กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 933: หายไปแล้ว
แม่?
อู่ อวี้ รู้เพียงแค่ว่าแม่ของนางตายไปนานแล้ว ยิ่งกว่านั้น
ยังตกตายไปภายใต้เงื้อมมือของจักรพรรดิอิงที่เป็นบิดา
ของ ‘จิ่วอิง’ อีกด้วย
แล้วอะไรคือวิหคเพลิงนิรันดร์?
เขารู้สึกสับสนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้ของ หนาน
กง เหว่ย อย่างยิ่ง ตามความเป็นจริงแล้ว ร่างเดิมของ
นางคือมนุษย์และได้สืบสายเลือดมาจากวิหคเพลิงจึงถือ
เป็นกรณีพิเศษทำให้นางสามารถย้อนคืนสายเลือด
เปลี่ยนกลายเป็นวิหคเพลิงได้ แต่ย่อมไม่สามารถ
เปลี่ยนแปลงเนื้อแท้ของตัวเองไปได้ เนื้อแท้ของนางคือ
สัตว์สวรรค์วิหคเพลิง ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงสายเลือด
เป็นอันขาด
ทว่ายามนี้นางกลับกล่าวออกมาว่าตัวเองเป็นวิหคเพลิง
นิรันดร์
เขาจึงเต็มไปด้วยความสงสัยอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามข้อสงสัยเหล่านี้อยู่เพียงแค่ในสมองของ อู่
อวี้
เพราะบัดนี้เขาเห็นว่าราชาปีศาจหอกทมิฬไม่ได้สนใจ
คำพูดของ หนานกง เหว่ย เลย มันกลับตรงดิ่งไปหมาย
ควบคุม หนานกง เหว่ย เข้าไปใส่ไว้ในเหยือกพิษปีศาจ
ผึ้งที่เป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ อู่ อวี้ ไม่
สงสัยเลยว่า หาก หนานกง เหว่ย ถูกจับโยนเข้าไปแล้ว
จะต้องพบเจอกับความเจ็บปวดทรมานเช่นไร!
ขณะนี้เขาไม่มีเวลามามัวลังเลแล้ว ทั้งยังไม่มีตัวเลือกอื่น
ที่เป็นไปได้อีก
ก่อนที่เขาจะมาที่นี่เขาได้คิดเพียงแผนเรื่องใช้งาน
พฤกษายักษ์ผนึกเมฆา เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รีด
เฟ้นสมองอย่างหนัก แผนแรกคือการใช้ประโยชน์จาก
พฤกษายักษ์ผนึกเมฆา ทว่ามันกลับล้มเหลว ทำให้
ภายใต้สถานการณ์เร่งด่วนจึงเหลือเพียงอีกหนึ่งทาง
เท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่มหาอุปราชมอบเอาไว้ให้กับเขา
“ยันต์เขตแดนไม่ดับสูญ”
มหาอุปราชมอบยันต์เขตแดนไม่ดับสูญนี้มาเพื่อให้เขา
เอาไว้ใช้ป้องกันตัว
ทว่าบัดนี้เขานำออกมาอย่างไร้ซึ่งความลังเล
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เขาไม่อาจจะมองดู
หนานกง เหว่ย ถูกจับขังไว้ในสถานที่เหมือนกับนรก
เช่นนั้นไปต่อหน้าต่อตาของตนเองได้
ระหว่างทาง อู่ อวี้ ได้ครุ่นคิดเกี่ยวกับยันต์เขตแดนไม่
ดับสูญมาหลายหน จนเขากระตุ้นมันอย่างชำนาญ ทว่า
ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้มันเพื่อปกป้องตนเอง แต่ใช้มันเพราะ
ต้องการจะปกป้อง หนานกง เหว่ย!
