กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 92 : ถัง ป้าเทียน
ในยามนี้ ศิษย์สาวกกว่าสิบคนได้ถูกกระจายไปยัง
สถานที่ต่าง ๆ
แน่นอนว่าสามารถรวมกลุ่มกันได้ และในกลุ่มหนึ่ง
จะต้องมีไม่เกิน4คนเท่านั้น
ในความเป็นจริง หากว่าไปตามกฎเกณฑ์แล้ว ผู้อาวุโส
เซินถู กับ หลาน ฮั้วหยุน พวกเขาทั้งสองไม่ได้ท างาน
ร่วมกัน ซึ่งต่อมา หลาน ฮั้วหยุน ได้มีค าสั่ง โดยอ้างว่า
อยากแบ่งเบาภาระบางส่วนให้ผู้อาวุโส แต่ในความ
เป็นจริงแล้ว นางนั้นเป็นห่วงกังวลศิษย์ของนาง นั่นก็
คือ หลาน สุ่ยเยว่ นางจึงได้ท าการปรับเปลี่ยนกฎ
เช่นนี้
ดังนั้นเมื่อ หลาน สุ่ยเยว่ เข้าไปใน หุบเขาโชคชะตา
เซียน จึงมีผู้ติดตามคอยปกป้องด้วยกัน 3 คน
ในยามนี้ หลาน สุ่ยเยว่ และ พรรคพวกทั้ง 4 ก าลัง
จับมือมือกันเพื่อไม่ให้พลัดหลง จากนั้น ผู้อาวุโสเซินถู
ก็ตวัด ‘คันเบ็ดอสูร’ เกี่ยว หลาน สุ่ยเยว่ และ พรรค
พวกทั้ง 4 คน โยนไปยัง หุบเขาโชคชะตาเซียน
” ถึงตาพวกเจ้าแล้ว! ”
ส่วน อู่ อวี้ เข้าท้าทายแข่งขันเพียงล าพัง และ เขาถูก
ท่านผู้อาวุโสเซินถู โยนเขาไปใน หุบเขาโชคชะตา
เซียน เป็นคนสุดท้าย ทันใดนั้นร่างของเขาก็ทะยาน
ขึ้นสู่ด้านบน ฝ่าผ่านเมฆหมอกหนาแน่น จากนั้นก็ร่วง
ลงมาอย่างรวดเร็ว ผ่านชั้นหมอกสีเทา และ สีเหลือง
ขณะที่เห็นว่าตนนั้นก าลังร่วงลงไปภายในหุบเขาหิน
ฉับพลันสายเบ็ดที่เกี่ยวอยู่ด้านหลังของเขา ก็รัด
กระชับแน่นหนาขึ้น จึงท าให้ อู่ อวี้ ลงสู่พื้นดินได้
อย่างปลอดภัย
” เสร็จสิ้นเสียที” คันเบ็ดอสูร ของท่านผู้อาวุโสเซิน
ถู เหลืออีกสามสาย และ มันก็คือสามปีศาจ
” ท่านผู้อาวุเซินถู ข้าคงต้องขอลาก่อน ” ซู หยาน
หลี่กล่าวอ าลา
” ไปเถิด ”
ผู้อาวุโสเซินถู โบกมือให้กับนางแล้วนั่งกลับไปยังริม
แม่น้ าเช่นเดิม เขามองไปยังทิศทางของ หุบเขา
โชคชะตาเซียน อันกว้างใหญ่ จากนั้นท่านผู้เฒ่าก็
หลับตาลงพร้อมกับโบกมืออีกครั้ง ต่อมาศิษย์สายใน
วัยกลางคน หลายคนก็ปรากฏตัวขึ้น ทันใดนั้นพวก
เขาก็พุ่งตัวเข้าไปในหมอก จากนั้นก็กระจายตัวเข้าไป
ยังภายใน หุบเขาโชคชะตาเซียน พวกเขาเหล่านี้คือผู้
ที่คอยปกป้องพิทักษ์อยู่รอบ ๆ หุบเขาโชคชะตาเซียน
เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาภายในหุบเขา
โชคชะตาเซียน
” ตัวข้านั้นใกล้ถึงขีดจ ากัดแล้ว แล้วอนาคตของ
นิกายกระบี่สวรรค์ จะถูกส่งมอบให้กับผู้เยาว์เหล่านี้ ”
ขณะที่สายตาของ ท่านผู้อาวุโสเซินถู ทอดมองไปยัง
หุบเขาโชคชะตาเซียน จากนั้น ท่านก็ถอนหายใจ
ออกมา
……
บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างชื้นเป็นอย่างมาก ขณะที่
