กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 942: ตกตายสองครั้งในการต่อสู้
หลังจาก หนานกง เหว่ย เป็นอิสระจากการคุมขังของ อู่
อวี้ ด้วยสัญชาตญาณทำให้นางฟื้นสติตื่นขึ้นอย่าง
รวดเร็ว
ครู่ต่อมานางก็เห็น อู่ อวี้ อยู่ข้าง ๆ ตัวนาง แน่นอนว่า
เมื่อนางได้สติกลับคืนมาสิ่งแรกที่นางอยากทำคือจะ
สังหาร อู่ อวี้ เพื่อระบายโทสะ ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าตอนนี้
รอบตัวของนางมีปีศาจวานรอยู่นับร้อย ทั้งยังมีปีศาจ
วานรหกกรซึ่งมีพื้นฐานฝึกตนสูงส่ง นางคงพุ่งเข้าโจมตี
เขาอย่างไม่รั้งรอเป็นแน่แท้
ปีศาจเหล่านี้หาได้พลังฝีมืออ่อนด้อย ผนวกกับปีศาจ
วานรหกกร กล่าวได้ว่าวิกฤติอันตรายในตอนนี้ร้ายแรง
ใหญ่หลวง ยิ่งกว่าครั้งที่ถูกราชาปีศาจหอกทมิฬปิดล้อม
ถ้าประเมินจากสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และสถานการณ์
ปัจจุบัน นางคิดว่า อู่ อวี้ ไม่น่าจะฆ่านาง ทว่าเมื่อมองดู
ฝูงปีศาจวานรที่กำลังปิดล้อมนางอยู่ สายตาของมันกลับ
ท่วมท้นไปด้วยจิตสังหารอย่างรุนแรง
หนานกง เหว่ย ไม่ใช่คนโง่ เมื่อตนเองปรากฏตัวต่อหน้า
ปีศาจทั้งหลาย หนานกง เหว่ย จึงรีบปรับสภาพอารมณ์
และแสดงท่าทีให้ดูปกติธรรมดาที่สุดเท่าที่จะทำได้
อย่างน้อยนางก็ต้องดูทิศทางลมว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไร
ขึ้น
“ข้าไม่คิดเลยว่า ระหว่างที่เจ้ากำลังหลบหนีอยู่นั้น กลับ
พาสาวงามติดตามไปด้วยทุกหนทุกแห่ง การที่เจ้า
พยายามหลบหนีจากข้าและเหล่าสหายปีศาจ เพราะ
ต้องการพาแม่นางผู้นี้กลับไปยังอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงของเจ้าใช่หรือไม่? ” ในตอนแรกปีศาจวานรหกกร
รู้สึกสนใจคนที่ อู่ อวี้ กักขังไว้ เมื่อเห็นรูปโฉมนางว่า
งดงามเช่นนี้ มันก็รู้สึกไม่แปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใดเขา
ถึงทำเช่นนั้น
” ทำเป็นว่าอ่อนแอให้พวกมันไม่สนใจเจ้า ระวังตัวไว้
ด้วยมีค่ายกลอยู่รอบ ๆ! ” อู่ อวี้ รีบแอบกระซิบบอก
หนานกง เหว่ย อย่างรวดเร็ว
สิ่งนี้ทำให้ หนานกง เหว่ย รู้สึกหดหู่เล็กน้อย เห็นได้ชัด
ว่า อู่ อวี้ สามารถสยบนางได้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ทุกคน
ต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ นางรู้อยู่แก่ใจว่า
ทั้งหมดเป็นเพราะฝีมือของนางที่ไปสังหารหมู่วานรเพลิง
ชาด จึงถูกไล่ล่าติดตามหมายเอาชีวิตเพื่อชดใช้ แล้ว
กลุ่มของ อู่ อวี้ พลอยโดนหางเร่ไปด้วย แต่ที่นางสงสัยก็
คือเพราะเหตุใด อู่ อวี้ ถึงได้ปล่อยตัวนาง?
