กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 973: โต้เถียง
” นี่เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ เราทำได้แค่รออยู่ที่นี่เท่านั้น
ส่วนสมบัติก็คงถูกเจ้าพวกนั้นครอบครองไป ” หนาน
ซาน หวางเยว่ มองหวงจุนกับคนจากทวีปปีศาจทายาท
ทักษิณ แล้วกล่าวขึ้นอย่างหดหู่
” การที่พวกเรามีชีวิตอยู่ แล้วยืนมองอยู่ที่นี่ก็ถือว่าดีมาก
แล้ว ก่อนหน้านี้มีผู้คนถูกดูดเข้าไปในคฤหาสน์ตั้งหลาย
พันหลายหมื่น แต่ดูตอนนี้สิ… เหลือกันอยู่ไม่กี่สิบคน
เท่านั้น แล้วก็ยังมีอีกหลายคนไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นตาย
ร้ายดีอย่างไร ” พอเย่ซีซีนึกถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา
ของตนเอง นางก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย
หวงจุน และ มหาราชาปีศาจ ไม่อยากแข่งขันกับเด็กทั้ง
สาม นอกจากนี้ในคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ก็
อันตรายเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น อู่ อวี้ จึงถูกกีดกันให้อยู่ได้
แต่สถานที่นี้เท่านั้น แต่พอนึกถึงสมบัติล้ำค่าของปีศาจ
บรรพกาลเนตรทองคำ ซึ่งเป็นถึงสมบัติของเทพปีศาจที่
ใคร ๆ ก็อยากได้ ของดีเช่นนี้กลับถูกคนอื่นแย่งชิงเพียง
แค่เอ่ยปากพูด แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่พอใจนัก
แต่ความจริงแล้วเขากำลังคิดหาวิธี
“ ไม่รู้ว่าการทดสอบครั้งที่สองคืออะไร? เห็นมันแสดง
ท่าทางจริงจังเช่นนี้ ข้าอยากรู้นักว่าบททดสอบที่ 2 คือ
อะไรกันแน่? ”
อู่ อวี้ แอบสงสัย
เวลานี้ผ่านไปได้ครึ่งชั่วยามแล้ว
“เจ้าไม่อยากขึ้นไปดูหน่อยหรือ?” หนานซาน หวางเยว่
ก็รู้สึกไม่ยินยอมเช่นเดียวกัน มันเองก็ไม่ใช่คนจะยอมแพ้
อะไรง่าย ๆ
อู่ อวี้ ประเมินเวลาของการทดสอบครั้งที่สอง ไหน ๆ
พวกเขาก็ต้องแบกรับความเสี่ยงอยู่แล้ว ถ้าจะขึ้นไปดูสัก
หน่อยคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอันใด อีกทั้งเขายังเชื่อว่า
ต่อให้เป็นหวงจุนก็คงไม่อาจผ่านทดสอบของปีศาจ
บรรพกาลเนตรทองคำไปได้อย่างง่ายดาย
“อืม” อู่ อวี้ แอบส่งร่างอวตารขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ใต้ผิว
ทะเลสาบปีศาจบรรพกาลเงียบ ๆ หลังจากมาถึงที่นี่แล้ว
เขาก็เงยหน้าขึ้นมอง โลกภายนอกอันกว้างใหญ่ มีเพียง
สิ่งเดียวเท่านั้นที่แปลเปลี่ยนไปคือดวงตะวันกลายเป็น
เนตรสีทอง คงไม่อาจมองเห็นสถานที่แปลก ๆ เช่นนี้ได้
อีก
หวงจุนกับคนอื่น ๆ ไม่อยู่ที่นั่นอีกต่อไป ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้
ว่าเขาพวกมันไปที่ใด
“ไม่อยู่แล้วงั้นหรือ?” อู่ อวี้ รู้สึกแปลกใจมาก เขาใช้ร่าง
อวตารตรวจสำรวจรอบ ๆ ก็พบว่าหวงจุนไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ
