กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 967: แสงจันทร์
เขายังไม่ตาย เขามีชีวิตรอดมาได้ เมื่อห้วงภวังค์นิมิต
เลือนหายไป พลองทองสมปรารถนาก็ย่อมไม่ปรากฏ
เมื่อไม่มีพลองทองสมปรารถนา ร่างกายก็จะถูกทำลาย
จิตวิญญาณถูกทำลายจนกระจัดกระจายหายไป แต่ยัง
ไม่มีการฟื้นฟูซ่อมแซมใด ๆ ตอนนี้ลมหายใจของ อู่ อวี้
รวยรินสุดจะยื้อยุด
หากไม่มีพลองทองสมปรารถนา เขาก็จะไม่มีกายาเพชร
อมตะ ไม่มีมหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพลัง
อิทธิฤทธิ์ หรือ 72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์
นอกจากนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้พบกับ หมิงซวง
หรือให้กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ โอกาสที่ อู่ อวี้ จะยกระดับ
พัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าขึ้นหายไปอย่างสิ้นเชิง
ถ้าให้กล่าวอีกแง่มุมหนึ่ง ภายในใจของเขาหวาดกลัว
อย่างที่สุด ความหวาดกลัวนี้ยากที่จะเอื้อนเอ่ยออกมา
เป็นถ้อยวจี ภาพฉากในยามนี้เสมือนดั่ง เขากำลังถูก
ห้อมล้อมด้วยมหาสมุทรแห่งความโศกเศร้า กาลปัจจุบัน
อู่ อวี้ เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ฟางเพียงเส้นเดียวที่
สามารถคว้าจับ ยึดยื้อชีวิตให้อยู่รอดต่อไปได้ก็คือ
พลองทองสมปรารถนา ทว่ายามนี้ฟางเส้นนั้นกลับไม่
ปรากฏออกมาให้เห็น สภาพของเขาเป็นเสมือนดั่ง
มนุษย์ที่กำลังจมดิ่งสู่ห้วงทะเลสาบอันมืดมิด ยากที่จะ
หายใจ ความตายและความกลัวกำลังคืบคลานใกล้เข้า
มามากขึ้นเรื่อย ๆ
“ลุงเสิ่น…ข้าของดูสิ่งนี้สักหน่อยได้หรือไม่? ” อู่ อวี้ ทน
ความเจ็บปวดจากศีรษะของเขา พยายามดิ้นรนลุกขึ้น
แล้วพูดกับ เสิ่น อู๋เต้า ด้วยเสียงแห้งแหบพร่า
” สิ่งนี้งั้นหรือ… มันคือมรดกตกทอดส่งต่อมาจากบรรพ
บุรุษของข้า ชื่อว่า ‘อภิโลหะเทวะปลายสุดธาราสวรรค์’
เจ้าจะต้องปกป้องรักษามันเป็นอย่างดี ข้าไม่อยากให้มัน
จบอยู่ที่ข้า ” อาจเป็นเพราะ เสิ่น อู๋เต้า เห็นเขาช่วยชีวิต
ตนเองเอาไว้ ยามนี้จึงใจดีกับเขามากขึ้น
“แน่นอนอยู่แล้วท่านลุงเสิ่น” อู่ อวี้ กำอภิโลหะเทวะ
ปลายสุดธาราสวรรค์ไว้ในมือแน่น ความรู้สึกที่เขาได้จับ
มันทั้งตึงเครียดทั้งตื่นเต้นเย็นเยียบไปทั่วทั้งสรรพางค์
” ท่านซ่างเซียนให้เวลาเจ้าพักฟื้นร่างกายสิบวัน
หลังจากครบกำหนดเจ้าต้องติดตามข้าไปทำงานในสวน
สัตว์สวรรค์ เอาล่ะ ๆ เจ้าบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ ต้อง
นอนพักผ่อนให้มาก ๆ เพื่อพักฟื้นร่างกาย ข้าจะไป
ทำงานก่อนแล้วกัน ”
เมื่อพูดเสร็จ เสิ่น อู๋เต้า ก็เดินหลังงองุ้มออกไป อู่ อวี้
กำลังรอให้เขาจากไป เมื่อเห็นว่าลุงเสิ่นไปแล้ว เขาก็เอน
หลังพิงผนัง พร้อมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ตามมาด้วย
