กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 968: จิตสังหารอันแรงกล้า
เสิ่น อู๋เต้า เป็นห่วงเขามากจนนอนไม่หลับ เขาชวน อู่
อวี้ พูดคุยถกปัญหาธรรมตลอดทั้งราตรีนี้
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับฉีเทียนต้า
เซิ่น ราวกับ เสิ่น อู๋เต้า เป็นเพียงชายชราธรรมดา ๆ ผู้
หนึ่ง
ราตรีนี้เขาพูดคุยสั่งสอนให้ความรู้ อู่ อวี้ มากมาย
หลังจากนั้นเขาก็นำอาวุธที่มีความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย
ทั้งหมด โยนเข้าไปในห้องเก็บฟืน แล้วก็ไม่ยอมให้ อู่ อวี้
แตะต้องมันอีก
” การที่เจ้าถูกนำตัวข้ามผ่านประตูเซียนมาได้ ก็ถือเป็น
โชควาสนาแค่ไหนแล้ว การที่เจ้าถูกผงพรากวิญญาณ
จนรากฐานฝึกตนแตกซ่านไม่สามารถฝึกฝนบำเพ็ญตน
ได้อีก ทว่าภายในเทือกเขาเซียนแห่งนี้ เจ้าจะไม่
เจ็บปวด มีอายุยืนยาวได้ถึง 70 หรือ 80 ปีสบาย ๆ เรา
ต้องคิดว่าชนชั้นสูงหลายคนอยากจะมาอยู่ที่นี่ใจจะขาด
ไม่มีโอกาสแม้แต่เป็นบ่าวรับใช้ในเรือน ”
“ ลุงเสิ่น ข้ารู้ มันจะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว ” หยาด
น้ำตาไหลออกมาจากดวงตา อู่ อวี้ เมื่อเห็นชายชราตื่น
ตระหนกหวาดกลัวแทนตนเอง เขาคิดว่านี่เป็น
ความรู้สึกที่ขาดหายไปนาน
” ข้ากังวลเกินไป จนคิดทำอะไรเสี่ยง ๆ เช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่
เพิ่งผ่านไปวันเดียวเท่านั้น พลองทองสมปรารถนาอยู่กับ
ข้า ข้าสามารถไตร่ตรองทำความเข้าใจมันได้อย่างเต็มที่
คาดว่าฉีเทียนต้าเซิ่นคงจะไม่พอใจที่ข้าใจร้อนมาก
เกินไป ตราบใดที่ข้าสงบจิตใจ แล้วพยายามหาหนทาง
สื่อสารมันจะต้องเป็นไปได้อย่างแน่นอน หากคิดฆ่าตัว
ตาย ข้าอาจจะตกตายไปจริง ๆ ก็ได้ เพราะสุดท้ายแล้ว
โอกาสที่จะได้รับมันนับว่าลึกลับเป็นอย่างยิ่ง ” อู่ อวี้ พบ
เหตุผลที่สามารถปลอบใจตัวเองได้ ในที่สุดเขาก็สงบลง
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะ เสิ่น อู๋เต้า ช่วยเหลือเขา
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าตนเองหลับไปเมื่อไหร่ หลังจากตื่นขึ้นมาก็
พบว่า เสิ่น อู๋เต้า มาอยู่ข้างเตียงแล้ว ด้วยเพราะอยู่ใน
วัยชราเรี่ยวแรงก็เริ่มอ่อนล้า ทำให้ผล็อยหลับไปบน
เตียงนอน
ภาพนี้ทำให้เขาอดน้ำตาไหลอย่างช่วยไม่ได้
” ข้าต้องการเปลี่ยนแปลงโชคชะตา ต้องการให้ลุงเสิ่นมี
ชีวิตอยู่! รวมถึงพี่สาวของข้าด้วย … ”
เสิ่น อู๋เต้า อยู่ที่นี่แล้ว และอีกหนึ่งคนสำคัญก็คือ อู่ หยู๋
ด้วยเพราะเขามีเรื่องขัดแย้งกับโย่วหลิงจี ในไม่ช้านาง
