กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 921:
เขตแดนสวรรค์ไร้รอย , บุปผาคันฉ่องจันทราวารี
ความเป็นจริงก็คือ ปีศาจหยินหยาง ไม่รู้ว่าภายในนาวา
ซ่อนเซียนมีกันอยู่กี่คน
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่คาดไม่ถึง อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าอีก
ฝ่ายจะรู้หรือไม่ ฉะนั้นยามนี้เขาจึงไม่หยิบไพ่ตายออกมา
ดังนั้นเขาจึงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วปล่อยให้ร่างกลืนสวรรค์
กับจอมทวนวิญญาณซ่อนอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิดต่อไป
ก่อน
วงเวทคุ้มภัยของนาวาซ่อนเซียนไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นถ้า
ต้องเผชิญหน้ากับปีศาจหยินหยาง อู่ อวี้ ก็ได้เข้าสู่การ
เตรียมพร้อมสำหรับต่อสู้สังหาร ดังนั้นจึงมิได้ซ่อนตัวอยู่
ภายในอีกต่อไป
ดังนั้นเวลานี้ เขากับเย่ซีซีจึงปรากฏกายขึ้นภายใน ‘ค่าย
กลหยินหยางผนึกสมุทร’ ส่วนหนานซาน หวางเยว่ ก็
แสดงพลังอิทธิฤทธิ์ ‘เขตแดนสวรรค์ไร้รอย’ ที่ฝึกฝนมา
จาก ‘แม่ทัพเทียนเผิง’ ซ่อนตัวไปพร้อมกับนาวาซ่อน
เซียน
พลังอิทธิฤทธิ์ของมันคือ ‘แม่ทัพเทียนเผิง’ เมื่อมันอยู่ใน
สถานะล่องหน แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังไม่สามารถมองเห็นได้
ว่ามันอยู่ที่ใด คาดว่าปีศาจหยินหยางก็ไม่ควรมองเห็น
เห็นเช่นกัน เนื่องจากท้ายสุดแล้วมันไม่มีเนตรเพลิง
อู่ อวี้ เตรียมแผนการต่อสู้ เมื่อออกมาจากนาวาซ่อน
เซียน ปีศาจหยินหยางก็พูดขึ้นด้วยความฉงนว่า ” เจ้ามี
กันแค่ทั้งสองคนเช่นนั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้เจ้าแค่สองคน
จะสามารถสังหารพี่น้องเกาะเขียวได้! ”
การที่มันกล่าวเช่นนี้เพราะรู้ว่าพี่น้องเกาะเขียวมี
ความสามารถขนาดไหน
ซึ่ง อู่ อวี้ กับพรรคพวกใช้เวลานานไม่นานในการจัดการ
พวกมัน
สิ่งที่ทำให้มันรู้สึกแย่ก็คือ คนที่อยู่ภายในนาวาซ่อนเซียน
กลับมีเพียงแค่ อู่ อวี้ และ เย่ซีซี แค่เพียงสองคน
สำหรับปีศาจหยินหยางแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลย
” เป็นไปไม่ได้? ยังมีอีกหลายอย่างที่เจ้าไม่รู้ หือ… เจ้า
กลัวเช่นนั้นหรือ? ” อู่ อวี้ ร่างต้นดึงความสนใจปีศาจห
ยินหยาง หลังจากนั้นก็ใช้เทียมฟ้าจรดดินขยายร่าง
พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ร่างจำแลงเซียนวานร ทั่ว
สรรพางค์ร่างปกคลุมไปด้วยเส้นขนสีทอง ใบหน้าดุร้ายดู
แข็งกร้าวเป็นอย่างมาก!
ทางเย่ซีซีก็ไม่น้อยหน้า เมื่อต้องต่อสู้แบบเสี่ยงเป็นเสี่ยง
ตาย นางจึงเลือกผสานร่างกับแมวหมื่นผสานอีกครั้ง
การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้พวกเขาทั้งคู่แข็งแกร่งขึ้นมาก
จนน่าเหลือเชื่อ!
