กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 938: เสียสละตัวเอง?
อู่ อวี้ ใช้โอกาสนี้หยุดครุ่นคิดอีกครา
การชิงตัวของ มู่เหยียน ในยามนี้ มันยังไม่พอที่จะทำให้
พวกเขาเอาตัวรอดไปได้
ความจริงแล้วคนที่เขาเป็นห่วงมากที่สุดยังเป็น เย่ซีซี
อู่ อวี้ จึงได้เคลื่อนกายมาอยู่ข้างตัวนางในทันที จ่าฝูง
วานรยักษ์พฤกษาเทวะได้รับปากแล้ว ซึ่งขณะนี้เขา
กำลังรอให้มันทำตามคำพูด ยกเลิกค่ายกลพฤกษาเทวะ
ก่อเกิดเสียก่อน
วานรยักษ์พฤกษาเทวะตัวนั้นสมควรพลังอำนาจ
มากกว่าที่ อู่ อวี้ จินตนาการเอาไว้ หรือบางทีอาจจะ
เพราะพวกมันอยู่ในถิ่นของตัวเอง จึงทำให้มันมีความ
มั่นใจในตัวเองสูงล้ำ จนมันไม่เห็นพวก อู่ อวี้ อยู่ใน
สายตาแม้แต่น้อย
ในช่วงเวลานี้เหล่าปีศาจได้โอบล้อมรอบกายของพวก อู่
อวี้ ส่วนจ่าฝูงวานรยักษ์พฤกษาเทวะได้ทำตามที่มันได้
กล่าวเอาไว้ แปรเปลี่ยนบัญญัติคาถา จนครู่ต่อมาค่าย
กลพฤกษาเทวะก่อเกิดที่ล้อมรอบทุกทิศทางเริ่มหดตัว
ลง รากไม้จำนวนนับไม่ถ้วนที่เติบโตจนเต็มที่เริ่มหดกลับ
เข้าไปอยู่ในพื้นดินอีกครั้ง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่
พลิกฟ้าดินเช่นนี้ สมควรบริโภคพลังของงานของผู้ที่
ควบคุมค่ายกลไปอย่างมหาศาล
รากเทวะกลับคืนสู่พิภพ ฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่างน่า
ตกใจยิ่ง และในเวลานี้ปีศาจที่อยู่รอบด้านพากันตะโกน
ใส่ อู่ อวี้ อย่างเกรี้ยวกราด “รีบปล่อยตัวประกันได้
แล้ว!”
“ปล่อยเดี๋ยวนี้! หากว่าเจ้าผิดคำพูด ข้าจะไม่ให้โอกาส
เจ้าได้หนีไปแม้แต่ก้าวเดียว!”
“รีบปล่อยมันซะ”
เมื่อเห็นว่าค่ายกลพฤกษาเทวะก่อเกิดเกือบจะหายไป
อย่างสมบูรณ์แล้ว อู่ อวี้ ก็ไม่อยากที่จะผิดคำพูด ร่าง
กลืนสวรรค์ของเขาเก็บพิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงกลับเข้า
ไป พริบตานั้นร่างกายอันใหญ่โตของ มู่เหยียน ที่ถูกแช่
แข็ง ได้พุ่งกลับไปหาพ่อของมันในทันใด!
“ลงมือ!”
เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ระเบิดพลังออกมาอย่าง
ฉับพลัน
อันดับแรก ร่างกลืนสวรรค์กับจอมทวนวิญญาณทะยาน
เข้าไปปกป้อง เย่ซีซี ทั้ง 3 คนรวมพลังกันเปิดทางออก
ไปสู่โลกภายนอก
จากนั้นเป็น หนานซาน หวางเยว่ มันสำแดงเคล็ด
อิทธิฤทธิ์เขตแดนสวรรค์ไร้รอย ฉับพลันนั้นร่างกายของ
มันก็หายไปไปในพริบตา ราวกับว่าได้หลบหนีไปไกล
แล้ว แต่แท้จริงแล้วตัวมันได้ก้าวมาอยู่ด้านข้างของ เย่ซี
ซี เป็นเพราะเป้าหมายหลักในครั้งนี้ก็คือการพานาง
ออกไป
ร่างหลักของ อู่ อวี้ นิ่งขยับไม่ไหวติง ท่ามกลางสายตา
ของเหล่าปีศาจ ร่างกายของเขาพลันขยายใหญ่ขึ้นอย่าง
รวดเร็วและดูห้าวหาญยิ่งกว่าเดิม กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่าง
กำลังพองใหญ่ขึ้น จนกระดูกของเขาส่งเสียงดังสนั่น
ออกมา
ปีศาจทั้งหลายเชี่ยวชาญการเปลี่ยนแปลงทางเพิ่มพลัง
ทางกายเนื้อ ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับพบได้ยากยิ่งในเผ่าพันธุ์
ของมนุษย์ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของ อู่ อวี้ จึงดึงดูด
ความสนใจจากปีศาจทั้งหลายได้ไม่น้อย แต่ยามที่เขา
สำแดงการแปลงกายออกมา กลับทำให้ปีศาจทั้งหลายที่
อยู่ที่นี่ต้องเกิดอาการสั่นสะท้าน ภายใต้การ
เปลี่ยนแปลงเป็นร่างจำแลงเซียนวานร ร่างหลักของ อู่
อวี้ เปลี่ยนกลายเป็นเซียนวานรที่เต็มไปด้วยความสูงส่ง
อหังการ ดุร้าย และป่าเถื่อน! เหมือนทั้งคนเหมือนทั้ง
วานร ด้วยร่างที่อาบไล้เปลวเพลิง ขนสีทองอร่าม จึงทำ
ให้ภาพของ อู่ อวี้ เปรียบได้ดั่งจักรพรรดิแห่งวานรทั่ว
หล้า!!
“มันมีสายเลือดของพวกเราได้อย่างไร!”
“เป็นไปไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้น………”
“นี่คือการหวนคืนสายเลือดของเผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นนั้น
หรือ? งั้นนี่ก็หมายความว่าบรรพบุรุษของคนผู้นี้ก็เป็น
หนึ่งในเผ่าพันธุ์ของพวกเราอย่างงั้นหรือ?”
ครั้งแรกที่เห็นร่างจำแลงเซียนวานร กล่าวได้ว่าลักษณะ
ของ อู่ อวี้ ล้วนเหมือนพวกมันทุกประการ ทำให้พวก
มันเกิดความตกตะลึงระคนรู้สึกประหลาดใจ
อย่างไรก็ตามเมื่อ เย่ซีซี กำลังหลบหนีออกไปในยามนี้
ทำให้พวกมันไม่มีเวลาจะคิดสงสัย ถึงแม้ว่าค่ายกล
พฤกษาเทวะก่อเกิดจะถูกเก็บลงไปแล้ว แต่พวกมันก็ไม่
เชื่อว่าพวก อู่ อวี้ และพวกพ้องจะสามารถหลบหนีรอด
พ้นจากเงื้อมมือของพวกมันไปได้!
“อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้!”
พริบตานั้นเกิดการต่อสู้กันอย่างชุลมุน!
อู่ อวี้ ใช้ร่างหลักของตัวเองมาขวางการโจมตีเอาไว้!
เป้าหมายของเขาคือการรับมือกับปีศาจทั้งหมด! ดังนั้น
เขาจึงเรียกร่างอวตารทั้งหมื่นร่างออกมา! เพียงแค่
พริบตาเดียวเซียนวานรนับหมื่นพลันปรากฏอยู่ต่อหน้า
ต่อตาปีศาจทั้งหลาย ร่างอวตารบางส่วนลอยอยู่เหนือ
ศีรษะของปีศาจวานรทั้งหลาย ที่สำคัญคือเซียนวานรแต่
ละตัว แทบจะมีรูปลักษณ์ไม่ต่างกับร่างหลักของ อู่ อวี้
ดังนั้นจึงยากที่จะแยกแยะได้ในเวลาสั้นๆ!