จะต้องมาอย่างแน่นอน แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อ
ตอนนี้เขายังไม่ได้รับมรดกเซียน มันยังคงสงบไร้ซึ่ง
ปฏิกิริยาใด ๆ หากติดต่อสื่อสารกันได้ก็คงจะดีไม่น้อย
แต่ใครจะไปรู้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่? ถ้า
สายเกินไปเกรงว่า อู่หยู๋ คงตกตายเป็นแน่แท้ …
” ใจเย็น ใจเย็นไว้ อย่ารีบร้อน เดี๋ยวจะพลาดเรื่องใหญ่
ไป ” อู่ อวี้ ย้ำเตือนตัวเองอย่างต่อเนื่อง เขารู้แล้วว่าการ
ฆ่าตัวตายไม่ใช่วิธีที่ดี หากเขาพลาดก็จะไม่มีโอกาส
กลับมาได้อีก ซึ่งถือเป็นการฆ่าตัวตายจริง ๆ หาก
ผลลัพธ์เป็นเช่นนั้น ก็คงกลายเป็นเรื่องน่าตลกในใต้หล้า
นี้เลยก็ว่าได้
วันต่อมา ขณะพักฟื้นเขายังคงพยายามติดตาสื่อสารกับ
พลองทองสมปรารถนาอย่างไม่ลดละ อู่ อวี้ ยังคงไม่
ยอมแพ้แม้ว่าพลองทองสมปรารถนาจะไม่ตอบสนอง
เขายังคงพยายามอย่างหนัก ภายในหัวก็ขึ้นคิดหาวิธีต่าง
ๆ นานา
ทุกครั้งที่เขาล้มเหลว เขาเฝ้าเตือนตัวเองว่า ตนอาจ
พลาดโอกาสที่ดีที่สุดไป ถึงแม้ว่ามันจะยากเย็นแสนเข็ญ
เป็นอย่างยิ่ง แต่เขาจะรีบร้อนไม่ได้เด็ดขาด
เขามีเวลาพักฟื้นร่างกายสิบวัน เสิ่น อู๋เต้า จะกลับมา
ช่วงเวลาค่ำคืน ซึ่งไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อ อู่ อวี้
เขาเป็นเหมือนชายชราทั่ว ๆ ไป ทุกวันที่ท่านกลับมา
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ มีความคิดในเชิงบวก เขาก็รู้สึกดีใจ
เป็นอย่างยิ่ง ไม่กี่วันต่อมา อู่ อวี้ ทำอาหารเย็นรอ
ต้อนรับให้เขากลับมา
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปสิบวันแล้ว ก็ยังไม่มีความ
คืบหน้าเกิดขึ้นเลย ความเชื่อมั่นของ อู่ อวี้ ก็เริ่มจาง
หาย ความรู้สึกเศร้าสร้อยสลดหดหู่และความหวาดกลัว
เริ่มย้อนกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเขาระลึกถึง
อนาคตของ อู่ หยู๋ ทุกค่ำคืนของผืนแผ่นดินนี้ช่างงดงาม
อย่างที่สุด เมื่อนึกถึงชมพูทวีปโลกธาตุอันกว้างใหญ่
ไพศาลด้วยแล้ว เขาก็กลับมาสิ้นหวังอีกครั้ง
” สถานการณ์ยามนี้เข้าขั้นวิกฤต หรือว่าโชคชะตาจะ
กำหนดให้ข้าต้องเป็นมนุษย์ธรรมดาไปชั่วชีวิต ตกตาย
ในป่าเขา”
ด้วยสภาพร่างกายปัจจุบันของเขา เป็นเรื่องยากที่จะ
ออกจาก ภูเขาหยานหลี่
ยิ่งเขาได้ล่วงรู้ว่าโลกมันกว้างใหญ่เพียงใด เขาก็ยิ่งรู้สึก
ร้อนรนอึดอัดจิตใจมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อเขารู้ว่า
ตนเองเพิ่งหัดก้าวเดินเพียงไม่กี่ก้าว ในตอนนี้เขาจึงได้