ดูเหมือนว่าพวกมันจะหมดความสนใจกับคนทั้งสามแล้ว
“ พี่ชายอวี้ข้ารู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อย หลานหลานก็เข้า
มาในนี้ด้วย แต่เป็นเพราะการทดสอบ เลยทำให้มันยัง
ไม่ออกมา ” เย่ซีซี รู้สึกกังวลหลังจากแลเห็นพวกที่เข้า
ไปก่อนหน้านี้ ปรากฏตัวออกมา
“ การทดสอบนั้นยากจริง ๆ แต่ข้าเดาว่าหลังจากพวก
นั้นได้รับสมบัติ พวกเราก็คงสามารถออกจากที่นี่ได้
ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำคงจะไม่กักขังคนที่ไม่ได้รับ
สมบัติหรอก ” หนานซาน หวางเยว่ ปลอบโยนนาง
เย่ซีซี ก็คิดเช่นเดียวกัน
“เมี้ยววว!” ทันใดนั้นไม่คิดว่าจะได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น นี่
คือเสียงร้องของเจ้าแมวหมื่นผสาน บัดนี้สิ่งที่ช่วยให้นาง
สามารถต้านทานผ่านการทดสอบนี้ไปได้ ๆ จริง ปรากฏ
ตัวออกมาแล้ว มันแสดงท่าทีเบื่อหน่ายแล้วก็กวาดตา
มองไปรอบ ๆ แต่เมื่อสายตาของมันได้พบกับเย่ซีซี มันก็
ส่งเสียงกรีดร้องอย่างเศร้าโศกคร่ำครวญ แล้วกระโดด
พุ่งตัวเข้าไปในอ้อมแขนของ เย่ซีซี ทันที
” หลานหลาน ข้าดีใจเหลือเกิน ข้ากลัวว่าจะไม่ได้พบเจ้า
อีกแล้ว ” เจ้าแมวหลานหลานเลียหน้าเลียตาเย่ซีซีด้วย
ความคิดถึง
” เมี้ยวววว” แมวหลานหลานก็กรีดร้องโหยหวนราว
ใจจะขาด มันเป็นเจ้าสรรพเทวะวิญญาณ มันสามารถ
ไปที่ไหนก็ได้ ดังนั้นการปรากฏตัวของมันจึงไม่เกินความ
คาดหมายของ อู่ อวี้
“ ขึ้นไปดูกันเถอะ ” อู่ อวี้ มองเห็นสภาพการณ์ต่าง ๆ
ผ่านมุมมองของร่างอวตาร เป็นเรื่องปกติที่เขาจะเห็น
อะไรได้ชัดเจน หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสามก็ขึ้นไปดู เมื่อ
อู่ อวี้ มาถึงทะเลสาบเขาก็ใช้เนตรเพลิงเพ่งมองไปยัง
ทิศทางของเนตรสีทอง ก่อนหน้านี้เขาได้ส่งร่างอวตารไป
ตรวจสอบดูโดยรอบ อวตารร่างหนึ่งได้ไปพบกับสถานที่
บางอย่างเข้า แม้ยามนี้เขาใช้เนตรเพลิงเพ่งมองก็ยัง
มองเห็นได้ไม่ชัดนัก
“มีอะไรอยู่ที่นั่นกันแน่?” หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี
สังเกตเห็น อู่ อวี้ กำลังจ้องมองรอบ ๆ คนทั้งสองจึง
เพ่งมองไปในทิศทางเดียวกันแต่ก็ยังไม่เห็นอะไรชัดเจน
” ดูเหมือนว่าจะมีบันไดสีขาว 5 ขั้น ทอดยาวสูงขึ้นไป ดู
เหมือนขั้นสูงสุดที่เป็นขั้นสุดท้าย จะสามารถก้าวเข้าสู่
เนตรสีทองสีทอง ” อู่ อวี้ กล่าว
” บันไดขั้นสีขาวที่นำไปสู่เนตรสีทอง มีอยู่เพียง 5 ขั้น
เช่นนั้นไม่ใช่แต่ละขั้นมีขนาดใหญ่มากเลยหรอกหรือ? ”
อู่ อวี้ เพ่งมองอย่างระมัดระวังแล้วตอบว่า ” ใช่…บันได
แต่ละขั้นสามารถยืนได้หลายพันคนทีเดียว ”
เนื่องจากแต่ละขั้นมีขนาดที่ใหญ่มาก ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
รู้สึกว่าบันไดทั้ง 5 ขั้นมันเชื่อมต่อกัน แต่ละขั้นจะสูงกว่า
อีกขั้นแล้วขั้นสูงสุดจะนำพาไปสู่เนตรสีทอง ที่ดูราวกับ
