กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 93 : การรวมตัวที่สระมรกต
” ข้าล่ะชื่นชมท่านจริง ๆ ข้าได้ยินมาว่าท่านเปิด
บัญญัติก่อก าเนิดได้สองจุดแล้ว แถมยังกล้าเข้ามาท้า
ทายภายใน ‘ หุบเขาโชคชะตาเซียน ‘ แต่อย่างไรก็
ตาม พลังศักดิ์สิทธิ์ของท่านก็ยังคงอ่อนแออยู่ ดังนั้น
หากท่านติดตามข้ากับน้องหญิง ซู่ ฉือ มา จะได้
ช่วยเหลือดูแลกันได้ ” ถัง ป้าเทียน พยายามพูดจา
หว่านล้อมเชิญชวน
ซู่ ฉือ ดูไม่ใส่ใจกับเขามากนัก แต่เขาก็ยังคงพูดคุย
อย่างร่าเริง
” ข้าไม่แยแสว่าใครจะพูดเช่นไร ข้านั้นอยากจะหา
รากฐานเซียน ให้กับน้องหญิง ซู่ ฉือ ของข้า จากนั้น
นางต้องยินยอมเป็นสหายเต๋าเคียงคู่กับข้าอย่าง
แน่นอน! ”
ข้อผูกมัดฉันท์สามีภรรยา นั้นเป็นความสัมพันธ์ของ
มนุษย์ ผู้เข้าสู่วิถีแห่งเต๋า ย่อมแสวงหาผู้มีอุดมการณ์
เดียวกัน ที่จะมุ่งไปสู่เส้นทางแห่งความเป็นอมตะ ซึ่ง
จะคอยช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกัน เป็นเช่นดั่ง
สหายรักต านานเทพเซียนที่ซึ่งคอยป็นห่วงเป็นใยเคียง
คู่กันไปชั่วนิรันดร์
แต่เนื่องจากคุณสมบัติ และ ความถนัดที่แตกต่างกัน
แม้แต่หัวใจที่มุ่งในเต๋าก็ยังแตกต่างกัน การพบเจอคน
ที่เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง ๆ เป็นเพศตรงข้าม
ด้วยแล้วยิ่งหาได้ยากเข้าไปใหญ่ หากคน ๆ หนึ่ง อยู่
เพียงแค่ระดับขั้นหลอมรวมลมปราณ คน ๆ นั้นก็จะ
ตายแล้วหายไป ส่วนอีกคนหนึ่งมีอนาคตสดใส
รุ่งโรจน์ และ มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ ความตายก็จะ
พรากพวกเขาทั้งสอง ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีผลต่อ
จิตใจของคนทั้งสอง อย่างมหาศาล
ดังนั้นการเลือกสหายเต๋า จะต้องระมัดระวัง เลือก
เฟ้นอย่างรอบคอบ แต่ถ้าหากเลือกได้อย่างเหมาะสม
ก็จะเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งคู่ หากเลือกไม่เหมาะสมก็
จะอันตรายกับคนทั้งคู่ ด้วยเหตุนี้ท าให้ผู้อยู่ในวิถีแห่ง
เต๋า หลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้ ด้วยการไม่มีความรัก
ดังนั้นพวกเขาจึงเต็มใจ และ ปรารถนาที่จะอยู่อย่าง
โดดเดี่ยว มองไปข้างหน้ามุ่งมั่นอยู่ในเส้นทางแห่งเต๋า
อู่ อวี้ ก็เป็นผู้หนึ่งที่เพิ่งเริ่มก้าวเดินในเส้นทางแห่งเต๋า
และ ไม่มีความคิดเรื่องนี้ ความรักฉันท์บุตรธิดา หรือ
หนุ่มสาว ล้วนขึ้นอยู่กับชะตากรรม อย่างน้อยใน
หัวใจของเขาตอนนี้ ยังไม่มีผู้ใดจะจับมือเคียงข้าง
และให้ก าเนิดบุตร มีชีวิตยืนยาวไปด้วยกัน
ซู หยานหลี่ งดงามอย่างยิ่ง มีความเป็นเซียนอย่าง
มาก หลายครั้งนางท าให้หัวใจของ อู่ อวี้ หวั่นไหว แต่
ก็บ่อยครั้งยิ่งกว่าที่เขารู้สึกว่านาง เป็นเหมือนกับศิษย์
พี่ที่เขาเคารพรัก และไม่ได้รู้สึกอะไรเช่นนี้
เชร้ง!
