กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 969: ระหว่างความเป็นความตาย
การผจญภัยเป็นส่วนหนึ่งใน ‘เต๋า’ ของ อู่ อวี้
สถานการณ์ปัจจุบันบีบบังคับให้เขาจมดิ่งไปกับความสิ้น
หวัง เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ตัวเองจะต้องเปลี่ยน
” ข้าเสียเวลาไปมากเกินไป จนเวลาจวนเจียนใกล้
หมดแล้วเต็มที หากปล่อยให้นานกว่านี้ ข้าจะไม่
สามารถปกป้องพิทักษ์ใครได้ ถึงแม้ว่าในท้ายสุดแล้วข้า
จะได้รับมรดกเซียนอมตะ แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ใน
เมื่อไม่สามารถปกป้องคนสำคัญได้!”
เมื่อยามราตรีมาเยือน ฝันร้ายก็กลับมาเยี่ยมเยือนอีก
ครั้งเช่นกัน เขาฝันเห็น โย่ว หลิงจี และ จิว ซื่อจุน ได้
มาถึงนครหลวงอู่ ด้วยความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นของ อู่ หยู๋
นางปฏิเสธที่จะถูกบีบบังคับให้มีชีวิตอยู่ไม่ต่างจะตายทั้ง
เป็น หลังจากนั้นนางก็ฆ่าตัวตายในยามราตรี …
ต่อมาเขาก็ฝันเห็นพรรคซ่างจงหยวน, ปีศาจเจ็ดทะเล
แดง และ ปีศาจจิ้งจอกจิ่วเซียน ผนึกกำลังร่วมมือโจมตี
เพื่อเอาชนะนิกายกระบี่สวรรค์ ซึ่งนำไปสู่การบาดล้ม
ตายผู้คนที่นี่ต้องทนทุกข์เวทนาอย่างสุดแสนสาหัส ไม่ว่า
จะเป็น ซู หยานหลี่ หรือ เฟิง ซัวหยา รวมถึงคนอื่น ๆ
ทั้งหมดล้วนถูกสังหารสิ้นชีพในศึกครั้งนี้ บ้างก็ถูกผู้ฝึก
ตนนอกรีต และ ปีศาจนำวิญญาณไปกักขังไว้ในศาสตรา
เต๋า พวกเขาเหล่านั้นต้องตกอยู่ในความเจ็บปวดทุกข์
ทรมานไปจนตราบชั่วนิรันดร์
เขาสะดุ้งตื่นในยามรุ่งสาง หลังจากต้องผจญกับฝันร้าย
ช่วงยามราตรี ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดเข้าสัมผัสได้ถึง
ร่างกายที่อ่อนแอไร้พลังของตนเอง แต่ถ้าเขาอดหลับอด
นอนมาก ๆ เขาก็จะรู้สึกงงงวยเบลอ ๆ ตลอดทั้งวัน
แม้แต่เวลาเดินก็ยังไม่สามารถเดินได้อย่างมั่นคง ยิ่งเห็น
ตัวเองเป็นเช่นนี้ เขายิ่งรู้ว่าต่อไปนี้ทุกอย่างจะต้อง
เปลี่ยนไป
พอประมาณรุ่งสาง เสิ่น อู๋เต้า ก็ตื่นจากหลับใหล
สำหรับฐานะคนรับใช้ของสวนสัตว์สวรรค์ พวกเขา
จะต้องไปให้อาหารและดูแลนกกระเรียนสวรรค์ในทุก ๆ
วัน นั่นเป็นเพราะนกกระเรียนสวรรค์เป็นพาหนะที่ดี
ที่สุด สำหรับซ่างเซียนที่ใช้ในการเดินทาง ทุกตัวล้วน
สะอาดบริสุทธิ์ พวกมันไม่ใช่สัตว์ธรรมดา ๆ จึงต้องคอย
ดูแลเอาใจมันในฐานะเจ้านาย
ศักดิ์สถานะของผู้รับใช้ในพรรคนิกายเซียนเต๋า ยังด้อย
ค่ากว่านกกระเรียนสวรรค์
“ วันนี้ไม่ว่าจ้าวชวนกับพรรคพวกของมันมาหาเรื่องเจ้า
เพียงใด เจ้าก็อย่าได้ตอบโต้เป็นอันขาด ถ้ามันมาหา
เรื่องแล้วเจ้าไม่เล่นด้วยเดี๋ยวสักวันมันก็เหนื่อยไปเอง
อย่าไปโต้ตอบมัน เจ้าพวกนี้มันฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา
ท่านซ่างเซียนไม่รู้ไม่เห็นการตายของเจ้า หรือไม่พวก
ท่านอาจจะขี้เกียจเกินไปที่จะมานั่งสนใจกับเรื่องเล็ก ๆ
น้อย ๆ เนื่องจากช่างเซียนบนเขาหยานหลี่ของเรา เป็น
ถึงศิษย์ของท่านเจ้านิกายท่านจะต้องฝึกฝนบำเพ็ญเพียร
ไม่มีเวลามานั่งสนใจฝุ่นธุลีอย่างพวกเราหรอก ” เสิ่น อู๋
เต้า กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าโศกหดหู่
” ลุงเสิ่นมั่นใจได้ ในอนาคตข้าจะทำให้ท่านสามารถ
ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรแล้วเป็นเซียนอมตะไปด้วยกัน ” อู่
อวี้ กล่าวอย่างจริงจัง หลังจากอยู่ด้วยกันมานานทำให้
เขามั่นใจว่า เสิ่น อู๋เต้า เป็นมนุษย์จริง ๆ บางทีเขา
อาจจะคาดเดาผิดไปเอง การที่เขามีพลองทองสม
ปรารถนาเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น
อย่างน้อยถ้าเขาสามารถกลับคืนสู่ ทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณได้ การที่จะทำให้ เสิ่น อู๋เต้า มีอายุยืนยาวอยู่ได้
อีกหลายร้อยปีมันก็ไม่ใช่ปัญหา
เมื่อ เสิ่น อู๋เต้า ได้ยินเช่นนั้นเขาก็รู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง
เขาทอดถอนหายใจออกมาอย่างโล่ง แล้วแอบคิดในใจ
ว่า อู่ อวี้ ช่างเป็นเด็กดีจริง ๆ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คิด
เช่นเดียวกับลุงเสิ่น ยิ่งความจริงของการที่ตัวเองไร้ซึ่ง
พลังมากเท่าไหร่ เขายิ่งสาบานอยู่ในใจจะต้องทำอย่างที่
ตนเองพูดให้ได้
ณ สวนสัตว์สวรรค์
ทุก ๆ วันพวกเขาจะมาถึงสวนสัตว์สวรรค์ก่อนคนอื่น ๆ
เสมอ นกกระเรียนสวรรค์ที่พักค้างแรมอยู่ที่นี่กำลังหิวโซ
เด็กหนุ่มหนึ่งคนกับชายชราอีกหนึ่งคน ร่วมแรงร่วมใจ
ทำงานมานานนับหนึ่งชั่วยามแล้ว ในวันนี้ท้องฟ้าสว่าง
ไสวสนใจเป็นยิ่งนัก ช่วยขจัดปัดเป่าความเหนื่อยล้า
ทั้งหมดออกไป หลังจากคนอื่น ๆ มาถึง โดยเฉพาะกลุ่ม
ของจ้าวชวนก็ยังไม่ได้ลงมือทำงานในทันที แต่กลับจ้อง
มองดูการทำงานของ อู่ อวี้ กับ ลุงเสิ่น แล้วก็หัวเราะ
เยาะพวกเขาทั้งสองเป็นครั้งคราว
จ้าวชวนมาถึงก็อารมณ์เสียทันที ดูจากท่าทางของมัน
คาดว่าเมื่อวานมันคงจะดื่มหนักมากเกินไป ในวันนี้สติส
ตังของมันจึงไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่นัก หลังจากนั้นมันก็
กล่าวขึ้นมาว่า ” ตัวข้านี่มันช่างน่าสมเพชจริง ๆ เมื่อวาน
ข้าอุตส่าห์ไปสารภาพรักกับหลิงเอ๋อ นางกลับไม่เหลียว
แลข้าสักนิด สตรีผู้นี้ช่างใจร้ายใจดำเสียจริง ๆ ด้วยศักดิ์
ฐานะของนาง ไม่น่าจะเล่นตัวขนาดนี้ ”
” ลูกพี่ นางกล้าเย่อหยิ่งแสร้งทำเป็นใสซื่อไร้เดียงสากับ
ท่านเช่นนี้ ทำไมไม่ใช้ไม้เด็ดกับนางเลยเล่า ลากจับมา
