กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 931: นางเป็นใคร?
การต่อสู้ของผู้บำเพ็ญเพียรเป็นเซียน หากมองผิวเผินมัน
ก็ไม่ต่างจากการต่อสู้ของมนุษย์ แต่แท้จริงแล้วกับ
แตกต่างกันมาก
ความได้เปรียบเสียเปรียบผลแพ้ชนะในการต่อสู้ ไม่ได้
ขึ้นอยู่กับเคล็ดวิชาเต๋าหรือพลังอิทธิฤทธิ์เพียงอย่างเดียว
บางครั้งมันขึ้นอยู่กับไหวพริบปฏิภาณ แผนการกลยุทธ์
ซึ่งนำพาไปสู่ผลลัพธ์ของการต่อสู้
เมื่อเทียบกับการต่อสู้ของมนุษย์ นอกจากยุทธวิธีใน
สงครามปัจจัยด้านชัยภูมิการรบอาจจะส่งผลกระทบกับ
ผู้ฝึกตนไม่มากนัก แต่มันก็ยังมีผลอยู่ เขาใช้ข้อได้เปรียบ
จากสภาพแวดล้อมมาช่วยเสริม โดยข้อได้เปรียบในครั้ง
นี้เกิดจาก อู่ อวี้ เคยทำสงครามของมนุษย์ธรรมดา
มาแล้ว ดังนั้นจึงมีความชำนาญในการค้นหาข้อ
ได้เปรียบทางชัยภูมิให้กับตัวเอง
สัมผัสทมิฬได้บอกเล่าเกี่ยวกับรายละเอียดปีศาจพฤกษา
ผนึกเมฆาให้เขาฟัง โดยทั่วไปปีศาจพฤกษาผนึกเมฆาตน
นี้เป็นปีศาจเก่าแก่โบราณ ซึ่งมักจะดื่มด่ำไปกับการนอน
หลับจำศีลเป็นเวลายาวนาน
สัมผัสทมิฬเผลอหลุดปากพูดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
เกี่ยวกับปีศาจพฤกษาผนึกเมฆา ทำให้มีแนวโน้มว่าอาจ
ถูกปลุกขึ้นมาได้ ซึ่งดูแล้วก็น่าจะเป็นความจริง เหตุนี้
ราชาปีศาจหอกทมิฬจึงไม่กล้ามุทะลุอะไรมาก ด้วย
เพราะกลัวพลั้งเผลอไปปลุกปีศาจพฤกษาผนึกเมฆาให้
ตื่น ซึ่งถ้ามันตื่นจะทำให้เกิดปัญหาบานปลายโดยไม่
จำเป็น
ตอนนี้ อู่ อวี้ เห็นการกระทำของพวกมันอย่างเต็มตา
แต่เขายังไม่มีวิธีที่จะช่วยไข่เอาไว้ได้ ดังนั้นวิธีเดียวที่อยู่
ในหัวของเขาตอนนี้ก็คือการปลุกปีศาจพฤกษาผนึก
เมฆาให้ตื่น นอกจากนี้เขายังคิดเผื่อถึงเรื่องที่ต้อง
เผชิญหน้าต่อสู้กับ ราชาปีศาจหอกทมิฬ ดังนั้นเขาจึงคิด
เกี่ยวกับปีศาจพฤกษาผนึกเมฆามาก่อนบ้างแล้ว ว่าจะ
เอาพลังของปีศาจตนนี้มาประยุกต์ใช้กับแผนของตนเอง
อย่างไร
เมื่อราชาปีศาจหอกทมิฬกำลังเริ่มลงมือ อู่ อวี้ จึงรีบ
ออกมาจากอัสนีกักขังของ ‘อินทรีอัสนีสามหัว’ ทันที
เวลานี้เขามีความชำนาญในการควบคุมควบคุมเมฆา
ตลบฟ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยปกติแล้วการที่เขาใช้เมฆา
ตลบฟ้ากระโดดออกมามันจะส่งเขาออกไปไกลมาก ทว่า
ปัจจุบันเขาสามารถควบคุมกำหนดระยะกระโดดของ
ตัวเองได้ แต่ด้วยเพราะรีบเร่งกระโดดออกมารวดเร็ว
มากเกินไป จึงทำให้เขาเกือบหลุดออกมาจากกลุ่มของ
ฝูงผึ้ง
เขาถือพลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม ที่กำลัง
ลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงเก้าสี ความร้อนนี้กำลังแผดเผา
ปีศาจพฤกษาผนึกเมฆา ซึ่งทำให้มันไม่พอใจอย่างที่สุด
อู่ อวี้ มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด รวบรวมความแข็งแกร่ง
ทั้งหมด พร้อมเปล่งเสียงร้องคำรามดังกระหึ่มก้อง
กัมปนาท ทันใดนั้นเขาก็ฟาดพลองลงไปบนกิ่งที่ใหญ่
ที่สุดของ ปีศาจพฤกษาผนึกเมฆา ทันที!
