กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 972: มีดวงตาคอยจับจ้องอยู่ทุกแห่งหน
อู่ อวี้ คาดการณ์ว่าการทดสอบในด่านแรก ของแต่ละ
คนน่าจะไม่เหมือนกัน
ยิ่งคนผู้นั้นมีประสบการณ์มากเท่าไหร่ การทดสอบก็จะ
ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น
บรรดาราชาปีศาจ และ มหาราชาปีศาจ ต่างก็ทรงพลัง
มีความเข้าใจในเต๋าอย่างลึกซึ้ง แต่คาดว่าพวกมันคงมี
ความสามารถในการต้านทานแข็งแกร่งเช่นกัน
หลังจาก หนานซาน หวางเยว่ ออกมาพูดคุยกับ อู่ อวี้
ถึงเรื่องราชาปีศาจกับมหาราชาปีศาจว่า ถ้าหากพวกมัน
ปรากฏตัวที่นี่จะทำอย่างไร แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีเพียง
ไม่กี่คนเท่านั้น หลังจากพวกเขาผ่านการทดสอบ ก็มา
ปรากฏตัวในทะเลสาบปีศาจบรรพกาล
อู่ อวี้ พบว่าตัวเองยังคงประเมินวิถีเต๋าของคนอื่น ๆ ต่ำ
เกินไปจิตเทวะของราชาปีศาจกับมหาราชาปีศาจก็ทรง
พลังเช่นกัน เพราะพื้นฐานฝึกตนของพวกมัน เหนือกว่า
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 5 ขึ้นไป
ด้วยพื้นฐานฝึกตนอันแข็งแกร่ง พวกมันผ่านการทดสอบ
ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องการความช่วยเหลือจาก
บุคคลภายนอก
หลังจาก หนานซาน หวางเยว่ ตื่นขึ้นมา ผู้ที่ปรากฏตัว
เป็นคนต่อไปก็คือหวงจุน เมื่อเห็นเช่นนั้น หนานซาน
หวางเยว่ จึงรีบเร้นกายหายไปทันที อู่ อวี้ ผสานร่างกับ
เมฆาตลบฟ้าเตรียมตัวหลบหนีออกจากที่นี่ตลอดเวลา
เรื่องเดียวที่เขากังวลก็คือเย่ซีซียังไม่ได้ออกมาเลย
พวกเขาทั้งสามล้วนเป็นคนนอก หาใช่คนของจักรวรรดิ
ทายาททักษิณ
” ไม่จำเป็นต้องซ่อนตัว ข้ารู้ว่าพวกเจ้าอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้ ”
ทันใดนั้นเรื่องที่พวกเขาทั้งสองไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อ
หวงจุนปรากฏตัวแล้วจ้องมองมาที่ อู่ อวี้ กับ หนานซาน
หวางเยว่ แม้แต่พลังอิทธิฤทธิ์เขตแดนสวรรค์ไร้รอยของ
หนานซาน หวางเยว่ ยังไม่สามารถหลบรอดสายตาของ
หวงจุนไปได้
ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ นางรับรู้ถึงการดำรงอยู่
ของ อู่ อวี้ กับพรรคพวกทั้งสองตลอดเวลา
อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ ที่กำลังเตรียมเตรียมตัว
หลบหนี ต่างหนังศีรษะด้านชาไปตาม ๆ กัน แต่เมื่อนาง
เอ่ยออกมาเช่นนี้ทั้งสองก็ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวอีก
ต่อไป ดูจากรูปการณ์แล้วหวงจุนมิได้มีเจตนาสังหาร
พวกเขา
หลังจากหวงจุน ปีศาจพฤกษาพันตาก็ผ่านการทดสอบ
ผู้ที่หลุดออกมาจากความฝันได้เป็นคนต่อมาก็คือราชา
ปีศาจกระดูกมาร เมื่อดูจากสถานการณ์นี้คาดว่าเหล่า
ราชาปีศาจ และ มหาราชาปีศาจตนอื่น ๆ ก็เพียงแค่
ต้องรอเวลาออกมาเท่านั้น
ดวงเนตรที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงของหวงจุน น่า
สะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่าสายตาของ หนานกง เหว่ย เสีย
อีก ยามนี้ หนานกง เหว่ย เดินมายืนประกบด้านข้างติด
กับแม่ของนาง ทำให้หัวใจของ อู่ อวี้ เต้นไม่เป็นจังหวะ
