กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 94 : การฝึกตนคือวิถีแห่งการช่วงชิง
ถัง ป้าเทียน ได้จุดยันต์เพลิงแดงทะยานฟ้า ส่งพลให้
เปลวเพลิงลุกโชติช่วงพุ่งทะยานออกไปนอกหุบเขา
โชคชะตาเซียน ในตอนนั้นเอง ก็มีด้ายเส้นบาง ๆ
พร้อมกับตะขอเบ็ดเข้ามาเกี่ยวร่างของถัง ป้าเทียน
เอาไว้ จากนั้นก็กระชากร่างของเขาออกไปจากสระ
มรกตทันที วิธีของอาวุโสเซินถู ช่างเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
ความจริงแล้ว อู่ อวี้ ไม่ได้ตั้งใจมาที่นี่ เนื่องจากว่า
ระดับพลังของเขา เพิ่งจะอยู่ในระดับหลอมรวม
ลมปราณขั้นที่ 2 เท่านั้น แต่เขาต้องเจอกับผู้มีระดับ
พลัง หลอมรวมลมปราณอยู่ในขั้นที่ 4 ถึง 2 คน และ
หลอมรวมลมปราณอยู่ในขั้นที่ 5 ถึง 3 คน ฉะนั้นแรง
กดดันนี้ เกินกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้!
ฮิ ๆ ๆ !
หลาน สุ่ยเยว่ หัวเราะคิกคักออกมา ใบหน้าขาวนวล
ละเอียดอ่อนของนาง แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มอันภาคภูมิใจ
นางกวาดสายตาไปที่คนทั้ง 5 ที่อยู่รอบตัวนาง ใน
เวลานี้คนทั้ง 5 ได้ล้อมรอบตัวของ อู่ อวี้ เอา และดู
เหมือนว่าจะเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ
” ข้าไม่ได้ตั้งใจจะยั่วยุเจ้า ตอนที่อยู่ใน หุบเขาอัญ
มณี ข้าก็ได้แสดงความจริงใจด้วยการขอโทษไปแล้ว
ไฉนเจ้าถึงยังไม่ยอมเลิกลา ?”
เนื่องจาก อู่ อวี้ รู้สึกว่า นิกายกระบี่สวรรค์นี้
เปรียบเสมือนดั่งบ้านหลังที่สองของเขา ถ้าให้กล่าว
ตามความจริงแล้ว เขาเองก็ไม่ชอบต่อสู้สักเท่าไหร่นัก
” เจ้าคิดว่าแค่ค ากล่าวขอโทษ จะจบเรื่องแล้วงั้น
หรือ ? ถ้าเช่นนั้นจะสังหารเจ้าก่อน แล้วค่อยขอโทษ
เจ้าคืนก็แล้วกัน ” หลาน สุ่ยเยว่หัวเราะออกมาเสียง
ดัง พวกคนที่ล้อมรอบ อู่ อวี้ ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ
ดังนั้นนางจึงรู้สึกผ่อนคลายอย่างยิ่ง
” จะเอาแบบนี้อย่างนั้นรึ? ” แม้ว่า อู่ อวี้ ถูกล้อม
อยู่ แต่เขาก็ยังพยายามคิดหาทางออก
” ถ้าจะแก้แค้นให้กับศิษย์น้อง ซือตู๋ หมิงหลาง
ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต และ ข้าก็จะสังหารเจ้า แต่ก็ถือ
ว่าเจ้านั้นยังโชคดีอยู่บ้าง เพราะว่าข้าเองก็ไม่ค่อย
ชอบหน้า ซือตู๋ หมิงหลาง อะไรมากนัก ฉะนั้นข้าจึง
อยากคิดที่จะสั่งสอนเจ้าให้หลาบจ า ที่กล้าท าให้ข้า
ต้องอับอายขายหน้า อีกทั้งเจ้ายังต้องชดใช้กับความ
ปากพล่อยของเจ้าเท่านั้น ”
หลาน สุ่ยเยว่ ยิ้ม เนื่องจากนางรอเวลานี้มาช้านาน
แล้ว
” ลงมือ !”