ปัง!
กิ่งก้านใหญ่โตนี้ มันใหญ่เสียยิ่งกว่าลำต้นของต้นไม้
หลาย ๆ ต้นเสียอีก! ภายใต้การโจมตีนี้ของ อู่ อวี้ กิ่ง
ก้านดังกล่าวก็ระเบิดแตกออก กิ่งก้านขนาดใหญ่ที่เต็ม
ไปด้วยใบไม้ ร่วงลงฝ่าม่านเมฆา ตกลงสู่พื้นดินทันที!
“หยุดมันไว้เดี๋ยวนี้! ”
ราชาปีศาจหอกทมิฬ ไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะหลุดออก
จากการคุมขังได้ในชั่วพริบตาเช่นนี้ สิ่งที่อยู่เหนือความ
คาดหมายยิ่งกว่านั้น จากกระทำของ อู่ อวี้ ทำให้มัน
หนักถึงความอันตรายของตน! ทั้งยังรู้อีกว่าผู้ฝึกตนหนุ่ม
คนนี้มาเพื่อช่วยเหลือ ‘หนานกง เหว่ย’
“ทราบ! ” อินทรีอัสนีสามหัว กับ แร้งไต้ฝุ่นทะเลทราย
ไล่ล่าติดตาม อู่ อวี้ ไปทันที
สำหรับราชาปีศาจหอกทมิฬ และ ด้วงศักดิ์สิทธิ์เปลือก
ทองคำ ด้วยการกระทำของ อู่ อวี้ พวกมันมิอาจมา
เสียเวลาด้วยนานมากนัก ยามนี้ อู่ อวี้ เผชิญกับภัย
คุกคามจาก 2 ด้าน ต้องเผชิญหน้ากับผู้มีฝีมืออยู่ใน
ระดับค้นหาเต่าขั้นที่ 3!
แต่โชคดีที่ในเวลานี้ ปีศาจพฤกษาผนึกเมฆา ไม่ได้ทำให้
เขาผิดหวัง! ในที่สุดมันก็ตื่นขึ้นมาจริง ๆ หลังจากที่มัน
ตื่นขึ้น ก็ดูจะหงุดหงิดไม่น้อย เนื่องจากกิ่งก้านสาขาของ
มันถูกบดขยี้ทำลาย ซึ่งก็น่าจะเจ็บปวดมาก! ทันใดนั้น
ปีศาจพฤกษาผนึกเมฆาขนาดยักษ์ก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
กิ่งก้านจำนวนนับไม่ถ้วนเสมือนดั่งแขนขาของปีศาจ
พฤกษาผนึกเมฆา มันเริ่มขยับอย่างต่อเนื่อง ด้วย
ความเร็วสูงลำยิ่ง!