ถ้านางพูดอันใดขึ้นมา เกรงว่า หวงจุน จะต้องสั่งลงโทษ
พวกเขาทันที
หลังจาก หนานกง เหว่ย เดินขึ้นมา แต่นางเพียงแค่มอง
อู่ อวี้ เท่านั้น มิได้ปริปากพูดอันใดเกี่ยวกับเรื่องของเขา
ฉับพลันนางหันไปพูดกับหวงจุนว่า “ท่านแม่… ข้าดีใจที่
ได้เห็นท่านอีกครั้ง การทดสอบมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน
ข้ากลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าท่านอีกต่อไป ”
หวงจุนมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน จากนั้นนางก็พยัก
หน้าแล้วปลอบโยนนาง ” มันก็แค่ภาพมายาที่สร้าง
ขึ้นมาเท่านั้น แต่ข้าก็ผ่านมันมาได้แล้ว เจ้าอย่าได้กังวล
ใจไปเลย ”
มหาราชาปีศาจตนอื่น ๆ ทยอยปรากฏตัวทีละคน
หลังจากหวงจุนปลอบประโลม หนานกง เหว่ย นางก็หัน
ไปมอง อู่ อวี้ แล้วพูดว่า ” เจ้าสองคนสามารถผ่านการ
ทดสอบมาก่อนหน้าข้าเสียอีก ดูเหมือนข้าจะประมาท
พวกเจ้ามากเกินไป ดูเหมือนในตัวของเจ้าคงจะมีของดี
อยู่หลายอย่าง หากสังหารเจ้าเด็กหนุ่มทั้งสองนี้ทิ้งไป
เสีย ไม่เท่ากับว่าข้าจะได้กำไรอย่างงามเช่นนั้นหรือ? ”
นี่อาจจะหมายถึง หนานซาน หวางเยว่
” ท่านแม่… ข้าว่าทางที่ดีเราน่าจะขับไล่คนน่ารำคาญ
สองคนนี้ไปให้พ้น ๆ เสียดีกว่า ถือเสียว่าเป็นการตอบ
แทนที่ครั้งหนึ่งพวกเขาทั้งสองเคยช่วยข้า ” หนานกง
เหว่ย กล่าว
ถึงแม้ตอนนี้ อู่ อวี้ จะเห็นว่า หนานกง เหว่ย ค่อนข้าง
หยิ่งยโส แต่นางก็ยังมีจิตใจที่ดีอยู่บ้าง ถึงกระนั้นเขาก็ยัง
แอบสงสัยในการกระทำของนาง ว่าเพราะเหตุใดตอน
นั้นนางถึงสังหารวานรเพลิงชาดตายไปเป็นเบือ ทั้งยังตัด
หัวของมันไปอีก พอนึกถึงเรื่องนี้ก็ทำให้เขารู้สึกมึนงง
มากทีเดียว
สายตาของหวงจุนเปลี่ยนไป นางกำลังลังเลว่าจะ
ตัดสินใจอย่างไร ดวงตาของนางเต็มไปด้วยเปลวไฟหมุน
วน ทันใดนั้นเสียงของนางก็ดังก้องในหูของ อู่ อวี้ รู้ทันที
ว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่ได้ยิน
หวงจุนถามเขาว่า ” เจ้ามีความสัมพันธ์เช่นไรกับ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงกันแน่? ”
อู่ อวี้ รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก เมื่อได้ยินที่นาง
กล่าว นั่นเป็นเพราะว่าตัวนางเคยพบกับเขาเพียงแค่สอง
ครั้งเท่านั้น การที่นางถามเขาเช่นนี้ หรือว่าบนร่างกาย
ของเขามีสัญลักษณ์จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงอยู่?
“ไฉนท่านถึงถามเช่นนี้?” อู่ อวี้ รีบถามอย่างรวดเร็ว
หวงจุนไม่ได้ตอบคำถาม นางจ้องมอง อู่ อวี้ แล้วพูดว่า ”
ไม่มีอะไร คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ อยู่ใน
จักรวรรดิทายาททักษิณของข้า ฉะนั้นเจ้าไม่ควรเข้ามา ”
อู่ อวี้ นิ่งเงียบไม่ได้เอื้อนเอ่ยอันใด
เขาเพียงคิดกับตัวเองอยู่ในใจว่า ” ดูเหมือนว่านางจะไม่
คิดลงมือสังหารข้าในครั้งนี้ อาจเป็นเพราะนางคิดว่าข้า
มีความสัมพันธ์บางอย่างกับจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวง! ”
” แต่นอกจากราชโองการจักรพรรดิโบราณ ข้ากับ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงก็ไม่มีอื่นใดเกี่ยวพันกัน
อีก!”