โอกาสที่ดี ๆ เช่นนี้ มีหรือนางจะยอมปล่อยให้ อู่ อวี้
ลอยนวลไปได้!
ฟึบ!
เมื่อนับรวม หลาน สุ่ยเยว่ ไปแล้ว ในยามนี้ตรง
ด้านหน้าของ อู่ อวี้ เขาก าลังเผชิญหน้ากับศาสตรา
กระบี่ทั้ง 6 และผู้ที่น่าหวาดหวั่นที่สุดก็คือ หนี่ หงอี้
ศาสตราเต๋ากระบี่ยาวที่นางก าลังถืออยู่นั้นมีสีโลหิต
อีกทั้งกลิ่นอายของดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยความ
โกรธแค้น หากมองแค่ภายนอกสตรีผู้นี้ นั้นเป็นผู้ที่มี
รูปโฉมงดงามอีกทั้งยังเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล
แต่แท้จริงแล้วนางคือมือสังหาร ที่เต็มไปด้วยจิต
วิญญาณแห่งความเคียดแค้นพวยพุ่งออกมา
” ลงมือ !”
วิชาเต๋าอันดุร้ายป่าเถื่อนได้พวยพุ่งออกมาอย่างน่า
หวาดหวั่น!
คนทั้งห้าพุ่งตัวจู่โจม หมายถึงวิกฤตของผู้เผชิญ!
” หนึ่งมังกรพันเสา ! ”
อู่ อวี้ กระโดดลอยตัวสูงขึ้น จากนั้นก็หันไปเผชิญหน้า
กับ หลาน สุ่ยเยว่ บางทีกลุ่มคนเหล่านี้อาจจะคิดว่า
อู่ อวี้ พยายามจะจัดการ หลาน สุ่ยเยว่ ก่อนเป็น
อันดับแรก แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ อู่ อวี้
เปลี่ยนทิศทางอย่างกระทันหัน เมื่อมังกรได้ขดพัน
รอบพลองพิชิตมาร ทันใดนั้นเขากลับเปลี่ยนทิศทาง
อย่างรวดเร็ว ราวกับสัตว์ร้ายที่ก าลังคุ้มคลั่ง เปลว
เพลิงพุ่งทะยานลุกโชติช่วงขึ้นสู่ท้องฟ้า ก าลังพุ่งเข้าใส่
ไปที่ ซู่ ฉือ !
“พุ่งทะยาน!”
อู่ อวี้ แผดเสียงค ารามขึ้น
เทพมังกรมังกรหมุนวนเป็นเกลียว เสายักษ์ทะลวง
สวรรค์!
เมื่อ เคล็ดวิชาเก้ามังกรพันเสา ผสานเข้ากับความ
แข็งแกร่งทางกายภาพของ อู่ อวี้ แล้ว นับว่าน่ากลัว
อย่างยิ่ง ในเวลานี้ทั้ง หลาน สุ่ยเยว่ และ ซู่ ฉื่อ ไม่
อาจปกปิดความหวาดกลัวได้อีกต่อไป!
“กรี๊ดดดดด!”
ซู ฉื่อ รีบถอยล่นไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว และ อู่ อวี้
ก็ใช้โอกาสนี้วิ่งหลบหนีจากไปอย่างรวดเร็ว !
แต่เขาประเมินศิษย์หลักเหล่านี้ต่ าเกินไป พวกมันได้
ฝึกฝนมานานนับทศวรรษ ทันใดนั้นศิษย์ชุดเขียว และ
ศิษย์ชุดน้ าเงิน ฉับพลันสาวกทั้งสองก็พุ่งเข้ามาใช้
กระบี่คู่ไขว้ผสาน เพียงชั่วพริบตาก็สามารถผนึก
เส้นทางที่ อู่ อวี้ ก าลังจะไปได้อย่างรวดเร็ว
” ลงมือต่อเลย! ”
แคร๊ง!!!!