มันคงคาดการณ์ว่าเป็นฝีมือของ ราชาปีศาจหอกทมิฬ
และ อู่ อวี้ ก็คือพวกของมัน เช่นนั้นเมื่อตัดสินใจเสร็จ
สิ้น พลังอันมหาศาลของปีศาจพฤกษาผนึกเมฆาก็พวย
พุ่ง บัดนี้ตัวตนของ อู่ อวี้ อาจไม่มีความสำคัญต่อพวก
มันอีกต่อไป เรียกได้ว่าตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
ของเขา ปีศาจพฤกษาผนึกเมฆากำลังโกรธจัด
กิ่งก้านสาขาโบกสะบัดพลังอำนาจความรุนแรงเสมือน
ดั่งพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงของ อู่ อวี้ เพียงชั่วครู่
มหาสมุทรวายุก็เป็นเขตเช่นดั่งไต้ฝุ่นพายุ เสียงหวีดหวิว
ตวัดม้วนกิ่งก้านจำนวนมากฉีกกระชากกลางอากาศ
เสียงหวีดหวิวแหลมคมตวัดฟาดเข้าใส่ปีศาจ! ในบรรดา
กลุ่มของพวกมัน แม้ว่าราชาปีศาจหอกทมิฬจะอยู่ในร่าง
มนุษย์ แต่ถ้าถามหาความแข็งแกร่งแล้วล่ะก็ ราชาปีศาจ
หอกทมิฬ มันแข็งแกร่งมากที่สุดในนี้แล้ว!
หากยืนอยู่บนต้นไม้ จะรู้สึกราวกับว่าฟ้าดินจะถล่ม
ทลาย! ในความเป็นจริง อู่ อวี้ ยังคงอยู่ในขอบเขตการ
โจมตีของพวกมัน ในเวลานี้เป็นก้านสาขาจำนวนนับไม่
ถ้วน เสมือนดั่งแส้ที่ตวัดฟาดไปหาพวกมัน กิ่งย่อยเล็ก ๆ
และใบไม้เสมือนดั่งหนามแหลมสีเขียว ความรุนแรง
คุกคามให้ถึงแก่ชีวิตได้ นับเป็นภัยภยันตรายร้ายแรง
อย่างยิ่ง!
แน่นอนว่าอินทรีอัสนีสามหัว กำลังเผชิญกับภัยคุกคาม
อันใหญ่หลวงกว่า อู่ อวี้ ฉะนั้นเวลานี้พวกมันย่อมไม่มี
เวลามาสนใจ อู่ อวี้!
“ปีศาจพฤกษาผนึกเมฆา! พวกเราไม่ได้เป็นคนปลุกท่าน
ให้ตื่น แต่เป็นไอ้มนุษย์นั่น! ”
“หยุด มันมิได้สนใจเราอยู่แล้ว! ”
ราชาปีศาจหอกทมิฬกรีดร้องคำราม มันกำลังถูกปีศาจ
พฤกษาผนึกเมฆาที่กำลังคลุ้มคลั่งสุดขีดขัดขวาง นำไปสู่
การต่อสู้อย่างดุเดือด มันคือการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่! อู่
อวี้ สังเกตจากสถานการณ์ที่เห็น อาการของปีศาจ
พฤกษาผนึกเมฆาในปัจจุบัน มันแค่กำลังทำตาม
สัญชาตญาณ ถึงแม้ว่ามันจะมิได้ตื่นเต็มตาขึ้นมาจริง ๆ
แต่ดูเหมือนว่ามันกำลังตื่นขึ้นมาเท่านั้น …
ราชาปีศาจหอกทมิฬเปล่งเสียงคำราม จากนั้นก็พุ่ง
ทะยานโจมตีเข้าใส่ปีศาจพฤกษาผนึกเมฆาทันที! ใน
เวลานี้หากกวาดสายตามองโดยรอบ เปรียบเทียบกัน
ระหว่างตำแหน่งของหนานซานหวางเย่ว กับ พวกมันใน
ยามนี้ นับว่าน่าตื่นเต้นกว่ามาก เนื่องจากบัดนี้สามารถ
แลเห็นได้ว่า รากของพฤกษายักษ์กำลังเคลื่อนไหว
สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนปฐพี กิ่งก้านสาขาจากยอดต้นไม้
ถูกตวัดฟาดราวกับแส้อย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้ม่านเมฆา
มากมายบนผืนฟ้าฟุ้งกระจายไปทั่วทุกทิศทาง!