ก้าวเดินได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็ท าให้รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
ส่วนพื้นดินที่เอาไว้ก้าวเหยียบค่อนข้างอ่อนนุ่ม ท าให้
รู้สึกราวกับว่าสามารถถูกดูดกลืนลงไปโดยดินเหล่านี้
หากกล่าวถึงบรรยากาศโดยรอบ และ บริเวณ
ใกล้เคียง ณ ขณะนี้ ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยหมอก
หนาแน่น ด้วยความหนาแน่นของหมอกนี้ ได้ส่งผลให้
วิสัยทัศน์การมองเห็นของ อู่ อวี้ นั้นถูกบดบัง
นอกจากการมองเห็นจะถูกบดบังแล้ว วิสัยทัศน์การ
มองเห็นในระยะพื้นที่เกิน 10 จั้ง ถือได้ว่าเลวร้ายจน
น่าเกียจเลยทีเดียว
อีกทั้งแมลงที่อยู่โดยรอบ ก็เสียงร้องดังระงมมาก
จนเกินไป ซึ่งส่งผลต่อการได้ยินเป็นอย่างยิ่ง
กล่าวได้ว่าในสถานที่นี้ เขาไม่สามารถมองเห็นแสง
ตะวันที่ส่องผ่านจากฟ้าลงมาได้เลย จึงท าให้ อู่ อวี้
รู้สึกสับสนเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าควรจะไปไหนในหนทาง
ไหนดี
“หากพิจารณาดูแล้ว ภูมิประเทศภายในหุบเขานี้
ค่อนข้างซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ราวก าลังอยู่ในเขาวงกต
”
ตรงบริเวณด้านหน้ามีหนองน้ า ไม่ไกลออกไปนักมี
เนินเขาลูกเตี้ย ๆ อยู่ จากนั้นก็จะเจอกับหุบเขาลึก ,
ร่องลึก (เหวลึก) , หน้าผา และทะเลสาบ ด้วย
สภาพแวดล้อมเช่นนี้ คงต้องกล่าวว่ายากที่มนุษย์จะ
เดินเข้าไปด้านในได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่องลึก หากพลั้งเผลอก้าวลงไปยัง
ที่ว่างเปล่าและตกลงไป คงไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่า
จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะกลับขึ้นมาได้
อู่ อวี้ รู้สึกเหมือนตัวเองก าลังอยู่ในป่าทึบชื้น ซึ่งถูก
รายล้อมไปด้วยกิ่งก้าน และ ใบของต้นไม้ที่เปียกชุ่ม
ชื้นไปหมด
กรอบแกรบ ∼กรอบแกรบ ∼กรอบแกรบ∼
รอบ ๆ เต็มไปด้วยเสียงการเคลื่อนไหวอันแผ่วเบา
มากมาย
” เพลิงคุ้มภัย ”
เขาใช้เคล็ดวิชาเต๋าสายนอก จากนั้นชั้นเพลิงก็แผ่
ออกมาจากร่างกายของเขา เป็นแสงสว่างเรือง ๆ ขึ้น
ในช่วงวินาทีนั้น แมลงมีพิษจ านวนมากที่อยู่รอบ ๆ
บริเวณ ก็พุ่งเข้ามาหา อู่ อวี้ ในทันทีที่พวกมันพุ่งเข้า
ใส่ อู่ อวี้ ก็โดนเพลิงแผดเผาตกสู่ความตายอย่าง
รวดเร็ว มีซากสัตว์มีพิษจ านวนมากมายอยู่บนพื้น ทั้ง
แมงป่อง และ งูพิษ
ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยพิษและความมืดมิด
เช่นนี้ ช่างเป็นความอันตรายอย่างแท้จริง
” เคล็ดชะล้าง ”
เขาดึงน้ าที่อยู่ภายในอากาศ เพื่อล้างพิษ และ ขี้เถ้าที่
ติดอยู่ตามร่างกาย
” รากฐานเซียน อยู่ที่ไหน?”