จากนั้น อู่ อวี้ ก็นำศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชั้น
เลิศอย่าง ‘พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม’
ออกมา สายตาของปีศาจหยินหยาง ถึงกับจ้องเขม็งไปที่
ศาสตราด้วยดวงตาเปล่งประกาย เปี่ยมความโลภอย่าง
ที่สุด
ถึงแม้พวกเขาทั้งสองจะบังเกิดความเปลี่ยนแปลงจนถึง
ระดับนี้ แต่ก็ยังไม่มากเพียงพอที่อธิบายว่า พวกเขา
สามารถสังหารพี่น้องเกาะเขียวอย่างรวดเร็วได้เช่นไร!
แม้ว่าปีศาจหยินหยางจะเต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่
ขณะเดียวกันมันก็เคลื่อนไหวด้วยความหวาดระแวงและ
กังขา ทันใดนั้นดวงตาด้านหน้าด้านหลัง อู่ อวี้ ก็ผสาน
รวมกลายเป็นชายชราผู้หนึ่ง ทว่าไม่สามารถระบุเพศได้
ว่าเป็นหญิงหรือชาย ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นร่างมนุษย์
ของ ปีศาจหยินหยาง
” คนที่ฆ่าพี่น้องเกาะเขียวอยู่ที่ใดกันแน่? ไอ้คนพวกนั้น
มันหนีไปไหน? ” ปีศาจหยินหยางกัดฟันพูด
” แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า? ” อู่ อวี้ ไม่ได้ตอบ ทว่าถาม
กลับไป ให้มันคาดเดา
” แต่ข้าได้เห็นความทรงจำของปีศาจน้อย เจ้าคือผู้ที่
สังหารบุตรของข้า! เจ้าต้องชดใช้อย่างสาสม! จงพูดมา
เดี๋ยวนี้ ว่าเหตุใดต้องฆ่าลูกของข้าด้วย! ”
ขณะที่ปีศาจหยินหยางพูดออกมา กลับเป็นเสียงของคน
สอง คนเสียงหนึ่งเป็นของชายอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงของ
สตรี ซึ่งฟังดูแล้วช่างแปลกประหลาดพิลึก
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วพูดว่า ” ไม่มีเหตุผล ข้าแค่รู้สึกขวางหูขวาง
ตา เลยสังหารมันทิ้งเสีย ก็เหมือนกับเจ้าในตอนนี้ ”
อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้องถ่วงเวลาอีกต่อไป ยามนี้เขาอยู่ในวง
เวท ‘ค่ายกลหยินหยางผนึกสมุทร’ ต้องเผชิญหน้ากับ
ศัตรูตกสู่สถานการณ์ความเป็นความตาย เขาจะพาทุก
คนไปยังทวีปปีศาจทายาททักษิณ แล้ววิธีเดียวที่จะทำ
ให้เป้าหมายของพวกเขาบุรุษผลนั้นก็คือเอาชนะปีศาจห
ยินหยางให้ได้! เย่ซีซี กับ หนานซาน หวางเยว่ ติดตาม
เขามา ฉะนั้น อู่ อวี้ ไม่อาจเห็นแก่ตัวโดยจากไปเพียงผู้
เดียว แล้วปล่อยให้พวกเขาถูกขังอยู่ที่นี่
” บังอาจ! เช่นนั้นข้าจะทำให้เด็กน้อยอย่างเจ้าตื่นเต็มตา
เสียที อีกหนึ่งก้านธูป เจ้าจะได้รู้ว่าความน่าสะพรึงกลัว
ที่แท้จริงเป็นเช่นไร! ”
ถ้าไม่ใช่เพราะมันต้องการรู้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่าเพราะเหตุ
ใดลูกน้อยของมันถึงต้องมาตกตายไป มันคงกระโจนเข้า
ไปสังหารเขานานแล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูผู้
สังหารบุตรของตน มันไม่เพียงไม่หวาดกลัว อู่ อวี้ แต่
จิตใจของมันเต็มไปด้วยเพลิงแห่งความโกรธเคืองเคียด
แค้น ลุกโหมกระหน่ำดังภูเขาไฟ!