หากเปรียบเทียบกันแล้วร่างกายของ อู่ อวี้ นับว่ามี
ขนาดเล็กกว่ามาก เขาเลือกใช้วงเวทเก้าตำหนักไม่
สั่นคลอน เพื่อป้องกันการโจมตีจากคลื่นลูกแรกของ
พฤกษายักษ์ ซึ่งปีศาจพฤกษาผนึกเมฆาก็ยังมิได้สนใจ
เขาเท่าใดนัก ดังนั้นการโจมตีครั้งแรกจึงมิได้รุนแรง
ก่อนการโจมตีครั้งที่ 2 จะอัดกระแทกลงมา อู่ อวี้ รีบใช้
เมฆาตลบฟ้าหลบหนีออกไปทันที ทำให้ปีศาจพฤกษา
ผนึกเมฆาไม่สามารถตรวจจับการดำรงอยู่ของเขาได้!
การเปลี่ยนแปลงของปีศาจพฤกษาผนึกเมฆาในยามนี้
ทำให้ อู่ อวี้ เห็นว่าไข่กำลังกลิ้งลงมาจากกิ่งก้านบน
พฤกษายักษ์ ซึ่งกำลังจะร่วงหล่นลงพื้นในอีกไม่ช้า
เป็นไปได้ว่าถ้าร่วงลงมา มันจะถูกกิ่งก้านของพฤกษา
ยักษ์บดขยี้ทำลายเอาได้! แน่นอนว่าในช่วงวิกฤตนี้เอง
เขาทุ่มเทความแข็งแกร่งทั้งหมด พุ่งทะยานไปเบื้องหน้า
ทันที!
ตูมตูม!!!
ช่วงเวลานี้เอง ปีศาจพฤกษาผนึกเมฆาก็โจมตีลงมาสอง
ครั้งต่อเนื่อง แม้กระทั่งกายาหกพิภพสวรรค์สักการะ
ราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ ก็ปรากฏรอยปริแตกออกมาให้
เห็น ปลายหนามสีเขียวจากกิ่งพฤกษาฉีกกระชากเนื้อ
หนังของเขาออกเป็นชิ้น ๆ อู่ อวี้ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วย
ความเจ็บปวดอย่างสุดแสน เขารู้สึกทรมานจนแทบจะ
สิ้นสติ อันที่จริงความสามารถของปีศาจพฤกษาผนึก
เมฆา คือทำให้คู่ต่อสู้รู้สึกเจ็บปวดถึงขีดสุด!
อย่างไรก็ตามด้วยความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของเขา
ทำให้ยังพอทนอยู่ได้ แต่เขากลับได้ยินเสียงกรีดร้องของ
เหล่าปีศาจตนอื่น ๆ อย่างปีศาจอัสนีดังแว่วมา ทว่า
ท่ามกลางเสียงโจมตีของปีศาจพฤกษาผนึกเมฆาที่ดัง
สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งสิบทิศ ทำให้ยากจะจับ
ใจความได้ว่าพวกมันกล่าวสิ่งใด อู่ อวี้ พยายามเพ่งมอง
อย่างพินิจ ดูเหมือนว่าพวกมันจะป้องกันตนเองเป็นส่วน
ใหญ่ แต่มิได้ตอบโต้กลับไป
ไม่ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น อู่ อวี้ ก็ยังคงทะยานพุ่งเข้าไปหาไข่
อย่างสุดกำลัง เปลวเพลิงเก้าสีที่ลุกท่วมอยู่ด้านบน คือ
สิ่งที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง! อู่ อวี้ พุ่งทะยานเข้าไป
พร้อมกับใช้กลุ่มเมฆาห่อหุ้มไข่เอาไว้ โดยไม่ได้สนใจหน้า
อินทร์หน้าพรหมมาแต่น้อย จากนั้นก็เตรียมพร้อมจะ
ออกไปเบื้องนอก นี่ถือเป็นโอกาสเดียวของเขา!