เขามองหาอย่างระมัดระวัง แต่นี่คือจุดประสงค์เดียว
ที่ท าให้เขาเข้ามาที่นี่ ดังนั้นจ าต้องรีบหามันให้เจอ
ก่อนผู้อื่น และเมื่อพบแล้วเขาก็จะต้องรีบจุดยันต์
เพลิงแดงทะยานฟ้า
อู่ อวี้ อยู่ภายในป่านานกว่า 2 ก้านธูป ( ประมาณ 30
นาที ) แต่ก็ยังไม่พบเห็นสิ่งใด เขาคาดการณ์ว่า
สถานที่แห่งนี้น่าจะยังอยู่ในส่วนรอบนอกของ หุบเขา
โชคชะตาเซียน แน่นอน รากฐานเซียน ควรจะอยู่ใน
ป่าลึก เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงรีบเร่งฝีเท้าวิ่งเข้าไปยัง
ด้านใน
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ได้ยินเสียงดังขึ้น เพราะเนื่องจาก
กลัวว่าจะเป็นหลาน สุ่ยเยว่ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าเข้าไป
ใกล้ แต่เมื่อเขาฟังเสียงดี ๆ แล้ว ผลปรากฎว่ามัน
ไม่ใช่เสียงของ หลาน สุ่ยเยว่
” ผู้ใดอยู่ตรงนั้น ? ”
ในตอนนี้มีคนรู้แล้วว่า อู่ อวี้ ที่นี่ เขาจึงรีบเดินทาง
ออกที่นั่นโดยเร็ว แต่แล้วเขาก็พบว่ามีคนสองคน มา
อยู่ตรงด้านหน้าของเขาแล้ว ในที่สุด อู่ อวี้ ตอนนี้เจอ
กับเจ้าของเสียง ชายคนหนึ่งรูปร่างอวบแต่งกายด้วย
อาภรณ์ชุดนักพรต สวมชุดคลุมอันงดงาม รวมไปถึง
สัญลักษณ์ 8 ทิศ รูปกระบี่วงกลมที่อยู่บนเสื้อของเขา
ที่น่าสนใจมากที่สุดคือหมวกสีเขียว ซึ่งอยู่บนศีรษะ
ของเขา สีเขียวของมัน เด่นสะดุดตาอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ จดจ าชายร่างอ้วนได้ เขาคือคนที่มาสายในวันนี้
แต่ในที่สุดเขาก็มาถึง
ถัดจากชายร่างอ้วน ก็เป็นสตรีผู้หนึ่งสวมใส่ชุดยาว
ของนักกระบี่ ลักษณะดูบอบบาง รูปโฉมดูค่อนข้าง
อ่อนแอซีดเซียว เมื่อนางเห็น อู่ อวี้ ดวงตาของนางก็
ลุกประกายขึ้นอย่างฉับพลัน
“พวกเขาทั้งสอง น่าจะอยู่ในระดับหลอมรวม
ลมปราณขั้นที่ 4”
ซึ่งหมู่คนที่ท าให้ อู่ อวี้ กลัว ควรจะเป็นศิษย์สายในที่
อยู่ในระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่ 5 เสียมากกว่า
รังสีกดดันที่แผ่มาจากร่างของคนทั้งสอง มันไม่ได้ท า
ให้ อู่ อวี้ รู้สึกหวาดวิตกแม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึง
คาดการณ์ว่าทั้งสองคนนี้มีระดับฝีมือค่อนข้างต่ า หาก
เปรียบเทียบกับผู้คนทั้งหมดที่เข้ามาท้าทาย จึงท าให้
เขารู้สึกโล่งใจ
“โอ้ว∼ เจ้านั่นเอง อู่ อวี้ !” ชายร่างอ้วนที่สวมใส่
ชุดนักพรตกล่าวขึ้น เมื่อเขาเห็น อู่ อวี้ ก็รู้สึกตื่นเต้น
อย่างมาก
“เจ้ารู้จักข้าด้วย?”