ยันต์เขตแดนไม่ดับสูญ ดูไปแล้วมันเป็นเหมือนกับยันต์
โปร่งใสแผ่นหนึ่ง หากสังเกตไม่ดีก็ไม่อาจจะตรวจพบมัน
ได้
อู่ อวี้ รีบกระตุ้นวงเวทบนยันต์เขตแดนไม่ดับสูญขึ้น ครู่
ต่อมาวงเวททั้งหมดบนตัวยันต์เริ่มโคจร และส่งผล
ออกมาอย่างรวดเร็ว!
ลำแสงที่มองไม่เห็นสายหนึ่งพุ่งไปยังทิศทางที่ ราชา
ปีศาจหอกทมิฬ และ หนานกง เหว่ย อยู่
ราชาปีศาจหอกทมิฬสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง มัน
จึงโบกมือออกไป ปลดปล่อยหมอกสีดำโจมตีเข้าไปที่ อู่
อวี้ อีกครั้ง ภายในนั้นมีหนามทมิฬแอบแฝงอยู่เป็น
จำนวนมาก อู่ อวี้ คาดว่ามันหมายที่จะโจมตีลอดผ่าน
ลำแสงของแผ่นยันต์เข้าโจมตีเขาโดยตรง
ทว่า ราชาปีศาจหอกทมิฬ กลับไม่คาดคิด ลำแสงที่มอง
ไม่เห็นได้ทะลวงการจู่โจมของมันจนมาปรากฏอยู่เบื้อง
หน้า ครู่ต่อมามันจึงจะมองเห็นแผ่นยันต์ได้อย่างแช่มชัด
แต่กว่าที่มันจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว เพราะว่าพลัง
อำนาจของยันต์แผ่นนี้ได้ก่อตัวเป็นลูกบอลแสงอย่าง
รวดเร็วเข้าห่อหุ้ม หนานกง เหว่ย เอาไว้ภายในนั้น!
หลังจากที่บอลแสงโอบอุ้มตัว หนานกง เหว่ย ราชา
ปีศาจหอกทมิฬก็สูญเสียการควบคุมกับพิษร้ายที่อยู่ใน
ร่างของนางไป กล่าวได้ว่ามันหายไปในแค่ชั่วเสี้ยววิ ยาม
นี้ หนานกง เหว่ย สามารถฟื้นฟูร่างกายจนสามารถ
กลับมาขยับเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง นางยังคงอยู่ในอาการ
ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และนางรู้ดีว่านี่เป็น
ฝีมือของ อู่ อวี้ จึงตะลึงงันไปพักใหญ่
“เจ้าใช้อะไร!” เมื่อ ราชาปีศาจหอกทมิฬ เห็น หนานกง
เหว่ย ที่อยู่ในการจับกุมของตนเองถูกบอลแสงนี้โอบอุ้ม
เข้าไปพร้อมกับสูญเสียการควบคุม ทำให้ตัวมันโกรธ
เกรี้ยวขึ้นกว่าเดิม ฉับพลันมันยื่นมือทั้งสองออกไป ส่วน
ปลายนิ้วได้ปรากฏหนามแหลมคมยื่นออกมา บัดนี้มัน
หมายที่จะเจาะทะลวงยันต์เขตแดนไม่ดับสูญให้ทลาย
สิ้น ทว่าต่อมากลับทำให้มันกลายเป็นตะลึงยิ่งกว่าเดิม
“นี่มันยันต์อะไร ทำไมมันถึงแข็งเช่นนี้! เจ้าทำอะไรลง
ไป ปล่อยมันออกมาเดี๋ยวนี้!”