ซึ่งมันไม่รู้ว่ายามนี้ หนานซาน หวางเยว่ กำลังซ่อนตัว
อยู่ข้างหลังมานานแล้ว ในช่วงเวลาที่จิตวิญญาณของมัน
กำลังสั่นสะท้านมากที่สุด พลังอิทธิฤทธิ์ ‘บุปผาคันฉ่อง
จันทราวารี’ ของเขาจะแสดงผล ความเงียบสงัดกระจาย
ไปทั่วปีศาจหยินหยาง
ไม่ว่าจะเป็น ‘เขตแดนสวรรค์ไร้รอย’ หรือ ‘บุปผาคันฉ่อง
จันทราวารี’ ที่ หนานซาน หวางเยว่ แสดงให้ อู่ อวี้ เห็น
ล้วนเป็นพลังอิทธิฤทธิ์จากแม่ทัพเทียนเผิง อีกทั้งยิ่ง
ลำดับขั้นสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทรงอำนาจมากขึ้นเท่านั้น
ทว่าอำนาจในแต่ละขั้นของมันแตกต่างจากเนตรเพลิง
ของ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ ‘บุปผาคันฉ่อง
จันทราวารี’ จากชื่ออันไพเราะของมัน ยิ่งบรรลุเข้าสู่
ขอบเขตใหม่ อำนาจพลังอิทธิฤทธิ์วิชาลวงตาก็ยิ่งสูงมาก
ขึ้นเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ หนานซาน หวางเยว่ บ่มเพาะ
พลังอิทธิฤทธิ์นี้ถึงขั้นที่ 4 แล้ว ด้วยระดับสูงถึงเพียงนี้
ทำให้แม้กระทั่งคำพูด รวมถึงทุกอิริยาบถการ
เคลื่อนไหว ล้วนมีผลต่อการหลอนประสาท ซึ่งคน
ธรรมดายากที่จะมองเห็นได้ อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ที่มี
เนตรเพลิง สามารถมองทะลุผ่านมันได้เล็กน้อย
อันที่จริงการที่ หนานซาน หวางเยว่ ผสมกลมกลืนไป
กับเหล่าชนชั้นสูงหน้าตาดีได้นั้น ทั้งหมดล้วนสืบ
เนื่องมาจากพลังอิทธิฤทธิ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการหลอน
ประสาท แน่นอนว่ามันมิใช่ความผิดใหญ่หลวงอันใด
เป็นเพียงการละเล่นเพื่อความสนุกเท่านั้น
ชั่วขณะที่เขาใช้พลังอิทธิฤทธิ์นี้ มันเป็นเสมือนดั่งเมฆา
ล่องหน แทรกซึมเข้าไปภายในร่างของปีศาจหยินหยาง
ซึ่งเดิมทีกำลังหัวเราะด้วยความบ้าคลั่งตื่นเต้นถึงขีดสุด
ทว่าบัดนี้สิ่งเหล่านั้นกลับค่อย ๆ ลดลง จนกระทั่ง
ปีศาจหยินหยางตกเข้าสู่ห้วงแห่งความสับสนมึนงง
ทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับหนานซาน หวางเยว่ เขามี
พลังอิทธิฤทธิ์อยู่มากมายหลากหลายชนิด ถึงแม้ว่ามัน
จะมิได้ทรงอำนาจทำลายล้างเท่ากับ อู่ อวี้ แต่มันก็มี
ความสามารถที่เป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวง!
อย่างน้อยสุดความสามารถในการอำพรางกายล่องหน
ของ ‘เขตแดนสวรรค์ไร้รอย’ ก็ทรงพลังกว่านาวาซ่อน
เซียนหลายเท่านัก!
อู่ อวี้ แลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มันตกอยู่ท่ามกลางพลัง
อิทธิฤทธิ์ของ หนานซาน หวางเยว่ ภาพเบื้องหน้านี้ทำ
ให้ อู่ อวี้ นึกถึงตอนที่ตนจัดการสิงเหยียน เป็น
สถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับยามนั้น เพียงแต่ครานี้เขามี
ผู้ช่วยเหลือสนับสนุนมากขึ้น!
เบื้องหลังของ อู่ อวี้ คือเย่ซีซีที่เริ่มสั่นกระดิ่งในมือ ซึ่ง
นั่นก็คือ ‘กระดิ่งวายุเสียงวิญญาณหลง’ บัดนี้วงเวท
‘ท่วงทำนองราตรีวิญญาณหวน’ ของมันเริ่มทำงานแล้ว
ท่วงทำนองของมันคล้ายคลึงกับบทเพลงจิงฮวาสุ่ยเยว่
เล็กน้อย วงเวทมีผลในการสะกดจิต ทำให้ผู้ที่ได้ฟังเสียง
นี้ อ่อนแอลงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลานี้ปีศาจหยินหยาง
ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ หนานซาน หวางเยว่ กับ
เย่ซีซี โดยสมบูรณ์!
