กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 943: กายเนื้อถูกบดขยี้
“วืดดด! ”
ปีศาจวานรหกกรพุ่งทะยานเข้าหมายมาดสังหาร อู่ อวี้
ด้วยความมั่นใจอย่างถึงที่สุด อู่ อวี้ ด้วยความบ้าคลั่งนี้
ทำให้ดวงตาของมันเปล่งแสงสีแดงโลหิตมากยิ่งขึ้น
เห็นได้ชัดว่ามันกำลังเล่นสนุกอยู่
ด้วยคำพูดดูถูกเย้ยหยันของ อู่ อวี้ ก่อนหน้านี้ ทำให้มัน
พุ่งทะยานเข้าไปหมายมาดระบายความโกรธแค้น ทว่า
สิ่งที่มันสัมผัสได้จากการโจมตี กลับมีเพียงความว่าง
เปล่าเท่านั้น! นับเป็นความเปล่าประโยชน์อย่างสุดแสน!
ถูกผู้เยาว์ปั่นหัวเล่นเช่นนี้ คาดว่าปีศาจทั่วทั้งทวีปปีศาจ
ทายาททักษิณ คงได้หัวเราะเยาะมันเป็นแน่
แล้วสิ่งที่น่าเหลือเชื่อไปว่านั้นก็คือ พอมันหันกลับไปมอง
ก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าร่างกายของ อู่ อวี้ มี
ขนาดเล็กมาก นอกจากนี้ร่างของเขายังปรากฏตัวอยู่
นอกค่ายกล! คงต้องบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ช่างน่า
ตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะค่ายกลนี้ได้ถูก
ตระเตรียมมาแล้วอย่างดี แต่กลับไม่สามารถกักขังตัว อู่
อวี้ ไว้ได้ แน่นอนว่ามันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่า อู่ อวี้ ใช้
วิธีใด! ถึงสามารถหลบหนีจากที่กักขังของมันได้!
“หึ! ” อู่ อวี้ อยู่ในที่ห่างไกลออกไป เสียงหัวเราะบ่งบอก
ถึงความเย้ยหยันชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้ทุกคนตระหนักได้
อย่างแช่มชัด
ด้วยเสียงหัวเราะอันเหยียดหยันนี้ มากพอที่จะทำให้คน
ฟังเจ็บแปลบ ๆ ที่หัวใจ ดังคำกล่าวที่ว่าหัวเราะทีหลังดัง
กว่า โดยที่ อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใด
จุดประสงค์ของเขาก็คือดึงดูดความสนใจทั้งหมดของ
ปีศาจวานรหกกร ปลดค่ายกลเพื่อมาไล่ล่าโจมตีเขาแต่
เพียงผู้เดียว ละเลยความสนใจจาก หนานกง เหว่ย นี่คือ
แผนการเดียวที่เขาคิดได้!
ตราบเท่าที่เขาสามารถหันเหความสนใจของมันได้ ต่อ
ให้อีกฝ่ายวิชาอภินิหารเหนือฟ้า ก็ไม่อาจทำอะไรเขาได้!
นับเป็นช่วงเวลาบีบคั้นเลยก็ว่าได้ อู่ อวี้ ต้องการให้
ปีศาจวานรหกกรเบนความสนใจไล่ล่าตนเองเพียงผู้
เดียว ซึ่ง อู่ อวี้ เชื่อว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่มันจะ
ปลดค่ายกล เนื่องจากค่ายกลไม่สามารถกักขังเขาไว้ได้
ยามนี้ อู่ อวี้ กำลังดำเนินตามแผน
นับเป็นเป็นช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นมากที่สุดสำหรับเขา
เมื่อหันกลับไปมอง เขาก็พบว่าเหล่าปีศาจวานรกำลัง
กรีดร้องด้วยโทสะอันเกรี้ยวกราด ด้วยเพราะไม่อยากให้
อู่ อวี้ หลุดรอดเงื้อมมือของพวกมันไปได้ แม้กระทั่งงัด
กลละเม็ดมากมายมาข่มขู่คุกคามเขา
อู่ อวี้ กำลังจะหันหลังจากไป …
ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงหัวเราะของปีศาจวานรหกกร
เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่ได้แสดงออกถึงความเกรี้ยวกราด
แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ ราว
กับว่ามันคือคนที่ถือไพ่เหนือกว่า ทำให้ อู่ อวี้ สัมผัสได้
ถึงลางสังหรณ์ร้ายแรง เพราะในเวลานี้ทั้งหนานกง
เหว่ย , หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี กำลังอยู่ในค่ายกล
ของมัน!