เหงื่อเม็ดโตอันเย็นเยียบที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก เขารู้สึกตึง
เครียดเป็นอย่างมาก เขาวางอภิโลหะเทวะปลายสุด
ธาราสวรรค์ไว้บนมือ สายตาจับจ้องไปที่มันด้วยใจระทึก
“ฉีเทียนต้าเซิ่น ยุทธวิชัยพุทธะ พลองทองสมปรารถนา
ข้าคือ… อู่ อวี้ โปรดสอนกายาเพชรอมตะให้ข้าด้วย ข้า
ไม่รู้ว่ายามนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้า ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึง
ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้กับข้า … ”
เขากำมันแน่นมาก จนในที่สุดความอดทนของเขาก็ค่อย
ๆ หายไป แต่ทว่าอภิโลหะเทวะปลายสุดธาราสวรรค์ก็
ไม่เกิดปฏิกิริยาใด ๆ ขึ้นแม้แต่น้อย
” ทำไม? เกิดอะไรขึ้น! ทำไมไม่เลือกข้า!? ยังมิใช่เวลานี้
หรอกหรือ? หรือที่ผ่านมาข้ายังทำได้ไม่ดีพอ? ไฉนไม่
ยอมสื่อสารกับข้า? ”
ใบหน้าของเขาซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตเท่าลูกประคำผุดขึ้น
บนหน้าผาก เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองหายใจไม่ออก
เมื่อไหร่ ความรู้สึกปวดแปล๊บขึ้นที่ศีรษะ ราวกับกำลัง
ถูกฉีกทึ้งตลอดเวลา อู่ อวี้ พยายามคิดถึงความทรงจำ
เมื่อครั้งอดีต ก็พบว่าตัวเองไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวอะไร
มากมายเช่นนี้มาก่อน!
ภายในความทรงจำ เขายังอดคิดไม่ได้ว่าถ้าตัวเองไม่ได้
รับมรดกเซียนอมตะของ ฉีเทียนต้าเซิ่น จะเกิดอะไร
ขึ้นกับชีวิตของเขา หากมองถึงข้อสรุปไม่ว่าจะเป็นใน
เรื่องใด ไม่ว่าตัวเขาจะฉลาดหลักแหลมมากเพียงไหน
แต่ก็คงจะไร้ประโยชน์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตาย
มันคือการเผชิญหน้าที่สำคัญที่สุดในชีวิต ถ้ามันหายไป
เขาจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น แล้วมีชีวิตอยู่
ภายใต้ขุนเขาทะเลตลอดไป จนแก่ชราหงำเหงือก
จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ไม่มีโอกาสก้าวหน้าหรือพัฒนา
เพิ่มขึ้นอีก
ความคิดของเขาในขณะนี้เสมือนกับระเบิดครั้งใหญ่
“ไม่สิ! ไม่ได้ ข้าจะต้องใจเย็น ๆ จะหุนหันพลันแล่นไม่ได้
แม้ว่าในตอนนี้พลองสมปรารถนาจะไม่สื่อสารกับข้า แต่
มันก็มีโอกาสอย่างแน่นอน! ”
อู่ อวี้ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ปาดเช็ดเหงื่อเย็น ๆ บน
ศีรษะ พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง แต่ถึง
กระนั้นความหวาดกลัวราวกับตนเองกำลังดำดิ่งลงสู่ห้วง
ทะเลลึก ยังไม่สามารถขจัดออกไปได้
” ต้าเซิ่น ข้าไม่รู้ว่าทำไมเรื่องเช่นนี้ถึงเกิดขึ้นกับข้า ทว่า
ข้ายังจดจำได้ดีว่าในครานั้นข้าได้รับกายาเป็นอมตะ
มาแล้ว ยามนั้นเป็นเพราะข้าถูก ซือ ตู๋จิน จู่โจมสังหาร
จึงเกิดเรื่องปาฏิหาริย์ขึ้น ”
อู่ อวี้ คิดว่า เป็นเพราะตอนที่เขาตาย เสิ่น อู๋เต้า จึงฝัง
สิ่งนี้มาพร้อมกับตนเอง แล้วเขาได้รับมรดกเซียนอมตะ
มาใช่หรือไม่?
