กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 930:
ด้วงศักดิ์สิทธิ์เปลือกทองคำกับนกและอีแร้ง
ฝูง ‘ผึ้งทมิฬ’ มีจำนวนหนาแน่น ประเมินจากสายตาคาด
ว่าอย่าง ๆ น้อยๆ ต้องมีจำนวนกว่าหลายร้อยล้านตัว
ผึ้งทมิฬเหล่านี้หาใช่เผ่าพันธุ์ปีศาจ ซึ่ง อู่ อวี้ คิดว่าผึ้ง
เหล่านี้น่าจะเป็นสมุนของราชาปีศาจหอกทมิฬ หรือไม่
พวกมันอาจจะออกมาจากในตัวของมัน หากเร่งรีบ
ออกมาหาตัวฆาตกร มันจะไม่มาพร้อมกับเหล่าสมุนผู้
ทรงพลังมากมายถึงเพียงนี้อย่างแน่นอน และเมื่อเห็นฝูง
ผึ้งทมิฬเหล่านี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย
สิ่งที่เขากลัวที่สุดก็คือ กลัวว่าตัวเองจะได้เห็น หนานกง
เหว่ย ถูกฆ่าตาย
ท้ายที่สุดมันก็คือราชาปีศาจหอกทมิฬ ตบะของมันอยู่
ในระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 5 การที่มันรู้จักในนามราชา
ปีศาจเป็นเพราะว่า มันมีความแข็งมากถึงเพียงนี้
ด้วยความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ตอนนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่
จะต่อกรกับมัน
การที่ฝูงผึ้งทมิฬอยู่ที่นั่น ก็แสดงว่าราชาปีศาจหอกทมิฬ
ก็อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน มันยังไม่ได้จากไปไหนแสดงว่า
หนานกง เหว่ย ยังไม่ตาย นี่แสดงให้เห็นว่าพวกมันมิได้
เล่นรีบดังที่ อู่ อวี้ คิด หรืออาจมีบางอย่างผิดปกติจนทำ
ให้มันต้องเสียเวลาอยู่ที่นี่ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร
ก็หาได้สำคัญ เพราะสิ่งสำคัญก็คือ เขายังมีโอกาส!
ในเมื่อยังมีโอกาส อู่ อวี้ จะไม่ยอมเสียเวลา!
คนขี่เมฆาตลบฟ้าพุ่งทะยานไปทิศทางของฝูงผึ้งทมิฬ
เนื่องจากเมื่อมองจากด้านนอกไม่สามารถมองเห็นได้
อย่างได้อย่างชัดเจน เขาจึงอยากเข้าไปด้านใน ถ้า
หนานกง เหว่ย ตกอยู่ในอันตราย การมาถึงแบบ
กะทันหันของ อู่ อวี้ อาจขัดขวางการสังหารนางได้
ระหว่างพุ่งทะยานไปเบื้องหน้า เขาก็ใช้เนตรเพลิงมอง
ทะลุฝ่าฝูงผึ้งทมิฬเข้าไปด้านใน อู่ อวี้ จึงเห็นว่ามีปีศาจ
หลายตัวอยู่ด้านใน!
ท่ามกลางความคลุมเครือชุลมุน เขาเห็นวิหคสองตัว
และมีปีศาจสีทองตัวหนึ่ง ซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ที่
แน่ ๆ ทั้งสามหาใช่ราชาปีศาจหอกทมิฬ เพราะราชา
ปีศาจหอกทมิฬตัวของมันจะต้องเป็นสีดำ! เขามิได้พบ
เห็นมัน แต่มีผึ้งมากมายอยู่ แสดงให้เห็นว่ามันต้องอยู่ใน
ร่างมนุษย์
สำหรับ หนานกง เหว่ย…
อู่ อวี้ เห็นว่าปีศาจทั้งสามกำลังปิดล้อมบางอย่าง สิ่งที่
อยู่ใจกลางวงล้อมของพวกมันน่าจะเป็น กิ่งก้านสาขา
หนึ่งของปีศาจพฤกษาผนึกเมฆา ฉับพลันนั้นเอง อู่ อวี้
ก็ต้องตกใจ เมื่ออยู่ ๆ เปลวเพลิงก็ลุกไหม้ขึ้นอย่าง
รวดเร็ว ทว่าไม่อาจระบุแน่ชัดว่ามีกี่สี! เมื่อมองชัดเจน
ขึ้นก็เห็นว่าเปลวเพลิงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ามีทั้งหมด 9
สี แต่ที่น่าแปลกใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ดูเหมือนผู้ที่สร้าง
เปลวเพลิง 9 สีนี้ไม่ใช่มนุษย์ ทั้งยังมีขนาดใหญ่กว่า
มนุษย์ปกติ นอกจากนี้มันยังเป็นทรงกลม!