ระหว่างทางมีงูพิษสีเขียวไม่กี่ตัวพุ่งเข้ามาโจมตี แต่ก็
ถูกจัดการไปโดยคมกระบี่ของ ซู่ ฉือ จนร่างแหลก
เป็นชิ้น ๆ ศาสตราเต๋าของนางมีชื่อเรียกว่า ‘กระบี่
แสงผกผัน’ มี ‘วงเวทย์ศาสตรา ‘ อยู่สองวง ซึ่งดู
เหมือนว่าจะเหนือกว่า พลองพิชิตมารของ อู่ อวี้
ตอนนี้พวกเขาก าลังเข้าสู่ป่าหิน
ครืน∼∼!!!
ทันใดนั้น พื้นดินก็สั่นสะเทือน การก้าวเท้าของพวก
มันแต่ละครั้ง ราวกับว่าเป็นเสียงของกลไกบางอย่าง
แคร็ก ครืดดด!
ก้อนหินขนาดใหญ่ได้ถูกบดขยี้เป็นผุยผงในพริบตา
ทันใดนั้น โฮกกกกก!!! พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องของ
สัตว์ป่า และ ตรงด้านหน้าของพวกเขาในตอนนี้ มีหมี
ตัวมหึมา ที่มีความสูงหลายจั้ง ทั่วทั้งร่างของมันเป็นสี
เหลืองเข้มท าจากไม้ และ โลหะ ยิ่งท าให้มันดูดุร้าย
ป่าเถื่อนมากยิ่งขึ้น
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่หมีตัวจริง เพราะถ้าเป็นหมีตัวจริง
มันไม่สามารถเติบโต และ ตัวใหญ่ได้ถึงขนาดนี้ นี่คือ
สัตว์กลที่มีชื่อว่า “หมียักษ์ 5 เบญจธาตุ”
ตอนที่ อู่ อวี้ ขึ้นไปท้าทายยัง ‘ เจดีย์ค้นหาเต๋า ‘ แต่
ในตอนนั้นเขาไม่ได้พบกับ หมียักษ์ 5 เบญจธาตุ แต่
กลับมาพบมันที่นี่!
โฮกกกก!
ทันใดนั้น หมียักษ์ 5 เบญจธาตุ ใช้ท่อนแขนขนาด
ใหญ่ของมัน ทุบลงไปที่ก้อนหิน ตู้มมม!!! หินทั้งหมด
พังทลายลงสู่พื้นดิน จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น
และ สัตว์ยักษ์ก็เริ่มก้าวเท้าเดินไปยังด้านหน้า เพียง
ชั่วพริบตามันก็กระโจนเข้ามาปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ของทุกคนอย่างรวดเร็ว!
อู่ อวี้ รู้สึกตกใจเมื่อเห็นว่าต าแหน่งบริเวณของพวก
มัน มีห้าวงเวทย์ผนึกอยู่ นั่นคือ ‘วงเวทย์กลไก’ มัน
เป็นวงเวทย์กลไกที่ก าลังท างานอยู่ ท าให้มีหมียักษ์ 5
เบญจธาตุกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฆ่าไม่ตาย
“เข้ามา ข้าจะท าให้เจ้าได้เห็นพลังของคุณชายถังผู้
นี้ อู่ อวี้ ซู่ ฉือ พวกเจ้าซ่อนอยู่ด้านหลังข้าก่อน!”