เคล็ดอิทธิฤทธิ์นี้ทำให้ปีศาจวานรทั้งหลายรู้สึกตะลึงจน
ไม่อาจจะอยู่นิ่งได้
“เขตแดนโลหิตกำสรวล!”
ร่างอวตารทุกตัวที่ปรากฏตัวได้ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาเต๋า!
พื้นที่ที่เคยมีค่ายกลพฤกษาเทวะก่อเกิดได้ถูกแทนที่ด้วย
เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลในทันที กลิ่นคาวโลหิต
กระจายตลบอบอวลเต็มทั่วทุกพื้นที่ บดบังการมองเห็น
ของปีศาจ ยิ่งกว่านั้นร่างอวตารจำนวนมากมายผนวก
กับร่างหลักของ อู่ อวี้ ได้สำแดงเคล็ดเขตแดนโลหิต
กำสรวล พลังอำนาจจึงค่อนข้างน่าสะพรึงกลัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่าปีศาจที่อยู่ในอาณาจักร
ค้นหาเต๋าระดับที่ 1!
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง บัดนี้เหล่าปีศาจทั้งหลายได้ส่ง
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา!
ภายใต้การคุ้มครองของร่างหลัก ทำให้ หนานซาน หวาง
เยว่ เย่ซีซี และ จอมทวนวิญญาณสามารถเปิดทางและ
ทะยานออกไปได้ไกล ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ที่ล้อมอยู่
รอบด้าน โจมตีไปยังเหล่าปีศาจ จึงทำให้พวกเขา
สามารถฝ่าวงล้อมของเหล่าปีศาจทั้งหลายไปได้อย่าง
ราบรื่น พลิกผันอย่างฉับพลัน เวลานี้กลับกลายเป็นร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ ล้อมเหล่าวานรเอาไว้แทน!
ในหมู่พวกเขาเคล็ดอิทธิฤทธิ์ภาพลวงตาของ หนานซาน
หวางเยว่ มีบทบาทอย่างยิ่งในการต่อสู้ครั้งนี้ ทำให้เหล่า
วานรเห็นภาพว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปทางทิศ
ตะวันออก นับว่าเป็นเรื่องยากที่เหล่าปีศาจทั้งหลายจะ
สามารถระบุตำแหน่งจริงได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ท้ายที่สุด
แล้วเคล็ดเขตแดนเซียนกำสรวลของ อู่ อวี้ ยังคงสำแดง
ฤทธิ์ออกมาสั่นคลอนทั่วทั้งบริเวณ!
“นาวาซ่อนเซียน!”
นี่ก็คือแผนการของ อู่ อวี้ หลังจากที่พวกเขาพุ่งทะลวง
ฝ่าออกมาได้แล้ว พวกเขาจะรีบทำการขับขี่นาวาซ่อน
เซียนเพื่อหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตราบเท่าที่เขา
เปิดทางออกให้แล้ว พวกมันก็ไม่อาจจะหยุดยั้งพวกเขา
ได้อีกต่อไป
ซึ่งเวลานี้ อู่ อวี้ ก็กำลังทำการยื้อเปิดทางให้พวกเขา
หลบหนีอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องเกรงกลัวว่าเขาจะสามารถ
หลบหนีตามไปทันหรือไม่ เพราะถึงยังไงแล้วเขาก็มี
วิธีการหลบหนีอีกมากมาย
ยามที่นาวาซ่อนเซียนปรากฏ เหล่าปีศาจวานรทั้งหลาย
กลายเป็นคลุ้มคลั่ง ซึ่งพวกมันส่วนใหญ่มีสภาพ
สะบักสะบอมติดภายใต้อำนาจของเคล็ดเขตแดนโลหิต
กำสรวลของ อู่ อวี้ แต่ยังคงมีจ่าฝูงอยู่ 3 ตัวที่ไม่ได้รับ
ผลกระทบมันมากนัก ยามนี้พวกมันสำแดงเคล็ด
อิทธิฤทธิ์ของตัวเองออกมา แค่อึดใจเดียว ร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ ก็ได้ถูกโจมตีจนหายไปหลายร้อยร่าง!