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็เห็นทุกอย่างชัดเจน
ช่วงเวลาต่อมาเขาก็มาถึงด้านนอกของฝูงผึ้ง ฝูงผึ้งทมิฬ
จำนวนนับล้านดูหนาแน่นอย่างที่สุด ปีกบาง ๆ ของมัน
ส่งเสียงกระพือดังหึ่งๆ ส่งผลกระทบต่อ อู่ อวี้ อยู่ไม่
น้อย อย่างไรก็ตามผึ้งทมิฬเหล่านี้ยังไม่แสดงปฏิกิริยาใด
ๆ อู่ อวี้ พึ่งพากายาหกพิภพสวรรค์สักการะราชัน
อรหันต์ไม่ดับสูญ รีบกระแทกตัวแหวกฝ่าวงล้อมของฝูง
ผึ้งจำนวนมากเข้าไปด้านในแบบตรง ๆ อู่ อวี้ ค้นพบว่า
ผึ้งทมิฬเหล่านี้มีเหล็กในที่หนาและแหลมคม คาดว่ามัน
จะต้องมีพิษที่ร้ายแรงเป็นอย่างมาก
หลังจาก อู่ อวี้ เข้ามาผึ้งทมิฬก็ปั่นป่วนโกลาหลทันที
จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาแดงก่ำหงุดหงิดอย่างที่สุด
ตามสัญชาตญาณเดิมทีแล้วมันต้องพุ่งเข้าโจมตีเขาทันที
แต่เพราะยังไม่ได้รับคำสั่งมันจึงยังไม่เคลื่อนไหวใด ๆ
หลังจาก อู่ อวี้ เข้ามา เขาสามารถมองเห็นสถานการณ์
ภายในได้อย่างชัดเจน ลำดับแรกเริ่มต้นด้วยการกวาด
สายตามองรายละเอียดโดยรอบ แล้วก็ได้เห็นราชา
ปีศาจหอกทมิฬกำลังอยู่ในร่างมนุษย์จริง ๆ มันเป็นชาย
วัยกลางคนสวมใส่ชุดคลุมสีดำ เส้นผมสีดำ รูปร่างผอม
เพรียวแรงกดดันที่แผ่ออกมาให้ความรู้สึกหนาวเย็นเป็น
อย่างยิ่ง ดวงตาคมกริบน่าเกรงขามสมกับเป็นราชาผู้
ทรงอำนาจ ด้านหลังของมันมีผึ้งทมิฬจำนวนมากกำลัง
กระพือปีกเร่า ๆ สิ่งมีชีวิตดังกล่าวก็คือผึ้ง แล้วราชา
ปีศาจหอกทมิฬก็คือนายเหนือหัวของมัน
เมื่อ อู่ อวี้ เข้ามา มันจ้องมองเขาด้วยสายตากดดันข่ม
ขวัญ แค่ประเมินจากภายนอกก็เห็นได้ชัดเจนว่า ความ
แข็งแกร่งของมันนั้นเหนือกว่าปีศาจหยินหยาง
ส่วนปีศาจทั้งสามคนควรเป็นสมุนของมัน แต่ที่ดูไม่ค่อย
ดีเท่าไหร่ก็คือพวกมันทุกตัวมีระดับพลังฝีมือเหนือกว่า
ปีศาจหยินหยาง โดยพื้นฐานแล้วพวกมัน น่าจะฝึกฝน
บำเพ็ญตบะมานานหลายปีแล้ว พลังอำนาจของมัน
สามารถยึดครองน่านน้ำทะเลได้ด้วยซ้ำ
ตัวแรกที่อยู่ใกล้ อู่ อวี้ มากที่สุดก็คือนกอินทรีสีน้ำเงิน
เข้มขนาดยักษ์ เมื่อสยายกลางปีกช่างดูน่าเกรงขามเป็น
อย่างมาก มีกระแสไฟฟ้าแลบแปลบปลาบนับไม่ถ้วน วิ่ง
ไล้ไปตามเส้นขนของมัน ทุกครั้งที่มันกะพริบผ่า ๆ
อากาศโดยรอบจะบังเกิดอัสนีฟาดผ่าขึ้น
สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือนกอินทรีตัวนี้มีสามหัว หนึ่ง
หัวตรงกลางและฝั่งซ้ายขวาอย่างละหัว ขนตรงส่วนหัว
และลำคอเป็นสีฟ้าอ่อน เสียงอัสนีคำรามอันเกิดจาก
พลังของมันดังกึกก้องกัมปนาทรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง
ก่อน อู่ อวี้ จะมาเจอกับมัน เขาเองก็พยายามรวบรวม
ข้อมูลความสามารถของมันมาบ้างแล้ว แต่ข้อมูลที่ได้มา