ดวงอาทิตย์
หนานซาน หวางเยว่ ตบมือฉาดใหญ่แล้วกล่าวว่า ” ยอด
เยี่ยม! ต้องใช่แน่ ๆ ตำแหน่งของเนตรสีทองเป็นที่ซ่อน
สมบัติ! เป็นไปได้ว่าบันไดสีขาว 5 ขั้นนี้ อาจจะเป็นการ
ทดสอบด่านที่สอง ส่วนภายในเนตรสีทองจะต้องเป็น
ด่านทดสอบที่สาม ”
นี่คือการคาดเดาของมัน
แต่ อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่ามันน่าจะเป็นไปได้
เขาพยักหน้า
” แล้วพวกมันล่ะ? ก้าวขึ้นไปถึงขั้นไหนแล้ว? หรือพวก
มันผ่านบททดสอบด่านที่ 2 จนเข้าไปในดวงเนตร
ทองคำแล้ว?” เย่ซีซีเบิกตากว้าง แต่ก็ยังไม่สามารถ
เข้าใจได้อย่างชัดเจน
ปัญหานี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกสับสนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากดู
เหมือนว่าบนขั้นบันได จะไม่มีผู้ใดอยู่สักคน เขากล่าวขึ้น
ว่า ” เหนือขึ้นไปบนบันได 5 ขั้นไม่มีผู้ใดอยู่เลย หาก
ผ่านไปได้ พวกเราอาจเข้าไปในดวงเนตรทองคำนั่นได้ ”
“ ก็อาจเป็นไปได้ เราไม่สามารถมองเห็นภายนอก บาง
ทีพวกมันอาจอยู่ด้านในกัน การทดสอบด่านแรกมีความ
สลับซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกมันจะ
ไปได้รวดเร็วปานนั้น แต่หากผู้คนร่วมมือกันเพื่อผ่าน
ด่านทดสอบที่ 2 ก็ยังนับว่าเป็นไปได้ ” หนานซาน หวาง
เย่ว แสดงสีหน้าสงสัย
“ อาจเป็นเช่นนั้น ” ดวงเนตรของ อู่ อวี้ สาดประกาย
ลึกล้ำ
จิตวิญญาณแห่งการผจญภัยสาดประกายออกมาจาก
ดวงตาของ หนานซาน หวางเยว่ มันรีบวิ่งเข้ามาหา อู่
อวี้ พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ” นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดของเรา
ไม่ว่าพวกมันจะอยู่ด้านในหรือไม่ หลังจากผ่านบท
ทดสอบด่านแรกแล้ว ผู้ที่ถูกส่งมาในการทดสอบนี้ ก็คง
จะอยู่เพียงลำพังเท่านั้น ดังนั้นพวกเราต้องอาศัยโอกาส
ในครั้งนี้ พึ่งพามรดกเซียนอมตะ บางทีเราอาจจะเร็ว
กว่าพวกมันก็ได้ เมื่อถึงเวลานั้นเราจะไปยังบททดสอบ
ด่านที่ 3 โดยเร็วที่สุด หากทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี
พวกเราอาจได้รับสมบัติติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่ซีซี ก็ส่ายศีรษะแล้วกล่าวขึ้นทันทีว่า
“ทำเช่นนั้นไม่ได้ มันเสี่ยงเกินไป แม้ว่าจะผ่านหรือไม่
ผ่านการทดสอบ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกมันจะ
ผ่านบดทดสอบไปพร้อมกับเรา ยิ่งถ้าโดนหวงจุนตรวจ
พบ ก็อันตรายเข้าไปใหญ่ ก่อนหน้านี้นางเตือนเราแล้ว
ข้าเชื่อว่าหากนางพบเราอีกครั้ง นางจะไม่ยอมปล่อยเรา
ไปอย่างแน่นอน ท้ายสุดแล้วมหาราชาปีศาจคนอื่น ๆ
ล้วนอยู่ภายใต้คำบัญชาของนาง ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า เรา
เป็นคู่แข่งเพียงคนเดียวของนาง หวงจุนย่อมไม่ยอม
ปล่อยให้เราฮุบสมบัติของตนไปอย่างแน่นอน…”