อีกไม่กี่อึดใจต่อมาจำนวนร่างอวตารก็ลดลงไปอีกถึง 2
พันและร่างอวตารร่างอื่นๆ ยังคงถูกทำลายไปอย่าง
รวดเร็ว!
“คู่ต่อสู้ของพวกเจ้าคือข้า!”
ปีศาจวานรวิญญาณทองคำที่อยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ กำลัง
ไล่ตามนาวาซ่อนเซียนไป พริบตาที่มันกำลังจะพุ่งตัว
ออกไปร่างหลักของเขาจึงรีบสำแดงเคล็ดอิทธิฤทธิ์ ‘เขต
แดนอัคคีตัดสวรรค์’ ทำให้ ปีศาจวานรวิญญาณทองคำ
ถูกสกัดขัดขวางเอาไว้!
พลังอำนาจของเขตแดนอัคคีตัดสวรรค์ถือได้ว่ายอด
เยี่ยม!
ทว่ายามนี้ ปีศาจวานรวิญญาณทองคำยังเชื่องช้ากว่า
วานรโลหิตซ่อนปฐพีอยู่เล็กน้อย มันมุดดำดินลงไปทันที
ที่เห็นความผิดปกติ แต่ด้วยเนตรเพลิงของ อู่ อวี้ เขาจึง
เห็นว่ามันกำลังดำอยู่ใต้ดินและกำลังไล่ตามนาวาซ่อน
เซียน!
“ไสหัวออกมา!”
อู่ อวี้ ที่อยู่ท่ามกลางร่างอวตารนอกวิถีเจาะทะลวงลงไป
ในพื้นดิน ฉับพลันความเร็วของเขากลายเป็นทบทวี
ผนวกกับร่างเซียนวานร ทำให้จิตวิญญาณของเขาพวย
พุ่งด้วยเปลวเพลิง หากว่าเขาไม่เข้าไปขัดขวาง
สถานการณ์คงกลายเป็นเลวร้ายยิ่งกว่านี้
“เก้าทัณฑ์ผลาญฟ้าทลายอเวจี!”
พลองฟ้าเพลิงผลาญที่อยู่ในมืดขยายยาวจนมีขนาด
มากกว่า 20 จั้ง หนึ่งพลองง้างทะยานขึ้นฟ้า นำพาพลัง
อำนาจรุนแรงนับหมื่นจวิน ยามที่มันตกลงมาจาก
ฟากฟ้าก็เปรียบได้กับเป็นอุกกาบาตที่ร่วงหล่นมายังพื้น
โลก ภายใต้การปะทะอันรุนแรงทำให้พื้นที่ว่างเปล่า
บริเวณนี้ถูกทำลายจนย่อยยับ เปลวเพลิงเก้าสีกลืนกิน
เข้าทุกแห่งหน! ชั่วพริบตาที่พลองตกลงมาปะทะกับพื้น
ก่อเกิดเสียงกัมปนาท เปลวเพลิงเก้าสีส่องสว่างไปทั่วทุก
ทิศ พื้นดินบริเวณกว้างถูกบดขยี้! วานรโลหิตซ่อนปฐพีที่
อยู่ใต้ดินเป็นคนแรกที่ปะทะกับพลังทำลายล้างนี้ มันไม่
คาดคิดมาก่อนเลยว่า อู่ อวี้ จะทรงพลังได้ถึงระดับนี้ ตัว
มันไม่อาจจะสลัด อู่ อวี้ ได้พ้นทั้งยังปะทะกับพลัง
อำนาจอันมหาศาลของ พลองฟ้าเพลิงผลาญเข้าไปเต็ม
แรง!
“ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ทรงพลังจริงๆ!