แต่ทอดถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำอีก
แม้จะผ่านมาสิบแล้ว เขาก็ยังไม่สามารถควบคุมอะไรได้
รอยแผลเป็นบนศีรษะของเขาเริ่มหายดีจนเกือบจะ
เหมือนเดิม ในวันนี้ เสิ่น อู๋เต้า ให้เขาเตรียมตัว เพื่อที่จะ
ไปทำงานในสวนสัตว์สวรรค์พร้อมกัน เขาเดินไปทำงาน
อย่างคนสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยาก ณ เวลานี้เขา
สูญเสียจิตวิญญาณไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ขณะพวกเขาทั้ง
สองกำลังทำงานอย่างหนัก ให้อาหารดูแลกระเรียน
สวรรค์ จ้าวชวนกับพรรคพวกกำลังดื่มสุราส่งเสียง
รบกวนกันอยู่อีกด้านหนึ่ง
โดยปกติแล้วหากไม่มีเซียนเหรินคนอื่น ๆ เข้ามา เสิ่น อู๋
เต้า จะเป็นคนรับหน้าที่ดูแลทุกอย่าง ส่วนพวกคนหนุ่ม
สาวร่างกายแข็งแรง ก็จะใช้เวลาอย่างมีความสุขอิสระ
ไม่ยอมทำงานใด ๆ
“เด็กผู้นี้ใจกล้าไม่น้อย ที่ไปขัดแย้งกับซ่างเซียนเช่นนี้ ”
” อื้ม ๆ นับว่าโชคดีที่ยังไม่ตาย เพราะมันยังเป็นเด็กใหม่
จึงยังไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ ตอนนี้ก็คงจะขวัญหนีดีฝ่ออยู่ไม่
น้อย ” จ้าวชวนเหล่มองอย่างดูถูก
” เจ้าหนุ่มผู้นี้ร่างกายอ่อนแอมาก ส่วนเจ้าเฒ่า เสิ่น อู๋
เต้า ก็แก่ชราจนใกล้ลงโรง รอให้ไอ้แก่ตาย ๆ ไปก่อน
เถอะ พวกเราค่อยเอาเจ้าของเล่นใหม่นี่มาแก้เบื่อเสีย
หน่อย”
” อย่าใช้คำว่า ‘ของเล่น’ เลย ต้องบอกว่ามันเป็น
เครื่องมือดึงดูดความสนใจจากหญิงสาวต่างหาก ”
” ไอ๊หยา ข้าแหละคิดถึงสาว ๆ ในสวนวิญญาณเซียน
จริง ๆ พี่ใหญ่จ้าว หากท่านสั่งสอนเจ้าหนุ่มนั่น พวกนาง
จะต้องชื่นชมท่านอย่างแน่นอน ”
จ้าวชวนกระแอมไอ แล้วกล่าวว่า ” เราต้องใช้กลอุบายที่
ลึกล้ำกว่านี้ สตรีเหล่านี้มุมมองวิสัยทัศน์กว้างขวาง ยาก
จะหลอกล่อได้ง่าย ๆ ทั้งบนเทือกเขาครามแห่งนี้มีข้ารับ
ใช้อยู่มากมาย ดังนั้นการแข่งขันย่อมสูงตามไปด้วย ”
” แต่เมื่อลองนึกถึงดรุณีน้อยเหล่านั้นแล้ว หยอกล้อเจ้า
สองตัวนั่นให้มันหวาดกลัวซะหน่อย ให้ทุกคนหันมา
สนใจข้าก็ถือว่าไม่เลวเหมือนกัน ” จากนั้นบุรุษร่างกำยำ
ก็ทะยานมาเบื้องหน้า อู่ อวี้ กับ เสิ่น อู๋เต้า ทันที อู่ อวี้
จดจำคนผู้นี้ได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากจ้าวชวนคือผู้ที่ใช้
หมัดมังกรพยัคฆ์คำรามโจมตีหมายมาดสังหารตนเอง
” เฮ้ย เจ้าเศษขยะน้อย แกมีนามว่าอะไร?” ชายร่าง
กำยำหยุดอยู่เบื้องหน้าสายตาของ อู่ อวี้ กระทำตัวเฉก