หนานซาน หวางเยว่ ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า ” สาวน้อย
การผจญภัยย่อมมีความเสี่ยง เจ้าควรพิจารณาเรื่องนี้ให้
ถี่ถ้วน หากมีโอกาสสำเร็จ การเก็บเกี่ยวย่อมมากมาย
มหาศาลเป็นอย่างยิ่ง ”
“ ถ้าเกิดเรื่องผิดพลาดอันใดขึ้น ผลกระทบที่ได้รับย่อม
ใหญ่หลวงตามไปด้วยเช่นกัน ” เย่ซีซีกล่าว
ทั้งสองโต้แย้งจนเกือบทะเลาะกัน และ อู่ อวี้ ที่คั่นกลาง
ระหว่างคนทั้งสองคน จึงตกกลายเป็นเป้าสายตาไปโดย
ปริยาย
อันที่จริงแล้ว ‘เต๋า’ ของพวกเขาล้วนแตกต่างกัน โดยที่
เย่ซีซี มีความบริสุทธิ์กว่าบางส่วน นางเปรียบเสมือนดั่ง
ค่ำคืนราตรี ถึงแม้ว่าจะมืดมิด แต่ก็ไร้ซึ่งสิ่งใด นางทราบ
ดีว่าสมบัติวิเศษนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่นางแค่
ไม่อยากจะเชื่อ หนานซาน หวางเยว่ ที่ยึดถือเพียง
หนทางแห่งการผจญภัยอันแสนเพ้อฝันเท่านั้น
และเต๋าของ หนานซาน หวางเยว่ เปี่ยมไปด้วยอารมณ์
ความรู้สึก เป็นวิถีทางแห่งการบำเพ็ญตน ลุ่มหลงอยู่
ท่ามกลางคาวโลกีย์ สัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ มากมาย หาก
ปรารถนาสิ่งใด ก็จะมุ่งไปทันที ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องยาก
ที่เขาจะเหนี่ยวรั้งตนเอง หรือคิดถึงความเป็นไปได้ใน
สถานการณ์นั้น ๆ
” ข้าคิดว่าการแสวงหาโชควาสนาย่อมมีความเสี่ยง
เป็นอยู่แล้ว นี่ถือเป็นโอกาสที่ฟ้าประทานมาให้แก่เรา
หากพลาดพลั้ง อาจต้องเสียใจไปอีกนาน ” หนานซาน
หวางเยว่ กล่าวพร้อมขมวดคิ้ว
3 คน รวมเป็นกลุ่มหนึ่ง ต่างคนต่างมีความคิดเป็นของ
ตนเอง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีความขัดแย้ง ดังนั้น อู่ อวี้
จึงคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติ ซึ่งตัวเขาก็รู้สึกว่าแผนการนี้ของ
หนานซาน หวางเย่ว มีโอกาสจะสำเร็จอยู่
แต่ก็แค่มีความเป็นไปได้เท่านั้น
“หวงจุนจะไม่สังหาร อย่างมากก็คงลงโทษข้าอย่างหนัก
เท่านั้น อย่างไรก็ตามมันอาจไม่ใช่กับพวกเจ้า ”
เนื่องจากเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ซึ่ง อู่
อวี้ ก็ไม่อาจพูดได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เขาทราบถึง
โอกาสความเป็นไปได้ที่จะคว้าสมบัติจากมือของ หวงจุน
หากมีตัวเขาเพียงลำพัง แน่นอนว่าย่อมสามารถกระทำ
มันเองได้ อย่างไรก็ตามเมื่อมีสหายสองคนอยู่เคียงข้าง
เช่นนี้ อู่ อวี้ ก็จำเป็นต้องคิดถึงความเป็นไปได้ของพวก
เขาด้วย
ฉับพลัน อู่ อวี้ มองไปยังพวกเขา
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ” ข้ามาที่นี่ เพราะมั่นใจว่าหวงจุน
จะไม่สังหารข้า ดังนั้นข้าจึงอยากลองคว้ามันดู ภายใน
คฤหาสน์แห่งนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่อาจควบคุมได้