“ถ้าในครานั้นท่านลุงเสิ่น ไม่ได้ฝังพลองทองสม
ปรารถนามาพร้อมกับข้าจะเป็นเช่นไร!?” อู่ อวี้ ต้อง
พิจารณาเรื่องนี้
ความคิดต่าง ๆ ประเดประดังเข้ามามากมาย ในยามนี้
เขาจะต้องตัดสินใจ หากเขาตัดสินใจฆ่าตัวตายในครั้งนี้
มันก็เป็นการเดิมพันที่นับว่าเสี่ยงเกินไป
เขารู้อย่างแจ่มแจ้งว่าพลองทองสมปรารถนา ได้อยู่ในกำ
มือของเขาแล้ว เพียงแต่ไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้ ทำให้
ภายในใจของเขารู้สึกเย็นเยียบอย่างบอกไม่ถูก
“เกิดอะไรขึ้น! ”
ภายในความทรงจำ เขาไม่เคยสับสนและรู้สึกหวาดกลัว
ดั่งเช่นวันนี้มาก่อน ทั้งยังรู้สึกเจ็บปวดศีรษะอย่างสุด
แสน
“ข้าอาจถูกปีศาจวานรหกกรสังหาร อย่างไรก็ตาม…
เป็นไปได้ว่าพลองทองสมปรารถนาสามารถทำให้ทุก
สรรพสิ่งกลับคืนมาดังเดิม ให้โอกาสข้าได้เริ่มต้นใหม่อีก
ครั้ง บางทีพลองทองสมปรารถนาอาจกระทำเช่นนั้นได้
ทว่าในตอนนี้ข้ากลับไม่สามารถสัมผัสถึงมัน… ”
อู่ อวี้ รู้สึกหดหู่เป็นอย่างยิ่ง เขาอยู่ภายในกระท่อมไม้
หลังนี้ พยายามงัดทุกกลเม็ดทุกหนทางออกมาใช้ ไม่ว่า
จะหลั่งโลหิต สรรหาทุกคำพูด แต่มันก็ไร้ประโยชน์
พลองทองสมปรารถนา ไม่มีการตอบสนองใด ๆ แม้แต่
น้อย
ประสบกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า
ราตรีคืบคลาน เมื่อ เสิ่น อู๋เต้า กลับมาแล้วเห็นว่า อู่ อวี้
อยู่ในสภาพหดหู่ซีดเซียว เขาจึงต้มซุปโสมให้แก่ อู่ อวี้
ภายในดินแดนเซียนของเทือกเขาครามแห่งนี้ มีภูผาป่า
โสมอยู่จำนวนมาก
” เจ้ากำลังคิดเรื่องในพระราชวังอยู่เช่นนั้นหรือ?