” เดี๋ยว ๆ ๆ เจ้าจะรีบร้อนไปไหน อู่ อวี้ เจ้าคงลืมเอา
บางสิ่งบางอย่างออกไปด้วยสินะ ” เสียงคำรามด้วย
ความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้านี้ของปีศาจวานรหกกร
เสมือนกับว่ามันแสร้งทำเป็นตกหลุมพรางของ อู่ อวี้
ยามนี้น้ำเสียงของมันจึงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของ
คนที่ถือไพ่เหนือกว่า
ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามเล่นไม้นี้ อู่ อวี้ ก็อดมองย้อนกลับไป
อย่างช่วยไม่ได้ เมื่อหันกลับมาก็เห็นว่าท่ามกลางแขนทั้ง
หกของปีศาจวานรหกกร มีแขนข้างหนึ่งของมันกำลังถือ
ตาข่ายสีม่วงขนาดใหญ่เอาไว้อยู่ ตาข่ายขนาดยักษ์นี้ถูก
ถักทอด้วยเส้นใยผลึกอัญมณีสีใส ช่างงดงามประดุจต้อง
มนต์ แต่ขณะในนี้ตาข่ายยักษ์ได้ห่อหุ้มรัดพันร่างของ
หนานกง เหว่ย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเอาไว้แน่น
หนา จนดูราวกับเกี๊ยวที่ถูกห่อก็มิปาน!
สิ่งนี้สามารถพันธนาการตรึงร่างของ หนานกง เหว่ย ไว้
ได้อย่างสมบูรณ์ ใบหน้าของนางแดงก่ำอึ้งตะลึงกับสิ่งที่
เกิดขึ้น ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ปีศาจวานรหกกร แล้วกล่าว
ว่า! ” เขาหนีไปแล้ว! แล้วมาจับข้าทำไม!? มันไม่เกี่ยวกับ
ข้าเลยแม้แต่น้อย หากเจ้ามีปัญญาก็ไปไล่ล่าเขาเอาสิ! ”
นับว่านางใจกล้าไม่น้อย ขนาดช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ
เช่นนี้นางยังจะกล้าโวยวายใส่ปีศาจวานรหกกร
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นภาพฉากนี้เขารู้ว่าท่าไม่ดีแล้ว แผนการ
ของเขาพังพินาศ ด้วยเพราะไม่ได้คำนวณว่าปีศาจวานร
หกกรจะจับตัว หนานกง เหว่ย มาเป็นตัวประกันต่อรอง
บัดนี้มันส่งรอยยิ้มราวกับผู้กุมชัยมาให้ อู่ อวี้
“เจ้าหุบปากไปซะ” อยู่ ๆ ปีศาจวานรหกก็ตะคอกใส่
หนานกงเหว่ย ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่นางกำลังจะ
ตะโกนร้อง ทันใดนั้นตาข่ายสีม่วงก็หดรัด บาดลึก
เข้าเนื้อหนังของนางจนแน่น ชุดกระโปรงยาวสีส้มของ
นางอาบชโลมไปโลหิตสีแดงสด ไหลซึมออกมาตามแรง
บีบรัด ในเวลานี้สีหน้าของปีศาจวานรหกกรเต็มไปด้วย
ความเย็นชา แล้วมันก็กล่าวกับ อู่ อวี้ ด้วยน้ำเสียงเย็น
เยียบขึ้นว่า ” ข้าจะนับ 1 ถึง 3 เจ้าจะกลับมาดี ๆ หรือ
อยากให้แม่นางคนสวยผู้นี้กลายเป็นกองเศษเนื้อ เจ้าไม่
ต้องห่วง ข้าเอาจริงแน่”
ไม่ว่าใครก็ตามที่ดูสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในเวลานี้ ต่าง
ก็เข้าใจดีว่าปีศาจวานรหกกรแค่พูดไปงั้น ๆ มันแค่เป็น
แผนง่าย ๆ ที่ใช้กดดันฝ่ายตรงข้าม