สำหรับนางแล้ว อู่ อวี้ คือกุญแจสำคัญ
อย่างไรก็ตาม นางสังเกตเห็นทิศทางของสถานการณ์
โดยรอบได้อย่างชัดเจนว่า เป้าหมายการปิดล้อมของ
ฝ่ายตรงข้ามหาใช่ตัวนางแต่เป็น อู่ อวี้
นางคิดว่าสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าวนั้นถูกต้อง ด้วยเหตุนี้นางจึง
หันไปพูดกับปีศาจวานรหกกรด้วยเสียงต่ำขึ้นว่า ”
ก่อนที่เจ้าจะจัดการกับเขา ช่วยให้ข้าออกไปก่อนได้
หรือไม่? ”
สำหรับนางแล้วนางคิดว่า อู่ อวี้ เป็นชายที่ภาคภูมิใจใน
ตัวเองเป็นอย่างมาก แม้อยู่ในช่วงเวลาคับขันก็ยังยอม
หักไม่ยอมงอ ไม่ยอมก้มหัวให้กับผู้ใด หากเป็นผู้อื่นคง
แสดงจุดอ่อนออกมาให้เห็นมากมาย หรือไม่ก็อาจจะถึง
ขั้นเล่นละครตบตาร้องคร่ำครวญเพื่อให้ตนเองมีชีวิต
รอด แต่ อู่ อวี้ หาได้ทำเช่นนั้นไม่ ท่าทีการแสดงออก
ของเขากับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ทั้งๆ ที่เป็นไปไม่ได้
เลยที่จะหลบหนีออกจากสถานการณ์อันตรายเช่นนี้
ปีศาจวานรหกกรมองนางแล้วพูดว่า ” ดูเหมือนว่าเจ้า
แล้วชายผู้นี้ไม่ใช่พวกเดียวกัน ถ้าเช่นนั้นหากฆ่าสังหาร
เขาเจ้าจะเศร้าเสียใจหรือไม่? ”
หนานกง เหว่ย กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่น่าเชื่อ ” จะเป็นไป
ได้อย่างไร! เจ้าคนผู้นี้มันเกือบจะสังหารข้า หากเจ้า
สังหารมัน ข้าย่อมยินดีอยู่แล้ว! ”
พอ อู่ อวี้ ได้ยินสิ่งที่นางเอ่ยเขาก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย
นั่นเป็นเพราะเสมือนว่านางได้พูดออกมาจากใจจริง ๆ
“ฮ่าฮ่า … น่าสนใจ ๆ ในเมื่อเจ้าเกลียดชายผู้นี้มาก ถ้า
เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าได้ดูว่าจุดจบของชายผู้นี้ว่าจะตาย
อย่างไร? ” ปีศาจวานรหกกรหัวเราะชอบใจ
หนานกง เหว่ย ไม่เคยคิดว่าจะเกลียดชังอะไร อู่ อวี้ แต่
ผลลัพธ์ที่ออกมากับตรงกันข้ามจากสิ่งที่นางหวังอย่าง
สิ้นเชิง อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายยังดูเหมือนจะยังไม่ทำ
อันตรายใด ๆ ต่อนาง ด้วยเหตุนี้นางจึงมั่นใจมากขึ้น
ดังนั้นนางจึงจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาเย็นชาแล้วกล่าว
ว่า “เช่นนั้นก็ย่อมได้”
สถานการณ์ของ อู่ อวี้ ตอนนี้ค่อนข้างคับขัน ทว่าลำพัง
ตัวเขาสามารถผสานร่างกับเมฆาตลบฟ้า แล้วหลบหนี
ออกไปได้ทุกเมื่อ จากสถานการณ์ปัจจุบันดูเหมือนว่า
ปีศาจวานรหกกรจะไล่ล่าตัวเขาเท่านั้น หาได้สนใจ
หนานกง เหว่ย แต่อย่างใด ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ยอม
ปล่อยให้นางต้องตกอยู่ในอันตรายเพียงลำพัง หากเขา
หลบหนีออกไปก่อน คงไม่สามารถย้อนกลับมาปกป้อง
นางได้อีก
ดังนั้นเขาจะต้องก้าวข้ามไปอีกขั้น!