ยศถาบรรดาศักดิ์องค์ชายของเจ้า เป็นเพียงเรื่องใน
วันวานเท่านั้น ” เสิ่น อู๋เต้า นั่งลงข้างเตียงแล้วกล่าวขึ้น
” ลุงเสิ่น พลองสมปรารถนานี้ … ข้าขอเก็บไว้เพิ่มอีกสัก
สองสามวันได้หรือไม่? ” อู่ อวี้ เอ่ยถามขึ้น หลังจากดื่ม
ยา
” เจ้าสิ่งนี้มันมีอะไรงั้นหรือ ข้าไม่เห็นว่ามีอะไรเลย … ”
เสิ่น อู๋เต้า แปลกใจเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นความ
ปรารถนาอันแรงกล้าของ อู่ อวี้ เขาก็พยักหน้าแล้วพูด
ว่า “เอาล่ะ เจ้าเก็บมันไว้ก่อนก็ได้ อยากคืนข้าเมื่อไหร่ก็
ค่อยเอามาคืน กล่าวตามตรง สิ่งนี้ถูกส่งต่อมารุ่นสู่รุ่น
ซึ่งอันที่จริงแล้วข้าจำเป็นต้องส่งต่อให้แก่หลานชาย ทว่า
ช่างน่าเสียดายนัก เมื่อสมบัตินี้ตกมาถึงมือของข้า กลับ
ไม่มีผู้ใดให้ส่งต่อ การที่เจ้ากับข้าได้พบกันที่นี่ ถือเป็น
โชคชะตา อีกทั้งเจ้ายังเรียกข้าว่าลุงเสิ่น เช่นนั้นข้าจะ
มอบมันให้แก่เจ้า แต่เจ้าต้องสัญญากับข้าก่อน ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกได้ถึงความหวังบางอย่าง
เขาจึงรีบเอ่ยถามอย่างรวดเร็วว่า ” ลุงเสิ่นต้องการสิ่งใด
ข้าจะทำให้ทุกอย่าง ”
เสิ่น อู๋เต้า กล่าวว่า ” ในอนาคต หลังจากนี้อีกหนึ่งร้อยปี
หากเจ้ามีลูกหลาน จงส่งต่ออภิโลหะเทวะปลายสุดธารา
สวรรค์ให้แก่บุตรหลานของเขา อย่าปล่อยให้สมบัตินี้จม
อยู่ในพื้นปฐพีเด็ดขาด”
” ตกลง ข้าจะทำตามอย่างแน่นอน ” อู่ อวี้ ไม่อาจปล่อย
ให้เวลาล่วงเลยผ่านไปถึง 100 ปีอย่างแน่นอน เขา
ต้องการบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะโดยเร็วที่สุด ด้วย
มรดกนี้เขาสามารถกระทำดั่งที่พูดได้อย่างง่ายดาย หาก
ปราศจากมรดกนี้ ชีวิตของเขาก็ไม่ต่างอะไรจากขยะไร้
ค่า ไม่แน่ใจว่าเขาอาจทำให้ เสิ่น อู๋เต้า มีชีวิตรอดต่อไป
ก็ได้
ท่ามกลางค่ำคืนยามราตรี เสิ่น อู๋เต้า ลงมือทำอาหาร
โดยไม่ให้ อู่ อวี้ ช่วยเหลือ หลังจากชายชรากับเด็กน้อย
ผู้หนึ่งรับประทานอาหารมื้อดึกง่าย ๆ บนโต๊ะเล็ก ๆ
เสร็จสิ้น เสิ่น อู๋เต้า ก็ล้างจาน จากนั้นก็รีบเข้านอนอย่าง
รวดเร็ว อู่ อวี้ นอนอยู่ข้างหน้าต่าง จ้องมองไปยัง
ท้องฟ้ายามราตรี ส่องสว่างกระจ่างไปด้วยแสงจันทรา
สดใส ครุ่นคิดว่า โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล ชมพู
ทวีปโลกธาตุช่างกว้างใหญ่เป็นอย่างยิ่ง! และสถานที่ที่
เขาอยู่ในเวลานี้เป็นเพียงพื้นที่เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ไม่ต่าง
อะไรจากมดที่ปีนป่ายขึ้นไปบนขุนเขา นำมาซึ่ง
ความรู้สึกหวาดกลัวที่หวนคืนกลับมาอีกครั้ง
ไม่ ข้าต้องสื่อสารกับพลองทองสมปรารถนาให้จงได้!