“ไอ๋หย๋า! ภายใต้ดวงตะวันนี้ ยังมีผู้ใดอีกไม่รู้จัก
ท่าน!” ชายร่างอ้วน สวมใส่ชุดนักพรตเข้ามาพูดคุย
อย่างคุ้นเคย โดยไม่ค านึงถึงความสัมพันธ์ในฐานะ
คู่แข่ง ระหว่างเขากับ อู่ อวี้ พร้อมกับตบหน้าอก
ตัวเองอย่างผ่าเผย แล้วกล่าวขึ้นมาว่า “อา∼ ข้าน้อย
มีนามว่า ‘ถัง ป้าเทียน’ ใช่แล้ว … มันมีความหมายว่า
ข้าจะเหยียบย่ าสวรรค์ และ ปฐพีนี้ มันดูหยิ่งทะนงใช่
ไหมล่ะ? ทั้งชื่อ ลักษณะท่าทาง และความแข็งแกร่ง
ไร้พ่าย ดังนั้น ข้ามีคุณสมบัติพอที่จะไปกับท่าน
หรือไม่?”
ถัง ป้าเทียน ผู้นี้ เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ อยู่เพียงล าพัง ก็
พยายามตีสนิทชักชวนเขาเป็นสหายในทันที ชายผู้นี้
เป็นคนฉลาด หลังจากรู้จักตัวตนของ อู่ อวี้ ไม่ว่าจะ
เป็นในด้านพรสวรรค์ หรือ ศักดิ์ฐานะ ล้วนเป็นความ
พิเศษล้ าอย่างยิ่ง เขาจึงคิดว่าการร่วมทางกับเขา
อาจจะมีโอกาสสูงมากที่จะพบเจอกับรากฐานเซียน
ถัง ป้าเทียน ไม่ใช่คนเลวร้าย แต่ อู่ อวี้ ชอบที่จะอยู่
ล าพังคนเดียวมากกว่า เขาจึงตอบกลับด้วยการส่าย
หัวปฏิเสธไป
ถัง ป้าเทียน กล่าวขึ้นอย่างกังวลว่า ” อู่ อวี้ ข้ารู้ว่าเจ้า
แข็งแกร่ง แต่… อา∼ เจ้ายังไม่รู้กฏเกณฑ์ของ หุบ
เขาโชคชะตาเซียน นี้ ผู้อาวุโสเซินถู ไม่ยอมให้เรา
สร้างพันธมิตรด้านนอก แต่ภายในนี้เราท าได้
นอกจากนี้ เราทุกคนมีความสัมพันธ์กันในฐานะคู่แข่ง
แน่นอนว่าคนน้อยยังไงก็ดีกว่า ทุกครั้งที่ หุบเขา
โชคชะตาเซียน เปิดขึ้น ศิษย์ที่เข้ามาก่อน และ ยัง
ไม่ได้พบรากฐานเซียน จะถูกข่มเหงรังแก และถูก
บังคับให้ต้องกระตุ้นยันต์เพลิงแดงทะยานฟ้า ออก
จากการท้าทายครั้งนี้ ข้ากับ ซู่ ฉือ มีกันแค่สองคน
เท่านั้น พวกเราเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ
หลอมรวมลมปราณขั้นที่ 4 ตอนนี้ข้าจึงต้องการหา
พันธมิตรเพิ่มขึ้นอีกคนสักสองคน มันถือเป็นเรื่องดี
ส าหรับเจ้า และ นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องที่ดีส าหรับเรา