ก็ช่างเล็กน้อยเสียเหลือเกิน ปีศาจตัวนี้ก็คือ ‘อินทรีอัสนี
สามหัว’ พลังฝีมือของมันน่าจะอยู่ในระดับค้นหาเต๋า ขั้น
ที่ 3
นอกจากนกอินทรีทั้งสามหัว บนพื้นก็ยังมีปีศาจอีกตัวซึ่ง
น่าจะเป็นอีแร้ง หัวของมันโล้นเลี่ยนมีเส้นขนสีเหลือง
อีกทั้งอีแร้งตัวนี้ยังดูดุร้ายยิ่งกว่านกอินทรีสามหัว จิต
สังหารของมันรุนแรงเข้มข้นจนน่าขนลุก สายตาของมัน
ดูสยดสยองน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด รอบตัวของมันมี
พายุทรายสีเหลืองหมุนวนอยู่โดยรอบ พลัง
ความสามารถของอีแร้งตัวนี้ไม่ใช่กระจอก ๆ เลย ปีศาจ
ตัวนี้น่าจะเป็น ‘แร้งไต้ฝุ่นทะเลทราย’ อีกทั้งยังมีอีกตัวที่
ยืนอยู่ด้านหน้าราชาปีศาจหอกทมิฬ ความสามารถและ
ความแข็งแกร่งไม่ต่างจากอินทรีสามหัว
ปีศาจที่เหลืออยู่ ซึ่งอยู่ใต้อาณัติของราชาปีศาจหอก
ทมิฬ มันเป็นปีศาจทองคำที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้ ถ้า
เพ่งมองอย่างพินิจแล้วจะเห็นว่า นี่คือด้วงทองคำ
เปลือกของมันดูเหมือนดั่งถูกหล่อหลอมขึ้นมาจาก
ทองคำ เพียงมองแวบแรกก็รู้ได้เลยว่ามันแข็งแกร่ง
ทนทานพอ ๆ กับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ประเภทป้องกัน ทั่วทั้งร่างเปล่งประกายเงางาม ราวกับ
ดวงตะวันทองคำ นี่ก็คือ ‘ด้วงศักดิ์สิทธิ์เปลือกทองคำ’ !
ด้วงศักดิ์สิทธิ์เปลือกทองคำดูบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่าง
ยิ่ง ทั้งยังให้ความรู้สึกสงบ อันที่จริงแล้วมันถือเป็นตัวตน
ลำดับ 2 ภายในแดนปีศาจผึ้งแห่งนี้ โดยมีสมญานามว่า
‘ราชาลำดับสอง’ เป็นรองเพียงแค่ราชาปีศาจหอกทมิฬ
เท่านั้น
เพื่อชำระหนี้แค้น ราชาปีศาจหอกทมิฬนำทัพเหล่ายอด
ฝีมือภายใต้อาณัติของตนเองทั้งหมดมาด้วย นับเป็น
ขบวนศึกที่ยิ่งใหญ่มาก สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นใน
การสังหาร หนานกง เหว่ย ของมัน
มันทำให้ ราชาปีศาจน้อย มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ได้ขนาดนี้
แสดงให้เห็นถึงความรักที่มันมีต่อบุตรชายของตน
อย่างไรก็ตามไม่ว่าพวกมันทั้งสี่จะยิ่งใหญ่หรือทรงพลัง
มากเพียงใด แต่ความสนใจของ อู่ อวี้ ก็มิได้อยู่ที่พวก
มัน สิ่งที่เขาเห็นก็คือท่ามกลางวงล้อมของเหล่าปีศาจ มี
เปลวเพลิงเก้าสีกำลังลุกไหม้อยู่ นำมาซึ่งเสียงดังเปรี๊ยะ
ๆ ของเปลวเพลิง เสมือนดั่งการเผาไหม้ของพลองฟ้า
เพลิงผลาญ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกสับสนก็
คือ สิ่งนี้ดูเหมือนกับไข่ มีขนาดความยาวหลายจั้ง และ
สูงประมาณห้าถึงหกฉือ ซึ่งในเวลานี้เปลือกไข่กำลังลุก
ไหม้ไปด้วยเปลวเพลิง …
นี่คือ หนานกง เหว่ย งั้นหรือ?
