กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 978: สนมนับหมื่น
อู่ อวี้ แสยะยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมโหด
เขารู้ดีว่าจำเป็นจะต้องจัดการถอนรากถอนโคนราชวงศ์
ดั้งเดิมให้สิ้น มิฉะนั้นสักวันหนึ่งลูกหลานของพวกมัน
อาจจะนำภัยมาสู่ตัวหรือลูกหลานของเขาเองได้
ร่างกลืนสวรรค์ของเขาง้างปากที่เหมือนกับมีหลุมดำอยู่
ภายในลำคอ ทำให้ฉับพลันราชวงศ์ดั้งเดิมทั้งหมด ถูก
มันกลืนกินเข้าไปในทันที
“อู่ อวี้ เจ้าจะต้องไม่ตายดี!”
“เจ้ามันเป็นสุนัขเนรคุณ ราชวงศ์ของพวกเราล้วน
ยอมรับในตัวเจ้า กระทั่งจักรพรรดิโบราณเหยียนยัง
ปกป้องเจ้าอีก แต่เจ้ากลับตอบแทนพวกเราเช่นนี้อย่าง
งั้นหรือ!”
“สักวันสวรรค์จะต้องส่งเทพเซียนลงมาจัดการกับเจ้า!”
โอรสและธิดาแห่งราชวงศ์ดั้งเดิม นางสนมทั้งหลายของ
จักรพรรดิโบราณ และเหล่าเครือญาติเชื้อพระวงศ์
ทั้งหมด กำลังก่นด่าสาปแช่ง แต่มันกลับไร้ประโยชน์
เพราะในไม่ช้าพวกมันก็ถูกกลืนกินจนหมดสิ้น น้ำเสียง
ก่นด่าของพวกมันหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ส่วนจักรพรรดิอารามสวรรค์ที่ตกอยู่ท่ามกลางความ
หวาดกลัวนั้น ก็ได้ถูก อู่ อวี้ กลืนกินไปไม่ต่างจากคนอื่น
“อู่ อวี้ เจ้าหักหลังข้า!” จู่ๆ ที่ด้านหลังของเขาได้บังเกิด
เสียงดังขึ้น เมื่อ อู่ อวี้ ผินกายกลับไปดู เขาก็พบกับโลง
ศพของขนาดใหญ่ 2 โลง หนึ่งสีทอง อีกหนึ่งเป็นสีเงิน
มันค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นคน 2 คนที่อยู่
ด้านใน ทั้ง 2 คนนี้มีรูปร่างเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน แต่ร่าง
หนึ่งกลับเป็นสีทองและอีกร่างหนึ่งเป็นสีเงิน มิผิด คนผู้
นี้คือ โอรสเล่อ
“ข้าหักหลังอะไรเจ้า?” อู่ อวี้ หัวเราะ เขารู้ว่าคนผู้นี้เป็น
คนที่แข็งแกร่งที่สุดนอกเหนือจากตัวของเขา แต่เขา
ไม่ได้ให้ค่าอีกต่อไป
“เจ้าเป็นแค่ราชอารักษ์ของข้า ทำไมเจ้าถึงต้องมาแย่ง
ตำแหน่งของข้าไปด้วย!”
อู่ อวี้ แค่นเสียงพร้อมกล่าวว่า “เจ้าอย่าได้ทำตัวไร้สาระ
ไปหน่อยเลย พ่อของเจ้าก็ถูกข้าสังหารไปแล้ว ไม่มีราช
อารักษ์อันใดอีก ส่วนเจ้าก็ตายตามญาติพี่น้องของเจ้าไป
ได้แล้ว” คนระเบิดเสียงหัวเราะขึ้น จากนั้นเหยียดมือ
ออกไป พริบตานั้นพลองทองสมปรารถนาก็พลันปรากฏ
อยู่ในมือของเขา
ยามที่ได้เห็นพลองทองสมปรารถนาเล่มนี้ โอรสเล่อ ได้
ตกอยู่ในความหวาดกลัวอย่างสุดหัวใจ
“เจ้าเป็นคนสุดท้ายของราชวงศ์เหยียนหวงแล้ว ตาย
เสีย!”
“ไม่ ข้าไม่ใช่เชื้อพระวงศ์!” ร่างทั้ง 2 ของโอรสเล่อ กรีด
ร้องออกมาพร้อมกัน ในเวลานี้ร่างกายทั้ง 2เกิดการ
เปลี่ยนแปลงขึ้น พวกมันได้ผสานรวมเข้าด้วยกันและ
เปลี่ยนกลายเป็นอสุรกายยักษ์ที่เต็มไปด้วยหนวดยาว
มากมายตัวหนึ่ง หนวดบางส่วนเป็นสีทองและบางส่วน
เป็นสีเงิน!