อีกด้วย”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ความสามารถของพวกเขาใน
กลุ่มศิษย์ ถือว่าอยู่ในระดับล่าง หากพวกเขาบังเอิญ
ไปเจอคู่แข่งที่รวมกลุ่มเช่นเดียวกัน แล้วถูกล้อมอยู่
เพียงล าพัง เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะถูกก าจัดจากการ
แข่งขันอย่างง่ายดาย
” อู่ อวี้ ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย” ศิษย์สตรีที่มีนาม
ว่า ‘ซู่ฉือ’ กล่าวขอร้องด้วยน้ าเสียงนุ่มละมุน
ละเอียดอ่อน ท าให้รู้สึกยากที่จะปฏิเสธได้
” เอาล่ะ ไปกันเถอะ แต่ถ้าเจอรากฐานเซียน ข้าจะ
ไม่ยอมยกมันให้เจ้า” อู่ อวี้ กล่าว
“ท่านเป็นศิษย์ของท่านเจ้านิกาย เราย่อมไม่กล้า
แย่งชิง” ถัง ป้าเทียนยิ้มออกมาอย่างยินดี การมีผู้ศักดิ์
ฐานะสูงส่งเช่นนี้มาร่วมกลุ่ม ท าให้เขารู้สึกโล่งใจมาก
ยิ่งขึ้น จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า “ไม่ต้องห่วง ข้า
เคยเข้ามาใน หุบเขาโชคชะตาเซียน สองครั้งแล้ว
ศิษย์น้อง ซู่ฉือ อู่ อวี้ ตามข้ามาได้เลย”
ซู่ฉือกล่าวว่า “ข้าเข้ามาสามครั้งแล้ว จึงพอรู้เส้นทางที่
จะเข้าไปในส่วนลึกของเขาโชคชะตาเซียน เจ้า
ต่างหากที่ต้องฟังข้า”
ถังป้าเทียนค้อมหัวลง จากนั้นก็ยิ้มขึ้นแล้วกล่าวว่า “ดี
ดี ข้าต้องฟังศิษย์น้องซู่ ฉืออยู่แล้ว ไม่ว่าศิษย์น้องจะ
พูดอะไรมันก็ถูกต้องไปหมด”
ดูเหมือนว่าเขาจะมีใจให้กับ ซู่ ฉือ ดังนั้นทุกอย่างจึง
ขึ้นอยู่กับ ซู่ ฉือ ซึ่งเป็นผู้น าทางในครั้งนี้ เมื่อนางเห็น
เขาประจบประแจงเช่นนี้ นางก็หัวเราะออกมาไม่
หยุด เมื่อ ซู่ ฉือ น าทาง ถัง ป้าเทียน ก็ท าท่าทางพึง
พอใจแล้วกล่าวขึ้นมาว่า “ข้าพยายามมาหลายปี ใน
ที่สุดมันก็ส าเร็จ วันนี้ศิษย์น้อง ซู่ ฉือ ยินดีที่จะพูดคุย
กับข้า แถมยังยอมร่วมกลุ่มกับข้าด้วย”
“แล้วการที่เจ้าต้องการให้ข้าเข้าร่วมด้วย จะไม่เป็น
การรบกวนโลกแห่งความสุขของพวกเจ้าทั้งสองงั้นรึ?