“ระหว่างที่จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง สังหารเทพมาร
บรรพกาล ข้าก็ไม่รู้สึกว่าเขาจะสังเกตเห็นข้าด้วย”
” แล้วเหตุใดไฉนนาง.. ถึงต้องคิดเช่นนั้นด้วย? เมื่อข้า
แสดงท่าทางงงงวยออกไป นางก็มิได้เอ่ยถามถึงเรื่องนี้
อีก หรือนางก็คิดไม่ถึงที่ข้าไม่รู้เรื่องเหมือนกัน? การที่
กล่าวออกมาเช่นนี้ แสดงว่านางหวาดกลัวจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงใช่หรือไม่? ”
อู่ อวี้ กำลังครุ่นคิดด้วยความรู้สึกขนลุกขนพอง
” อาจกล่าวได้ว่าจักรพรรดิเหยียนหวงโบราณให้
ความรู้สึกสนใจในตัวข้า เป็นไปได้หรือไม่ว่าข้าไปมีส่วน
เกี่ยวข้องกับอะไรบางอย่าง ที่มีความลึกลับถึงขีดสุด!
เป็นความลับที่ไม่มีผู้ใดทราบ มีเพียงหวงจุนเท่านั้นที่รู้
เรื่องนี้ … ”
เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีตัวตนอันน่าสะพรึงกลัว คอยสังเกต
ตรวจสอบตัวเขาอยู่ในที่ลับ อีกทั้งยังไม่เคยลงมือ
เคลื่อนไหวใด ๆ แม้แต่น้อย นับเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัว
เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนอย่าง อู่ อวี้ ที่มีสมบัติวิเศษ
ติดตัวอยู่มากมาย เป็นไปได้ว่าจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงอาจถูกล่อลวง โดยสมบัติเซียนอมตะ
การคาดเดานี้ ทำให้เขารู้สึกตกตะลึงอย่างที่ไม่เคย
เป็นมาก่อน เรียกได้ว่าสั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณเลยก็
ว่าได้ ก่อนหน้านี้เขาก็รู้สึกราวกับว่ามีดวงตาของ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง คอยสอดส่องอยู่รอบกาย!
เริ่มต้นจากราชโองการจักรพรรดิโบราณ อู่ อวี้ รู้สึกว่า
ตนเองกับจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเชื่อมต่อกันด้วย
ความลึกลับบางอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะจักรพรรดิโบราณ
แล้วตัวเขาจะกลายเป็นราชอารักษ์เล่อ จนเข้าสู่
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงได้อย่างไร?
“ข้าเป็นเสมือนดั่งมดแมลง ให้เขาหยอกล้อเล่นสนุก
เพียงเท่านั้น …” อู่ อวี้ รู้สึกกดดันเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก
ไม่ทราบถึงเจตนาที่แท้จริงของจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวง
” ช่างน่าสะพรึงกลัวเป็นยิ่งนัก ข้าแนะนำให้เจ้าอย่าขัด
ขืน และยอมจำนนต่อจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเสีย
คนผู้นี้เป็นบุคคลอันสูงส่ง ซึ่งมีตัวตนอยู่ในระดับเดียวกับ
เซียนอมตะ การต่อสู้กับเขานั้นเป็นไปไม่ได้เลย ”
หลังจากได้ฟังความคิดเห็นของ อู่ อวี้ หมิงซวงก็กล่าว
กับเขาด้วยความรู้สึกเศร้าสลดหดหู่เป็นอย่างยิ่ง
ระหว่างพูดคุย อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว ใน
น้ำเสียงของนาง ซึ่งโดยปกติแล้วนางมักจะเป็นคนกล้า
หาญชาญชัย ไม่หวาดกลัวอะไรง่าย ๆ เช่นนี้
” หากเป็นดั่งที่เจ้าพูด ว่าเขาคอยสังเกตตรวจสอบข้าอยู่
จริง ๆ แล้วจุดประสงค์ของเขาคืออะไรกันแน่? หากรู้ว่า
ข้ามีมรดกเซียนอมตะ เหตุใดถึงไม่เข้ามาฉกฉวยมันไป ”
จิตใจของ อู่ อวี้ เริ่มเย็นเหยียบลงเรื่อย ๆ
“บัดซบ ตอนนี้ข้าชักรู้สึกอยากตายจริง ๆ แล้ว ทุก
สรรพสิ่งกำลังจะจบสิ้น ท่านย่าผู้นี้อุตส่าห์อบรมบ่ม
เพาะเลี้ยงดูเจ้าเสมือนดั่งไข่ในหิน แต่กลับมันตกเป็น
เป้าหมายของตัวตนระดับนั้นจะได้ สวรรค์ เหตุไฉนข้า
หมิงซวงถึงได้โชคร้ายถึงเพียงนี้” นางกล่าวร่ำไห้สะอึก
สะอื้นทั้งน้ำตานองหน้า
สีหน้าของ อู่ อวี้ ทะมึนลง ในเวลานี้เขาคงไม่อาจพึ่งพา
นางได้….