ศาสตรากระบี่ทั้งสอง ปะทะเข้ากับพลองยาว ท าให้ อู่
อวี้ ได้รับผลกระทบจนแขนถูกฟันเข้า!
ฉีกกระชาก! ฉึกกก!
ขณะนี้บนแขนของ อู่ อวี้ มีบาดแผลสองแห่งลึกไป
จนถึงกระดูก จนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ด้วย
บาดแผลที่ค่อนข้างลึก จึงท าให้เลือดสีแดงสดไหล
ทะลักออกมา อาบย้อมเสื้อผ้าของเขาอย่างรวดเร็ว
บาดแผลดูสาหัสจนน่ากลัว ท าให้ อู่ อวี้ ถึงกลับต้อง
สูดหายใจเข้า
อาจเป็นเพราะ กายาเพชรอมตะ ของเขายังไม่
แข็งแกร่งมากเพียงพอ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสาวกที่มี
พลังอยู่ในระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่ 5 ทั้งสอง ที่
หมายจะตัดแขนของเขา จึงท าให้ถูกเฉือนเข้าอย่าง
ง่ายดายเช่นนี้
“เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่พลั่งพรูจริงๆ!”
ในความเป็นจริงแล้ว ระดับพลังของฝ่ายตรงข้าม ถือ
ได้ว่าเข้าสู่ระดับของ ซู หยานหลี่ แล้ว
“ล าน าสายรุ้ง!”
มันก็เหมือนกับในตอนนี้ อู่ อวี้ ก าลังอยู่ใน
สถานการณ์บังคับ อีกทั้งคนทั้งสองยังตัดก าลัง ด้วย
การท าให้แขนของเขาบาดเจ็บ เมื่อ หนี่ หงอี้ เห็นว่า
เขาไม่สามารถถือ พลองพิชิตมาร ได้ นางก็ยิ้มอ่อน ๆ
อย่างมีชัย ทันใดนั้นนางก็พุ่งมือออกไป สายรุ้งยาวก็
พุ่งออกไปบริเวณศีรษะของ อู่ อวี้ ราวกับอสรพิษที่
ก าลังพุ่งฉก เห็นได้อย่างชัดเจนวันนี้คือ ‘ศาสตรา
เวทย์’ ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นศาสตราเต๋าอีกหนึ่งชนิด
ฟึบ!
ในช่วงเวลาวิกฤตที่ไม่มีเวลาตั้งตัวเช่นนี้ ทันใดนั้นล า
น าสายรุ้งซึ่งดูราวกับแท่งโลหะ ก็ได้พุ่งเข้าพันธนาการ
ใส่มือ และ เท้าของ อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว ในยามนี้ทั่ว
ทั้งร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผล ยามนี้ความ
ตายก าลังโอบล้อม อู่ อวี้ ทันใดนั้นเสียงของ อู่ อวี้ ก็
ดังขึ้นพร้อมกับกระแทก พลองพิชิตมาร ลงสู่พื้นดิน
อย่างรุนแรง
“ท าลาย!”
อ๊ากกกกก!!!!