“อู่ อวี้ กล่าว
ถัง ป้าเทียนยิ้ม แล้วกล่าวขึ้นมาว่า “ท่านไม่เข้าใจ ว่า
… นี่คือสิ่งที่ยังปฏิเสธไม่ได้ ความแข็งแกร่งของเราทั้ง
สองยังอ่อนแอเกินไป มีแค่ไม่กี่คนก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี
เสมอไป ข้าไม่ต้องการเป็นพระเอก ที่ท าให้พวกเราทั้ง
สองถูกตัดออกจากการแข่งขันไปพร้อมกัน วันนี้ข้า
จะต้องได้รับรากฐานเซียนเพื่อส่งมอบมันให้กับศิษย์
น้อง ซู่ ฉือ ให้ได้”
ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ถึงขีดจ ากัดของตัวเองเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ พบว่า ถึงแม้ ถัง ป้าเทียน จะ
พยายามแค่ไหน แต่ ซู่ ฉือ ก็ไม่ได้ชอบเขา แค่ท าเออ
ออเห็นด้วยเพียงผิวเผินเท่านั้น แค่เพียงแค่นี้มันก็ท า
ให้ ถัง ป้าเทียน รู้สึกดีใจแล้ว
” บางทีนางอาจไม่อยากอยู่เพียงล าพัง จึงเปิด
โอกาสให้ ถัง ป้าเทียน”
แต่น่าเสียดายที่ ถัง ป้าเทียน ไม่ทันสังเกตเลยว่าใน
วันนี้ ซู่ ฉือ ได้เริ่มที่จะแสดงท่าทีอันไม่พอใจให้เขาได้
เห็นออกมา
“ศิษย์น้อง ซู่ ฉือ นั่นไม่น่าจะใช่ทิศทางของส่วนลึก
ในหุบเขาโชคชะตาเซียนไม่ใช่หรือ?” ผ่านไปครู่หนึ่ง
ถัง ป้าเทียนก็มองไปรอบ ๆ
“ข้าเคยเข้ามาในหุบเขาบ่อยครั้งกว่าเจ้า ท าเพียง
แค่ฟังแล้วเดินตามมาก็พอ ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว” ซู
ฉือบ่น
“จ้าจ้า เข้าใจแล้ว ข้าจะฟังเจ้า เจ้าถูกทุกอย่าง” ถัง
ป้าเทียน มิกล้าท าให้นางมีโทสะ จึงรีบตกลงยินยอม
รับความผิดพลาดของตัวเองอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทาง อู่ อวี้ ยังได้สอบถามพวกเกี่ยวกับบาง
เรื่อง เช่นเรื่องของสตรีชุดแดงที่ หลาน สุ่ยเยว่
เรียกว่า ‘หนี่ หงอี้’ นั้นมีความแข็งแกร่งมาก
เวลาผ่านไปนานพอสมควร อู่ อวี้ กับ ถัง ป้าเทียน
เริ่มคุ้นเคยสนิทสนมกันมากขึ้น เขาพบว่านักพรตเต๋า
ผู้นี้เป็นคนมีจิตใจดีไม่น้อย อีกทั้งยังเป็นคนสนุกสนาน
เฮฮา ท าให้ผู้ที่อยู่ด้วยมีความสุข แต่เมื่อคิดว่าเขามี
ความหลงใหลในตัวของ ซู่ ฉือ เป็นอย่างยิ่ง โดย
เดินทางมากับ ซู่ ฉือ เพื่อค้นหารากฐานเซียน หมาย
พิชิตใจ ซึ่งก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด
ด้านหลังกลุ่ม อู่ อวี้ และ ถัง ป้าเทียน ก าลังพูดคุย
หัวเราะเฮอาราวกับเป็นพี่ชายน้องชาย ส่วน ซู่ ฉือ ก็
เป็นผู้น าทางอยู่ด้านหน้า
……
“ถึง ‘สระมรกต’ แล้ว”
หลาน สุ่ยเยว่ บิดเอว เผยให้เห็นถึงสัดส่วนอันงดงาม
ของอิสตรีออกมาให้ประจักษ์ เมื่อเห็นเช่นนั้น ศิษย์
บุรุษทั้ง 2 ที่อยู่ถัดไปจาก เผลอกลืนน้ าลายลงคอ
ออกมาอย่างไม่รู้ตัว
” ปิดตาสุนัขของเจ้าซะ” หนี่ หงอี้ ก้าวออกมาเบื้อง
หน้า แล้วกล่าวว่าขึ้นอย่างเย็นชา ท าให้ศิษย์ทั้งสอง
นั้นรีบเบนสายตาออกไปทางอื่นทันที หนี่ หงอี้ แสดง
รอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ พร้อมกลับเข้าไปคล้อง
แขนของ หลาน สุ่ยเยว่ แล้วกล่าวว่า “ในที่สุดก็มาถึง
สระมรกต ตอนนี้ก็เหลือแค่รอให้ ‘ซู่ ฉือ’ มาถึง”
หลาน สุ่ยเยว่ กล่าวว่า ” ผู้อาวุโส เซินถู นี่ช่างวุ่นวาย
จริงเชียว ถ้าไม่ใช่เพราะกฏบ้ากฎบออะไรนั่น ป่านนี้
เราทั้ง 5 คงได้เข้ามาพร้อม ๆ กันแล้ว ซู่ ฉือ ก็จะไม่
ต้องไปอยู่รวมกับผู้อื่น และ ไม่ต้องยุ่งยากมานัดเจอ
กันที่ ‘สระมรกต’ เพื่อรวมตัว”
นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังศิษย์ที่สวมอาภรณ์สีเขียว
แล้วกล่าวว่า “ข้าอยากรู้ว่า เจ้าเอาเวลาไหนไปเกี้ยว
‘ซู ฉือ’ กัน ปกติข้าเห็นพวกเจ้าไม่ได้พูดอะไรกันเลย
นี่?”