การที่เขาก้าวเข้ามาในทวีปปีศาจทายาททักษิณ หลาย
ต่อหลายครั้งต้องพบเจอกับภยันตราย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ
นาง ทว่ายามนี้นางกลับกำลังมองดูตัวเขาตกตาย มัน
เป็นเรื่องที่น่าหดหู่สิ้นดี
” เห็นว่ากายเนื้อของเจ้า แข็งแกร่งครั่นคร้ามน่าเกรง
ขามเช่นเดียวกับข้า เช่นนั้นก็ดี…เพราะข้าเองก็ชอบต่อสู้
แบบหมัดต่อหมัด! ถ้าเช่นนั้นข้าคงเล่นสนุกกับเจ้าได้ชั่ว
ครู่ ” ปีศาจวานรลำดับหกแสยะยิ้ม มันคิดว่าเหตุผล
สำคัญที่มันต้องมาที่นี่ อาจจะเพราะตัวมันจะต้องเป็นผู้
ลงมือจัดการกับ อู่ อวี้
หวืดด!
หนานกง เหว่ย อยู่ท่ามกลางการจับจ้องจากสายตาของ
ฝูงชน ครั้นเมื่อสิ้นเสียงของปีศาจวานรหกกร ฉับพลัน
มันก็กลายเป็นแสงสีดำพุ่งทะยานเข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที!
การเผชิญหน้ากับปีศาจที่มีพลังฝีมืออยู่ในระดับค้นหา
เต๋าขั้นที่ 6 อย่างปีศาจวานรหกกร มิใช่เรื่องล้อเล่น!
แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฝ่ายตรงข้ามของเขาคือผู้ที่ถูก
เรียกว่าราชาปีศาจ ที่มีระดับฝึกตนสูงกว่า อู่ อวี้ ถึง 10
เท่า ฝึกตนบำเพ็ญตบะมานานนับไม่ถ้วน กว่าจะมี
พื้นฐานฝึกตนสูงถึงระดับนี้ ไม่ว่าจะเป็นพลังโจมตี
ความเร็ว ความแข็งแกร่งและอื่น ๆ ทุกอย่างที่มันมี อู่
อวี้ ไม่อาจเปรียบเทียบกับมันได้เลย! อู่ อวี้ ตอบสนอง
อย่างรวดเร็วเช่นกัน ทว่าในเวลานี้เขาไม่สามารถต้านรับ
หมัดอัดทรงพลังของอีกฝ่ายได้!
ตึงตึงตึง!
เพียงชั่วพริบตา กำปั้นของราชาวานหกกร ก็อัด
กระแทกเข้าใส่ ศีรษะ อกและหน้าท้องส่วนล่างของเขา!
เหตุที่การโจมตีประดังเข้ามาเช่นนี้ ก็เป็นเพราะฝ่ายตรง
ข้ามนั้นมีแขนอยู่ฝั่งละ 3 ข้าง!
นับตั้งแต่ อู่ อวี้ สำเร็จกายาหกพิภพสวรรค์สักการะ
ราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ ก็ไม่เคยได้รับบาดเจ็บสาหัส
เช่นนี้มาก่อน เพียงชั่วอึดใจ ศีรษะ อก และหน้าท้อง
ของเขาก็ถูกอัดกระแทกยุบลงไปด้านในทันที ทำให้สอง
พิภพในร่างถูกบดขยี้ทำลายในชั่วพริบตา! เทียบเท่าได้
กับ อู่ อวี้ ตกตายไปสองครั้งแล้ว
บดขยี้ทำลายสองพิภพ กายาหกพิภพสวรรค์สักการะ
ราชันอรหันต์ไม่ดับสูญในชั่วพริบตา! เทียบเท่าได้กับการ
ถูกส่งไปเบื้องหน้าประตูยมบาลสองครั้ง
สิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกสับสน ช่วงเวลา 2 ครั้งที่เขาตาย
แล้วเกิดใหม่คนอื่น ๆ ไม่อาจสัมผัสได้ ราวกับว่าเขาแตก
กระจายกลายเป็นละอองโลหิต แล้วกลับมามีชีวิตอีก
ครั้ง …
มีผู้ใดบ้างในใต้หล้านี้ ที่สามารถกระทำสิ่งเดียวกับเขา
ได้!