หลังจากการเปลี่ยนแปลงของพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
เย่ซีซีก็ปลดปล่อยวงเวทเดิมอีกครั้ง แต่ผลกลับแตกต่าง
ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง คุณสมบัติและความน่า
สะพรึงกลัวของมันกลับทรงพลังมากขึ้นไปอีก ราวกับ
บัดนี้มันกำลังท่องราตรีดื่มด่ำกับห้วงความฝัน!
” รนหาที่ตาย! พวกเจ้ากำลังรนหาที่ตาย! ” ดวงตาของ
ปีศาจหยินหยางแปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายมากยิ่งขึ้น เพียง
พริบตามันก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนไม่อาจทราบได้
ว่ากำลังเตรียมการทำสิ่งใด ในเวลานี้เนื่องจากมันเป็น
ปีศาจที่มีพลังอิทธิฤทธิ์จากสายโลหิตชั้นยอด มันจึงนำ
บางสิ่งที่ดูเสมือนดั่งศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ออกมา แถมยังเป็นศาสตราที่ไม่ธรรมดาอีกด้วย
หลังจากนำมันออกมา อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงแรงปรารถนา
ในการต่อสู้จากฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง!
นั่นคือกระบี่สองเล่ม! ด้ามหนึ่งเป็นสีดำ ส่วนอีกด้ามหนึ่ง
เป็นสีขาว ดูเสมือนกับศาสตราเต๋าที่ อู่ อวี้ เคยใช้ ถึงแม้
มันจะมีลักษณะเช่นเดียวกัน แต่วัสดุที่ใช้และวงเวทที่
วาดประทับเอาไว้ กลับแตกต่างราวฟ้ากับเหว กระบี่ทั้ง
สองเล่มรวมเป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ซึ่งก็ดู
เหมาะสมกับปีศาจหยินหยางดี เนื่องจากมันเป็นหยิน
และหยาง
ที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ไม่ว่าจะเป็นกระบี่ดำหรือ
กระบี่ขาว ด้ามจับของมัน มีความยาวเทียบเท่ากับ
ครึ่งหนึ่งของใบมีดเลยทีเดียว ลายเส้นหนาแน่นทั้งหมด
ที่อยู่บนด้ามกระบี่ ล้วนเป็นวงเวทแทบทั้งสิ้น!
ที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่านั้นคือ ปีศาจหยินหยางที่ตกอยู่ใน
สภาวะบ้าคลั่ง ได้ประกบด้ามกระบี่ทั้งสองเข้าด้วย
นับเป็นการผสานกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้กระทั่ง
วงเวททั้งหมดก็เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน คาดว่าศาสตราชิ้น
นี้น่าจะมีวงเวทอยู่ถึง 400,000 วง กลายเป็นกระบี่สอง
คมรูปแบบใหม่ จากปลายกระบี่สีขาวไปจนถึงปลาย
กระบี่สีดำ อย่างน้อย ๆ ก็เทียบเท่ากับความสูงของ
ปีศาจหยินหยาง!
ในเวลานี้หลังจากที่มันเชื่อมด้ามจับของกระบี่ทั้ง 2 เข้า
ด้วยกัน จากนั้นกระบี่ทั้งสองในมือก็เริ่มถูกควงหมุน
อย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามีวงกลมหยินหยางอยู่ในมือของ
มัน!
” ลูกเอ๋ย วันนี้บิดาจักใช้ ‘กระบี่คู่ไท่อา’ ที่เตรียมไว้ให้แก่
เจ้า ล้างแค้นแทนเจ้าเอง! ” ปีศาจหยินหยาง กล่าวรำพึง
รำพันด้วยหยาดน้ำตานองหน้า ซึ่งความจริงแล้วน่าจะ
เป็นผลมาจากพลังอิทธิฤทธิ์ของ หนานซาน หวางเยว่
ถึงแม้ว่ายามนี้มันจะดูเกลียดชังคั่งแค้นอย่างรุนแรง ทว่า
กลับมีความผิดปกติอยู่บางส่วน เนื่องจากตำแหน่งที่มัน
จับจ้องไปอย่างชิงชังยามนี้ หาใช่ตำแหน่งของ อู่ อวี้ ไม่!