ทำเมียเลยดีไหมลูกพี่? ”
” ไม่มีทาง ผู้ดูแลสวนสัตว์สวรรค์จะปกป้องนาง ข้ากลัว
ว่าพอสร้างปัญหาให้นาง นางจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องท่าน
ซ่างเซียน มีหวังข้าได้เสร็จแน่ ๆ ”
เมื่อนึกถึงปัญหาที่อาจจะเกิดกับตัวเอง จ้าวชวนก็ยิ่งรู้สึก
มีโทสะมากยิ่งขึ้น แต่ทันใดนั้นมันก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง
ของนกกระเรียนสวรรค์ก็ดังขึ้น ราวกับว่านกกระเรียน
เหล่านั้นกำลังบาดเจ็บ แล้วทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งลอย
ปลิวมาใกล้พวกมัน สายตาของพวกมันถูกดึงดูดไปยัง
ทิศทางนั้นทันที ปรากฏว่าผู้ที่กำลังลอยมาก็คือเด็กใหม่
อย่าง อู่ อวี้
ร่างของ อู่ อวี้ ลอยละลิ่วอัดกระแทกกลิ้งม้วนตลบไป
ตามพื้นนับสิบตลบ
เสิ่น อู๋เต้า รีบยื่นมือออกไปช่วย อู่ อวี้ ทันที หลังจากนั้น
เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า ” ไอ้หย๋า เจ้านี่มันไม่
รู้จักระมัดระวังตัวเลยจริง ๆ ถ้ากระด้งกระดูกหักไปจะ
ทำอย่างไร … ”
” ไอ้ขยะไร้ประโยชน์เอ้ย กล้าทำร้ายนกกระเรียนสวรรค์
รนหาที่ตายนักหรือไง! ” พอเสียงของ เสิ่น อู๋เต้า ลดลง
เสียงของจ้าวชวนก็ดังสวนขึ้นมาทันที ชายร่างกำยำเดิน
ตะบันเข้ามาทันที ท่าทางของมันในตอนนี้ดูเกรี้ยวกราด
มีโทสะอย่างที่สุด มันอยู่ที่นี่จึงได้เห็น อู่ อวี้ ทำให้นก
กระเรียนเจ็บ เลยทำให้โทสะของมันปะทุมากยิ่งขึ้นราว
กับภูเขาไฟลาวา มันรีบผลัก เสิ่น อู๋เต้า ออกไป จากนั้น
ก็กระชากคอเสื้อของ อู่ อวี้ ยกขึ้น พร้อมทั้งจับจ้อง อู่
อวี้ ด้วยสายตาราวกับพยัคฆ์ แล้วตะคอกใส่ อู่ อวี้ ด้วย
เสียงดังลั่น “ เจ้ามันไร้ประโยชน์ ครั้งล่าสุดที่ข้าได้พบ
กับซ่างเซียนข้าเกือบตายเลยรู้ไหม เชื่อไหมว่าตอนนี้ข้า
สามารถกระชากคอของแกจนหลุดออกจากบ่าได้?
บัดซบ เมื่อไม่นานมานี้ข้าเพิ่งพูดไปเองว่าช่วงนี้ช่างโชค
ร้ายนัก แล้วดูสิยังไม่ทันจะขาดคำแกก็นำโชคร้ายมา
ให้แก่ข้าอีกแล้ว!”
เสิ่น อู๋เต้า รู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง ชายชรารีบเข้าไป
ดึงแขน จ้าวชวน ไว้ จากนั้นก็กล่าวขึ้นด้วยความตื่น
ตระหนกว่า ” จ้าวชวนซื่อ พวกเรารู้ว่าผิด เด็กคนนี้ก็
เช่นกัน โปรดปล่อยเขาไปด้วย อู่ อวี้ รีบขออภัยเร็วเข้า
จ้าวชวนซื่อ ข้าจะคุกเข่าแทนเขาเอง ”
เมื่อกล่าวจบ เสิ่น อู่เต๋า ก็รีบคุกเข่าลงเป็นพื้น
ด้วยร่างกายที่แก่ชรา เมื่อคุกเข่าลง ก็ยิ่งดูบอบบางมาก
ขึ้นไปอีก อู่ อวี้ รู้สึกโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง ดวงตาสี
แดงก่ำปรากฏเส้นโลหิตขึ้นมากมาย
ความอัปยศอดสูในวันนี้ ทำให้เขารู้สึกหมดความอดทน
แล้วจริง ๆ !