กล่าวได้เพียงในช่วงเวลานั้น ราวกับว่าเวลาของโลก
ชะลอตัวลง ทุกสรรพสิ่งรอบตัวเปลี่ยนแปลงไป ทั้ง
ตะวันจันทรา หมู่มวลพฤกษา ขุนเขาธารา บิดเบี้ยว
แปรเปลี่ยนไปจากรูปลักษณ์เดิม ทว่าเพียงชั่วอึดใจ ทุก
สรรพสิ่งก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
ทุกสรรพสิ่งเปลี่ยนผัน รวมถึงห้วงอารมณ์ของเขาด้วย
ราวกับว่าโลกทั้งใบเงียบสงบลง ไร้ซึ่งสุรเสียงใด ๆ
จากนั้นร่างกายที่ถูกบดขยี้ทำลายก็เริ่มถือกำเนิดใหม่ อู่
อวี้ สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ากระบวนการถือกำเนิดใหม่
จากเนื้อหนังและโลหิต ดำเนินไปอย่างดิบเถื่อนและ
รวดเร็วมากเพียงใด ในชั่วพริบตานั้นเองตัวเขาก็สัมผัส
ได้ถึงเต๋า
ทุกสรรพสิ่งคือเต๋า! มีเพียงพริบตาแห่งชีวิตและความ
ตายเท่านั้น ถึงจะสัมผัสถึงมันได้!
ชั่วอึดใจนี้ เขาแลเห็นแม้กระทั่ง หนานซาน หวางเยว่ ที่
กำลังอำพรางตัวอยู่ แลเห็นแม้กระทั่งที่เย่ซีซีที่กลายเป็น
ทรายทมิฬอยู่บนพื้นดิน พวกเขาทั้งสองต่างเบิกตาโพลง
จับจ้องมายังภาพฉากที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตานี้ …
แล้วคนสุดท้ายก็คือ หนานกง เหว่ย ที่แสดงสีหน้า
สลับซับซ้อนออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งหงุดหงิด และ
หวาดกลัวเล็กน้อย นอกจากนี้ยังแฝงไว้ด้วยความสงสัย
สตรีชุดส้มที่อยู่ในสายตาของเขา จากใบหน้า และการ
แสดงออกของนาง ทำให้ อู่ อวี้ หวนรำลึกไปถึงภาพ
ความทรงจำมากมาย ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าการมี
ชีวิตอยู่ช่างวิเศษเหลือเกิน!
” ยังไม่ตายงั้นหรือ? ” ราชาวานรลำดับ 6 จับจ้องไปยัง
กำปั้นของตนเองอย่างสงสัยยิ่ง มันเชื่อมั่นอย่างสุดใจว่า
หมัดนี้จะสามารถสังหาร อู่ อวี้ ลงได้อย่างแน่นอน ไม่
คาดคิดว่าคู่ต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้าจักมีร่างกายเหมือนเป็น
อมตะ สามารถตกตายแล้วถือกำเนิดใหม่ได้ต่อหน้าต่อ
ตาของมัน!
“เป็นไปได้อย่างไร! ราชาวานรลำดับหกไม่อาจสังหารมัน
ได้! ” เมื่อเหล่าปีศาจนับร้อยเห็นเช่นนั้น พวกมันก็พากัน
ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
เมื่อ อู่ อวี้ รู้ว่าตนเองยังไม่ตาย เขาก็ผ่อนลมหายใจ
ออกมาอย่างโล่งอก แล้วในช่วงเวลานั้นเองกายาหก
พิภพสวรรค์สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญก็แสดง
อำนาจของมันออกมาอย่างเต็มที่ บัดนี้ราชันอรหันต์ทั้ง
สองของเขา ซึ่งถูกบดขยี้ทำลายไป กำลังฟื้นตัว สร้าง
เป็นพิภพแห่งใหม่ขึ้นในกายเนื้อ!