เมื่อยกไข่นี้ขึ้นมา อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตมหาศาล
จากภายใน ซึ่งมันแตกต่างจากไข่ของอสูรกลืนสวรรค์ ที่
ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ด้วยพลังชีวิตอันแข็งกล้านี้ จึงเป็นไป
ไม่ได้เลยที่จะใส่ลงไปในถุงจักรวาล หากฝืนใส่ลงไป
แน่นอนว่ามันจะต้องทำให้ทุกจักรวาลพังทลายลงอย่าง
แน่นอน ดังนั้นสิ่งเดียวที่ อู่ อวี้ ทำได้ในยามนี้คือพานาง
หลบหนีออกไป แต่เขาจะหลบหนีจากราชาปีศาจหอก
ทมิฬได้หรือไม่นั้น นับเป็นเรื่องลึกลับยากจะคาดเดา!
เพื่อเป็นการป้องกัน ดังนั้น อู่ อวี้ จึงขยายวงเวทเก้า
ตำหนักไม่สั่นคลอนออกไป โดยปกป้องตนเองและไข่
เอาไว้ บัดนี้ราวกับว่าทั่วทั้งใต้หล้ามีเพียงกิ่งก้านสาขา
ของปีศาจพฤกษาผนึกเมฆา ที่ตวัดฟาดไปทั่วทุกแห่งหน
เท่านั้น อู่ อวี้ ขบฟันแน่น เขาไม่รู้ว่าวงเวทเก้าตำหนักไม่
สั่นคลอนจะทนได้อีกนานแค่ไหน!
โชคดีที่ดูเหมือนว่าในเวลานี้ ราชาปีศาจหอกทมิฬ กำลัง
ประสบกับปัญหาอยู่
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็ได้ยินเสียงแตกดังขึ้น เขาไม่
คาดคิดว่าไข่ซึ่งลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงเก้าสีจะปรากฏ
รอยแตกร้าวออกมาให้เห็น!
” เป็นไม่ได้! มันยังไม่ถูกโจมตีเลยนี่ … ” ตอนแรก อู่ อวี้
คิดว่าเป็นเพราะ ปีศาจพฤกษาผนึกเมฆา เขาก็คิดว่ามัน
ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากการโจมตีทั้งหมดได้ถูกเขา
ป้องกันเอาไว้แล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เขารู้สึกมึนงงเล็กน้อย เนื่องจากว่า
บนไข่ปรากฏรอยปริแตกมากขึ้นเรื่อย ๆ ทว่าจังหวะ
นั้นเอง อู่ อวี้ รู้สึกได้ว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในแข็งแกร่งขึ้น
มากเรื่อย ๆ ยิ่งมาเปลวเพลิงยิ่งรุนแรงขึ้น ทำให้เขาต้อง
คลายเมฆาตลบฟ้าออก เขาทราบว่าไข่นี้แตกออกด้วย
ตนเอง ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ ปีศาจพฤกษาผนึกเมฆา ที่
อยู่ด้านนอกแม้แต่น้อย
เขาขยายเมฆาตลบฟ้าออกไปรอบทิศทาง โดยเพ่ง
สายตาจับจ้องไปยังรอยแตกร้าวที่ปรากฏขึ้นบนไข่ไปทั่ว
ทุกแห่งหน ชั่วอึดใจต่อมา ไข่ก็ระเบิดออกต่อหน้าต่อตา
ของเขา เปลือกไข่แตกกระจายไปทั่วทุกแห่งหน!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ มิได้สนใจเปลือกไข่แม้แต่น้อย
สายตาของเขาจับจ้องไปยังใจกลาง ซึ่งบัดนี้กำลังลุกโหม
กระหน่ำไปด้วยเปลวเพลิงเก้าสี!