เช่นดั่งผู้สูงศักดิ์ จับจ้องมองมายัง อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่
เปี่ยมไปด้วยการยั่วยุปลุกปั่น
อู่ อวี้ รู้สึกเกียจคร้านเกินไปที่จะมาสนใจมัน เนื่องจาก
ในสายตาของเขา มันผู้นี้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาอัน
กระจ้อยเท่านั้น เขาเคยเผชิญหน้ากับเหล่ายอดวีรชนใน
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงมาแล้ว ดังนั้นคนผู้นี้จึงหา
ได้อยู่ในสายตาของเขาแม้แต่น้อย
“บังอาจไม่สนใจข้าเช่นนั้นรึ!” ชายร่างกำยำบันดาลโทสะ
สะบัดฝ่ามือตบลงมาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง จนร่างของ
อู่ อวี้ ลอยละลิ่วอัดกระแทกลงบนพื้นดิน ตามมาด้วย
เท้าขนาดใหญ่ที่กระทืบลงศีรษะของเขา จนหน้าของ อู่
อวี้ จมลงสู่พื้นดิน มันกล่าวพร้อมกับหัวเราะด้วยเสียงดัง
ก้องกังวานว่า ” ไม่ต้องบอกชื่อ หลังจากนี้ข้าจะเรียกแก
ว่าไอ้ขยะน้อย จงจำเอาไว้ว่าหลังจากนี้พวกเราทุกคนก็
คือปู่ของเจ้า แกต้องคอยก้มหัวให้แก่เรา มิเช่นนั้น เศษ
ขยะไร้ค่าอย่างแกจะต้องพบเจอจุดจบอันหน้า
อเนจอนาถที่เลวร้ายยิ่งกว่าวันนี้ ”
” ได้โปรดปล่อยเขาไปเถอะ เขายังไม่รู้เรื่องอันใด ปล่อย
เขาไปเถอะ ” เสิ่น อู๋เต้า รีบเข้ามาดึงแขนของชายร่าง
กำยำไว้ จากนั้นชายร่างกำยำก็สะบัดแขน จน เสิ่น อู๋
เต้า ซวนเซล้มลงไปกระแทกกับพื้น ราวกับชีวิตถูก
ทำลายไปกว่าครึ่ง
“ฮ่าฮ่าฮ่า” ผู้รับใช้มากมายพากันเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่น
” อู่ อวี้ เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?” เสิ่น อู๋เต้า รีบเข้ามาดึงร่าง
ของ อู่ อวี้ ขึ้นมา ทั่วทั้งใบหน้าของ อู่ อวี้ ปกคลุมไป
ด้วยดินโคลนสกปรกมากมาย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วย
ความตกตะลึง เป็นความตื่นตะลึงที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมา
ก่อน
” ข้าถูกมนุษย์ธรรมดาสร้างความอัปยศให้ … ” อู่ อวี้
หวนรำลึกความทรงจำ ครั้งหนึ่งเขาเคยทะยานขึ้นสู่
ฟากฟ้า และเคยไร้ความสามารถไม่มีสิ่งใด
และในตอนนี้ เขาเป็นเพียงข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยเท่านั้น
จิตสังหารอันแรงกล้าที่อัดแน่นอยู่ในทรวงอกของเขา
ทว่าด้วยร่างกายที่อ่อนแอเปราะบางถึงเพียงนี้ ไม่อาจ
รองรับจิตสังหารอันรุนแรงของเขาได้ สิ่งนี้ทำให้เขาตก
อยู่ในห้วงแห่งความสับสน ดวงตาแปรเปลี่ยนกลายเป็น
แดงก่ำ
” พลองสมปรารถนา ! พลองทองสมปรารถนา! เหตุใด
ตอนนี้ ถึงไม่ตอบสนองความปรารถนาในหัวใจของข้า!