ระหว่างที่ อู่ อวี้ กำลังสับสนอยู่ เห็นได้ชัดว่าปีศาจทั้งสี่ก็
รู้สึกเช่นเดียวกัน มันได้รับเบาะแสของ หนานกง เหว่ย
จึงเร่งรีบรุดหน้ามา ทว่ากลับต้องมาพบเจอกับไข่ใบนี้
พวกมันสับสนว่า หนานกง เหว่ย อยู่ในไข่ หรือว่านาง
ตายไปแล้ว?
อย่างไรก็ตามเปลวเพลิงเก้าสีไม่ควรจะปรากฏขึ้นที่นี่
นางอาจจะมีชีวิตอยู่ หรือบางทีไข่นี้อาจจะเป็นนาง
อย่างไรก็ตามเป็นไปได้เช่นกันว่า หนานกง เหว่ย จาก
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว
แต่หากผู้ที่สังหารบุตรของราชาปีศาจหอกทมิฬคือ
หนานกง เหว่ย จริง อย่างน้อย ๆ นางก็ยังไม่ตาย
แน่นอนว่าสำหรับ อู่ อวี้ แล้ว การได้เห็นพลังของไข่นี้ก็
ถือเป็นโชควาสนาครั้งใหญ่แล้ว
“ไฉนถึงมีมนุษย์เข้ามาที่นี่”
” มนุษย์ เจ้าเป็นใคร? ”
“รีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้! ” เหล่าปีศาจรวมถึงราชาปีศาจ
หอกทมิฬ ต่างพากันจับจ้องมายัง อู่ อวี้
สมองของ อู่ อวี้ พยายามคิดหาข้อแก้ตัวอย่างเร่งด่วน
จากนั้นก็ตอบไปว่า ” ขะ … ข้าไม่ทราบว่าราชาปีศาจอยู่
ที่นี่ แค่รู้สึกสงสัยก็เลยเข้ามา… อย่างไรก็ตาม ไข่นี่มัน
อะไรกัน … ”
” ทั่วทั้งทวีปปีศาจทายาททักษิณ ยังมีผู้ใดไม่รู้จักอาณา
เขตของราชาหอกทมิฬอีกงั้นหรือ? ” ราชาปีศาจหอก
ทมิฬแสดงท่าทางเย็นชา เห็นได้ชัดว่ามันสงสัย อู่ อวี้
“ข้ามาจากดินแดนโบราณเหยียนหวง ด้วยเพราะเพิ่ง
เดินทางมาถึง จึงไม่ทันระวัง ราชาปีศาจหอกทมิฬ โปรด
ให้ให้อภัยข้าด้วย!” อู่ อวี้ ต้องการถ่วงเวลาไว้ให้นาน
ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยเพราะอยากรู้ว่าพวกเขาต้องการ
ทำอะไรต่อไป
อย่างไรก็ตามราชาปีศาจหอกทมิฬหาได้ฟังคำพูดของ อู่
อวี้ แต่กลับพูดว่า “จับตัวมันซะ ข้าจะมาดูคนผู้นี้ใน
ภายหลัง”
เมื่อได้ยินคำสั่ง อินทรีอัสนีสามหัวก็บินร่อนลงมาปรากฏ
กายเหนือศีรษะของ อู่ อวี้ ทันที จากนั้นมันก็อ้าปาก
ปลดปล่อยอัสนีปกคลุมร่างของ อู่ อวี้ ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้
เคยสังหารปีศาจหยินหยาง ซึ่งมีความแข็งแกร่งอยู่ใน
อาณาจักรค้นหาเต๋าขั้นที่ 3 มาแล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกเกรง
กลัวมันผู้นี้เป็นพิเศษ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายใช้อัสนีกักขัง
ตนเอง เขาจึงไม่แสดงอาการต้านทานใด ๆ
เมื่อสายอัสนีถูกสาดประโคมลงมาสู่พื้น มันก็กลายเป็น
กรงสายฟ้ากักขัง อู่ อวี้ ไว้ทันที
” อย่าแตะต้องมัน ถ้าไม่อยากเป็นกองขี้เถ้า! เชื่อเถอะ
สภาพของเจ้าไม่ได้น่าดูนักหรอก ” อินทรีอัสนีสามหัว