ยามนี้ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งหนทางอย่างแท้จริง
การต่อสู้ด้วยกลยุทธ์ และ มันสมองของเขาในครั้งนี้ ไม่
ประสบผลสำเร็จ คู่ต่อสู้จับพรรคพวกของเขาไว้เป็นตัว
ประกันส่งผลให้สถานการณ์ตกเป็นรอง เขาจึงต้อง
ย้อนกลับไปหาพวกมันอย่างช่วยไม่ได้ สำหรับวงเวท
ป้องกันไม่ได้ขัดขวางยามเมื่อเขาย้อนกลับมา ปีศาจ
วานรหกกรจ้องมองเขาเดินกลับมาด้วยรอยยิ้มของผู้มี
ชัย
ปีศาจรอบตัวในตอนนี้คึกคักฮึกเหิมเป็นอย่างมาก
” ข้าหลงเผลอคิดไปว่าราชาลำดับหก จะถูกเล่นงานเสีย
แล้ว ที่ไหนได้ทุกอย่างล้วนอยู่ในอุ้งมือของท่าน”
” ราชาลำดับหก ช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริง ๆ สมแล้ว
ที่เป็นหนึ่งในผู้นำของพวกเรา แต่ข้ารู้สึกแปลกใจคน
อย่าง อู่ อวี้ สนใจความงามของอิสตรีกับเขาด้วยจริง ๆ
น่ะหรือ? ”
แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่ทราบว่าตัวเองถูกมองออกได้อย่างไร
เพราะคิดว่าตัวเขาเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิดแล้วเชียว
” เจ้าน่ะมันไร้เดียงสาเกินไป การจะดูคนต้องดูที่ดวงตา
เพราะดวงตาของคนเราไม่เคยโกหก สายตาที่เจ้าจ้อง
มองไปยังแม่นางผู้นั้นหาใช่อริศัตรู แต่เป็นสายตาที่
ซับซ้อนลึกซึ้ง” ปีศาจวานรหกกรกล่าวด้วยความ
ภาคภูมิใจ มันยิ้มขณะจ้องมองไปที่ดวงตาของ อู่ อวี้
ตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของมัน
สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความงุนงงให้แก่ หนานกง เหว่ย เป็น
อย่างยิ่ง นางยากที่จะเข้าใจได้ว่าเพราะเหตุใด ปีศาจ
วานรหกกร ถึงนางมาเป็นตัวประกันต่อรองเช่นนี้
โดยทั่วไปแล้ว อู่ อวี้ จะหลบหนีตามสัญชาตญาณ ทว่า
ยามนี้เขากลับย้อนกลับมาโดยไม่เอื้อนเอ่ยอันใด ซึ่งหาก
เขาย้อนกลับมาช่วยเหลือพรรคพวกทั้งสอง นางก็ยังพอ
เข้าใจได้
เหตุใจคนแปลกหน้า ถึงยอมเสี่ยงที่ชีวิตกลับมา
ช่วยเหลือนาง?
เพราะเหตุใดเขาถึงมองนางด้วยสายตาแปลก ๆ
เช่นนั้น?
แม้จนถึงตอนนี้นางเองยังไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็แอบ
คลางแคลงใจไม่ได้ว่าสิ่งที่ อู่ อวี้ เคยกล่าวไว้อาจจะเป็น
เรื่องจริง อีกทั้งการกระทำของเขา ยังสร้างผลกระทบ
บางอย่างต่อจิตใจของนาง
” ทำไม… หนีไม่พ้นแล้วหรือไร? รีบหนีไปเร็วซิ! ” ปีศาจ
วานรหกกรยังกล่าวออกมาด้วยโทสะ ทว่าภายในจิตใจ
กลับปรากฏความรู้สึกสดชื่น ท่ามกลางสายตาของฝูงชน
ตอนนี้ พวกมันต่างเห็นปีศาจวานรหกกรถือ หนานกง
เหว่ย ไว้ในมือ จากนั้นก็พุ่งทะยานเข้าไปหา อู่ อวี้ ทันที
ตูม!