หากว่า อินทรีอัสนีสามหัวกับแร้งไต้ฝุ่นทะเลทราย
จัดการ อู่ อวี้ ได้ก่อนที่เขาจะกระตุ้นใช้งานยันต์ได้
สำเร็จ ก็คงไม่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเช่นนี้
ความจริงแล้วอินทรีอัสนีสามหัวกับแร้งไต้ฝุ่นทะเลทราย
ต้องเผชิญหน้ากับความกลัดกลุ้ม ยามนี้ อู่ อวี้ ได้สำแดง
เทียมฟ้าจรดดิน แปลงกายย่อขนาดจนเล็กที่สุด ทำให้
ความเร็วของเขาพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ยิ่งกว่านั้น อู่ อวี้
ก็ได้บังคับขี่เมฆาตลบฟ้า บินไปทั่วพฤกษายักษ์ผนึก
เมฆา แม้ว่าปีศาจทั้ง 2 ตัวนี้จะมีประสบการณ์มากมาย
ทว่าพวกมันไม่มีวิธีที่จะจัดการจับตัว อู่ อวี้ ไปได้ กลับ
ทำให้ อู่ อวี้ สำแดงยันต์เขตแดนไม่ดับสูญได้อย่างไม่
โดนขัดขวาง
“ข้าจะไปช่วยพวกเจ้าเดี๋ยวนี้!” ยามนี้ด้วงศักดิ์สิทธิ์
เปลือกทองคำก็ได้เข้าไปช่วย ทำให้ปีศาจทั้ง 3 ตัว
ร่วมมือกันเพื่อจัดการกับ อู่ อวี้ ทว่าสำหรับทางด้านของ
ราชาปีศาจหอกทมิฬ ตัวมันกำลังหาวิธีทำลายยันต์ที่
ปกป้อง หนานกง เหว่ย
“เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า ความพยายามทั้งหมด ล้วนไร้ค่า”
ราชาปีศาจหอกทมิฬหัวเราะเสียงเย็น
ภายในยันต์เขตแดนไม่ดับสูญ หนานกง เหว่ย กำลัง
มองดูปีศาจทั้ง 3 ตัวไล่ล่า อู่ อวี้ ด้วยความสับสน และ
ครุ่นคิดว่าทำไม อู่ อวี้ จึงต้องช่วยเหลือนางด้วย…..
ราชาปีศาจหอกทมิฬไม่เคยคิดมาก่อนว่า ขนาดปีศาจทั้ง
3 ตัวร่วมมือกันยังไม่สามารถจัดการกับ อู่ อวี้ ได้ ราว
กับมัจฉาแหวกว่ายในธารธารา เพียงแค่ อู่ อวี้ ปรากฏ
ในคลองจักษุครู่เดียว เพียงกะพริบตาไม่เสร็จดี เขากลับ
อันตรธานไปต่อหน้าต่อตาของพวกมันเสียแล้ว อีกทั้งยัง
หายไปอย่างไร้ร่องรอย!
บัดนี้ปีศาจทั้ง 3 ตัวมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก และไม่กล้า
หันไปสบตากับราชาปีศาจหอกทมิฬ…….
อันที่จริงยามนี้ อู่ อวี้ ได้มาอยู่อีกฝั่งของพฤกษายักษ์
ผนึกเมฆาแล้ว พฤกษาต้นนี้มันช่างใหญ่เสียเหลือเกิน
หลังจากที่มาถึงอีกฝั่ง อู่ อวี้ ก็ยังไม่หยุด เขาใช้เทียม
จรดดินขยายร่างให้ใหญ่โต แล้วนำพลองฟ้าเพลิงผลาญ
ออกมาอีกครา ยามนี้สายตาของเขาร้อนแรงดั่งเปลว
เพลิง จุดประสงค์มีเพียงอย่างเดียวนั่นคือโจมตีไปที่ลำ
ต้นของพฤกษายักษ์ผนึกเมฆา!
ซู๊ดดดดด!
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
ภายใต้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง แขนทั้ง 2 ข้างของเขาพลัน
ขยายพองขึ้นจนมีความหนาเท่ากับต้นขา
“เก้าทัณฑ์ผลาญฟ้าทลายอเวจี!”