“อย่าขยับ!” ในช่วงเวลานั้นเอง หนานซาน หวางเยว่
กับ เย่ซีซีแทบจะทนดูต่อไปไม่ไหว แต่ อู่ อวี้ จะหันมา
ส่งสัญญาณให้ทั้งคู่หยุด
ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ จับจ้องไปยัง
ปีศาจวานรหกกร! อันที่จริงกายเนื้อของ อู่ อวี้
แข็งแกร่งทรงพลังมากอยู่แล้ว เพียงแต่เขาไม่เคยแบก
รับการโจมตีจากผู้แข็งแกร่งจริง ๆ ก็เท่านั้น! กล่าวได้
เพียงว่าตราบจนถึงปัจจุบัน กายาเพชรอมตะไม่เคยได้
แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจที่แท้จริงของมันเลยสักครั้ง
ความรู้สึกนี้ทำให้โลหิตภายในกายของเขาเดือดพล่าน
เปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวแทบจะล้นทะลักออกมา
จากทรวงอก
ท่ามกลางความเลือนราง อู่ อวี้ แสดงให้เห็นถึงเจตจำนง
หมายมาดเอาชนะราชาวานรลำดับหกอย่างแรงกล้า!
แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วมันจะเป็นไปไม่ได้ ทว่าด้วย
ความกล้าหาญ แล้วความดื้อรั้นอหังการของเขาก็
นับเป็นปาฏิหาริย์แล้ว!
“เจ้าวานรหกกร แกไม่ได้กินนมมาหรือไง ถึงได้มีแรงแค่
นี้?” ท่ามกลางสายตาของทุกผู้คน เขาเลือกจะกลืน
เลือดที่กระอักกลับคืนไป! จากนั้นก็แสดงรอยยิ้มเหยียด
หยันให้กับ ราชาวานรลำดับหกแห่งเจ็ดราชาวานร!
ฝูงชนพากันส่งเสียงอื้ออึงแตกฮือในทันที
เจตจำนงอันแรงกล้าที่ อู่ อวี้ แสดงออกมาในช่วงเวลานี้
ทำให้เขาสามารถต้านทานปราณปีศาจของปีศาจวานร
หกกรเอาไว้ได้ จากนั้นเขาก็ใช้ความกล้าหาญเทียนฟ้า
กล่าวคำพูดยั่วยุเช่นนี้ออกไป! หากสิ่งนี้แพร่กระจาย
ออกไป ปีศาจทั่วทั้งทวีปคงคิดว่าเขาใจเด็ดมาก
หนานกง เหว่ย เหลือบมองไปทาง อู่ อวี้ ด้วยสีหน้า
แปลกประหลาดไม่อยากจะเชื่อ นางคิดเพียงว่า คนผู้นี้
มันเสียสติไปแล้ว ถึงได้รนหาที่ตายเช่นนี้
“เจ้าเชื่อหรือไม่! ว่าในวันนี้เจ้าไม่อาจสังหารข้าได้! ใช่
แล้ว ข้ากำลังดูถูกเจ้าอยู่! ” อู่ อวี้ หัวเราะ จากนั้นก็จับ
จ้องไปยังปีศาจวานรหกกร พร้อมทั้งแสดงรอยยิ้มเย้ย
หยัน
คำกล่าวนี้ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก แม้แต่หนานกง เหว่ย ก็
คิดเช่นนั้น ทั้งยังเห็นว่าในเวลานี้ปีศาจวานรหกกรกำลัง
กำหมัดของตนแน่น พร้อมกับสูดลมหายใจฟืดฟาด เห็น
ได้ชัดว่าการยั่วยุของ อู่ อวี้ ทำให้มันโกรธเข้าแล้ว
“หากเจ้าไม่สามารถสังหารข้าได้ในวันนี้ เจ้าก็เป็นแค่เด็ก
น้อยในสายตาข้าเท่านั้น ฮ่าฮ่าฮ่า! ” เบื้องหน้าศัตรู อู่ อวี้
ใช้ออกด้วยร่างจำแลงเซียนวานรโดยตรง แปรเปลี่ยน
กลายเป็นวานรทองคำ หากเปรียบกับฝ่ายตรงข้างแล้ว
วานรทองคำดูเปี่ยมบารมีสูงศักดิ์บริสุทธิ์เสียยิ่งกว่า!