ดวงตาของ ถัง ป้าเทียน ส่องประกาย ในที่สุดโอกาส
ที่จะได้แสดงความองอาจผ่าเผยของเขาก็มาถึง
ถัง ป้าเทียน ล้วงมือลงไปในถุงจักรวาล จากนั้นเขาก็
หยิบขวดน้ าเต้าสีแดงอมด าออกมา พลังศักดิ์สิทธิ์ได้
สอดประสานเข้าไป จากนั้นเขาก็โยนมันขึ้นไปด้านบน
แล้วตะโกนว่า “หมียักษ์ 5 เบญจธาตุ อยู่ต่อหน้า
คุณชายถังผู้นี้ ท าไมถึงยังไม่รีบก้มหัวลงอีก”
ขวดน้ าเต้าสีแดงอมด าปลดปล่อยม่านหมอกมา แล้ว
พุ่งเข้าปกคลุมทั่วทั้งร่างของหมียักษ์ทั้งห้าตัวเอาไว้
“เมื่อตกอยู่ใน ‘หมอกลวงตา’ สิ่งเดียวที่เจ้าจะ
มองเห็นก็คือแม่หมีเท่านั้น! ” ถัง ป้าเทียน ท าท่าทาง
ท้าวเอว จากนั้นก็กล่าวขึ้นด้วยท่าทางอันสูงส่ง
โฮก!!!
ช่วงเวลาที่เขาก าลังคิดว่าจะจัดการมันด้วยตัวคนเอง
ในตอนนั้นเองหมียักษ์ 5 เบญจธาตุก็ค ารามเสียงดัง
ออกมาสะเทือนเลือนลั่น แต่ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ
หมียักษ์ 5 เบญจธาตุได้วิ่งออกมาจาก ‘หมอกมายา’
และที่น่ากลัวมากกว่านั้นคือ บนร่างของมันในเวลานี้
ได้ปกคลุมไปด้วยเกราะสีทอง ท าให้มันดูแข็งแกร่ง
อย่างน่าเหลือเชื่อ หมียักษ์ตวัดกรงเล็บขนาดยักษ์เข้า
ใส่ศีรษะของ ถัง ป้าเทียน ซึ่งด้วยพลังอ านาจของมันก็
มากพอที่จะบดขยี้ ถัง ป้าเทียน เป็นชิ้น ๆ !
“นี่เป็นหนึ่งในวิชาเต๋า 5 ธาตุ มันใช้เคล็ดวิชาเต๋า
ทองค า!”
ความลึกลับของสัตว์กล มันท าให้ภายในหัวใจของ อู่
อวี้ รู้สึกอยากรู้มากกว่าความหวาดกลัว
” เหวอออ ท่านพ่อถัง ลืมไปเลยว่าภาพมายาไม่มี
ผลกับสัตว์กล !” ช่วงเวลานั้น ถัง ป้าเทียน ก าลังกรีด
ร้องแล้วคลานสี่ขา เพื่อไปหาที่ก าบัง
ในขณะเดียวกันนั้นเอง อู่ อวี้ และ ซู่ ฉือ ก็ก าลัง
เคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง!
อู่ อวี้ ดึงพลองพิชิตมารออกมาแล้วเข้าไปข้างหน้า ใน
ยามนี้ดูราวกับว่า อู่ อวี้ กับพลองพิชิตมารนั้นผสาน
เป็นหนึ่ง ปลดปล่อยพลองเทวะทะลวงจิตออกไป!
ปัง!
ในเวลานี้หมียักษ์ 5 เบญจธาตุ ถูก อู่ อวี้ ฟาดพลอง
เข้าใส่อย่างจัง ถือได้ว่า ถัง ป้าเทียน เป็นอัจฉริยะใน
ด้านการหลบหนีอย่างแท้จริง
ในขณะเดียวกัน ซู่ ฉือ ก็เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง
รวดเร็ว นางจึงยก ‘ กระบี่แสงผกผัน ‘ ฟันลงไปที่แขน
ของหมียักษ์ 5 เบญจธาตุ แค่เพียงไม่กี่ครั้ง ซู่ ฉือ ก็
สามารถตัดแขนข้างหนึ่งของมันออกได้
หมียักษ์ 5 เบญจธาตุ มีขนสีทองเข้มซึ่งเปรียบเสมือน
เกราะเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะโจมตีเข้าถึงร่างกาย
แต่นางกลับสามารถท าได้ ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่ง
ของนางจะเทียบเท่ากับ เจียง จุนหลิน
ตูม!