การโจมตีนี้เรียกได้ว่าเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดแล้ว
พลองถูกหวดเข้ากับลำต้นของพฤกษายักษ์ผนึกเมฆา
อย่างจัง ครั้งนี้ความร้อนแรงอันน่าสยดสยองของพลอง
ฟ้าเพลิงผลาญผนวกกับการระเบิดพลังกายเนื้อของ อู่
อวี้ ผสานรวมทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกันเพื่อโจมตี
ก่อให้เกิดเสียงระเบิดกัมปนาท สามารถมองเห็นได้ว่าลำ
ต้นของพฤกษายักษ์ผนึกเมฆาบังเกิดหลุมขนาดใหญ่
ราวกับว่าเกิดเป็นดวงตาปรากฏบนลำต้น!
ยิ่งกว่านั้นยามนี้ภายในหลุมดำยังปรากฏเป็นเปลวเพลิง
เก้าสีกำลังลุกโชนอย่าบ้าคลั่ง!
“การตื่นเมื่อครู่อาจจะเป็นเพียงแค่การละเมอ แต่ข้าไม่
เชื่อว่า เมื่อทำเช่นนี้แล้วจะไม่อาจปลุกเจ้าขึ้นมาได้!” อู่
อวี้ สูดลมหายใจยาว
ถึงแม้ว่าจะสำแดงยันต์เขตแดนไม่ดับสูญออกไปแล้ว
ทว่าเขาทำได้เพียงแค่ปกป้อง หนานกง เหว่ย ได้อย่าง
เดียว ไม่อาจจะทำให้ตัวนางรอดพ้นจากปัญหาได้อย่าง
แท้จริง วิธีเดียวที่จะช่วยให้นางรอดพ้นจากวิกฤตการณ์
ในครั้งนี้ คือการทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ท่ามกลาง
ความโกลาหล!
“ใคร! ใครบังอาจโจมตีข้า!” ทันใดนั้น ไม่รู้ว่าเสียงอันดัง
สนั่นของ พฤกษายักษ์ผนึกเมฆา ดังออกมาจากที่ใด
เสียงของมันดังจนทำให้โลกหล้าต้องสั่นคลอน!
อู่ อวี้ เห็นว่า พฤกษายักษ์ผนึกเมฆา ได้ตื่นขึ้นแล้ว บัดนี้
กิ่งก้านทั้งหมดของมันทั้งยังที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของ อู่ อวี้
กำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง เมฆาบนท้องฟ้าม้วนตลบ
ปฐพีใต้เท้าพังทลาย เมื่อมองเห็นฉากเหตุการณ์นี้มันก็
คล้ายกับวันโลกาวินาศไม่ผิดเพี้ยน!
“ราชาปีศาจหอกทมิฬ!” อู่ อวี้ ตะโกนออกมาอย่างตั้งใจ
จากนั้นเขาได้ให้เมฆาตลบฟ้าผสานรวมเข้ากับร่างหลัก
ของตน จากนั้นคนรีบบินทะยานออกมาจากจุดที่เขาเพิ่ง
จะโจมตีใส่พฤกษายักษ์ผนึกเมฆาในทันที การกระโดด
ครั้งนี้ไม่ได้ควบคุมตำแหน่งให้แม่นยำ เขาจึงมาปรากฏ
ตัวอยู่บนท้องนภาที่สูงกว่าเดิม อยู่ในจุดที่เขาสามารถ
มองเห็นทุกอย่าง บัดนี้ราชาปีศาจหอกทมิฬและปีศาจ
ใต้บังคับบัญชาทั้ง 3 ของมันกำลังตกอยู่ท่ามกลางโทสะ
อันบ้าคลั่งของพฤกษายักษ์ผนึกเมฆา!