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงสงบ ถึงแม้ว่าจะไม่อาจสัมผัส
ถึงการดำรงอยู่ของฝ่ายตรงข้ามได้ แต่อย่างน้อย ๆ
ตอนนี้เขาก็ยังไม่ตาย หากมีอันใดเกิดขึ้นจริง ๆ ก็คงต้อง
ปล่อยให้มันเป็นเรื่องในอนาคต
“ข้าบอกว่าเจ้าไม่ควรเข้ามาที่นี่” หวงจุนกล่าวเน้นย้ำ
อีกครั้ง ดวงตาของนางเปล่งประกายเจิดจ้าเฉกเช่นดั่ง
แสงอำไพ
อู่ อวี้ ได้สติกลับคืนมาเล็กน้อย เขารู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น
ในปัจจุบันถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ทั้งยังทราบอีกด้วยว่า
หวงจุนอาจจะคาดเดาได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขา
กับจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ดังนั้นนางต้องมิกล้า
สังหารเขาเป็นแน่ อย่างน้อย ๆ ตัวเขาก็น่าจะปลอดภัย
อู่ อวี้ จึงกล่าวขึ้นด้วยความกล้าหาญที่เพิ่มสูงขึ้นอีก
เล็กน้อยว่า ” ข้าถูกดึงเข้ามาโดยไม่คาดคิด ถึงจะบอกให้
ข้าออกไป แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าถูกส่งเข้ามาทางไหน ดังนั้นย่อม
เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ”
หวงจุนกล่าวว่า ” เข้าใจแล้ว ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็จงอยู่ที่นี่
ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด ข้าจำได้ว่าตอนแรกพวกเจ้ามี
กันสามคน หากก้าวออกจากทะเลสาบปีศาจโบราณเห
ยียนหวงเมื่อใด ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานีก็แล้วกัน ”
นี่คือเป็นประกาศิตของนาง
” เมื่อข้าได้รับสมบัติทั้ง 2 ชิ้นภายในคฤหาสน์จักรพรรดิ
ปีศาจสวรรค์ เจ้าก็สามารถออกไปด้านนอกได้ มิไม่ต้อง
กังวลไป เมื่อถึงตอนนั้น ข้าแนะนำให้เจ้ารีบออกจาก
จักรวรรดิทายาททักษิณ โดยเร็วที่สุด ” หวงจุน กล่าว
เน้นย้ำหนักแน่นทีละประโยค เสมือนดั่งค้อนหนักที่ทุบ
เข้าใส่ร่างของ อู่ อวี้ อย่างหนักหน่วง
“ตกลง” อู่ อวี้ พยักหน้า
เขาไม่สามารถกระทำอันใดได้ ตอนนี้ไม่เพียงแต่มหา
ราชาเท่านั้นที่ปรากฏตัว แต่ยังมีราชาปีศาจสองสามตน
ออกมาจากภายในอีกด้วย ทุกคนที่อยู่ที่นี่ สามารถบด
ขยี้ทำลาย อู่ อวี้ ได้อย่างสมบูรณ์ หาก หวงจุน ออก
คำสั่งใด เขาก็กระทำได้เพียงปฏิบัติตามเท่านั้น
อู่ อวี้ กับ หนานกง เหว่ย จ้องมองประสานตากัน โดย
สายตาของนางสื่อเป็นคำนัยว่า ให้เขาหุบปากพูดจาให้
น้อยลง หลังจากทุกอย่างสิ้นสุด ก็จงออกไปเสีย
หลังจากนั้น หวงจุน กับพรรคพวกของนางก็เข้าไป
สำรวจสมบัติภายใน ท้ายสุดแล้วความวิตกกังวลของ อู่
อวี้ ก็ลดลง เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ เย่ซีซี ได้รับอิสระ
จากการทดสอบ สามารถแลเห็นได้ว่ายามนี้สีหน้าของ
นางซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง เหงื่ออาบไล้ชุ่ม
โชกไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แล้วทันใดนั้นเองนางก็ลืมตา
ขึ้น หลังจากได้เห็น อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ นาง
ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็ร่ำไห้พร้อมกับโผเข้า
กอด อู่ อวี้ ทันที
” พี่ชายอวี้ ข้าฝันเห็นบิดามารดาของข้า ทุกคนตายหมด
จนเหลือข้าเพียงลำพังเท่านั้น สูญเสียเป้าหมายทุกอย่าง
ที่จะมีชีวิตอยู่ … ” เย่ซีซี กล่าวขึ้นพร้อมร่ำไห้ไปด้วย
” เจ้าต้องเข้าใจด้วยว่า นี่ถือเป็นการทดสอบด่านแรง
ของคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ การที่เจ้าผ่านมาได้
เช่นนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าเจ้ามีความสามารถมากพอแล้ว ”
อู่ อวี้ ลูบหัวของนาง พร้อมกับจ้องมองนางอย่าง
อ่อนโยน
” ใช่แล้ว ข้ารู้สึกว่าเขาปรากฏตัวออกมาช่วยข้าด้วย
มิฉะนั้นข้าคงไม่สามารถออกมาได้ ” เย่ซีซีกล่าวด้วย
ความตื่นเต้นเล็กน้อย
อู่ อวี้ ทราบดีว่าคนที่นางพูดถึงก็คือ ขุนพลเจวี่ยน
เหลียน!
“นี่ถือเป็นเรื่องดีแล้ว” เมื่อเห็นว่านางเริ่มสงบลง อู่ อวี้ ก็
รู้สึกโล่งใจไม่น้อย
” เฮ้ สาวน้อยเจ้าแอบชอบพี่ชายอวี้ของเจ้าใช่หรือไม่
เหตุใดเจ้าถึงกอดแต่เขา ไม่ยอมกอดข้าบ้าง ช่างเถอะ
ครั้งนี้ข้ายอมให้ก็ได้ ” หนานซาน หวางเยว่ ยืนเดาะลิ้น
อยู่ด้านข้าง
“พี่ชายหนานซาน ท่านยังไม่ตาย” มันแค่หยอกล้อนาง
เล่นเท่านั้น ไม่คาดคิดว่าเย่ซีซีจะโผเข้ามากอดมัน แล้ว
ใช้ร่างกายของมันเป็นที่ซับน้ำตา
“ไปๆ พี่ชายอย่างข้าไม่สัมผัสกับสตรีหรอกนะ อย่ามา
แอบกินเต้าหู้ของข้า! @#$%^” หนานซาน หวางเยว่
ดันนางออกไป จากนั้นก็ปัดชายแขนเสื้อของตนเอง แล้ว
กล่าวหยอกล้อเย่ซีซี ทุกคนทราบดีว่า หนานซาน หวาง
เยว่ เป็นคุณชายเจ้าสำราญที่ไม่เคยหยุดเกี้ยวพาโฉม
สะคราญบนถนนหนทาง ดังนั้นคำกล่าวว่าไม่เคยสัมผัส
กับสตรี ย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
อู่ อวี้ หัวเราะ คนผู้นี้ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่ายิ่งนานวัน สายสัมพันธ์ของ
พวกเขาทั้งสามก็ยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น จนหนักแน่น
ประดุจทองคำก็มิปาน ภายในโลกกว้างใหญ่อันน่า
สะพรึงกลัว พวกเขาทั้งสามเป็นผู้สืบทอดมรดกเซียน
อมตะ ด้วยมรดกนี้ อู่ อวี้ เชื่อว่า หากพวกเขาผนึกกำลัง
กัน ไม่ว่าอันตรายใด ๆ ก็สามารถข้ามผ่านมันไปได้อย่าง
แน่นอน
ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ว่า มีใครบางคนกำลังจ้องมอง
มายังตนเอง เมื่อ อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมอง แลเห็นว่าคนผู้
นั้นก็คือ หนานกง เหว่ย นางกำลังเดินทางออกไปจาก
ทะเลสาบปีศาจบรรพกาลพร้อมกับหวงจุน
นางจ้องมองมาที่เขา ด้วยสายตาที่ดูแปลกประหลาดไป
เล็กน้อย
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