ทางฝั่ง อู่ อวี้ ก็มีความแข็งแกร่งไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า
กัน
คนทั้งสองกระโดดขึ้นลงสลับกันโจมตี ไม่นานนักร่าง
ของ หมียักษ์ 5 เบญจธาตุ ก็เริ่มสั่นสะท้าน อีกฝ่าย
เป็นสิ่งของที่ไร้ชีวิต จึงท าให้เขาสามารถโจมตีได้อย่าง
เต็มที่ ทันใดนั้น อู่ อวี้ ขัดขาข้างหนึ่งของหมียักษ์ 5
เบญจธาตุ ตึง!!! สัตว์กลไกก็ล้มลงทันที แม้ว่ามันยังคง
ใช้พลังโจมตีได้ แต่มันก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่าง
รวดเร็วอีกต่อไป หลังจากนั้นพวกเขาจึงจากไปโดยทิ้ง
มันไว้เบื้องหลัง
“ไม่จ าเป็นต้องไปสูญเสียแรงกับเจ้าสัตว์กลไกนี้
การต่อสู้จะดึงดูดปีศาจให้เข้ามา ไปเร็ว!” ซู่ ฉือ จ้อง
มองไปที่ ถัง ป้าเทียน อย่างเย็นชา จากนั้นก็หันหน้า
กลับไป ถัง ป้าเทียนรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับ
กล่าวค าอธิบายว่า “ศิษย์น้อง ซู่ ฉือ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด
ไป ข้ามีความแข็งแกร่งมาก ที่ส าคัญกว่านั้นคือข้าเป็น
คนควบคุมสะกดข่มสัตว์กลไกนี้ไว้เอง ถ้ามีปีศาจตัว
อื่นออกมาอีก ข้าจะจัดการมันจนไม่สามารถเยี่ยวรด
ตดหายได้เลยทีเดียว!”
อู่ อวี้ ยังคงติดตามพวกเขา อย่างไรก็ตามเขามีข้อ
สงสัยบางอย่าง
“เห็นได้ชัดว่า ซู่ ฉือ หาได้สนใจเขาแม้แต่น้อย เหตุ
ใดถึงต้องยอมมากับเขา ? เพื่อปกป้องตนเองงั้น
เหรอ?”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็รู้สึกว่าน่าจะเป็น
เพราะเหตุผลนี้เท่านั้น
หากพิจารณาจากความสามารถในการต่อสู้แล้ว ความ
แข็งแกร่งของทั้งสองคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่า อู่ อวี้
มีผู้แข็งแกร่งอยู่เคียงข้างสองคน ย่อมดีกว่าดุ่มไป
ข้างหน้าเพียงล าพังผู้เดียวในสถานที่แปลก ๆ เช่นนี้
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเลือกที่จะติดตามพวกเขา โดยให้คน
ทั้งสองคนเป็นผู้เดินน าหน้า คนหนึ่งเบิกบานราวกับ
ดอกทานตะวัน ส่วนอีกคนหนึ่งเย็นชาราวกับภูเขา
น้ าแข็ง
“ข้า ถัง ป้าเทียน มั่นใจว่าครั้งนี้จะต้องได้รับ
รากฐานเซียนมาอย่างแน่นอน!” ในดวงตาของ ถัง ป้า
เทียน เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า
นอกจากนี้ลึกลงไปภายในนั้น ยังมีความเสน่หาในตัว
ของ ซู่ ฉือ ปะปนอยู่ด้วย
ซู่ ฉือ ยังคงเดินน าหน้าต่อไป อู่ อวี้ สังเกตเห็นว่า
บริเวณรอบ ๆ ของหุบเขาโชคชะตาเซียนนี้ มีความ
ลึกลับพิศวงเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะความมืดที่ปก
คลุมป่าเขา บวกกับไอหมอกหนาทึบที่ลอยเต็มอยู่ทั่ว
อากาศ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะสามารถระบุ
ทิศทางได้อย่างชัดเจน ถ้าไม่มีสองคนนี้คอยน าทาง