เขารีดเฟ้นพลังจากทั่วทั้งร่าง กู่ร้องออกด้วยความ
โกรธเกรี้ยว จากนั้นร่างกายก็ค่อยๆกลายร่างเป็น ‘
เซียนจ าแลงวานร ’ ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็ขยาย
ใหญ่ขึ้น แม้แต่ล าน าสายรุ้งที่ยังติดอยู่บนมือ และ เท้า
ของเขา ก็ขยายใหญ่ตาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าศาสตรา
เต๋าชิ้นนี้ร้ายกาจมากเพียงใด มันจะต้องมันยังเป็น
ศาสตราเต๋าที่ล้ าค่า และ หาได้ยากอย่างยิ่ง อีกทั้ง
หนี่ หงอี้ ยังมีพลังอยู่ในระดับหลอมรวมลมปราณขั้น
ที่ 5 แน่นอนว่าระดับพลังในปัจจุบันของ อู่ อวี้ ท าให้
ยากที่จะสามารถเทียบได้ กับศิษย์หลักที่ฝึกตนมาแล้ว
หลายร้อยปีเช่นนี้ได้
” ฮ่า ๆ ๆ ยังอยากจะหลบหนีอยู่อีกรึ”
ในตอนนี้ หนี่ หงอี้ ก าลังยืนประจันหน้ากับเขา นาง
ก าลังท าการวาดอาคมขึ้นบนอากาศ ทันใดนั้น ล าน า
สายรุ้ง ก็เกิดปฏิกิริยาขึ้น แท่งเหล็กที่พันธนาการ อู่
อวี้ อยู่นั้นก็ได้บีบรัดแน่นขึ้น จน อู่ อวี้ เกิดความ
เจ็บปวดทุกข์ทรมานจนราวกับว่าร่างกายของ อู่ อวี้
ก าลังจะถูกล าน าสายรุ้งบดขยี้จนกลายเป็นเนื้อบด
” อึก ”
อู่ อวี้ ล่วงรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้อยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว
แต่เขาก็ไม่หวาดกลัว ตราบใดที่เขายังไม่ตาย เขาก็จะ
ยังมีโอกาสแก้แค้น แม้ว่าเขาไม่อยากที่จะเกลียดชัง
หรือ ปรารถนาจะแก้แค้น แต่เห็นได้ชัดแล้วว่ามันเป็น
แค่เรื่องเพ้อฝัน
” หลาน สุ่ยเยว่ สิ่งที่เจ้าได้กระท ากับข้าในวันนี้ เจ้า
จะเสียใจในภายภาคหน้า ” ร่างเซียนวานรมันกินพลัง
ศักดิ์สิทธิ์มากเกินไป อู่ อวี้ จึงกลับคืนร่างเดิมอย่าง
รวดเร็ว สายตาของเขาราบเรียบบ่งบอกถึงโทสะที่อยู่
ภายในใจ และเขาได้มองไปยังใบหน้าของ หลาน สุ่ย
เยว่ ด้วยรอยยิ้มอันผ่อนคลาย
” ฮ่า ๆ ๆ ”
ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ตัวเขาต่างหัวเราะออกมาเสียงดัง
หลาน สุ่ยเยว่ หัวเราะออกมาท้องแข็งจนนางเอนกาย
ไปด้านหลังด้านหน้า แต่ตอนนั้นเองนางก็หยุดหัวเราะ
อย่างกระทันหัน พร้อมกับแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา
นางก้าวไปอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ โดยมี ศิษย์ที่สวม
เสื้อสีเขียว และศิษย์ที่สวมเสื้อสีน้ าเงิน ล้อมอยู่
ด้านหลังเขาอยู่ จากนั้นนางก็กล่าวกับทั้งคู่ว่า “ให้มัน
คุกเข่าลง”
“ได้”
ถึงแม้พวกมันจะเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ
หลอมรวมลมปราณขั้นที่ 5 แต่พวกมันก็ยังคงฟัง
ค าสั่งของ หลาน สุ่ยเยว่ ในเวลานี้คนทั้งสองได้เข้ามา
จับไหล่ของ อู่ อวี้ ไว้คนละข้าง จากนั้นก็ถีบใส่ข้อพับ
ของ อู่ อวี้ แล้วกดเขาลง ช่วงเวลานั้นเองหัวเข่าของ
อู่ อวี้ ตัวลงกระแทกกับพื้นอย่างจัง!
หัวเข่าของชายชาตรีมีค่าดั่งทองค า!