มอง อู่ อวี้ แล้วพูดเตือน
“ข้า … ” อู่ อวี้ แสร้งทำเป็นหวาดกลัวจนไม่กล้าพูดอะไร
อีก อันที่จริงเขาแค่อยากเห็นว่าพวกมันจะทำอะไรต่อไป
เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ มิได้สลักสำคัญเท่าใดนัก หลังจาก
กักขัง อู่ อวี้ พวกมันก็ขี้คร้านเกินกว่าจะมานั่งสนใจเขา
อีก ถ้าไม่ใช่เพราะว่าราชาปีศาจหอกทมิฬยังรู้สึกสงสัย
ในตัวของ อู่ อวี้ อยู่บ้าง มันคงสั่งให้ปีศาจอินทรีอัสนี
สามหัวสังหาร อู่ อวี้ ไปแล้ว
” พี่ใหญ่ อย่างน้อยสีของเปลวเพลิงนี้ก็ถูกต้อง ผู้ส่งสาร
แจ้งข่าวมาว่าพบเห็น หนานกง เหว่ย ด้วยตาของตนเอง
เห็นได้ชัดว่าทรงกลมนี้เหมือนกับเปลือกไข่ที่กำลังห่อหุ้ม
นางไว้ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของนาง แม้ว่าจะดู
แปลกเล็กน้อย แต่ข้าคิดว่าพอจะทำอะไรได้บ้าง” อินทรี
อัสนีสามหัวกล่าว
“ข้าคิดว่าสตรีผู้นี้จะต้องหลบหนี ถ้าเราไม่รีบคว้าโอกาส
นี้ไว้ แล้วปล่อยให้นางหลบหนีไป เกรงว่าในครั้งต่อไปคง
จับนางได้ยากกว่าเก่า”
“น้องรองคิดเช่นไร?” ราชาปีศาจหอกทมิฬหันไปถาม
ด้วงศักดิ์สิทธิ์เปลือกทองคำ
“สังหารทิ้งเสีย คนอื่น ๆ ก็คงจะคิดแบบนี้เช่นกัน” ด้วง
ศักดิ์สิทธิ์เปลือกทองคำ รู้ดีว่าความกังวลราชาปีศาจ
หอกทมิฬแค่กังวลเพียงเท่านั้น ในเมื่ออุตส่าห์ถ่อมาถึง
ที่นี่แล้ว ทั้ง หนานกง เหว่ย ยังอยู่เบื้องหน้า ก็ควรลงมือ
ให้จบ ๆ ไปเสียที
“ลูกชายของข้า … ” ราชาปีศาจหอกทมิฬแหงนหน้ามอง
ขึ้นบนท้องฟ้าแล้วหลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นดวงตาของ
มันก็เปลี่ยนล้นไปด้วยรังสีสังหารอย่างรุนแรง จากนั้นก็
มุ่งตรงไปที่ไข่ อันที่จริงหากไม่ใช่เพราะโดน อู่ อวี้ มา
ขัดขวางกลางคัน พวกมันคงลงมือไปนานแล้ว
ราชาปีศาจหอกทมิฬกำลังลงมือโจมตี!
นี่ไม่ใช่เรื่องตลก หากปล่อยเวลาให้ช้าไปมากกว่านี้
เล็กน้อยคาดว่าไข่จะต้องแตก!
การที่ อู่ อวี้ มาที่นี่ก็เตรียมคิดหาวิธีปกป้องนางเต็มที่อยู่
แล้ว แต่การพานางหลบหนีไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เขาไม่
สามารถใช้เมฆาตลบฟ้าพานางหลบหนีได้!
ตอนนี้เห็นได้ชัดว่า ราชาปีศาจหอกทมิฬ ได้ตัดสินใจ
แล้ว ฉะนั้นเขาคงจะมัวนิ่งเฉยดูสถานการณ์มิได้อีก
ต่อไป!
เขาจึงใช้เมฆาตลบฟ้าแล้วกระโดดออกจากกรงสายฟ้านี้!
จากนั้นก็เข้าโจมตี!
เป้าหมายโจมตีของเขามิใช่ปีศาจเหล่านี้ แต่เป็นปีศาจ
พฤกษาผนึกเมฆา! สัมผัสทมิฬพูดถึงปีศาจพฤกษาผนึก
เมฆาไว้มากมาย ดังนั้นแผนของ อู่ อวี้ ตอนนี้ก็คือการ
สร้างความสับสนวุ่นวาย!
——————————–