พฤกษายักษ์ผนึกเมฆาเกลียดการถูกปลุกให้ตื่นเป็นที่สุด
และยิ่งเกลียดการที่ถูกคนอื่นใช้วิธีการโจมตีเพื่อปลุกมัน
กล่าวตามตรง อู่ อวี้ เพิ่งจะโจมตีไปอย่างสุดแรงเกิด ทำ
ให้เขารู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกสัก
พักจึงจะใช้วิธีการนี้ได้อีกครั้ง
กลุ่มของ ราชาปีศาจหอกทมิฬ กลายเป็นตื่นตระหนก
เมื่อ พฤกษายักษ์ผนึกเมฆา ถูกปลุกขึ้นมา มันก็สัมผัสได้
ว่ากลุ่มคนที่แข็งแกร่งพอจะปลุกมันได้สมควรเป็นกลุ่ม
ของ ราชาปีศาจหอกทมิฬ แน่นอนว่ามันต้องไม่ลังเลที่
จะระเบิดโทสะทั้งหมดออกไปเพื่อระบายกับพวกมัน!
สำหรับกลุ่มของ ราชาปีศาจหอกทมิฬ นี่มันก็เป็น
เหมือนกับการที่พวกมันต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ
เพราะว่า อู่ อวี้ เคลื่อนไหวได้รวดเร็วเกินไป ยามนี้
พฤกษายักษ์ผนึกเมฆาได้ตื่นขึ้นมาจริงๆ แล้ว ทว่าพวก
มันกลับมองไม่เห็นว่าบัดนี้ อู่ อวี้ หายไปอยู่ที่ไหน!
ยามนี้เขายืนอยู่บนนภากาศเหนือพฤกษายักษ์ผนึกเมฆา
มองดูกิ่งก้านนับไม่ถ้วนกำลังฉีกกระชากหมู่เมฆ ฉาก
เหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้าช่างน่าทึ่งเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่า
ยามนี้ราชาปีศาจหอกทมิฬไปอยู่ที่ใดแล้ว อู่ อวี้ จำต้อง
มองเหตุการณ์ผ่านเนตรเพลิง จึงสามารถมองเห็นได้
อย่างชัดเจน ฉับพลันก็เห็นว่าอินทรีอัสนีสามหัวกับแร้ง
ไต้ฝุ่นทะเลทรายกำลังพยายามตะโกนอธิบายพร้อมกับ
ปกป้องตัวเองไปด้วย อย่างไรก็ตามยามนี้พฤกษายักษ์
ผนึกเมฆากำลังอยู่ในอาการหัวเสีย มันจึงไม่สนใจว่าอีก
ฝ่ายกล่าวสิ่งใดออกมา อู่ อวี้ มองเห็นถึงฟ้าร้องฟ้าผ่า
และฝุ่นตลบอบอวลไปทุกแห่งหน แน่นอนว่าเสียงกรีด
ร้องของพวกมันก็ได้ยินเป็นครั้งคราวด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีลำแสงสีทองส่องประกายออกมาจาก
ภายใน อู่ อวี้ ประเมินว่าสถานการณ์ของราชาปีศาจ
หอกทมิฬกับด้วงศักดิ์สิทธิ์เปลือกทองคำสมควรไม่ได้ดี
นัก
ถึงกระนั้นเขาก็ยังพุ่งฝ่าเข้าไป!
เขาจะต้องค้นหา หนานกง เหว่ย ให้พบ
ขณะนี้นางอยู่ภายในยันต์เขตแดนไม่ดับสูญ จึงไม่น่าจะ
ได้รับผลกระทบมากเท่าใด ทว่าเขาไม่รู้ถึงขีดจำกัดของ
ยันต์เขตแดนไม่ดับสูญนี้
ปัง!
