กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 974:
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณนับพันชิ้น
หลังจากตัดสินใจแล้ว เขาจึงพูดคุยถึงวิธีการรับมือที่
อาจจะเกิดอันตรายกับพวกเขาให้ฟังเสียก่อน ทั้งสอง
พยักหน้ารับฟังอย่างเข้าใจ จากนั้นก็ก้าวขึ้นไปยัง
เส้นทางขนาดใหญ่บนฟ้า
อู่ อวี้ ขี่เมฆาตลบฟ้า พาทั้งสามคนขึ้นไปด้านบน ส่วนเย่
ซีซี ได้ผสานร่างเข้ากับแมวหมื่นผสาน ซึ่งเป็นสถานะ
แข็งแกร่งที่สุดของนาง
ในความเป็นจริงตำแหน่งของเนตรสีทอง อยู่ในตำแหน่ง
เดียวกับดวงตะวัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากดวงตะวันจริง ๆ ร่ำ
ลือกันว่าภายในดวงสุริยันมีวิมานสวรรค์อยู่ เป็นไปไม่ได้
ที่มนุษย์ธรรมดาจะแตะต้องสัมผัสมัน แต่ดูเหมือนว่า
เนตรสีทองนี้จะสัมผัสได้
อู่ อวี้ จึงลองสั่งให้ร่างอวตารเข้าไปใกล้ ๆ เนตรสีทอง
จากทิศทางอื่น แต่เพียงอยู่ในระยะที่ห่างพอสมควรยัง
ไม่ทันได้เข้าไปใกล้มากเพียงพอ ก็ถูกทำลายโดยอำนาจ
ที่มองไม่เห็น
จะต้องเดินขึ้นบันไดสีขาวไปให้ถึงขั้นที่ 5 เท่านั้น ถึงจะ
สามารถเข้าสู่เนตรสีทองได้ หลังจากเข้าไปใกล้ อู่ อวี้ ก็
เห็นอย่างชัดเจนว่าในบันไดขั้นที่ 5 ไม่มีผู้ใดอยู่ ซึ่ง
หมายความว่าพวกนั้นได้เข้าไปรับการทดสอบกัน
หมดแล้ว แต่ อู่ อวี้ ก็ยังไม่อยากปักใจเชื่อว่าพวกมันจะ
ผ่านการทดสอบได้เร็วขนาดนั้น ซึ่งถ้าหากการทดสอบ
ด่านที่สองไม่ได้เกี่ยวกับบันได ก็แสดงว่าพวกมันจะต้อง
เข้าไปในเนตรสีทองอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ สังเกตเห็นว่าบันไดขั้นที่ 5 มัน
แตกต่างในขั้นอื่นจริง ๆ มันดูไม่ธรรมดาเลย
ตอนนี้พวกเขาอยู่ขอบบันไดขั้นแรก ถ้าพวกเขาก้าวไป
ข้างหน้า พวกเขาจะสามารถก้าวขึ้นสู่บันไดขั้นต่อไปได้
อู่ อวี้ รู้สึกสังหรณ์ราง ๆ ว่า บันไดแต่ละขั้นจะต้องพบ
เจอกับอะไรที่แตกต่างกัน นี่ไม่ใช่แค่การก้าวขึ้นบันไดใน
แบบปกติธรรมดา หากก้าวเหยียบสัมผัสบันไดแต่ละขั้น
จะเห็นบางสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ในเวลานี้ทั้งสามพร้อมแล้ว อู่ อวี้ จึงยื่นมือสองข้างไปจับ
มือของพวกเขาทั้งสองแล้วพูดว่า “เราจะเข้าไปด้วยกัน”
“อื้ม! ”
เขาคิดว่าถ้าสามารถเข้าไปได้ทั้งสามคน ได้อยู่ด้วยกันก็
คงจะดีกว่ามาก
อย่างน้อยก็ยังสามารถตักเตือนช่วยเหลือซึ่งกันแล้วกัน
ได้
มือข้างซ้ายของ อู่ อวี้ จับมือเล็ก ๆ ของเย่ซีซีไว้ ส่วนมือ
ขวาก็จับตีนหมูของ หนานซาน หวางเยว่ ไว้อย่างไร้
ทางเลือก เจ้าหมูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อย่างหมด