หมัดทั้ง 3 พุ่งตรงมายังตำแหน่งบนกลางและล่าง! อัด
กระแทกระเบิดเข้าใส่ตำแหน่ง ศีรษะ อก หน้าท้องล่าง
ตรงจุดตันเถียนอีกครั้ง! อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าครั้งนี้
ปีศาจวานรหกกรตั้งใจผ่อนแรงลง ภายใต้การโจมตีของ
มัน หกพิภพสวรรค์สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญของ
อู่ อวี้ ขยี้ทำลายไปอีกหนึ่งพิภพ เหลือเพียง 3 พิภพ
เรียกได้ว่าอยู่ไม่ห่างจากปากเหวแห่งความตาย
ทว่าเขาก็ยังรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
การถูกควบคุมโดยผู้อื่นเช่นนี้ ช่างเป็นรสชาติที่ทรมาน
และเจ็บปวดมากจริง ๆ!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ทราบดีอย่างสุดซึ้งว่า ผู้อ่อนแอ ก็
ต้องทนแบกรับเหตุการณ์เช่นนี้ต่อไป
” ดี ดีมาก ความทนทายาดของเจ้า เพียงพอทำให้ข้าเล่น
สนุกไปได้อีกสักพัก” ปีศาจวานรหกกรหัวเราะ
” เห็นได้ชัดว่าเจ้าหนุ่มนี่สามารถหลบหนีออกไปได้ทุก
เมื่อ แต่เหตุไฉนถึงไม่ไป หรือเป็นเพราะแม่นางน้อยผู้นี้
คือสหายเต๋าเคียงคู่เช่นนั้นหรือ? แต่พวกเราก็ได้ยินอย่าง
แจ่มชัด! ว่าแม่นางผู้นี้หาได้แยแสขอบคุณน้ำใจ ทว่ายัง
ต้องการชีวิตของเขาอีกด้วย! ”
” ดูเหมือนว่า… เจ้าหนุ่มผู้นี้จะรักเขาข้างเดียว อยู่ต่อ
หน้าราชาลำดับหก แต่ยังหาญกล้ายืนประจันหน้าอย่าง
ไม่หลบเลี่ยง เห็นได้ชัดว่านี่คือความยึดมั่นยืนหยัดไม่
ทรยศต่อตนเอง ความกล้าหาญนี้ นับว่าน่าชื่นชมมาก
จริงๆ!”
เหล่าปีศาจวานรต่างหันมาพูดคุยถกเถียงกัน ทั้งยังมอง
อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย อย่างไรก็
ตาม อู่ อวี้ ก็ถือเป็นศัตรูของพวกมันอยู่วันยังค่ำ ดังนั้น
พวกมันจึงหวังให้ อู่ อวี้ สิ้นชีวา เนื่องจากท้ายสุดแล้ว
พวกมันยืนอยู่ข้างเดียวกับวานรเพลิงชาด
เมื่อ หนานกง เหว่ย ได้ยินสนทนาถกเถียงเหล่านี้ นางก็
หันไปมอง อู่ อวี้ อีกครั้ง ในเวลานี้ อู่ อวี้ กำลังพยุงร่าง
ยืนหยัดขึ้นอย่างมั่นคง ร่างกายที่ถูกบดขยี้ทำลายจน
แหลกเหลว เริ่มฟื้นฟูกลับมาใหม่อีกครั้ง ในระหว่าง
กระบวนการนี้ดูเหมือนว่าเขาจะเจ็บปวดมาก ทว่าเขาก็
ยังคงยืนหยัดเผชิญหน้ากับปีศาจวานรหกกรอย่างแน่ว
แน่เด็ดเดี่ยว ไม่หวาดหวั่นย่อท้อ ดวงเนตรลุกโชติช่วงไป
ด้วยเปลวเพลิงทองคำ ไร้ซึ่งความเกรงกลัวแม้แต่น้อย นี่
คือความมุ่งมั่นหาญกล้าเผชิญหน้ากับความตายอย่างไร้
สิ้นสุด!
” ปล่อยนางไป ข้าจะยืนให้เจ้าจัดการ โดยไม่หลบหนี ”
ทุกคำพูดและการกระทำของเขา ล้วนอยู่ในสายตาของ
หนานกง เหว่ย ทุกสิ่งที่เขากระทำล้วนเชื่อมโยงกับ
คำพูดของ อู่ อวี้ ก่อนหน้านี้แทบทั้งสิ้น นี่คือความจริง
แท้ที่ออกมาจากภายในใจของ อู่ อวี้ สภาพของเขาใน
ยามนี้เรียกได้ว่าทั่วทั้งร่างอาบท่วมไปด้วยโลหิต แต่ก็
ยังคงยืนหยัดอย่างแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ซึ่งมันทำให้ หนาน
กง เหว่ย จ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วย
ความสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ
” เจ้าหนุ่ม สิ่งที่เจ้าร้องขอมา เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
ตอนนี้เจ้าอยู่ในเงื้อมมือของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรองใด ๆ
ทั้งสิ้น ไม่ว่าข้าจะปล่อยนางไปหรือไม่ เจ้าจะได้เห็น