มีแค่ไม่กี่คนในชีวิตที่ อู่ อวี้ ยอมคุกเข่าให้
เสด็จพ่อ เสิ่น อู๋เต้า อาจารย์ เฟิง ซัวหยา …
แต่ คนเหล่านี้เป็นบุคคลที่ อู่ อวี้ ให้ความเคารพ
เทิดทูนอย่างสูงสุด
การที่ถูกบังคับให้คุกเข่า ท าให้เพลิงแห่งโทสะลุกโหม
กระหน่ าขึ้นในจิตใจของเขา เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา
มอง ภายในดวงตาของเขา เต็มไปด้วยคลื่นแห่งความ
โกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรง ดูราวกับดวงตาของสัตว์ร้าย
ที่แสนน่าสะพรึงกลัว ซึ่งมันท าให้ หลาน สุ่ยเยว่ ก้าว
ถอยหลังออกไปหลายก้าว
การต่อสู้กับผู้ที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในขั้นหลอมรวม
ลมปราณระดับ 5 ซึ่งมีจ านวนถึง 3 คนนั้นคือเป็น
เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอย่างยิ่ง!
การฝึกตนในวิถีแห่งเต๋านั้น ก็เปรียบเสมือนการแล่น
เรือทวนกระแสธารา มีใครบ้างที่ไม่เคยโดนดูถูกสร้าง
ความอัปยศเหยียดหยามให้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในตอนนี้ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา อู่ อวี้ ได้คาดคิด
เอาไว้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาจะต้องยอม
ก้มหัวศิโรราบให้
“หลาน สุ่ยเยว่ จากนี้ไป เราจะเป็นศัตรูกัน!” อู่ อวี้
ค าราม
“ศัตรู? เจ้ามีคุณสมบัติพองั้นหรือ?” หลาน สุ่ยเยว่
ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ในตอนนั้นเองนางเอื้อมมือ
ออกไปพร้อมกับตบเข้าใส่หน้าของ อู่ อวี้ นี่คือสิ่งที่
นางเคยกล่าวกับ อู่ อวี้ ว่านางจะท าให้ อู่ อวี้ ต้อง
คุกเข่าอยู่ต่อหน้า แล้วจะตบหน้าพร้อมกับฉีก
กระชากปากของเขา
ซึ่งการตบในครั้งนี้ ก็ยังคงไม่เพียงพอที่จะระบาย
โทสะภายในใจของนางให้หมดไปได้อยู่ดี
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังคงมีศิษย์สองคนที่อยู่ด้านหลัง
แถมยังมีศาสตราเต๋า ที่มีชื่อเรียกว่า ล าน าสายรุ้ง
พันธนาการร่างกายของเขาเอาไว้!
หนี่ หงอี้ ที่อยู่ข้าง ๆ เขากล่าวขึ้นมาว่า ” สุ่ยเยว่ มัน
บังอาจมาเหยียดหยามเกียรติ์ของเจ้า อันที่จริงแล้ว
เจ้าควรระบายความโกรธแค้น ท าให้มันรู้สึกเสียใจไป
ตลอดชีวิต ด้วยการตัดไอ้จ้อนของมัน หากว่าเจ้ารู้สึก
ขยะแขยง พี่สาวผู้นี้สามารถท าแทนเจ้าได้”
หลาน สุ่ยเยว่ หยุดมือของชั่วคราว หลังจาก หนี่ หงอี้
กล่าวจบ นางก็แสร้งท าท่าไม่พอใจแล้วกล่าวว่า “ศิษย์
พี่หงอี้นั่นมันมากเกินไป แต่ถ้าท่านต้องการ ข้าก็จะไม่
หยุดท่าน แน่นอนว่ามันต้องเป็นหลังจากที่ข้าฉีกปาก
ของมันก่อน!”