ใครจะไปคิดว่าราชอารักษ์เล่อผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวรรดิ
โบราณเหยียนหวง จะถูกข้ารับใช้แสงต่ำต้อยกลั่นแกล้ง
ซ้ำร้ายยังต้องคอยก้มหัวให้มันครั้งแล้วครั้งเล่า ถือเป็น
การลิ้มลองความอัปยศอย่างสุดแสนทั้งหมดในโลกหล้า
นี้ มันเป็นเสมือนดั่งฝันร้าย อู่ อวี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า
ตนเองจะอดทนมาได้ถึงวันนี้ สาเหตุที่เขาจงใจทำร้าย
นกกระเรียนสวรรค์ ถือเป็นการตัดสินใจที่เขาเตรียมใจ
มาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว วันนี้เขาตั้งใจก้าวเข้าสู่
สถานการณ์แห่งความตายด้วยตัวเอง มิฉะนั้นชั่วชีวิตนี้
เขาคงเป็นได้แค่ข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อย ต้องถูกเจ้ามนุษย์
เหล่านี้ดูถูกเหยียดหยามไม่ต่างจากหมูจากหมาไปตราบ
ชั่วชีวิต ทั้งยังต้องดู เสิ่น อู๋เต้า ทนทุกข์ทรมานเช่นนี้
อู่ อวี้ มิได้เอ่ยวาจาใดแม้แต่น้อย เขาพยายามทำอย่างดี
ที่สุดแล้ว ยามนี้จ้าวชวนกำลังคว้าคอ อู่ อวี้ ไว้ จากนั้นก็
เหวี่ยงมือตบเขาใส่เขาไม่ยั้ง ทว่าฉับพลัน อู่ อวี้ กลับชัก
มีดออกมาปักเข้าใส่กลางหน้าอกของ จ้าวชวน ดังนั้น
การกระทำของ อู่ อวี้ ในเวลานี้ จึงอยู่เหนือความ
คาดหมายของมันอย่างสิ้นเชิง
มีดปักแทงทะลุเข้าใส่หน้าอกของมันอย่างรวดเร็ว
“ไปลงนรกซะ!” ชั่วขณะนี้เอง อู่ อวี้ ดวงตาของ อู่ อวี้
แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัว
อย่างแปลกประหลาด
“ไอ้โง่เอ้ย!”
จ้าวชวน ไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะกระทำเช่นนี้ อย่างไรก็
ตามเนื่องจากว่ามันเป็นนักรบอันดับต้น ๆ ดังนั้นการ
กระทำของ อู่ อวี้ จึงถือว่าเชื่องช้าเป็นอย่างยิ่ง ชั่ว
ประกายหินเหล็กไฟ ฝ่ามือของมันที่เหวี่ยงตบเข้าใส่หน้า
ของ อู่ อวี้ ก็แปรเปลี่ยนมาคว้าจับมีดของเขาในฉับพลัน
ถึงแม้จะเร็วมาก แต่คมมีดก็ยังคงทะลุเสื้อผ้าของมัน
กรีดเป็นรอยโลหิตขึ้นบนตัวของมัน
เมื่อมีดปักลงไปบนพื้นหญ้า สุระเสียงรอบข้างก็เงียบ
กริบลงในบันดล ไม่ว่าจะเป็น เสิ่น อู๋เต้า หรือ ข้ารับใช้
คนอื่น ๆ ต่างนิ่งค้างจับจ้องไปยังภาพฉากที่เกิดขึ้นไป
ตาม ๆ กัน
“ข้าจะสังหารเจ้า!” จ้าวชวนฟื้นคืนสติจะความตกตะลึง
โทสะพุ่งปะทุขึ้นอย่างรุนแรง มันใช้ความแข็งแกร่ง
ทั้งหมดตบเข้าใส่ศีรษะของ อู่ อวี้ ชั่วอึดใจนี้เองก็บังเกิด
เสียงแตกหักดังลั่นออกมา อู่ อวี้ รู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่าง
สุดแสน หัวของเขาฉีกขาด คาดว่ากะโหลกศีรษะของ
เขาคงแตกละเอียดเป็นแน่ ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมา จน
เขาแทบหายใจหายคอไม่ออก!