หวงจุน ก็ไม่สามารถควบคุมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้
เช่นกัน หากเข้าไปแล้ว เราพบเจอกับพวกมันจริง ๆ ก็
ยังพอแก้ตัวอ้อมแอ้มไปได้ว่า นี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
เท่านั้น เราถูกคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ดึงเข้ามา
แน่นอนว่ามันอาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ถ้าพูดไปเช่นนี้
ความเสี่ยงก็อาจจะลดลง ”
เขามิได้เข้าข้างใคร แต่พิจารณาไปตามเหตุผลเท่านั้น
ท้ายสุดแล้วเขาก็มองไปยังดวงเนตรสีทอง พร้อมกับ
กล่าวว่า ” ถึงแม้ว่ามันจะยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง แต่
การทดสอบด่านที่ 2 ข้ายังคิดว่ามันไม่เพียงพอจะ
หยุดยั้งหวงจุนได้ ทว่าเราก็สามารถเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้
นาง หากโชคดีเราคงสามารถผ่านด่านทดสอบนี้ไปสู่ด่าน
ที่ 3 โดยที่ไม่พบเจอนาง แต่ถ้าพบนางในระหว่างการ
ทดสอบด่านที่ 2 พวกเราก็คงต้องยอมแพ้ และไม่กระทำ
สิ่งใดอีก มิฉะนั้นนางคงตัดสินใจลงมืออย่างเหี้ยมโหด
เป็นแน่ อย่างไรก็ตามมีโอกาสเป็นไปได้เช่นกัน ว่าเราจะ
ไม่สามารถผ่านด่านทดสอบนี้ ทว่าพวกเจ้าไม่จำเป็นต้อง
คิดถึงเรื่องนี้มากนัก กุญแจสำคัญในก็คือพวกเจ้ามีความ
มั่นใจมากเพียงพอจะผ่านด่านทดสอบที่ 2 ไปได้หรือไม่?
”
อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ คิดว่าเมื่อเทียบกับ หวงจุน เขากลัว
การทดสอบด่านนี้มากกว่า โดยเฉพาะหลังจากที่ผ่าน
ประสบการณ์ด่านแรกมา
หนานซาน หวางเยว่ กล่าวว่า ” ภายในจิตใจของข้ายัง
หลงเหลือความหวาดกลัว จากการทดสอบด่านแรกอยู่
บ้าง แต่ หนานกง เหว่ย ก็ยังกล้าขึ้นไป ดังนั้นเมื่อเทียบ
กับครั้งที่แล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรต้องกลัว อย่างน้อย ๆ คราว
นี้ข้าก็เตรียมใจมาพร้อมแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังเชื่ออีก
ว่า ‘คราดทองหยกมลาย’ จะอวยพรให้แก่ข้า ”
ความคิดของ อู่ อวี้ โน้มเอียงไปทางการผจญภัยของ
หนานซาน หวางเยว่ ดังนั้นเขาจึงห่วงความรู้สึกของ เย่
ซีซี เป็นอย่างมาก
สายตาของเย่ซีซีสาดประกายความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น
ออกมาบางส่วน จากนั้นนางก็กล่าวว่า ” ถ้าเป็นเช่นนั้น
เราก็มาลองดูกันอีกสักตั้ง สำหรับการทดสอบนี้ ข้าจะ
ผสานร่างกับแมวหลานหลาน ซึ่งน่าจะเป็นผลดีกว่า
แถมครั้งล่าสุด ที่ข้าได้พบกับ ‘พลั่วพระธรรมปราบมาร’
อีกครั้ง มันก็ส่งผลดีกับข้าบางส่วน พี่ชายอวี้ ข้าเชื่อใน
การตัดสินใจของท่าน ”
ทั้งหมดเป็นเพราะการวิเคราะห์ที่เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น
ของ อู่ อวี้ ทำให้นางสามารถตัดสินใจได้
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