” มิเช่นนั้น ข้าก็ไม่อาจช่วย อู่ หยู๋ ได้ หลังจากนี้นาง
จะต้องอภิเษกกับผู้ฝึกตนนอกรีตจากทะเลตงไห่! ”
เขาทราบเรื่องนี้ดีจากภายในความทรงจำของตนเอง อู่
หยู๋ มีลักษณะนิสัยเด็ดเดี่ยวมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง หาก
ปรารถนาให้นางอภิเษก โดยไม่ยินยอม ก็ไม่ต่างอะไร
จากการบีบบังคับนางไปสู่ความตาย ด้วยนิสัยของนาง
นางจักต้องสะบั้นชีพตนเองอย่างแน่นอน
เสิ่น อู๋เต้า มิได้เกลียดชัง ซือตู๋ จิน แต่ด้วยอายุของเขา
คงอยู่ได้อีกไม่นาน
เหตุการณ์ต่อมาหลังจากนั้น จิ่วเซียน จะปรากฏตัว และ
นิกายกระบี่สวรรค์จะถูกทำลาย เฟิง ซัวหยา กับ ซู
หยานหลี่ จักต้องถูกสังหาร!
หากพูดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป สำหรับเขาแล้วถือ
ว่ามันอยู่ห่างไกลเกินไป ถ้าไม่มีมรดกเซียนอมตะ ตัวเขา
ก็ไม่มีคุณสมบัติพูดคุยกับ หนานกง เหว่ย ไม่มีสิทธิ์พบ
หน้าลั่วผิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเดินทางไปยัง ดินแดน
โบราณเหยียนหวง หรือ ทวีปปีศาจทายาททักษิณ
ตลอดชั่วชีวิตคงไม่มีโอกาสได้พบเจอ จิ่วอิง หนานซาน
หวางเยว่ เย่ซีซี!
ยิ่ง อู่ อวี้ คิดมากเท่าไหร่ ความหวาดกลัวในจิตใจก็ยิ่ง
ทวีเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งยามนี้ความคิดของเขา
เป็นเสมือนดั่งอสูรร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนที่รายล้อมอยู่
รอบกาย กระโจนเข้ามากลืนกินตัวเขา
“พลองสมปรารถนา! ”
อู่ อวี้ รีบดึงพลองสมปรารถนาออกมาอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็วางไว้ใต้แสงจันทร์ ภายใต้ท้องฟ้ายามราตรี
เขาเริ่มคิดหาคนทางต่างๆ อีกครั้ง ทุกสรรพสิ่งทุก
หนทาง ยกเว้นการสะบั้นชีพตนเอง แต่พลองทองสม
ปรารถนาก็หาได้มีปฏิกิริยาใด ๆ แม้แต่น้อย แต่คน
สำคัญในจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น หนานกง เหว่ย , ลั่วผิน , เย่
ซีซี , หนานซาน หวางเยว่ นอกจากนี้ยังมี เฟิง ซัวหยา
และคนอื่น ๆ กลับยิ่งทำให้แรงปรารถนาความมุ่งมั่น
ของ อู่ อวี้ ลุกโชนมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วทันใดนั้นเอง
สายตาของเขาก็หันไปเห็นมีดผ่าฟืนที่วางอยู่ตรงมุมหนึ่ง
มีดนั้นเป็นประกายแสงมันวาว อู่ อวี้ จำไม่ได้ว่ามีสิ่งนี้
อยู่ในความทรงจำของเขา แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่าเขา
ลืมมันไป
” ใช่แล้ว ตอนนี้ลุงเสิ่นมอบพลองทองสมปรารถนาให้แก่
ข้าแล้ว ตอนนี้มันก็ซ่อนอยู่ในร่างของข้า หลังจากที่ข้า
สะบั้นชีพตนเอง ลุงเสิ่นก็จะฝังศพข้า หลังจากนั้นข้าก็
จะฝันถึง พลองทองที่ตั้งตระหง่านขึ้นไปถึงสวรรค์ เมื่อ
นั้นทุกสรรพสิ่งจะหวนคืนดังเดิม! ข้าจะเริ่มบำเพ็ญตน
ฝึกฝนกายาเพชรอมตะ อยากเป็นศิษย์ของ เฟิง ซัวหยา!