หากมองเพียงรูปลักษณ์ ปีศาจวานรหก กร ก็ดู
เหมือนกับเด็กน้อยเป็นแค่หลานชายของเขาจริง ๆ
คำกล่าวนี้ ทำให้เหล่าปีศาจไม่อาจอดกลั้นไว้ได้อีกต่อไป
พวกมันพากันเปล่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างโกรธ
เกรี้ยว ในขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนกับการจุดระเบิด
ของปีศาจวานรหกกรด้วยเช่นกัน ชั่วขณะนี้เอง อู่ อวี้
สามารถแลเห็นจิตสังหารอันเข้มข้นล้นทะลักออกมาจาก
ดวงตาแดงก่ำของมัน ทำให้เขาทราบในทันทีว่าฝ่ายตรง
ข้ามกำลังจะลงมือแล้ว!
อู่ อวี้ เตรียมพร้อมรอสำหรับช่วงเวลานี้มานานแล้ว! เขา
ยั่วยุอีกฝ่าย เพราะต้องการให้มันสังหารตนเอง มุ่งเป้า
มาที่ตัวเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น!
ซึ่งเขาก็มิได้มีความมั่นใจมากนัก การฝึกฝนบำเพ็ญตน
ล้วนเต็มไปด้วยอันตรายอันน่าตื่นเต้น ต้องพบเจอกับผู้ที่
ไม่อาจใช้แผนการด้วยได้ อีกทั้งความแข็งแกร่งของเขา
ยังไม่เพียงพอ กล่าวได้ว่าภัยพิบัติในวันนี้ อยู่เหนือเกิน
กว่าขีดจำกัดที่เขาจะสามารถกระทำสิ่งใดได้ แต่ถ้าไม่
ต่อสู้ แล้วจะมีความสำเร็จตามมาได้อย่างไร!
ปีศาจวานรกหกกรคำราม จากนั้นก็เหวี่ยงหมัดเข้ามาอีก
ครั้ง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ชีวิตของ อู่ อวี้!
ขณะนั้นเอง!
ชั่วพริบตาประกายแสง!
ความตายกำลังใกล้เข้ามา
ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย อู่ อวี้ ก็ถอยฉาก
ออกมา ส่งผลให้หมัดของปีศาจวานรหกกร จ้วงเข้าใส่
อากาศธาตุ ก่อให้เกิดแรงอัดกระแทกอย่างรุนแรง จน
เหล่าปีศาจที่ล้อมอยู่เบื้องหลังของ อู่ อวี้ ต้องทน
เจ็บปวดลอยละลิ่วไปจากการโจมตีนี้ การโจมตีของ
ปีศาจวานรหกกร พลาดเป้า!
“จะหนีไปไหน! ”
ร่องรอยของ อู่ อวี้ หายไปอย่างเห็นได้ชัด
ภาพฉากที่ปรากฏขึ้นนี้ ทำให้ร่างของเหล่าปีศาจสั่นเทา
เล็กน้อย โดยเฉพาะวานรยักษ์พฤกษาเทวะ ราวกับว่า
มันกำลังหวนรำลึกไปถึงสิ่งที่ตนเคยประสบมา! ทว่าใน
ครั้งนั้น มันรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ค่ายกลพฤกษาเทวะ
ก่อเกิดถูกลบหายไป แต่ในครั้งนี้ ค่ายกลของราชาวานร
หกกรยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี…
——————————–