เหตุใดถึงไม่ช่วยข้า!” อู่ อวี้ กัดฟันกล่าวขึ้นด้วยเนื้อตัว
สั่นเทา
” อย่าบอกนะว่า เจ้าต้องการบีบบังคับให้ข้าสะบั้นชีพ
ตนเอง?” สมองของเขาร้อนรุ่ม ให้ความรู้สึกราวกับว่า
มันกำลังจะระเบิด อย่างไรก็ตาม พลองทองสม
ปรารถนา ก็ยังคงเย็นเหยียบถึงขีดสุด เสมือนดั่งน้ำเย็น
ที่เทราดลงมาบนศีรษะของเขา
” เด็กน้อยเอ๋ย จงอย่าได้หุนหันพลันแล่น พยายามรักษา
ชีวิตของตนเองไว้ เราเป็นแค่คนแก่และพวกอ่อนแอ
อย่าไปท้าทายพวกมัน และยอมรับชะตากรรมของเจ้า
เสีย!”
ชะตากรรม ยอมรับชะตากรรม ยอมรับชะตากรรมของ
เจ้าเอง!
สองคำนี้เป็นเสมือนดั่งฝันร้าย อู่ อวี้ พยายาม
ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน แต่ เสิ่น อู๋เต้า ก็กอดเขาไว้ อู่
อวี้ พบว่าตนเองไม่มีแม้แต่กำลังจะดิ้นหลุดจากแรงกอด
ของ เสิ่น อู๋เต้า
ความเศร้าโศกนี้มันอะไรกัน?
นี่คือความโศกเศร้าที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดในชีวิตของเขา
เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นเสมือนดั่งการฉุดกระชาก อู่ อวี้ ลง
ไปในหุบเหวลึก ส่งผลให้ความคิดเรื่องการฆ่าตัวตาย
ประดังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในทุก ๆ ครั้งที่หลับใหล เขา
จะถูกฝันร้ายปลุกให้ตื่นขึ้นทุกครั้ง มิใช่ความฝันที่
สวยงามดั่งพลองสวรรค์ค้ำฟ้า แต่เป็นฝันร้ายเรื่องความ
ไร้พลัง ไร้ซึ่งอำนาจของตนเอง เขาถูกมันตามหลอก
หลอนวันแล้ววันเล่า เพียงชั่วพริบตาหนึ่งเดือนก็ผ่านไป
” ในทุก ๆ วันข้าเป็นเสมือนดั่งขยะไร้ค่าที่ยังมีชีวิตอยู่
ถูกความคิดนี้ตามหลอกหลอน ราวกับฝันร้าย! ข้ายังไม่
สามารถฝึกฝนกายาเพชรอมตะได้แม้แต่น้อย อีกทั้งวันที่
โย่วหลิงจี กับพรรคพวกของมันจะมาถึงนครเย่วอู่ก็ใกล้
เข้ามาทุกขณะ ข้า… ”
ในทุกวันสีหน้าของ อู่ อวี้ ซีดเผือดราวกับคนตาย เขาจม
อยู่กับการต่อสู้กับตนเองทุกวัน เสิ่น อู๋เต้า เป็นห่วงเขา
มาก ดังนั้นจึงพยายามช่วยเหลือให้คำปลอบประโลมใจ
อยู่ทุกวี่วัน แต่มันก็หาได้มีผลอันใดแม้แต่น้อย
เมื่อเห็น ซู หยานหลี่ จับจ้องมายังตนเองด้วยสายตาเย็น
ชา อู่ อวี้ ก็สั่นสะท้านไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย รับรู้ได้ว่า
ช่องว่างระหว่างนางกับตนเองนั้นห่างชั้นกันมากเพียงใด!