“อ๊าก!!! ” มันโบกสะบัดหมุนควง ‘กระบี่คู่ไท่อา’ ในมือ
พร้อมกับกรีดร้องคำราม ชั่วอึดใจต่อมาก็บังเกิดอำนาจ
พลิกฟ้าพลิกสมุทร สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งมหาสมุทรขาว
ดำ อย่างไรก็ตามมันมิได้โจมตีเย่ซีซี กับ อู่ อวี้ ยามนี้มัน
ตกอยู่ภายใต้วิชาลวงตา และ มนต์สะกดของเย่ซีซี!
“ลงมือ! ” หนานซาน หวางเยว่ ร้องเตือน อู่ อวี้ คาดว่า
จิตเทวะของปีศาจหยินหยางคงแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
ทำให้เขาไม่สามารถอดกลั้นมันได้ไว้นานนัก ท่ามกลาง
ความสับสน และความเศร้าโศกเสียใจของอีกฝ่าย
นับเป็นช่วงเวลาดีที่สุดให้ลงมือ!
อู่ อวี้ ทราบดี!
ทันใดนั้นเขาก็ปรากฏกายเหนือร่างของปีศาจหยินหยาง
พร้อมร่างกลืนสวรรค์ และ จอมทวงวิญญาณที่ออกมา
จากเจดีย์ล่องในชั่วพริบตา ก่อเป็นรูปแบบสามเหลี่ยม
ขึ้นเหนือปีศาจหยินหยาง!
“ประทับจักรพรรดิขุนเขาธารา! ” จอมทวนวิญญาณแทง
ตรีศูลโจมตีเข้าใส่ปีศาจหยินหยาง ถึงแม้บรรยากาศ
โดยรอบจะว่างเปล่า ทว่ายามนี้กลับบังเกิดแรงกดดัน
มหาศาล ราวกับว่ามีขุนเขาไท่ซานกดทับลงมา!
“กระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จิตทมิฬพิมานสวรรค์! ”
ท่ามกลางความเลือนราง ร่างกลืนสวรรค์ อาศัยจังหวะที่
หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ควบคุมศัตรูเอาไว้อยู่
รวบรวมความแข็งแกร่งทั้งหมด ปลดปล่อยการโจมตี
สังหาร ภายใต้กระบี่ยักษ์ มาพร้อมกับพิมานสวรรค์
จำนวนนับไม่ถ้วนเบื้องหลัง ปลดปล่อยความหนาวเย็น
สุดขั้ว พุ่งทะลวงเข้าใส่ศีรษะของปีศาจหยินหยางในชั่ว
พริบตา!
ทว่าการโจมตีที่หยาบกระด้างโหดร้ายมากที่สุด มาจาก
กายเนื้อของ อู่ อวี้ ต้องการเอาชนะคู่ต่อสู้ในชั่วพริบตา
มาถึงขั้นนี้ไม่ข้าก็เจ้าที่ตาย เขาไม่อาจปราณีมันได้แม้แต่
น้อย เพราะนั่นจะถือเป็นความโหดร้ายกับตนเองและ
คนรอบข้าง
” พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม! ”
ด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของเทียมฟ้าจรดดิน ผสาน
กับอำนาจแห่งเทวะกายาหกพิภพสวรรค์สักการะราชัน
อรหันต์ไม่ดับสูญ แต่มิได้เลือกใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
เนื่องจากว่าหลังใช้งานเคล็ดระเบิดพลังคลั่งจะเกิด
ผลกระทบใหญ่หลวง ดังนั้นก่อนจะมั่นใจว่าสามารถ
สังหารคู่ต่อสู้ได้อย่างแน่นอน อู่ อวี้ จึงเลือกจะระวังตัว
ไว้ก่อน!
ระหว่างที่ปีศาจหยินหยางกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความ
สับสน การโจมตีทั้ง 3 สามชนิด ก็อัดกระแทกเข้าใส่หัว
ของมันทันที!
ด้วยพลังการโจมตีนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าแม้แต่กายาหกพิภพ
สวรรค์สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญก็สามารถแตกดับ
ได้! หนึ่งพลอง หนึ่งกระบี่ หนึ่งทวน สามทหารเสือผู้
ยิ่งใหญ่พุ่งทะยานเข้าโจมตีปีศาจหยินหยางพร้อมกัน
ทันที!
——————————–