ศิษย์ศิษย์ที่สวมอาภรณ์สีเขียว ยิ้มขึ้นอย่างมั่นอก
มั่นใจแล้วกล่าวว่า “ข้าใช้เวลาเพียง 2 วันในการเกี้ยว
นาง แค่นี้นางก็ตามข้ามาต้อย ๆ แล้ว ข้าเห็นว่า นาง
นั้นชอบพอข้ามานานจึงท าให้เรื่องมันง่ายปานนี้”
“ช่างมันเถอะ หากไม่จ าเป็นต้องไปปกป้องผู้หญิง
คนนั้น พวกเราก็คงไม่ต้องอ้อมมาเช่นนี้” หนี่ หงอี้
แสดงท่าทางไม่พอใจ
“เจ้าช่างมีความอดทนน้อยเสียจริง ยังไงข้าก็เป็น
หนึ่งในคนที่ทุ่มเทก าลังเพื่อปกป้อง หลาน สุ่ยเยว่
ตอนนี้ก็เหลือแค่รอให้ ซู่ ฉือ พาพวกมันมาเท่านั้น”
ศิษย์ที่สวมอาภรณ์สีเขียว กล่าวว่า
” ต้องสั่งสอนเจ้าคนที่ชื่อว่า ‘ถัง ป้าเทียน’ หน่อย
แล้วกระมัง ? รอให้เจ้าอ้วนหมูตอนนั่นปกป้อง ซู่ฉือ
จนพานางมาถึงที่นี่ได้ก่อนเถอะ จะได้เห็นดีกัน โทษ
ฐานที่ท าให้ผู้อื่นเดือดร้อน ทั้งจิตใจ และ ร่างกาย ”
ดวงตาของ หนี่ หงอี้ กลอกกลิ้งไปมา
ศิษย์ที่สวมอาภรณ์สีเขียว ยิ้มขึ้นมายังเยือกเย็น แล้ว
กล่าวว่า “ถังป้าเทียน เป็นแค่คางคกริอาจอยากกิน
เนื้อห่านฟ้า ข้าคิดอยากจะสั่งสอนบทเรียนให้กับมัน
มานานแล้ว เพียงแค่ยังไม่มีโอกาสเท่านั้น เมื่อ ซู่ ฉือ
พามันมาที่นี่ เราจะบอกกล่าวข้อเท็จจริงให้มันได้รู้
จากนั้นก็จะสั่งสอนมาอีกครั้ง โดยการแย่งชิงศาสตรา
เต๋าของมันโยนลงไปในสระมรกตแห่งนี้ ข้าจะท าให้
มันจดจ าบทเรียนนี้ไปอย่างยาวนาน”
“เจ้ารีบจัดการเรื่องนี้เสีย อย่ามาถ่วงแข้งถ่วงขาให้
ข้าต้องล่าช้า ข้ายังจะต้องคอยสะสางกับ อู่ อวี้ !” เมื่อ
หลาน สุ่ยเยว่ คิดถึงเขา โทสะก็ลุกโชนโหมกระหน่ า
ขึ้นมาในจิตใจของนาง
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