กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 928: หยุนเซิง หยุนอิน
บางทีกลุ่ม ‘พยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิต’ อาจจะครอบครอง
สายโลหิตบางส่วนของมังกรเทวะ บนร่างจึงมีกลิ่นอาย
ของมังกรเทวะ และด้วยสายเลือดส่วนนี้เห็นได้ชัดว่ามัน
ได้ปรับปรุงยกระดับความสามารถของพวกมันอย่างก้าว
กระโดด
กลุ่มของพยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตมีความเร็วที่ค่อนข้างน่า
หวาดกลัว พวก อู่ อวี้ ยังไม่ทันแยกจาก ‘หัวหน้าหมา
ป่า’ พลันเกิดเสียงคำราม ฝุ่นละอองคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่
กลุ่มพยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตมีปีศาจอยู่ร่วมสามสิบ พวก
มันได้กรูเข้ามาปิดกั้นเส้นทางออกจากโรงเตี๊ยมปีศาจ
หมาป่าเอาไว้ เห็นได้ชัดว่ากลุ่มพยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิต
เข้ามาเพื่อที่จะก่อความวุ่นวาย ดังนั้นจึงมีท่าทางดุร้าย
ป่าเถื่อน และดูโดยรวมแล้วดูเหมือนว่าพวกมันจะ
แข็งแกร่งอย่างมาก!
“อย่าขยับ! สัมผัสทมิฬ และหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬ
ทั้งหมดจงไสหัวออกมา!” หลังจากที่พยัคฆ์มังกรเมฆา
โลหิตมาถึง มันหยุดหอบหายใจ จากนั้นแผดเสียงคำราม
เข้าใส่โรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่า
บัดนี้โรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่าได้เกิดความวุ่นวายขึ้นยก
ใหญ่ กลุ่มหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬจำนวนมากได้กรูกัน
ออกมาราวกับจะเปิดศึก ซึ่งทางด้าน อู่ อวี้ ได้เปิดทาง
ราวกับไม่สนใจ
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” เย่ซีซี ไม่เข้าใจ นางมองไปยัง
เหล่าหมาป่าพยัคห์เมฆาทมิฬ
“พวกเราจับตาดูไปก่อน” อู่ อวี้ คาดว่าตนเองจะได้เห็น
การแสดงที่น่าชมเข้าซะแล้ว
ยามนี้สีหน้าของ สัมผัสทมิฬ กลายเป็นจริงจัง ภายใต้
การเฮโลของกลุ่มหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬ บัดนี้กลุ่ม
หมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬได้ออกมาจากโรงเตี๊ยมปีศาจ
หมาป่าจนหมดแล้ว และเมื่อเทียบกับจำนวนของกลุ่ม
พยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตก็ยังมากกว่าไม่น้อย อย่างไรก็
ตาม อู่ อวี้ เห็นว่าความแข็งแกร่งโดยรวมของกลุ่ม
พยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตนั้นเหนือกว่ามาก
โดยเฉพาะระดับค้นหาเต๋าที่อยู่ในกลุ่มพยัคฆ์มังกรเมฆา
โลหิตที่มีถึง 2 ตัว แม้ว่าจะอยู่ในขั้นค้นหาเต๋าระดับที่ 1
ก็ตาม ทว่าหากพวกมันผนึกกำลังกันย่อมสามารถกดดัน
สัมผัสทมิฬ ที่มีตัวคนเดียวได้อย่างแน่นอน
หลังจาก สัมผัสทมิฬ ออกมาแล้ว มันก็เปลี่ยนร่าง
กลับไปอยู่ร่างเดิม ร่างกายของมันมีขนาดใหญ่โตที่สุดใน
บรรดากลุ่มหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬ ทั้งไหล่ของมันยังมี
ขนาดกว้างเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าจะเป็นปีศาจหมาป่า ทว่า
ร่างกายของมันก็คล้ายกับพยัคฆ์เป็นอย่างมาก
ยามนี้ปีศาจที่แต่เดิมอยู่ในเหตุการณ์ ฉับพลันได้วิ่งหนี
เตลิดราวกับผึ้งแตกรัง คาดว่าพวกที่อยู่ด้านในคงไม่กล้า
เหยียบย่ำออกมาด้านนอก ทำให้ขณะนี้ อู่ อวี้ และ
พรรคพวกจึงกลายเป็นเพียงแค่ผู้ชมเพียงกลุ่มเดียว
เท่านั้น
“สัมผัสทมิฬ พวกข้ามาเพื่อชำระหนี้แค้นให้น้องสามใน
ปีนั้น วันนี้ข้าจะต้องใช้เลือดของเจ้าล้างโรงเตี๊ยมปีศาจ
หมาป่า ชำระแค้นและเซ่นไหว้ดวงวิญญาณน้องสามที่
อยู่บนสรวงสวรรค์!” ผู้นำกลุ่มพยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตที่
แข็งแกร่งที่สุดเป็นผู้เอ่ยออกมา
ปีศาจที่อยู่ในขั้นค้นหาเต๋าอีกตัวก็เอ่ยออกมาด้วย
น้ำเสียงเย็นยะเยือก “เมื่อเจ้าได้ยินข่าวเกี่ยวกับการ
ปรากฏของพี่น้องเราทางทิศเหนือ คงรู้อยู่แล้วสินะว่า
จะต้องมีวันนี้ แต่น่าเสียดายที่เจ้ายังคงโง่เขลา ไม่หนีไป
เสียที!”
