็นว่าร่างกายสีดำทมิฬขนาดใหญ่ของ
มัน กำลังนอนขดอยู่ภายในค่ายกล!
มันมาที่นี่ตั้งแต่แรก เพื่อเฝ้ารอตนเอง
” เจ้าคงสงสัยว่า เหตุใดข้าถึงจับตัวเจ้าได้ … ” เสียงของ
ชายหญิงดังขึ้นภายในอย่างพร้อมเพรียง
อู่ อวี้ มองไปรอบ ๆ ดูเหมือนปีศาจหยินหยางจะอยู่ที่นี่
เพียงตนเดียวเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงมิได้กังวลมากนัก อู่
อวี้ คาดเอาไว้อยู่แล้วว่า หลังจากที่พวกเขาหลบหนี
ออกมา มันจะต้องตามมาทันได้ในไม่ช้า
ซึ่งยามนี้เขาต้องทราบข้อมูลของศัตรูก่อน ดังนั้นจึง
แสร้งถามออกไปอย่างเย็นชาว่า “แน่นอนว่าข้าอยากรู้
ปีศาจแก่ๆ อย่างเจ้าใช้วิธีการใด? ”
เพลิงโทสะของปีศาจหยินหยางคุกรุ่นในใจอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามมันต้องการทราบว่า ผู้ที่สังหารบุตรชาย
ของตนมีนิสัยเป็นเช่นไร มิเช่นนั้นแล้วหากมันแก้แค้น
โดยไม่ทราบว่าผู้ใดสังหารบุตรชายของตน คงตลกแย่
ดังนั้นมันจึงกล่าวขึ้นอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อยว่า ” ข้ามี
สหายเก่าแก่ผู้หนึ่ง คาดว่าเจ้าน่าจะเห็นมันแล้ว สหายผู้
นี้ของข้ามีนามว่า ‘วาฬยักษ์คลื่นเสียง’ ซึ่งอำนาจจาก
พลังอิทธิฤทธิ์ของมันก็คือ ไม่ว่าเรือรบจะซ่อนอยู่ที่ใด ก็
สามารถตรวจพบการดำรงอยู่ของเจ้าได้ เมื่อมันเร่ง
ความเร็วในการไล่ล่าค้นหาเจ้า มันก็สามารถคาดเดา
ทิศทางที่เจ้ากำลังมุ่งไป ดังนั้นข้าจึงมาดักรออยู่ที่นี่ จัด
วางค่ายกลเตรียมพร้อมไว้ รอให้เหยื่อมาติดกับ แม้ว่าจะ
มีความหวังไม่มากนัก ทว่าในที่สุดสวรรค์ก็มีตา ทำให้
เจ้ามาติดกับ เสมือนดั่งกรรมตามทัน! ลูกเอ๋ย ตอนนี้
บิดาจะล้างแค้นให้เจ้าแล้ว! ”
เสียงของมันเปี่ยมไปด้วยเพลิงโทสะเกรี้ยวกราดอย่างสุด
แสน มันจ้องเขม็งไปยังนาวาซ่อนเซียนของ อู่ อวี้
จากนั้นก็กล่าวว่า ” ข้าจะไม่สังหารคนไร้นาม เจ้าบังอาจ
สังหารบุตรของข้า จงเอ่ยนามอันแสนน่ารังเกียจของเจ้า
มาบัดเดี๋ยวนี้! ”
อู่ อวี้ ยิ้ม ” ต้องการทราบนามของเรา เพื่อป้องกันให้
ผู้อื่นซักไซ้เจ้า ทว่าผู้ใดสังหารบุตรของเจ้า แม้กระทั่งตัว
เจ้าเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเป็นใคร? ”
” ติดอยู่ใน ‘ค่ายกลหยินหยางผนึกสมุทร’ ของข้า ยังคิด
อีกหรือว่าตนเองจะออกไปได้? ค่ายกลนี้ จักดึงศัตรูเข้า
มาไว้ในร่างกายของข้า เต้นเร่า ๆ อยู่ภายในดวงหฤทัย
ตราบใดที่ข้าไม่ตาย เจ้าก็ไม่มีทางออกไปได้ ข้าให้เวลา
เจ้า 10 ลมหายใจ จงเอ่ยนามของตนออกมา ข้าจะทำ
ให้เจ้าตายอย่างสบาย โดยไม่ให้รู้สึกทรมาน มิเช่นนั้น…
ก็อย่าโทษว่าข้าไร้ปรานี หลังจากนั้นข้าจะนำหัวสุนัข
ของเจ้า ไปเหยียนหวงแล้วถามด้วยตนเองว่าเจ้าเป็น
ผู้ใด! ”
อู่ อวี้ คิดไว้แล้วว่า ค่ายกลกับปีศาจหยินหยางต้องมีส่วน