ชั่วอึดใจต่อมาร่างของ อู่ อวี้ ก็ลอยละลิ่วถูกเหวี่ยงอัด
กระแทกเข้าใส่พื้นอย่างรุนแรง จนบังเกิดเสียงแตกหัก
ของกระดูกดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุกแห่งหน ฟัน
ทั้งหมดถูกเลาะกระจายออกจากปาก นำมาซึ่งความ
เจ็บปวดอย่างสุดแสน ความรู้สึกวิงเวียนและสับสนแล่น
แปล็บไปทั่วทั้งศีรษะ เขารู้สึกราวกับว่าวิญญาณจะหลุด
ลอยออกจากร่าง ความตายเป็นเสมือนดั่งห้วงแห่งวังวน
คืบคลานฉุดกระชากประดุจดั่งมีพลังงานบางอย่างดึง อู่
อวี้ ลงไป ความรู้สึกเจ็บปวดอย่างสุดแสน เสมือนว่าเขา
กระเด็นหลุดออกจากโลกใบนี้
” ข้าทำได้ ข้าจะได้รับมรดกเซียนอมตะ ได้เกิดใหม่อีก
ครั้ง! ถึงเเม้จะไม่เหมือนกับครั้งที่แล้ว แต่ข้าต้องได้รับ
มันอย่างแน่นอน!” อู่ อวี้ กำพลองสมปรารถนาบน
หน้าอกไว้แน่น เขาได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง อย่างไรก็
ตามเขาหาได้รังเกียจมันแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับเต็ม
เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังแทน
อย่างไรก็ตามชั่วอึดใจนั่นเอง เขาก็รู้สึกตกตะลึงถึงขีดสุด
เนื่องจากว่าเขาไม่อาจสัมผัสถึงการดำรงอยู่ของ พลอง
ทองสมปรารถนา ถึงแม้จะพยายามตะเกียกตะกายมาก
แค่ไหนก็ตาม…บัดนี้พลองทองสมปรารถนาหายไปแล้ว
นับเป็นปัญหาอย่างแท้จริง บัดนี้ทั่วทั้งโลกหล้ารอบกาย
ของ อู่ อวี้ พังทลายลงในชั่วพริบตา เขาไม่สามารถถูก
กลบฝังไปพร้อมกับพลองสมปรารถนา แล้วเขาจะได้รับ
มรดกเซียนอมตะได้อย่างไร!
สำหรับเขาแล้วนี่ถือเป็นผลกระทบอย่างใหญ่หลวงที่ไม่
เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในชีวิต ส่งผลให้ อู่ อวี้ นิ่งค้างไป
ในบันดล
เขาพยายามเหลือกตาที่ถูกบีบอัดลงมาจนแทบปิดสนิท
อีกทั้งส่วนใหญ่ยังชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ร่างของเขานอน
แผ่หลาอยู่บนพื้น พยายามตะเกียกตะกายกวาดสายตา
มอง ในที่สุดเขาก็มองเห็นประกายแสง ซึ่งส่องสว่าง
ออกมาจากผืนหญ้าที่อยู่ห่างออกไปกว่าหนึ่งจั้ง นั่นคือ
พลองทองสมปรารถนา ยามนี้มันปักคาอยู่บนพื้น คาด
ว่าช่วงเวลาที่จ้าวชวนตบเขา ขณะที่ร่างของ อู่ อวี้ ลอย
กระเด็นออกไป พลองจึงลอยออกไปปักคาอยู่บนพื้น
” อึก … ” อู่ อวี้ รู้สึกสิ้นหวังถึงขีดสุด ทว่าในเวลานี้เอง
เขาก็พยายามกัดฟันไคว่คว้าความหวังเพียงเล็กน้อย
พยายามใช้กรงเล็บตะเกียกตะกายไปเบื้องหน้า ถึงแม้
ระยะทางแค่หนึ่งจั้ง จักถือว่าสั้นอย่างสุนแสน แต่
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เขารู้สึกราวกับว่ามันเป็นช่องว่างที่
ไม่มีวันเอื้อมไปถึง
ความหวาดกลัวอันไร้สิ้นสุดวนเวียนอยู่รอบกายของ อู่
อวี้ ตลอดชั่วชีวิตนี้ของเขา ไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังขนาดนี้มา
ก่อน!