“หยุนเซิง หยุนอิน” ดวงตาสีดำของ สัมผัสทมิฬ มอง
กวาดผ่านร่างของพวกมันทั้ง 2 ใบหน้ากลายเป็นเย็นชา
เขาได้ยินข่าวการปรากฏตัวของพวกมันทั้ง 2 คนมาก่อน
ทว่าโรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่านี้เป็นรากฐานของเขามานาน
หลายปี เขาจึงไม่อาจจะทิ้งมันได้ แม้ว่าเขาจะคาดการณ์
ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้หลบซ่อนตัวแต่อย่าง
ใด
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินเรื่องราว เขาก็พอจะคาดเดาได้ว่าสมัยที่
พยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตยังเป็นเพียงแค่วัยหนุ่ม มันได้ถูก
เหล่าหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬโจมตี จึงคิดกลับมาเพื่อ
ล้างแค้นให้กับน้องสามของพวกมัน ซึ่งคาดว่าพวกมัน
สมควรหนีอย่างหัวซุกหัวซุนในยามนั้น ด้วยความอัปยศ
ในครั้งก่อน จำให้พวกมันกลับมาแก้แค้นด้วยหนี้เลือด
พยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตรอคอยเวลานี้มานานแสนนาน
มันจึงไม่พูดพร่ำทำเพลง คาดว่าพวกมันคงจะเติบโต
ท่ามกลางการต่อสู้ ทำให้เต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต
แม้ว่ากลุ่มของหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬนี้จะมีจำนวนอยู่
เยอะ ทว่าพวกมันเติบโตขึ้นมาในหุบเหวสงัด
“พวกเจ้าเดินทางมาไวกว่าที่คาดเอาไว้ อย่างไรก็ตามใน
เมื่อพวกเจ้ามาแล้ว พวกเราชาวหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬ
ก็หาได้หวาดกลัวพวกเจ้า พี่น้องทั้งหลาย ปีศาจกลุ่มนี้
มันคิดจะมาสังหารพวกเรา! สั่งสอนพวกมันไปว่า
ครอบครัวของเราไม่หวาดกลัวซึ่งความตายใดๆ! วันนี้
พวกเราจะแสดงให้พวกมันได้เห็นถึงความร้ายกาจของ
พวกเรา! พวกมันมาจากที่ไหน ก็จงไล่พวกมันกลับไป
ทางนั้น”
“โอ้ววววว!” แม้ว่าเหล่าหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬจะดู
ขาดประสบการณ์ ทว่าพวกมันก็ปฏิบัติตามผู้ที่แข็งแกร่ง
จึงทำให้ร่วมแรงร่วมใจได้อย่างดีเยี่ยม ยามนี้พวกมัน
กำลังปลุกเร้ากำลังใจเพื่อดึงเอาความดิบเถื่อนที่แฝง
เอาไว้บนร่างออกมา ฉับพลันพวกมันกระจายตัวออกไป
และใช้ข้อได้เปรียบในด้านจำนวนเข้ากดดันพยัคฆ์มังกร
เมฆาโลหิต!
การต่อสู้ครั้งใหญ่กำลังจะปะทุออกมาในไม่ช้า!
ถึงจะกล่าวได้ว่าเกินความคาดหมายสำหรับ สัมผัสทมิฬ
ทว่าในยามนี้ก็ได้นำเอาความมุ่งมั่นสู้ตายออกมา
เพราะว่าเขารู้ดีว่าพวกมันมาเพื่อล้างแค้น การเจรจา
ใดๆ ไม่อาจเกิดผล มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะจบ
ปัญหานี้ได้!