หลังจากถูกส่งไปปรโลกโลกแล้ว เอาล่ะ…แต่ตอนนี้ข้า
คิดว่าจะปล่อยนางไป เนื่องจากนางหาได้มีอะไร
เกี่ยวข้องกับข้า ทว่าหากเจ้าต้องการให้นางมีชีวิตอยู่
เจ้าต้องเอาชีวิตของตนเองมาแลกเท่านั้น กล้าเดิมพัน
หรือไม่? ”
เวลานี้ปีศาจวานรหกกรกำลังเล่นสนุก มันต้องการให้
ฝ่ายตรงข้ามตกตายไปด้วยความเจ็บปวดทรมานสิ้นหวัง
อย่างสุดแสน สำหรับมันแล้วนี่ถือเป็นความสุขยิ่ง
” เหลาอู่ พอได้แล้ว อย่าเอาชีวิตไปทิ้งกับสิ่งไร้ประโยชน์
เช่นนี้เลย ด้วยพรสวรรค์ที่ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงได้เจ้า นาง
ไม่ควรค่าพอ นอกจากสตรีนางนี้จะไม่ซาบซึ้งขอบคุณ
เจ้าแล้ว นางยิ่งหวังให้เจ้าตายไปอีกด้วย หากเจ้าคิด
หลบหนีก็ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดเจ้าได้ อู่ อวี้ ข้าคิดว่ามัน
ไม่คุ้มค่าพอให้เจ้าเอาชีวิตเข้าแลก”
” พี่ชายอวี้ ข้าไม่อยากให้ท่านตาย ยิ่งไปกว่านั้น หาก
ท่านตาย พวกมันก็จะแกะรอยค้นหาเรา ” เย่ซีซี
พยายามคิดหาหนทางให้เขาตาสว่าง
พวกเขารู้ว่า อู่ อวี้ ไม่ต้องการให้ หนานกง เหว่ย ทน
ทุกข์ทรมาน
แต่เมื่อพวกเขาเห็น หนานกง เหว่ย แสดงท่าทีเย็นชาไม่
แยแสชีวิต อู่ อวี้ ซึ่งในสายตาของพวกเขาแล้ว ทั้งสอง
ต้องการให้ อู่ อวี้ มีชีวิตอยู่มากกว่า!
กล่าวได้ว่าเวลานี้ภายในใจของ อู่ อวี้ ก็ขัดแย้งเป็นอย่าง
มาก
เขาอาจจะไม่ห่วงตัวเองก็ได้ แต่เขายังมี หนานซาน
หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ที่ต้องดูแล
อย่างไรก็ตามปีศาจวานรหกกร ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้
คิดพิจารณาใด ๆ เขาจะต้องเลือกแล้ว!
สถานการณ์เช่นนี้มักเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะมันคือ
เส้นทางของชีวิต ถ้าเลือกบางอย่าง อาจจะต้องสูญเสีย
สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปตลอดกาล กล่าวได้ว่าตอนนี้เขา
ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างแท้จริง!
หาก อู่ อวี้ เลือกให้หนานกงเหว่ยมีชีวิตอยู่ ตัวเขาก็
จะต้องตาย!
ปีศาจวานรหกกร ระเบิดเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจอีก
ครั้ง มันยกกำปั้นเป็นครั้งแล้วพุ่งตัวเข้าไปหา อู่ อวี้ ด้วย
ความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ!
“ไปลงนรกซะ! ”
หมัดนี้ไม่ต่างจากครั้งที่แล้ว ไม่ว่าจะด้วยความเร็วหรือ
ความแข็งแกร่งทรงพลัง หากไม่ได้เตรียมการล่วงหน้าคง
ยากที่จะหลบเลี่ยง อู่ อวี้ ต้านรับหมัดนี้อีกครั้ง! บัดนี้
พิภพของเขาถูกทำลายอีกหนึ่งพิภพแล้ว นี่คือความ
เสียหายจากการรับการโจมตี ถึงแม้เขาจะยืนหยัดอยู่ได้
แต่พลังชีวิตและพลังกายเนื้อถูกทำลายเสียหายไปมาก!
ฉับพลันอีกหมัดก็ถูกปล่อยออกมา!
“ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ เยี่ยมมาก ไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าจะอยู่แค่
ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะจริง ๆ! ”
ปีศาจวานรหกกรหัวเราะอย่างสะใจ
ทุกคนเห็นว่าตอนนี้ อู่ อวี้ อ่อนแอไปมาก ถึงแม้การรับ
หมัดในครั้งนี้จะยังไม่ทำให้เขาตกตาย ทว่าดูจากพลัง
ของเขาแล้วเขาสามารถรับหมัดได้มากสุดก็แค่ครั้งเดียว
และอย่างเก่งก็คงทนได้อีกอีกสองหมัด…
——————————–