หลังจากที่ อู่ อวี้ เข้าไปใกล้ ฉับพลันนั้นเขาได้ยินเสียง
บางอย่างปะทะกัน เมื่อหันไปมองเขาก็เห็นว่าเป็นลูก
บอลลูกหนึ่งกำลังบินลอยไปอีกทางหนึ่ง อู่ อวี้ เหลือบ
มองเห็นแค่ครู่เดียว เพียงยังไม่ทันได้มองเห็นได้ชัด มันก็
บินออกไปไกลแล้ว แต่ให้เดาก็น่าจะเป็นยันต์เขตแดนไม่
ดับสูญ ที่ หนานกง เหว่ย อยู่ภายใน!
เห็นได้ชัดว่าเมื่อพฤกษายักษ์ผนึกเมฆาโมโห ยันต์เขต
แดนไม่ดับสูญที่อยู่ใกล้บริเวณก็หกคะเมนตีลังกา
จากนั้นก็ถูกกิ่งของพฤกษาดีดออกทำให้ปลิวกระเด็นไป
ไกล
นับว่าพฤกษายักษ์ผนึกเมฆาช่วย อู่ อวี้ ได้มากจริงๆ
ขณะนี้ราชาปีศาจหอกทมิฬกำลังตกอยู่ท่ามกลางวงล้อม
ส่วน หนานกง เหว่ย ได้ถูกดีดกระเด็นออกมาไกล
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าร่วมวงอีก
ต่อไป เขาบังคับขี่เมฆาตลบฟ้าไปตามทิศทางที่ หนาน
กง เหว่ย ลอยกระเด็นออก และเขาเห็นว่าดูเหมือน
หนานกง เหว่ย จะตกลงไปในหุบเหวหนึ่งที่อยู่ไกล
ออกไป
เขาพยายามบินตามติดทันที และรู้สึกเหมือนว่ายันต์เขต
แดนไม่ดับสูญได้พังทลายลงไปแล้ว เพราะว่าพลัง
อำนาจการโจมตีของ พฤกษายักษ์ผนึกเมฆานั้นรุนแรง
มากเกินไป แต่อย่างน้อยมันก็พอจะปกป้อง หนานกง
เหว่ย เอาไว้ได้ และเมื่อเขาไปถึงหุบเหวจุดที่ หนานกง
เหว่ย ร่วงหล่น เขาก็ใช้เนตรเพลิงกวาดสายตามองหา
แต่เขากลับพบว่า หนานกง เหว่ย ไม่ได้อยู่ที่นี่!
“นางหนีไปที่ใด?” เขาแน่ใจว่านางถูกพัดปลิวลอยมาอยู่
ตรงนี้ ทว่าร่องรอยของ หนานกง เหว่ย กลับหายไป มี
เพียงร่องรอยของ ยันต์เขตแดนไม่ดับสูญเท่านั้นที่ยังคง
อยู่
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงตรวจสอบรอบอีกที จากนั้นค่อยๆ
ขยายขอบเขตการตรวจสอบออกไป ตอนนี้เขามั่นใจ
แล้วว่า หนานกง เหว่ย ได้หลบหนีออกไปเพียงลำพัง
แน่นอนว่าเขายังคงทำการตรวจสอบและติดตามต่อไป
อย่างไรก็ตามพื้นที่ตรงนี้อยู่ใกล้กับราชาปีศาจหอกทมิฬ
มากเกินไป จึงอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ตลอดเวลา ทว่า
อย่างน้อย หนานกง เหว่ย ก็รอดพ้นจากวิกฤตอันตราย
ได้แล้ว อู่ อวี้ หยุดครุ่นคิดเตรียมตัวที่จะไปรับพวก
หนานซาน หวางเยว่ ก่อน จากนั้นค่อยหาอีกทีว่า หนาน
กง เหว่ย ไปทางไหน
เขาต้องไปรวมกลุ่มให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อู่ อวี้ ไม่รู้
ว่า พฤกษายักษ์ผนึกเมฆาจะยื้อพวกมันได้อีกนานเท่า
ไหน และหากว่าพวกมันอธิบายให้พฤกษาต้นนี้เข้าใจ
มันก็คงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากทีเดียว
——————————–