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าเมื่อมาที่นี่จะได้รับชมการต่อสู้ของ
ปีศาจอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้ การต่อสู้ระหว่างหมาป่า
และพยัคฆ์มังกร โดยทั่วไปแล้วพยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิต
ตัวหนึ่งจะสามารถต่อกรกับหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬได้
2 ถึง 3 ตัวในเวลาเดียวกัน! อย่างไรก็ตามบนการต่อสู้
ระดับสูงมันกลับไม่เหมือนกัน ในยามที่การต่อสู้ปะทุขึ้น
ปีศาจขั้นค้นหาเต๋า หยุนเซิง หยุนอิน ได้เพ่งเป้าไปที่
สัมผัสทมิฬ ในทันที!
นี่คือการต่อสู้ของอสุรกายยักษ์ใหญ่ ซึ่งดูเหมือนความ
แข็งแกร่งของพวกมันจะไม่ต่างกันเลย ทว่าพยัคฆ์มังกร
เมฆาโลหิตทั้ง 2 ตัวกำลังโอบล้อมโจมตี สัมผัสทมิฬ จึง
ทำให้ อู่ อวี้ ได้เห็นถึงเจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่แท้จริง
ของ สัมผัสทมิฬ ‘ดิบเถื่อน’ คงมีเพียงคำนิยามนี้เท่านั้น
ที่จะกล่าวถึงเหตุการณ์เบื้องหน้าได้ อย่างไรก็ตามแม้จะ
เก่งกาจเพียงใด ก็ไม่มีทางที่จะรับมือทั้งสองด้านได้ ซึ่ง
อีกด้านพี่น้องทั้งหลายของเขาก็กำลังต้านทานกับพยัคฆ์
มังกรเมฆาโลหิตอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่าหากเป็น
เช่นนี้ต่อไปพวกมันคงต้องพ่ายแพ้เป็นแน่!
กลุ่มพยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตได้มีการเตรียมการมาเป็น
อย่างดี! พวกมันรอเวลาแก้แค้นนี้มาหลายสิบปีแล้ว!
เนื่องจากว่าการต่อสู้นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ อู่ อวี้ ดังนั้น
เขาจึงไม่ลงมือ แต่เมื่อเห็นว่า สัมผัสทมิฬ ได้รับบาดเจ็บ
สาหัส ทั้งกลุ่มหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬก็ล้มตายไปเป็น
จำนวนมาก ยิ่งเวลาผ่านไปมันยิ่งบาดเจ็บหนักขึ้น หาก
ว่า สัมผัสทมิฬ ตายไป กลุ่มหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬ
จะต้องหมดซึ่งความหวังไปอย่างแน่นอน นอกเสียจาก
ว่าในยามนี้ สัมผัสทมิฬ จะสามารถแยกพวกมันทั้งคู่
ออกจากกันได้ บางทีเขาก็จะสามารถเอาชีวิตรอดได้อยู่
“พวกเราอดทนอดกลั้นกับความแค้นมาหลายสิบปี วันนี้
ข้าจะใช้โลหิตของครอบครัวเจ้ามาชดใช้!”
พยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตปลดปล่อยพลังแก่นแท้ชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์มากมายพุ่งเข้าเข่นฆ่าสังหาร!
ครึ่งหนึ่งของหุบเหวสงัดตกอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย
และปีศาจที่อยู่ภายในโรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่าก็กำลังอยู่
ในอาการสั่นเทา หวาดกลัวว่าจะถูกลูกหลงล้างบางไป
ด้วย
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่จำเป็นจะต้องช่วยเหลือ สัมผัสทมิฬ
เพราะว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย นี่
มันเป็นการต่อสู้กันระหว่างปีศาจ พยัคฆ์มังกรเมฆา
โลหิตมาเพื่อชำระหนี้แค้น ซึ่งนี่เป็นความชอบธรรมของ
มัน ขณะนี้ สัมผัสทมิฬ กำลังจดจ้องเขม็งมาที่ตัวเขา
ครู่ต่อมา สัมผัสทมิฬ ถูกกระแทกลงไปกับพื้นดินอย่าง
รุนแรง โลหิตของเขาหลั่งไหลออกมาจนราวกับกำลังจะ
ตกตาย สถานการณ์ในยามนี้ของเขาทำให้หมาป่าพยัคห์
เมฆาทมิฬตัวอื่นรู้สึกหดหู่ตามไปด้วย ภายในช่วงเวลา
สั้นๆ เกิดการล้มตายไปมากมาย มองเห็นหมาป่าพยัคฆ์
เมฆาทมิฬวัยหนุ่มค่อยๆ ล้มลงไปอยู่บนพื้น โลหิต
หลั่งไหลราวกับสายธารา นอกจากนี้ยังมีลูกๆ ของเขา
อยู่ในนั้นด้วย……
สายโลหิตไหลนองทั่วพื้นที่……
บางทีคงเป็นการเตรียมใจมานานแล้ว คิดว่าจะต้องมีสัก
วันที่ต้องพบเจอกับเหตุการณ์นี้ บางทีกลุ่มของเขา
อาจจะล่มสลายไปเลยก็เป็นได้!