หนทาง หลังจากตกลงปลงใจกันแล้วทั้งสามก็รีบก้าวเท้า
เข้าสู่บันไดข้างหน้าพร้อมกัน
แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีก พวกเขาเหยียบบันได
ก้าวแรกกลับไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ขึ้น บันไดใน
แต่ละขั้นมีขนาดกว้างยาวประมาณหนึ่งร้อยจั้งเท่า ๆ
กัน
” นี่มันก็แค่การก้าวขึ้นบันไดปกติ ไม่เห็นมีการทดสอบ
ใด ๆ เกิดขึ้น? ” หนานซาน หวางเยว่ รีบทักทันที เพราะ
ก่อนหน้านี้พวกเขาคาดเดาว่า บันไดทั้ง 5 ขั้นจะต้อง
เป็นการทดสอบด่านที่ 2 ผู้ใดจะไปคาดคิดว่ามันจะ
กลายเป็นเพียงบันไดธรรมดา หาได้แตกต่างกับการ
เหยียบยืนบนพื้นดิน
ยิ่งกว่านั้นพวกเขาทั้งสาม ยังไม่สัมผัสถึงแรงกดดันจาก
ภายนอกเลยด้วยซ้ำถึงแม้จะเหยียบยืนอยู่ด้วยกัน
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจมาก เขากวาดตามองรอบ ๆ แต่
กลับไม่พบการเปลี่ยนแปลง
“หายใจเข้าลึก ๆ แล้วไปกันต่อ” ยามนี้เขาเงยหน้าขึ้น
มองไปยังจุดสูงสุดนั่นก็คือเนตรสีทอง ในเวลานี้เนตรสี
ทองจ้องมองพวกเขาอย่างไม่แยแส ให้ความรู้สึกน่า
สะพรึงกลัวชวนขนหัวลุกเป็นอย่างมาก
ทั้งสามคนก้าวเดินขึ้นบันไดต่อไป แม้จะไม่มีการ
เปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น แต่พวกเขาก็พร้อมมุ่งสู่เนตร
สีทอง เพื่อไปดูว่าตรงยอดบนสุดจะใช่ทางเข้าสู่ด่าน
ต่อไปหรือไม่
” การที่คนอื่น ๆ ไม่ได้อยู่ที่นี่ แสดงว่าพวกนั้นเข้าสู่ด่าน
ทดสอบที่สองแล้ว ” หนานซาน หวางเยว่ กล่าว
” พี่ชายอวี้ ดูนั่นสิ! ” ระหว่าง อู่ อวี้ จ้องมองไปที่เนตรสี
ทอง ทันใดนั้นเย่ซีซีก็ร้องอุทานด้วยเสียงตื่นเต้นมาก
เล่นเอา อู่ อวี้ และ หนานซาน หวางเยว่ ตกอกตกใจจน
ต้องรีบหันมามองนาง แล้วมองไปยังทิศทางที่นางชี้นั่นก็
คือใต้ฝ่าเท้าของนาง
อู่ อวี้ มองไปที่ใต้ฝ่าเท้านาง ที่กำลังเหยียบยืนอยู่บน
บันไดหยกสีขาว แต่เมื่อเพ่งมองอย่างละเอียดเขาก็ตกใจ
อย่างที่สุด
บันไดในขั้นนี้ถูกแบ่งออกเป็นนับพันชิ้น บางส่วนรอย
เส้นตัดแบ่งและสีเข้มกว่าเล็กน้อย กล่าวได้ว่าบันไดหยก
สีขาวถูกแบ่งออกเป็นสี่เหลี่ยมชิ้นเล็ก ๆ นับไม่ถ้วน
นอกจากนี้ภายในตารางสี่เหลี่ยมชิ้นเล็ก ๆ มีบางอย่าง
อยู่ ดูเหมือนว่ามันจะฝังอยู่ภายในหยกขาว
ตลอดทางที่ก้าวเดิน หากมองเพียงผิวเผินคงไม่อาจ
สังเกตสังกาเห็นใดได้ ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงมองไม่เห็นมัน
ตั้งแต่แรก
หยกขาวเหล่านี้ได้บดบังสายตาการมองเห็น เมื่อมองดูดี
ๆ จะเห็นว่ามีบางสิ่งอยู่ในตารางสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เกือบ
ทุกชิ้น!