ช่างน่าอดสู น่าอดสูยิ่งนัก นางเป็นศิษย์พี่หญิงของข้าแท้
ๆ แต่เมื่อไม่มี พลองทองสมปรารถนา นางก็มิใช่ศิษย์พี่
หญิง หากต้องพบเจอ ซือตู๋ จิน อีกครั้ง เขาก็กระทำได้
เพียงหมอบกราบเท่านั้น แม้กระทั่งกลุ่มผู้รับใช้ก็ยังรุม
กลั่นแกล้ง อู่ อวี้ จนปรากฏรอยแผลขึ้นทั่วทั้งร่าง
วันนี้เขารู้สึกว่าทนไม่ไหวอีกแล้ว ทุก ๆ วันเขาต้องจมอยู่
ในความหวาดกลัวและความรู้สึกไร้ซึ่งอำนาจของตนเอง
” ลุงเสิ่น! ” วันนี้หลังกลับมาจากสวนวิญญาณเซียน อู่
อวี้ ก็รีบมายืนอยู่เบื้องหน้า เสิ่น อู๋เต้า พร้อมกับกล่าว
ขึ้นด้วยความวิตกกังวลว่า ” ข้ารู้ว่าท่านอาจจะเป็นฉี
เทียนต้าเซิ่น และท่านกำลังทดสอบข้า ได้โปรดมอบ
พลองทองสมปรารถนา มอบมรดกให้แก่ข้า ครั้งนี้ข้ารู้
เรื่องทุกอย่างแล้ว ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้ท่านตาย
เด็ดขาด ”
เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้า
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของ เสิ่น อู๋เต้า ที่ดวงตาแปร
เปลี่ยนเป็นแดงก่ำ ทั้งยังมีน้ำตาเอ่อล้นอยู่ภายใน เขาก็
รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ด้วยคิดว่า เสิ่น อู๋เต้า จะยอม
เปิดเผยความจริง
” เด็กน้อยผู้น่าสงสารเอ๋ย ข้ารู้ว่าสิ่งที่เจ้าต้องเจอมัน
โหดร้ายมาก แต่อย่ากล่าววาจาพร่ำเพ้อเหมือนคนเสีย
สติเช่นนี้เลย หยุดเถอะ …ทั้งหมดเป็นเพราะจ้าวชวน
มันรังแกเจ้ามากเกินไป”
เสิ่น อู๋เต้า ลูบศีรษะของเขา
“ขอรับ … ” เมื่อได้ยินเช่นนี้ ความเย็นเหยียบก็แผ่ซ่าน
ไปทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้
” หลังกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว ก็รีบ ๆ เข้านอนซะล่ะ หาก
เจ้ามีโอกาสได้พบกับซ่างเซียนก็ขอโอสถจากนาง โอสถ
นี้จะช่วยรักษาพิษจากการที่จิตวิญญาณของเจ้าแตก
สลาย หากได้รับยานี้เจ้าจะสามารถฝึกได้ตามปกติ เดี๋ยว
เจ้าก็จะไล่ตามพวกนั้นได้ทัน ” เสิ่น อู๋เต้า ทอดถอน
หายใจขณะกล่าว
อู่ อวี้ ไม่ได้ยินคำกล่าวของ เสิ่น อู๋เต้า แม้แต่น้อย
เพราะเนื้อตัวของเขายามนี้เย็นเฉียบ เมื่อเงยหน้าขึ้น
มองไปบนดวงจันทร์บนฟากฟ้า เขาก็รู้ราวกับว่ามีดวงตา
อันเย็นเยียบจ้องมองตัวเขาอยู่
“ ถึงเวลาเปลี่ยนชะตา พรุ่งนี้ถึงเวลาที่ต้องเลือกแล้ว ”
อู่ อวี้ ตัดสินใจอย่างแน่วแน่
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