ทว่าคงกล่าวได้เพียงเขามั่นใจในตัวเองมากเกินไป คิดว่า
พวกเขาแข็งแกร่งอยู่แล้ว จึงไม่ได้เตรียมการอะไร
มากมายนัก และยามนี้เขาจำเป็นจะต้องชดใช้กรรมที่
เคยก่อเอาไว้ ทั้งยังลากคนในครอบครัวของตัวเองเข้ามา
เกี่ยวด้วย เมื่อเห็นคนในครอบครัวค่อยๆ ล้มตายไป แวว
ตาของเขาจึงเต็มไปด้วยความสับสนและหลั่งน้ำตา
ออกมาเป็นสายโลหิต……
เห็นได้ชัดว่ายามนี้หัวใจของเขาตกอยู่ในความเสียใจ
“สัมผัสทมิฬ เจ้าจะต้องตาย! น้องสาม เจ้าที่อยู่บน
สวรรค์จงจับตาดูให้ดี!”
พยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตทั้ง 2 ตัวพุ่งโจมตีเข้ามา แววตา
ของมันเต็มไปด้วยจิตสังหาร สัมผัสทมิฬ พบว่าตัวเขา
เองทำได้เพียงแค่รีบลุกยืนขึ้นมาเท่านั้น!
เขาไม่เคยคิดว่าความตายจะอยู่ใกล้ตัวเองถึงเพียงนี้มา
ก่อน………….
จากที่ไม่เคยสิ้นหวัง บัดนี้กลับคืนคลานเข้าใกล้
อย่างไรก็ตามในวินาทีนี้ เขาหวนนึกไปถึงคนทั้งสามที่
ยืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่า ตั้งแต่แรกพวกเขาไม่มี
ส่วนร่วมกับการต่อสู้ในครั้งนี้ ทำเพียงแค่มองมาอย่าง
เดียว
เมื่อมองเห็นพวกเขา สัมผัสทมิฬ พลันบังเกิดความคิด
ขึ้น เปลวเพลิงในใจถูกจุดติดขึ้นมาจนเริ่มมองเห็น
ความหวัง!
“ข้ารู้ตำแหน่งของผู้หญิงคนนั้น! ช่วยพวกข้า แล้วข้าจะ
บอกเจ้า!” ฉับพลันนั้นเอง สัมผัสทมิฬ ได้แผดเสียง
คำรามตะโกนขึ้น
แน่นอนว่ายามที่ อู่ อวี้ ได้ยิน ก็ถึงกับรู้สึกประหลาดใจ
ในช่วงเวลาที่เขาได้ยินคำกล่าวนั้นเอง จึงมิอาจยอมยืนดู
อยู่เฉยได้อีกต่อไป เพราะจริงๆ แล้วเขารู้สึกว่า สัมผัส
ทมิฬ ยังมีเรื่องที่ปิดบังเขาอยู่มากมายนัก
“ร่างอวตารนอกวิถี!”
ทันใดนั้นร่างอวตารนับพันนับหมื่นของ อู่ อวี้ ได้ปรากฏ
ขึ้นท่ามกลางการต่อสู้ และพุ่งเข้าโรมรันกับกลุ่มของ
พยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิต แค่ไม่นานพวกมันก็ถูกร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ โจมตีจนต้องแผดเสียงร้องด้วยความ
เจ็บปวดดังกึกก้องทะลวงสวรรค์ ครู่ต่อมาพวกมันจึงได้
หลบหนีด้วยความแตกตื่น สำหรับร่างหลักของ อู่ อวี้
ได้มาปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของ หยุนเซิง หยุนอิน ซึ่ง
เป็นยอดฝีมือระดับค้นหาเต๋าที่ไม่อาจจะจัดการได้ง่ายๆ
ทว่าเมื่อ อู่ อวี้ ได้หยิบเอา ‘พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้า
ทัณฑ์เตาหลอม’ ออกมา พร้อมกับฟาดออกไปก็
ก่อให้เกิดพลังอำนาจมหาศาล เข้ากระแทกกับพยัคฆ์
มังกรเมฆาโลหิตตัวหนึ่ง พยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตตัวนั้น
กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วปลิวกระเด็นออกไป
ในทันที!