ไม่ต้องพูดถึงรากฐานเซียน คาดว่าเขาคงจะเดินหลง
วนเวียนอยู่ในป่านี้อย่างแน่นอน
“ดูเหมือนว่าก าลังออกจากเขตพื้นที่นี้แล้ว” อู่ อวี้
จ้องมองไปรอบ ๆ รู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่ถูกกด
ทับลงมา พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขามีความเปียกชุ่ม
และ นุ่มมากยิ่งขึ้น มีแม้กระทั่งหนอนแมลงพิษคลาน
ออกมาจากดินโคลนใต้ฝ่าเท้าของเขา
บริเวณรอบๆถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัด
รอบตัว มีเพียง ถัง ป้าเทียน เท่านั้นที่ยังคงพูดอย่าง
ไม่หยุดหย่อน
“เฮ้ ศิษย์น้อง ซู่ ฉือ เมื่อไหร่ที่เราได้สร้างเส้นทาง
เต๋าเคียงคู่ไปด้วยกัน เมื่อเราให้ก าเนิดบุตร เราจะให้
เขาได้ฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรในวิถีแห่งเต๋า” ถัง ป้าเทียน
คิดฝันหวานถึงเรื่องนี้
“ดี โดยมีเงื่อนไขว่า เจ้าจะต้องเอารากฐานเซียนมา
ให้ข้า” ซู่ ฉือ ตอบตกลงอย่างคาดไม่ถึง อู่ อวี้ ที่อยู่
ด้านหลัง ไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของนางได้ เขาจึง
ไม่รู้ว่าท าไมนางถึงได้ตอบตกลงไปเช่นนี้ออกมา
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง
“เรามาถึงแล้ว!” ซู่ ฉือ ยืดบิดเอวของนาง พร้อมกับ
แสดงท่าทางออกมาราวกับว่า ภาระของนางได้ถูก
ปลดเปลื้องลงแล้ว
อู่ อวี้ มองออกไปด้านหน้า ภาพเบื้องหน้าของเขาเป็น
เหมือนกับก าแพงภูเขาสูง มีล าธารไหลลงมาจากบน
ภูเขา กลายเป็นน้ าตก ตกลงมาสู่เบื้องล่าง ที่เชิงเขา
นั้นมีสระน้ าขนาดใหญ่ โดยทั่วไปแล้ว กระแสน้ าที่
ไหลลงมานี้ค่อนข้างให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่แท้จริง
แล้วสระนี้กลับหนาวเย็นเป็นอย่างยิ่ง เขารู้สึกเย็นยะ
เยือกราวกับมีสระน้ าอยู่ด้านล่างสระนี้
“แปลก นี่มันสระมรกตมรกตใช่หรือไม่? ศิษย์น้อง
ซู่ ฉือ สระมรกตอยู่ด้านบนขอบเหวของหุบเขา
โชคชะตาเซียน เจ้าพาเรามาที่ขอบเหวนี้ท าไม? ” ถัง
ป้าเทียน ถามขึ้นด้วยท่าทางสงสัย
ซู่ ฉือ จ้องมองมาที่เขา ทันใดนั้นนางก็ยิ้มออกมา
อย่างเยือกเย็น แล้วหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน
พร้อมกับกล่าวว่า “ข้าอยากมาที่สระมรกตแห่งนี้”
“ท าไม?” ถัง ป้าเทียน ยังคงจ้องมองไปที่นางท่าทาง
สงสัยและขวัญเสีย
“อีกไม่นานเจ้าก็จะได้รู้!” ซู่ ฉือ ก้าวถอยหลังไป
หลายก้าว
อู่ อวี้ รู้สึกได้ถึงวิกฤติร้ายแรง เขาก าลังจะพุ่งตัวออก
จากที่นี่แต่ก็สายเกินไปแล้ว ดูเหมือนว่ามีคนก าลังรอ
เขาอยู่ ในเวลานี้คนพวกนั้นได้ล้อมรอบเขาไว้ทั่วทุก
ทิศทางแล้ว มีเพียงวิธีเดียวคือ อู่ อวี้ ต้องบินได้ ถึงจะ
สามารถหลบหนีออกจากสถาการณ์ในตอนนี้ได้!