นี่ไม่ใช่สิ่งของปกติธรรมดา
“นี่มันศาสตราเต๋าวิถีแท้! ยิ่งไปกว่านั้นนี่มันไม่ใช่
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ธรรมดา ๆ อีกด้วย” หนานซาน หวาง
เยว่ ร้องอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น
อู่ อวี้ เองก็ตกใจมากเช่นกัน เมื่อเห็นว่าภายในตาราง
สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นับพันชิ้นนี้ มีศาสตราเต๋าวิถีแท้อยู่ด้าน
ในนับพันชิ้นเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังไม่ใช่ศาสตราเต๋า
วิถีแท้ธรรมดาสามัญ แต่มันเป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณระดับสูง
ตัวอย่างเช่นกระบี่ที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา ถึงแม้จะไม่
สามารถมองเห็นว่ามีวงเวทประทับอยู่มากน้อยเท่าใด
แต่ อู่ อวี้ เห็นได้ชัดว่านี่คือศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ เพียงแค่มองจากด้านนอกก็รู้ว่าศาสตราวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ไม่ธรรมดาเลย ทั้งยังมีรูปร่าง
แตกต่าง นอกจากนี้ยังมีความห่างชั้นของวัสดุที่นำมาใช้
สร้าง เขาลองมองไปทางอื่นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะอุทาน
ออกมา ” ไม่ว่าจะมองทางไหนก็เห็นแต่ศาสตราวิถีแท้
มันคือศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชั้นสูงนับพันชนิด
นี่มันช่างน่าเหลือเชื่อเสียเหลือเกิน! ”
เขารู้สึกอึ้งตะลึงราวกับคนโง่งม ภายในหัวของเขาได้ยิน
แต่เสียงก้องดังวิ้งวิ้งงงงง
หลังจากขึ้นมาแล้วพบสิ่งใด เขาจึงคิดจะมุ่งตรงไปยังดวง
เนตรสีทองในทันที แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้มาค้นพบสมบัติ
ครั้งใหญ่หลวงเช่นนี้ เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องสมบัติสอง
ชิ้นที่ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำได้พูดไว้ จึงไม่เคยคิด
ว่าจะมีสิ่งของอย่างอื่นอยู่ที่นี่อีก
” ในเมื่อเป็นถึงเทพปีศาจ มีความเป็นไปได้สูงอยู่แล้วว่า
ต้องมีสมบัติมากมายซุกซ่อนไว้ นอกเหนือจากมรดก 2
ชิ้นนั่น บางทีในบันไดอีก 4 ขั้นที่เหลืออาจจะมีศาสตรา
เต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณอยู่มากกว่า 5,000 ชิ้นก็
เป็นได้ โอ้วววสวรรค์… ” หนานซาน หวางเยว่ พูดติด ๆ
ขัด ๆ แทบหายใจหายคอไม่ออก
อู่ อวี้ รู้สึกไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เขายังคงอึ้ง
ตะลึงราวกับคนโง่งม เพราะเขารู้ดีว่าในชมพูทวีป
โลกธาตุมีศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณอยู่ไม่มากนัก
เพื่อเป็นการยืนยันอีกครั้งเขาจึงเรียกหมิงซวงให้มาช่วย
ดู กล่าวได้ว่าสำหรับเขาแล้ว ค่อนข้างมั่นใจว่าใต้หยก
ขาวนี้มีศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณฝังอยู่ด้านในอย่าง
แน่นอน นอกจากนี้เขายังรับรู้ถึงพลังของพวกมัน บาง
ชิ้นเขาคิดว่าพลังของมันไม่ได้ด้อยไปกว่า พิมาน
จักรพรรดิเป่ยหมิง เลยด้วยซ้ำ
ตอนนี้ภายในหัวของคนทั้งสามกำลังร้องคำราม
” ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เป็นบุญตานะที่ได้เห็นศาสตรา