อู่ อวี้ ฟังบทสนทนาของพวกเขา
ส าหรับเส้นทางแห่งการฝึกตนแล้ว เขามีความเข้าใจ
เรื่องนี้เป็นอย่างดี “คนทั้งสองนับเป็นหญิงงาม แต่การ
กระท าของนางกลับชั่วช้า และ เหี้ยมโหดมาก ตลอด
เส้นทางในการฝึกตนบ าเพ็ญเพียร ต้องต่อสู้กับทุกสิ่ง
ซึ่งมันถูกเรียกว่ากฎของป่า เป็นเพราะว่าข้านั้น
อ่อนแอ ถึงแม้พวกนางจะสับข้าเป็นหมื่น ๆ ชิ้น ก็ยัง
ถือว่ามีเหตุผลเพียงพอ ! ”
“หากข้าแข็งแกร่ง การที่จะบดขยี้พวกเขากับเป็น
เรื่องเหมาะสมเช่นเดียวกัน!”
บางที ในช่วงเวลานี้เขาอาจจะตระหนักถึงเรื่องนี้ได้
อย่างชัดเจน
“การฝึกตนคือการแย่งชิง ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะ
สามารถแสดงความกล้าหาญได้”
หากไม่มีพลังอ านาจพอ แล้วจะไปกล่าวถึงความกล้า
หาญได้อย่างไรกัน?
การที่ หลาน สุ่ยเยว่ ตบเขา มันท าให้ภายในจิตใจ อู่
อวี้ เด็ดเดี่ยวถึงขีดสุด! กล่าวตามตรง เขาไม่ได้โกรธ
แค้นนางเพราะความอับอายที่ได้รับ แต่ถ้าพูดให้ถูก
มากกว่านั้น มันคือความคับข้องใจ แม้ว่าจะไม่โกรธ
แต่ความแค้นนี้ ต้องถูกสะสาง
จิตใจของเขาด าดิ่งลงสู่ความสงบถึงขีดสุด
“หมิงซวง ข้าต้องพึ่งท่านแล้ว … ”
ชั่ววินาทีแห่งความเป็นความตาย …
เขามองเห็นภาพของวานรในจิตใจ ภายในจิตใจของ
เขาได้ปรากฏเป็นภาพของราชาวานร! มหาเทพผู้
ยิ่งใหญ่ หาผู้ใดเปรียบ!
“เคล็ดแปลงอสูร!”
ที่เรียกว่าการแปลงกาย 72 ร่างนั้น ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง
ร่างกายสิ่งต่าง ๆ 72 ร่าง
บนสวรรค์และปฐพีแห่งนี้ มีพลังวิเศษอยู่มากมาย ใต้
หล้าผืนฟ้า ขึ้นสวรรค์ทะลวงถึงนรก ทะยานสู่ความ
ว่างเปล่า ไม่มีอะไรที่ท าไม่ได้!
แน่นอนว่ามันคือ เคล็ดวิชาตรึงกายา ซึ่งในตอนนี้เขา
มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!
“ตรึง!”
อู่ อวี้ ผ่อนลมหายใจ จากนั้นเขาก็ท าการหลอมรวม
พลังศักดิ์สิทธิ์จนกลายเป็นวิชาพิศดาล เขาเริ่มใช้งาน
มันอีกครั้ง เคล็ดวิชาตรึงกายา ช่างลี้ลับพิสดารอย่าง
แท้จริง มันได้ช่วยเขาไว้ในช่วงเวลาส าคัญเสมอ อู่ อวี้
ตอนที่เขานั้นได้ท าการฝึกฝน เคล็ดวิชาตรึงกายานี้
มักจะล้มเหลวอยู่เสมอ มันท าให้เขาต้องเสียพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ไปมหาศาล แต่ในการต่อสู้แท้จริง มันกลับ
ส าเร็จอีกครั้ง!