มันเกือบจะเข้าใกล้เขตแดนของศาสตราเต๋าวิถีแท้
วิญญาณนภาแล้ว!” มีปีศาจตัวหนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยความ
ตื่นตระหนก
พลังอำนาจที่ อู่ อวี้ แสดงออกมา เพียงจู่โจมออกอย่าง
เรียบง่ายไม่กี่ครั้ง กลับสามารถสกัดกั้นจ่าฝูงวานรปฐพี
โลหิต กับ วานรวิญญาณทองคำได้อยู่หมัด ทำให้เวลานี้
นาวาซ่อนเซียนแล่นออกไปไกล ส่วนปีศาจตนอื่นๆ ที่ถูก
อู่ อวี้ ขัดขวาง บัดนี้ได้มาปรากฏตัวอยู่ที่เบื้องหน้าของ
อู่ อวี้ จนหมดแล้ว ตอนแรกพวกมันหมายไล่ล่านาวา
ซ่อนเซียน ทว่ายามนี้พวกมันกลับหยุดลงและหันจับจ้อง
ไปที่ร่างของ อู่ อวี้ แทน!
“เจ้าต้องการจะเสียสละตัวเองเพื่อพวกมันเช่นนั้น
หรือ?” เวลานี้จ่าฝูงวานรยักษ์พฤกษาเทวะ ที่จัดการฉีก
กระชากทำลายร่างอวตารแทบจะทั้งหมดของ อู่ อวี้ ได้
เอ่ยขึ้น ขณะเดียวกัน ด้วยการช่วยเหลือของ อู่ อวี้
นาวาซ่อนเซียนจึงสามารถหลบหนีไปจนพวกมันไม่
อาจจะไล่ตามได้ทัน ทำให้ อู่ อวี้ ถอนหายใจออกมา
อย่างโล่งอก
สำเร็จแล้ว
แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายพวก
เขาทั้งหลายก็หนีรอดไปได้ และเป็นเพราะพวกวานร
ยักษ์พฤกษาเทวะมั่นใจในตัวเองมากเกินไป จึงคิดไม่ถึง
ลูกเล่นเหล่านี้
แน่นอนพวกมันกำจัดร่างอวตารของ อู่ อวี้ ไปจนหมด
สิ้นแล้ว จึงเข้ามาโอบล้อม อู่ อวี้ เอาไว้ ในมุมมองของ
พวกมัน พวกมันเห็นว่า อู่ อวี้ ต้องการเสียสละตัวเอง
เพื่อพวกพ้อง ยามนี้พวกมันจึงมิอาจดูแคลนอีกต่อไป
เหล่าวานรเข้าโอบล้อมทุกทิศทาง ในเมื่อไม่มีนาวาซ่อน
เซียนแล้ว พวกมันก็คิดว่า อู่ อวี้ คงไม่อาจจะหลบหนี
จากเงื้อมมือพวกมันได้พ้นอีกต่อไป
“ไม่เลว เพื่อพวกพ้องแล้ว เจ้าถึงกับยอมเสียสละตัวเอง
ช่างบ้าบิ่นอะไรเช่นนี้?” ขณะนี้ อู่ อวี้ กำลังรอให้นาวา
ซ่อนเซียนไปไกลกว่านี้ก่อน เขาจึงต้องการที่จะถ่วงเวลา
พวกมันเอาไว้
วานรยักษ์พฤกษาเทวะ ได้ปรบมือขึ้นแล้วกล่าวว่า “ช่าง
ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน เจ้าได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับพวก
ข้า ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าถึงครอบครองสายเลือด
เผ่าวานรของเราได้ อย่างไรก็ตาม ข้าไม่ชอบลูกผสมเช่น
เจ้า การที่เจ้าเลือกกระทำเช่นนี้ เช่นนั้นข้าก็จะทำให้เจ้า
ต้องตายตามที่เจ้าปรารถนา เชื่อว่าวานรเพลิงชาดอาจ
หาวิธีการเหมาะสมกับเจ้าได้ นับว่าคงเป็นวิธีการเพื่อ
บรรเทาความโกรธแค้นของเหล่าพี่น้องเราลงใส่ร่างของ
เจ้า!”