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณชั้นยอดมากมายเช่นนี้ ถ้าเจ้า
สามารถเอาพวกมันทั้งหมดมาให้ร่างอวตารไว้ใช้ได้ ต่อ
จากนี้ร่างอวตารของเจ้าจะไร้พ่าย เสมือนดั่งพยัคฆ์ติด
ปีกต่อต้านลิขิตสวรรค์อย่างแท้จริง แม้แต่ทวยเทพก็ไม่
สามารถหยุดยั้งเจ้าได้ ” ท่าทางของหมิงซวงเกินจริงไป
มากทีเดียว
บันไดหยกสีขาวที่เห็น ดูเหมือนจะทำลายได้ไม่ยาก
สามารถเอาศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณมา
ครอบครองได้อย่างง่ายดาย
ทั้งสามกวาดสายตามองรอบ ๆ แต่ละคนไม่คาดคิดว่าจะ
บังเอิญได้พบเห็นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณจำนวน
นับพันเช่นนี้
” แล้วจะรออะไรอยู่อีก มันเป็นของพวกเราแล้ว ฮ่า ๆ ๆ
” หนานซาน หวางเยว่ กล่าว
” ไม่ต้องห่วง” เย่ซีซี ถึงจะบอกเช่นนั้นแต่นางก็รู้สึกกังวล
อยู่ไม่น้อย
” อย่าขยับ” อู่ อวี้ รีบห้ามหนานซาน หวางเยว่ เขา
ขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดตามตรงเขาเองก็ตกใจมากเช่นกัน
ถึงเขาจะตื่นตกใจแต่ก็ยังไม่สูญเสียสติ เขากัดฟันแล้วพูด
ว่า “มีคำถามที่เป็นปัญหาร้ายแรงอยู่เรื่องหนึ่ง หากลอง
พิจารณาดูแล้ว ข้าไม่เชื่อว่าหวงจุนกับพรรคพวกจำนวน
มากจะไม่เห็นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ อย่าลืมสิ
ว่าพวกมันไม่ได้ถูกเก็บซ่อนอย่างมิดชิด ดังนั้นผู้คนหลาย
สิบต้องมองเห็นมันอย่างแน่นอน ”
เย่ซีซีกล่าวว่า ” จริงอย่างพี่ชายว่า ถ้าพวกนั้นเห็น
จะต้องทำลายมันอย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยพวกเราก็
ควรจะได้ยินเสียงบ้างสิ ไฉนถึงไม่ได้ยินเสียงลงมือใด ๆ
เลย ทว่าอยู่ ๆ พวกนั้นก็หายไป แล้วที่นี่ก็ยังคงอยู่ใน
สภาพเดิม สรุปแล้วพวกนั้นหายไปไหนกันแน่? พวกนั้น
พบเจอกับอะไร ทั้งหมดนี้มันช่างน่าสงสัยจริง ๆ? ”
เมื่อ หนานซาน หวางเยว่ ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของมันก็
แปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก พร้อมกับกล่าวขึ้นอย่างไม่
ยินยอมว่า ” เจ้าอย่ามาคาดเดามั่วซั่ว พวกนั้นอาจจะเร่ง
รีบจนทิ้งมันไว้ก็ได้ ”
อู่ อวี้ ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า ” บอกตามตรงเป็นไปไม่ได้
หรอก ฝีมือของพวกมันสูงส่งจนถึงขนาดนั้น จักตรวจ
ต้องตรวจพบมันอย่างแน่นอน ความสามารถในการ
ตรวจจับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณของพวกมัน
สูงส่งกว่าพวกเราหลายเท่านัก เมื่อรู้ว่ามีศาสตราวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณระดับสูงอยู่เช่นนี้ พวกนั้นย่อมไม่มีทาง
นิ่งเฉย การที่พวกนั้นหายไปเส้นนี้แสดงว่าต้องมีเรื่อง
เกิดขึ้นแน่ เจ้าอย่าลืมสิว่าที่นี่คือคฤหาสน์จักรพรรดิ
ปีศาจสวรรค์ บางทีตอนนี้เราอาจจะอยู่ในการทดสอบ
ด่านที่สองแล้วก็ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน”
หนานซาน หวางเยว่ ยังคงพยายามดื้อแพ่งไม่อยากที่จะ
เข้าใจมันยังคงกล่าวแบบกำปั้นทุบดินต่อไปว่า ” บางที
พวกนั้นอาจจะระวังตัวจึงไม่อยากจะยุ่งกับมัน สมบัติ