เป้าหมายของเขาคือ ล าน าสายรุ้ง ของ หนี่ ชิงอี้
เคล็ดวิชาตรึงกายานั้นสามารถใช้ได้กับทุกสิ่งทุกอย่าง
ในสวรรค์และปฐพีแห่งนี้ แล้วใครกันที่จ ากัดว่ามัน
ใช้ได้แค่กับสิ่งมีชีวิต? แน่นอนว่ามันสามารถใช้งานได้
กับทั้ง ศาสตราเต๋า และ วิหค ซึ่งเมื่อใช้งานออก
มาแล้ว ยังไงก็ไม่สามารถหลีกหนีไปจากเคล็ดวิชานี้ได้
การที่ศาสตราเต๋าจะท างานได้นั้น ต้องเกิดจากพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลเข้าสู่ ‘วงเวทย์ศาสตรา’ ในตอนนี้ อู่
อวี้ ใช้เวลาในการค้นหาต าแหน่งของ ‘วงเวทย์
ศาสตรา’ มันคือความหาญกล้า ในการใช้เคล็ดวิชา
ตรึงกายาอย่างแท้จริง!
พลังที่ไหลเวียนอยู่ในศาสตราเต๋า คือพลังศักดิ์สิทธิ์
ของผู้ที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณ
ระดับที่ 5
หนี่ หงอี้ คือผู้ที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในขั้นหลอมรวม
ลมปราณ ระดับ 5 เหนือกว่า อู่ อวี้ สามระดับ การใช้
เคล็ดตรึงกายอาจไม่ได้ผลกับนาง ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ศาสตราเต๋าของนาง ไม่มีทาง
เป็นไปได้ที่ศาสตราเต๋าจะกักเก็บพลังศักดิ์สิทธิ์ของ
หนี่ หงอี้ ไว้ทั้งหมด ดังนั้นมันจึงมีโอกาสที่จะส าเร็จสูง
มาก
ฟูม!
ในเวลานั้นเอง อู่ อวี้ รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ล าน า
สายรุ้งได้ปลดพันธนาการลงเล็กน้อย ท าให้เขา
สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่มันก็เป็นเพียงชั่วขณะหนึ่ง
เท่านั้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ใน
ศาสตราเต๋านี้ยังคงมีพลังอยู่ บวกกับการที่ อู่ อวี้ นั้น
ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิธีต่อสู้แบบพลิกสวรรค์เช่นนี้!
อย่างไรก็ตาม เสี้ยววินาทีนี้คือสิ่งที่ อู่ อวี้ ต้องการ
ซึ่งช่วงเวลานั้น เป็นตอนที่ หลาน สุ่ยเยว่ ก าลังจะตบ
เขา
เสี้ยววินาที ที่เคล็ดวิชาตรึงกายท างาน อู่ อวี้ ได้ดึงมือ
ข้างหนึ่งออก พร้อมกับขยับล้วงลงไปในถุงจักรวาล
ทันใดนั้นที่มือของเขาได้หยิบเอา ของวิเศษเต๋าชิ้น
หนึ่งออกมา!
“มุกเพลิงผสาน!”
หนี่ หงอี้ตกตะลึง เมื่อรู้ว่า ล าน าสายรุ้งคลายตัวลง อู่
อวี้ น ามุกเพลิงผสานออกมา ภายในมุกเพลิงผสานนี้
เจียง จุนหลิน กักเก็บเปลวเพลิงเอาไว้มากมาย อู่ อวี้
ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา ชั่วขณะนั้นเปลว
เพลิงทั้งหมดที่ถูกกับเก็บอยู่ภายใน ได้ถูกปลดปล่อย
ออกมาทันที ผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที ร่างของคนทั้ง 6
ก็ถูกเปลวเพลิงที่ลุกโหมกระหน่ ากลืนกิน โดยเฉพาะ
หลาน สุ่ยเยว่ ,ซู่ ฉือ ทั้งคู่ ได้ถูกเพลิงนี้เผาผลาญ
อย่างกระชั้นชิด!
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