เกี่ยวข้องกัน ไม่มีผู้ใดสามารถจัดวางค่ายกลที่แข็งแกร่ง
เช่นนี้ได้ในเวลาไม่นาน แท้จริงแล้วมันสร้างให้ค่ายกลนี้
ขึ้นมาด้วยร่างกายของตนเอง มีเพียงปีศาจที่มีร่างกาย
ใหญ่โตเท่านั้น ถึงจะสามารถทำเช่นนี้ได้ อีกทั้งข้อดีของ
มันก็คือ ทำให้อำนาจของค่ายกลนี้น่าสะพรึงกลัวเป็น
อย่างยิ่ง
ข้อเสียก็คือ หากค่ายกลนี้ถูกโจมตี มันเท่ากับเป็นการ
โจมตีร่างกายของมันด้วย
เย่ซีซีที่กำลังอุ้มแมวหลานหลาน เอ่ยถามว่า ” พี่ชายอวี้
เราจะทำเช่นไรดี? ดูเหมือนว่าเราจะออกไปไม่ได้แล้ว”
ความจริงแล้วหาก อู่ อวี้ ต้องการออกไปถือเป็นเรื่อง
ง่ายยิ่ง ติดก็แค่สองคนนี้เท่านั้น
“หรือเราสู้กับมัน? คิดว่าข้าลองดูได้นะ” หนานซาน
หวางเยว่ ขุ่นเคืองเล็กน้อย มันเกลียดการถูกไล่ล่าเช่นนี้
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เดิมทีมันคิดว่าตนสลัดปีศาจตัวนี้ออกไปแล้ว ไม่คาดคิด
ว่ามันจะไล่ล่าติดตามมาก่อนที่ อู่ อวี้ จะไปถึงทวีปปีศาจ
ทายาททักษิณ
ในเวลานี้ นอกจากการต่อสู้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก
ท้ายสุดแล้ว เขาไม่มีทางโน้มน้าวให้อีกฝ่ายปล่อยพวก
เขาไปได้แน่ นอกจากตัวเขาเอง หนานซาน หวางยว่ กับ
เย่ซีซี ก็ไม่สามารถออกไปจากค่ายกลนี้ได้
“ถึงแม้ว่ามันจะน่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ถือเป็นการ
ท้าทายภายใต้ข้อจำกัดอย่างใหญ่หลวง ครั้งนี้เราคงต้อง
ร่วมมือกัน เพื่อผ่านสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ไปให้จงได้
ต้องขออภัยด้วย สาเหตุทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจากตัวข้าเอง
หากข้าไม่สังหารอสรพิษหยินหยาง พวกเราก็คงไม่ต้อง
มาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ ” อู่
อวี้ กล่าวกับพวกเขาทั้งสอง
หนานซาน หวางเยว่ กล่าวยิ้ม ๆ ” ข้ารู้สึกว่าไม่เห็นจะ
เป็นอันใด พวกเราทั้งสามเป็นผู้สืบทอดมรดกเซียน ใน
ภายภาคหน้ายังสามารถเติบโตได้อีกเยอะ นี่อาจจะเป็น
ครั้งแรกที่พวกเราทั้งสามต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกัน
มันคือศึกที่ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายนับเป็นเหตุการณ์ที่น่า
จดจำอย่างยิ่ง”
สำหรับเย่ซีซีนี่ก็เหมือนกับสงครามในพิภพอเวจี อันที่
จริงหลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย ทำให้นางเกิดการ
เปลี่ยนแปลงบางอย่างแล้วนางก็พูดว่า “ข้าไม่กลัว ข้า
เองก็อยากจะก้าวข้ามขีดจำกัด ถ้าเช่นนั้นเราทั้งสามคน
… ”
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วพูดว่า ” ต้องบอกว่าห้าสิถึงจะถูก ”
นอกจากพวกเขาสามคน ขณะนี้ร่างกลืนสวรรค์ กับ
จอมทวนวิญญาณก็ปรากฏตัวขึ้น
——————————–