“น้องสอง!” พยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตได้ถูก อู่ อวี้ ข่มขวัญ
จนเกิดความรู้สึกหวาดกลัว มันตรงเข้าไปเพื่อตรวจสอบ
อาการบาดเจ็บของน้องสอง เพียงแค่การฟาดฟันออกไป
ครั้งเดียว กลับส่งผลให้มันสิ้นท่าอย่างง่ายดาย ซึ่ง อู่ อวี้
ยังนับว่ายั้งมือไม่พลั้งสังหาร
“ไสหัวไปซะ เมื่อข้าอยู่ที่นี่ ห้ามบังอาจสังหารเขา
เด็ดขาด” ในขณะที่ อู่ อวี้ เอ่ยคำพูดนี้ออกมา ทุกคนที่
อยู่ในการต่อสู้ก็จับจ้องเป็นสายตาเดียว ยามนี้ พยัคฆ์
มังกรเมฆาโลหิตตัว อื่นๆ ได้ถูกร่างอวตารของ อู่ อวี้ ขับ
ไล่ออกไปจนสิ้น
“เจ้าเป็นใคร! ทำไมถึงต้องช่วยมัน!” พยัคฆ์มังกรเมฆา
โลหิตรู้สึกโกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง
“เป็นใครไม่สำคัญ วันนี้พวกเจ้าแค่โชคไม่ดี หากยังไม่รีบ
ไสหัวไปอีก ข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล”
อู่ อวี้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เหล่าพยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตทั้งหลายที่หลบหนีออกจาก
วงล้อมต่างจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยแววตาหวาดกลัว เมื่อ
หยุนเซิง มองเห็นสถานการณ์กลายเป็นเช่นนี้ ผนวกกับ
หยุนอิน ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้มันกลายโกรธจน
เลือดขึ้นหน้า แต่มันก็ทำได้เพียงแค่สะกดลงไป แล้วเอ่ย
ตะโกนใส่ สัมผัสทมิฬ ว่า “วันนี้นับว่าเจ้าโชคดี แต่เจ้า
ไม่อาจจะหลบลี้ไปได้ตลอด จงจำเอาไว้!”
เมื่อกล่าวจบ กลุ่มพยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตก็หลบหนีไป
พร้อมกับนำร่างของพยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตกลับไปด้วย
อู่ อวี้ เรียกเก็บร่างอวตารกลับคืนแล้วหันหลังกลับ บัดนี้
กลุ่มหมาป่าพยัคฆ์เมฆาทมิฬมองดูเขาด้วยความเศร้า
หมอง แม้แต่ สัมผัสทมิฬ ก็ไม่เว้น ความจริง สัมผัสทมิฬ
ไม่รู้ระดับพลังฝึกตนของ อู่ อวี้ ซึ่งจริงๆ เขาคิดว่าคนทั้ง
3 นี้ คงไม่สามารถจะช่วยเขาต้านทาน หยุนอิน ได้ แต่
อย่างน้อยก็พอจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ทว่ากลับไม่คาดคิด
อู่ อวี้ จะสามารถขับไล่กลุ่มพยัคฆ์มังกรเมฆาโลหิตไปได้
ด้วยตัวคนเดียว
ยิ่งกว่านั้นดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะไม่ทันได้ออกแรงเลยเสีย
ด้วยซ้ำไป
“ขะ……ขะ….ขอบคุณท่านมาก” หมาป่าพยัคฆ์เมฆา
ทมิฬจ้องหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก สีหน้าของพวกมันเต็มไป
ด้วยความประหลาดใจ
“อย่าเสียเวลาอีกเลย เข้าไป แล้วบอกสิ่งที่เจ้ารู้มาซะ”
อู่ อวี้ ลากเขาเข้าไปภายในโรงเตี๊ยมปีศาจหมาป่าโดยไม่
รีรอ
——————————–