“ซู่ ฉือ!”
เห็นอย่างชัดเจนว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มุ่งเป้าหมายว่าที่
ถัง ป้าเทียน เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ตัวของ อู่ อวี้
ยังตกเป็นเป้าหมายด้วย
เพิ่งเข้ามาในหุบเขาโชคชะตาเซียนเป็นครั้งแรก แต่
กลับต้องมาติดอยู่ในกับดักของศัตรู อู่ อวี้ แสดงสี
หน้าน่าเกลียดออกมา เมื่อพิจารณาจากภัยคุกคามที่
ล้อมรอบเขาอยู่ตอนนี้ เขาก็พอจะรู้ว่ามันเป็นใคร
หลาน สุ่ยเยว่
แน่นอนว่า เมื่อคนทั้ง 4 ได้เผยตัวออกมาจากหมู่เมฆ
หมอก ผู้ที่ปรากฏออกมาเป็นคนแรกคือ หลาน สุ่ย
เยว่ ตามมาด้วย หนี่ หงอี้ ตามมาด้วยศิษย์ชุดเขียว
และ ศิษย์ชุดน้ าเงิน นอกจาก หลาน สุ่ยเยว่ แล้ว คน
ที่เหลือต่างเป็นผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋ามานานกว่า 60
ปี แถมพวกมันยังเป็นยอดฝีมือระดับหลอมรวม
ลมปราณขั้นที่ 5 ซึ่งพวกมันน่าจะฝึกฝนมานานเกือบ
100 ปี จนกลายเป็นผู้ที่เปิดบัญญัติก่อก าเนิดทั้ง 5
จุดได้อย่างเต็มตัว!
“หมายความว่ายังไง? เกิดอะไรขึ้น? ท าไมพวกท่าน
ถึงมาที่นี่?” ถัง ป้าเทียน กลายเป็นอัมพาตไปอย่าง
สิ้นเชิง
“อู่ อวี้?”
หลังจากได้เห็นปฏิกิริยาของ อู่ อวี้ การแสดงออกของ
ทั้ง 4 คน รวมถึง หลาน สุ่ยเยว่ ที่ตอนแรกท าท่าทาง
ประหลาดใจ ก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วย
ความลี้ลับบางอย่าง
“น่าตกใจ น่าตกใจยิ่งนัก ซู่ ฉือ เจ้าเยี่ยมจริง ๆ ”
ศิษย์สาวกชุดเขียววาดแขนออกไป แล้วเผยรอยยิ้ม
กว้างให้กับ ซู่ ฉือ ซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป จากนั้นสองก็
โผเข้ากอดกัน ซู่ ฉือ กล่าวด้วยท่าทางเกี่ยงงอน
“แน่นอน ไม่อย่างนั้นข้าจะเป็นสหายเต๋าของท่านได้
เยี่ยงไร นี่เป็นแผนการมอบบทเรียน ให้แก่คางคกที่ริ
อาจอยากกินเนื้อห่านฟ้า ไม่คาดคิดว่าข้าจะได้พบเจอ
กับ อู่ อวี้ นี่ช่างเป็นความโชคร้ายของมันอย่าง
แท้จริง!”