“พวกมันคงจะให้ข้าเป็นบรรพบุรุษของพวกมันกระมั้ง
เช่นนั้นพวกเจ้าก็ต้องเทิดทูนข้าเอาไว้มากๆ เล่า” อู่ อวี้
เอ่ยออกมาแล้วหัวเราะ
“ความตายจะมาหาเจ้าแล้ว ยังจะกล้าปากดีอีกงั้นรึ?”
จ่าฝูงวานรโลหิตซ่อนปฐพีเอ่ยขึ้น มันเพิ่งจะถูก อู่ อวี้ ใช้
พลองฟ้าเพลิงผลาญสกัดกั้นเอาไว้ ยามนี้จึงเต็มไปด้วย
โทสะ ในขณะที่มันรับการโจมตี มันได้กระอักเลือดกอง
โต แถมยังได้รับบาดเจ็บสาหัส อย่างไรก็ตามในขณะที่
มันเอ่ยถ้อยคำต่างๆ ความสนใจของมันกลับไปอยู่บนตัว
พลองฟ้าเพลิงผลาญของ อู่ อวี้
“ทำไม? เจ้าอยากจะได้มันงั้นหรือ? น่าเสียดายที่มัน
ยอดเยี่ยมเกินกว่าเจ้าจะครอบครอง ผู้ที่จะครอบครอง
มันได้คงมีข้าเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น” อู่ อวี้ เอ่ยพร้อม
กับยกยิ้มเยาะมัน ปีศาจทุกตนยิ่งมายิ่งพบว่า แม้ความ
ตายจะมาหาเขาแล้ว ทว่า อู่ อวี้ กลับมีท่าทีสบายอก
สบายใจอยู่ได้ ราวกับว่าคนที่จะต้องตายไม่ใช่ตัวเขา
ยังไงอย่างงั้น
“ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา พวกเราจัดการมันพร้อมกัน
เลย ให้มันได้รู้ว่าต้องตอบแทนกับสิ่งที่มันทำลงไปเช่นไร
บ้าง”
“จัดการมันเลย”
เหล่าปีศาจทั้งหลายซึ่งนำโดยจ่าฝูงทั้ง 3 ลงมือโจมตี
พร้อมกัน พลังอำนาจของพวกมันมากมายมหาศาล ทั้ง
วิธีการแต่ละตนล้วนแตกต่าง ฉับพลันใบหน้าของพวก
มันกลายเป็นดุร้ายมากยิ่งขึ้น บัดนี้เหล่าวานรได้เข้า
โจมตีจากทั่วทุกทิศทางในทันที
“ตกลงๆ ข้าจะไม่หยอกล้อพวกเจ้าแล้ว ข้าจะบอกเพียง
แค่ว่า วานรเพลิงชาดไม่ได้ตายโดยฝีมือของพวกข้า พวก
เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ ส่วนข้าขอตัวลาไปก่อน!”
อู่ อวี้ ได้ผสานเมฆาตลบฟ้าเข้ากับร่างของตัวเอง ยามที่
จ่าฝูงทั้ง 3 กำลังจะเยื้องกรายเข้าปลิดชีวิต เขากลับ
พลิกตัวแล้วกระโดดเข้าไปในอีกมิติ เพียงจังหวะกะพริบ
ตา เมื่อมองตามออกไปก็เห็นได้ว่าเขาหลบหนีไปไกล
แล้ว!
และการหานาซาซ่อนเซียนสำหรับเขาเป็นเรื่องที่
ง่ายดาย นั่นเป็นเพราะว่าร่างอวตารของเขาก็อยู่บน
นาวาด้วย
เมื่อเหล่าวานรยักษ์พฤกษาเทวะได้เห็น การหลบหนีของ
อู่ อวี้ พวกมันในยามนี้จึงกลายเป็นตกตะลึงจนต้องอ้า
ปากค้าง………….
——————————–