ท่ามกลางเปลวเพลิงเก้าสี อู่ อวี้ แลเห็นจิตวิญญาณของ
วิหคเพลิง! เขาเคยเห็นหงส์เพลิงเก้าสีในทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้งมาแล้ว ดังนั้นวิหคเพลิงที่อยู่เบื้องหน้าของเขา
ก็คือหงส์เพลิงเก้าสี! ปีศาจส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ต่างทราบดี
ว่านี่คือปักษาเทวะหงส์เพลิงในตำนาน! อย่างไรก็ตาม
ราชาปีศาจน้อยที่อยู่ใกล้ ๆ กลับมองเห็นได้ไม่ชัดเจน
เวลานี้สัตว์สวรรค์หงส์เพลิงที่ปรากฏกายอยู่ต่อหน้าของ
อู่ อวี้ คงต้องพูดว่าเมื่อเทียบกับตัวที่เคยเห็นใน ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง วิหคเพลิงตัวนี้ดูสง่างามศักดิ์สิทธิ์
กว่ามาก เส้นขนบนร่างดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย รวมถึง
ความร้อนแรงของเปลวเพลิงเก้าสีนั้นร้อนแรงเสียยิ่งกว่า
เก่า อู่ อวี้ เคยเห็นสัตว์ประหลาดหายากมาแล้วมากมาย
หลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นปีศาจ แล้วผู้มีร่างแท้จริงที่
งดงามมากที่สุด นั่นก็คือ ลั่วผิน เขาเคยเห็นนางคืนร่างที่
แท้จริง ตอนอยู่ในคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ในตอนนั้น
นางกลายร่างเป็นมังกรขาวบริสุทธิ์ ซึ่งจะอยู่ในความ
ทรงจำของ อู่ อวี้ ไปตราบชั่วนิรันดร์ แต่สำหรับหงส์
เพลิงที่กำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงเก้าสีเบื้องหน้า
ของเขายามนี้ ทั่วทั้งร่างไร้ซึ่งฝุ่นผงใด ๆ ปกคลุม สง่า
งาม สูงส่ง เปี่ยมบารมีอันน่าเกรงขาม ยิ่งเมื่อยามกาง
สยายปีก เปลวไฟอันลุกโชนมันช่างงดงามจนยากจะลืม
เลือน!
เมื่อเห็นสัตว์สวรรค์หงส์เพลิง ภายในหัวของเขาว่าง
เปล่าไปครู่หนึ่ง อันที่จริงเขาเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่านี่คือ
หนานกง เหว่ย …
เมื่อเทียบกับหงส์เพลิงในทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง กับ
หงส์เพลิงที่อยู่ตรงหน้าของเขายามนี้ มันช่างแตกต่างกัน
อย่างลิบลับ ที่แน่ ๆ ตอนนี้ อู่ อวี้ รู้สึกถึงภัยคุกคามที่
อาจจะเกิดขึ้นกับเขา!
ขณะนี้เขากำลังนิ่งอึ้ง…
โดยไม่รู้ว่าเมื่อใด ระหว่างที่ อู่ อวี้ กำลังใช้เนตรเพลิง
จ้องมอง เขาสามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่าร่างของ
หงส์เพลิงกำลังเปลี่ยนแปลงไป ค่อย ๆ กลายเป็นรูปร่าง
มนุษย์ ปรากฏเป็นเงาร่างของสตรีนางหนึ่งท่ามกลาง
เปลวเพลิง …
——————————–