จำนวนมากอยู่ตรงหน้าเราแท้ ๆ แต่กลับไม่สามารถ
ครอบครองมันได้ เช่นนี้จะไม่เป็นการสูญเสียอย่างใหญ่
หลวงหรอกหรือ ลองดูสักนิด ๆ หน่อย ๆ คงไม่เป็นไร
กระมัง… ”
เย่ซีซีไม่มีความคิดเห็นใด ๆ นางแค่มอง อู่ อวี้ เฉย ๆ
อู่ อวี้ กล่าว ” แม้แต่เจ้าก็ยังคิดเช่นนี้ แล้วพวกนั้นมีกัน
ตั้งหลายสิบคน เจ้าลองคิดดูว่าคนส่วนใหญ่จะไม่คิดเช่น
เจ้าอย่างนั้นหรือ อย่าลืมว่าเจตนาที่พวกมันมา ก็เพราะ
ต้องการมาเสี่ยงโชคด้วยกันทั้งนั้น อย่างน้อยพวกมันก็
ต้องคิดทำอะไรกันบ้าง นอกเสียจากหวงจุนจะรับรู้ถึง
อันตราย เลยห้ามไม่ให้พวกมันลงมือทำอะไร ไม่ว่าพวก
นั้นจะลองลงมือทำอะไรหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ สมบัติ
เหล่านี้ไม่ควรจะไปแตะต้องมัน ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ลองคิดดู
เถอะว่า เพราะเหตุใดพวกนั้นจึงหายไปแล้วสมบัติยังคง
อยู่ที่นี่ ต้องมีอันตรายร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับพวกนั้นแน่ ๆ
ไม่เช่นนั้นหวงจุนคงไม่ห้ามอย่างเด็ดขาด อีกอย่างเรื่องนี้
เกินกว่าที่พวกเราจะเข้าใจได้ ”
ภายในใจของ อู่ อวี้ ก็ไม่อยากยอมรับเช่นกัน
แต่เขาจำต้องมีสติและเหตุผล ต้องพยายามโน้มน้าว
จิตใจของ หนานซาน หวางเยว่ ให้คำนึงถึงความเสี่ยง
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะพวกเขาเป็นกลุ่มเดียวกัน
จริงอยู่ว่า หนานซาน หวางเยว่ อยากได้สมบัติเหล่านี้
มาก แต่เขาหาใช่คนโง่งมไม่รู้ประสีประสา มันได้ยินการ
วิเคราะห์ของ อู่ อวี้ มันจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “จะบอก
ว่าด่านการทดสอบที่ 2 นี้ จะพิสูจน์ว่าพวกเราจะ
สามารถเดินผ่านสมบัติเหล่านี้ไปได้หรือไม่สินะ อาาาา
ด่านทดสอบของปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำช่างน่า
กลัวจริง ๆ ผู้ใดจะทำตัวเมินเฉยไม่แยแสสมบัติมากมาย
เช่นนี้ได้กันเล่า? ”
อู่ อวี้ ถอนหายใจ ” เฮ้อออ นี่คือความน่ากลัวของ
ด่านทดสอบนี้ การทดสอบที่สองแตกต่างจากการ
ทดสอบครั้งแรก ถ้าเราไม่สามารถควบคุมความโลภใน
จิตใจได้ เราก็อาจจะพลาดกระโจนสู่หลุมพรางเอาได้
ง่าย ๆ ”
จริง ๆ แล้ว อู่ อวี้ รู้สึกว่าพวกเขาโชคดี ด้วยเพราะพวก
เขาเป็นคนกลุ่มหลัง ฉะนั้นก็ยังพออ้างอิงสถานการณ์ได้
มิฉะนั้น อู่ อวี้ เขาเองก็คงตกหลุมพรางนี้เช่นเดียวกัน
เพราะอย่างไรเขาต้องลองพยายามครอบครองสมบัตินี้ดู
แน่ ๆ
ดังนั้นตอนนี้เขาจึงตัดสินใจว่าจะไม่แตะต้องมันเด็ดขาด
แม้ว่าจะถูกล่อลวงด้วยความล้ำค่าของสมบัติอย่างไรก็
ตาม
ในเมื่อพวกเขาพยายามดิ้นรนผ่านด่านทดสอบแรกมาได้
แล้ว บอกตามตรงว่าหลังจากที่ผ่านมาได้ ตัวเขาเองก็ยัง
ไม่รู้ว่าจะต้องมาเผชิญหน้ากับศาสตราวิถีสุดยอด
วิญญาณ ชั้นสูงที่อยู่ต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ เพราะสมบัติ
เหล่านี้คือกับดักที่มันเอามาล่อหลอกจิตใจ …
แต่ อู่ อวี้ ก็ยังแอบหวังว่าสามารถนำสมบัติติดตัวมาได้
สักชิ้นสองชิ้นก็ยังดี แต่เมื่อเขาตัดสินใจไปแล้วเขา
จะต้องไม่เสียใจหวั่นไหวเด็ดขาด
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