ข้าต้องการช่วยเหลือพี่หญิง ข้าไม่ต้องการให้นางตาย ข้า
จะแก้แค้นฮ่าวเทียน ซ่างเซียน!!! ”
นับเป็นความรู้สึกแรงกล้าอย่างยิ่ง สิ่งนี้ทำให้เขาลุกขึ้น
จากเตียง จากนั้นก็ก้าวเข้าไปหามีดผ่าฟืนทีละก้าว ๆ
ถึงแม้จะรู้สึกเสียวซ่านตรงคออยู่บ้าง แต่ไฟแห่ง
ความหวังที่กำลังลุกโชติช่วงอยู่นี้ ทำให้เขายังคงเดินมุ่ง
หน้าต่อไปนี้ พร้อมทั้งเก็บซ่อนพลองสมปรารถนาไว้กับ
ตนเอง จิตใจมุ่งมั่นเตรียมพร้อมจะสะบั้นชีพตนเองอย่าง
เต็มเปี่ยม ถึงแม้ระยะทางจะไม่ไกลนัก แต่ก็ต้องใช้เวลา
พอสมควร ในเวลานี้ ดวงตาของ อู่ อวี้ เปี่ยมไปด้วย
ความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ พร้อมทั้งนำมีดผ่าฟืนมาจ่อที่
ลำคอของตนเอง
เขาหยิบมีดตัดฟืนขึ้นมา ทันทีที่กระทบกับแสงจันทร์
ใบมีดส่องประกายวูบวาบ
“ความตายจักนำไปสู่ผลสำเร็จ! ”
เขากล้าที่จะฆ่าตัวตาย เพื่อความอยู่รอด เพื่อ
ผลประโยชน์ที่ดีกว่าข้างหน้า มิฉะนั้นเขาจะไม่สามารถ
สืบทอดมรดกเซียนอมตะได้
เขาจับมีดตัดฟืนไว้แน่น หลังจากนั้นก็หลับตาพร้อมยิ้ม
ออกมาอย่างเต็มใจ ในเวลานี้เขาได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว
ว่าจะใช้มีดฟันเข้าใส่ตัวเองสุดแรง
“เจ้ากำลังทำอะไร!? ” ทันใดนั้น เขาก็ถูกหินทุบใส่อย่าง
รุนแรง ทำให้การฆ่าตัวตายล้มเหลว ทั้งตัวเขาและมีด
ร่วงลงกับพื้น
” อายุเจ้ายังน้อยนัก พ่ายแพ้เพียงเท่านี้กลับไม่สามารถ
ลุกขึ้นยืนหยัดได้ จนต้องคิดฆ่าตัวตายเลยงั้นหรือ! ”
ปรากฏว่าเสิ่น อู๋เต้า ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของเขา
จึงได้ตื่นขึ้นมาหยุดเขาไว้
“ลุงเสิ่น … ” ความคิดของ อู่ อวี้ ยามรู้สึกสับสนเป็น
อย่างมาก ขณะสายตาจ้องมองไปที่ เสิ่น อู๋เต้า แล้วใน
ระหว่างนั้นเองสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นดวงจันทร์
ที่ส่องสว่างอยู่นอกหน้าต่าง
เขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเช่นกัน อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่า
จันทราดวงนั้นช่างดูเหมือนเนตรสีทองเหลือเกิน แต่เมื่อ
เขาสังเกตดี ๆ ก็พบว่ามันเป็นเพียงดวงจันทร์ปกติ
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