” เป็นแค่เศษเดนไร้ค่า แต่บังอาจมาทำให้ข้าเจ็บ ในเมื่อ
แกไม่อยากมีชีวิตอยู่ขนาดนั้น งั้นข้าจะส่งแกไปลงนรก
เอง ” จากมุมมองสายตาของ อู่ อวี้ แลเห็นเพียงเท้า
ของ จ้าวชวน กับ ผู้รับใช้อีกจำนวนมากเท่านั้น ยามนี้
จ้าวชวน เอื้อมมือออกมา คว้ามีดออกมาจากในมือของ
อู่ อวี้
อู่ อวี้ เบิกตากว้าง เขาตะเกียบตะกายมาได้ครึ่งทางแล้ว
แต่ก็ไม่อาจไปถึงพลองทองสมปรารถนา!
“เร็ว เร็วเข้า!” อู่ อวี้ เปล่งเสียงกรีดร้องคำรามออกมา
จากก้นบึ้งภายในจิตใจ ศีรษะของเขาอาบชโลมไปด้วย
โลหิต ร่างกายสั่นเทา มุ่งมั่นตะเกียกตะกายไปเบื้องหน้า
ด้วยเจตจำนงอันแรงกล้า ลากเป็นเส้นทางโลหิตเป็น
แนวยาวไปตามพื้นหญ้า ความหวังทั้งหมดของเขา สิ่งที่
จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้กลับมา นั่นคือพลองทองสม
ปรารถนา!
” เห็นเจ้าพยายามตะเกียกตะกายเพื่อมีชีวิตอยู่เช่นนี้ จง
ไปเสีย ข้าจะช่วยสงเคราะห์เจ้าจากโชคร้ายในวันนี้ก็
แล้วกัน เจ้าจะได้ไม่นำโชคร้ายมาให้เรา!” เสียงของ จ้าว
ชวน เป็นเสมือนดั่งฝันร้าย
ในเมื่อมันตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว แน่นอนว่า ซู
หยานหลี่ ย่อมไม่สนใจความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ ของ
ข้ารับใช้อันต่ำต้อย
ท่ามกลางวิสัยทัศน์อันเลือนรางของ อู่ อวี้ เขาเห็น จ้าว
ชวน กระชากมีดออกมา…
และในเวลานี้เขาอยู่ห่างจาก พลองทองสมปรารถนา
เพียงห้าฉือเท่านั้น…
ชั่วอึดใจนี้เอง น้ำตาก็หลั่งใหลออกมาจากดวงตาของเขา
ถึงถึงแม้จะพยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนสุดชีวิต แต่
มันก็ยังอยู่ห่างออกไปห้าฉือ ในช่วงวิกฤติอันตรายนี้ ถือ
เป็นฝันร้ายอันน่าสะพรึงกลัวมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อู่ อวี้
กระทำได้เพียงไปให้ถึง พลองทองสมปรารถนาเท่านั้น
เขาหวังเพียงว่าเมื่อ เสิ่น อู๋เต้า มาเก็บศพของเขา จะ
เห็นนิ้วของตนที่ชี้ไปยัง พลองทองสมปรารถนา!
นี่คือความเพียงหวังหนึ่งเดียว
อย่างไรก็ตามความเร็วของมีดอันคมกริบ มิได้รั้งรอคอย
ผู้ใด อู่ อวี้ คาดว่ามันจะปักแทงเขาใส่เข้าในชั่วพริบตา
เรื่องไม่คาดฝันเพียงหนึ่งเดียวในวันนี้ก็คือ พลองทองสม
ปรารถนา หายไป ดังนั้น อู่ อวี้ จึงคิดว่าโชคชะตาชีวิต
ความเป็นความตายของเขาขึ้นอยู่กับ เสิ่น อู๋เต้า เสีย
แล้ว…
ทว่าหลังจากผ่านไปชั่วพริบตา ตัวเขาก็ยังไม่ตาย!
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