เมื่อได้ยินค ากล่าวนี้ อู่ อวี้ ก็เข้าใจเรื่องราวตั้งแต่ต้น
จนจบ
นี่เป็นเรื่องระหว่าง ซู่ ฉือ ,ศิษย์สาวกชุดเขียว , ถัง ป้า
เทียน และ เขา อย่างรวดเร็วเขาตระหนักได้ถึงเรื่องนี้
อย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าอารมณ์ของ ถัง ป้าเทียน
ในตอนนี้จะมัวหมองอย่างยิ่ง เป็นเพราะความ
หลงใหลท าให้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ หาก
พิจารณาดูแล้วตัวของเขาก็เป็นเหมือนสุนัขที่ถูกให้
ทาน ถูก ซู่ ฉือ หลอกล่อให้มาที่นี่ ให้มาเจอกับคนรัก
ของนางที่นี่ สิ่งที่ส าคัญสุดหลังจากให้พวกเขาได้มา
พบกัน คือการบดขยี้ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของ
เขา
“เจ้า! พวกเจ้า! เป็นคนรักกัน!” ถัง ป้าเทียน ทรุดลง
ไปกับพื้น พร้อมกับแสดงสีหน้าเศร้าหมอง หยาด
น้ าตาไหลริน คงไม่ต้องพูดว่าสภาพของเขาในตอนนี้
น่าสังเวชมากแค่ไหน
“พวกเจ้าทั้งสองรีบก าจัดมันทิ้ง ๆ ไปซะ ข้าร าคาญ
จะตายอยู่แล้ว!” หลาน สุ่ยเยว่ ซึ่งเป็นผู้น ากลุ่มเอ่ยขึ้น
นางโบกมือให้ ศิษย์ชุดเขียว และ ซู่ ฉือ รีบจัดการ ถัง
ป้าเทียน ส่วนนางกับ หลี่ หงอี้ และศิษย์ชุดน้ าเงิน ได้
ล้อมกรอบ อู่ อวี้ เป็นรูปสามเหลี่ยมเอาไว้
” ซู่ ฉือ ข้าประหลาดใจมากจริง ๆ อู่ อวี้ นี่เป็น
พรหมลิขิต ที่เหล่าทวยเทพตั้งใจส่งเจ้ามาให้ข้าอย่าง
แน่นอน!” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหุบเขาอัญมณีเมื่อ
วานนี้ ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจ าของนาง ความ
อับอายขายขี้หน้าท าให้เพลิงโทสะของนางลุกโหม
กระหน่ าไปตลอดทั้งค่ าคืน
“โอ้”
สถานการณ์ในตอนนี้ กล่าวได้ว่ามันคือวิกฤตของ อู่
อวี้ อย่างแท้จริง
แต่เมื่อเขาหันไปมองทาง ถัง ป้าเทียน เขาก็รู้สึกว่า
ตนเองยังดีกว่า สภาพของถัง ป้าเทียนในตอนนี้ย่ าแย่
มากจริง ๆ ศิษย์ชุดเขียว และ ซู่ ฉือ พุ่งจู่โจมเขา
อย่างไร้ปราณี หลังจากผ่านไปชั่วครู่ มันตัดแขนของ
ถัง ป้าเทียน แล้วโยนแขนนั้นลงไปในสระมรกต มัน
ท าให้เขาเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แต่สิ่งที่แย่มากที่สุด
คืออาการบาดเจ็บภายในจิตใจของเขา
“การเลือกสหายเต๋าเคียงคู่นั้น ต้องระมัดระวังยิ่ง”
นี่คือประสบการณ์ที่ อู่ อวี้ ได้รับ …
ด้วยความสิ้นหวัง ถัง ป้าเทียน ได้กระตุ้นยันต์เพลิง
แดงทะยานฟ้าออกไปจากการแข่งขันนี้
ในเวลา อู่ อวี้ ได้ถูก คนทั้งห้าล้อมกรอบเอาไว้แล้ว!
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