ทางด้านโลงศพทั้ง 2 ก็เปลี่ยนกลายเป็นกระดอง
เกาะติดอยู่บนร่างของมัน
อย่างไรก็ตามพริบตาที่ อู่ อวี้ ฟาดพลองทองสม
ปรารถนาไป ร่างของอสุรกายยักษ์พลันระเบิดออกและ
ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีทอง จนมันต้องส่งเสียงร้อง
อันน่าสังเวชออกมา
วิ้งงง!
ร่างกลืนสวรรค์ของเขากระโจนลงไป พร้อมกับเปิดปาก
เขมือบกลืนซากศพของอสุรกายตนนั้นไปจนหมดสิ้น
“ข้ายอมแพ้…….” โอรสเล่อ สิ้นใจไปโดยที่มันยังเอ่ย
ออกมาไม่จบประโยค
“นี่คือจุดจบของผู้ที่ต่อต้านข้า พวกเจ้าทุกคนคงเห็นชัด
แล้วกระมั้ง? ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปข้าจะเป็นเทพเซียน
แห่งชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้!” ดวงตาของ อู่ อวี้ กวาด
มองทุกสรรพสิ่งใต้ฟ้าสวรรค์ จิตสำนึกของเขาปกคลุม
ทั่วทุกแห่งหน น้ำเสียงของเขาดังกึกก้องไปมา สิ่งมีชีวิต
ทุกชีวิตกลับกลายเป็นกลัวเกรงยิ่งกว่าเดิม ไม่มีผู้ใดกล้า
แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมอง
อู่ อวี้ จ้องมองไปที่ทุกชีวิตเหล่านี้ ในใจบังเกิดความ
เพลิดเพลินไม่มีที่สิ้นสุด ความรู้สึกเช่นนี้มันช่างน่า
รื่นรมย์เสียจริง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนถึง
พยายามที่จะก้าวขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุดนี้
“ต่อไปจะต้องเลือกสาวงามที่งดงามที่สุดภายในดินแดน
โบราณเหยียนหวงให้กลายเป็นนางสนมของข้า เพื่อที่จะ
สืบสายเลือด ออกลูกออกหลานให้กับข้า เพราะในวันที่
ข้าจากไป และยืนอยู่บนเวทีที่มีระดับสูงมากกว่านี้ ข้า
จะต้องแน่ใจว่าลูกหลานของข้าจะต้องสามารถปกครอง
โลกมนุษย์แห่งนี้ไปได้อีกนับพันนับหมื่นปี”
ดวงตาของเขามองกวาดไปทั่วทั้งโลกใบนี้เพื่อเฟ้นหา
คัดเลือกสาวงาม และนำพาพวกนางทั้งหมดให้มาอยู่ที่
เวทีเพลิงบรรพกาลแห่งนี้ พริบตานั้นก็มีสาวงามนับหมื่น
คนที่ อู่ อวี้ ได้เลือกเฟ้นมา แต่ละคนล้วนมีอายุอยู่ใน
เกณฑ์กำลังพอดี ทั้งพรสวรรค์และความสามารถอยู่ใน
ระดับล้ำเลิศ นอกจากนี้พวกนางยังไม่มีสหายเต๋าเคียงคู่
พวกนางแต่ละคนล้วนเป็นเพชรเม็ดงาม ซึ่งภายในนั้นยัง
มีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่หลายคน เช่นองค์หญิงโย่วเสี่ยและ
องค์หญิงจากอาณาจักรอื่นๆ อีกมากมาย
“ขอแสดงความยินดีกับองค์จักรพรรดิ” ทุกคนส่งเสียง
ตะโกนอีกครั้ง ทว่าเหล่าสาวงามทั้งหลายกลับอยู่ใน
อาการประหม่า ใบหน้ากลายเป็นสีแดงระเรื่อ เมื่อ อู่
อวี้ ได้เห็นจึงเอ่ยออกไปด้วยความสุข “พวกเจ้าทั้งหมด
กลับไปที่วังพร้อมกับข้า ภายในหนึ่ง 100 ปีนี้ พวกเจ้า
จะต้องกำเนิดลูกหลานนับหมื่นให้กับข้า และพวกเขา
จะต้องเป็นที่รักของทุกคน”
พวกนางถือเป็นสาวงามที่ทรงคุณค่าที่สุดจากทั่วทุกมุม
ของดินแดนโบราณเหยียนหวง ไม่ว่าจะกล่าวอย่างไร
ลูกหลานของพวกนางกับ อู่ อวี้ ย่อมต้องมีพรสวรรค์ที่
ไม่ธรรมดา “เพคะ” สาวงามทั้งหลายเอ่ยตอบด้วยเสียง
ที่นุ่มนวล ส่วนคนอื่นๆ เบื้องล่างล้วนไม่กล้าจับจ้องมอง
ไปยังพวกนาง เพราะราวกับว่าพวกนางได้ถูกยกระดับ
ให้กลายเป็นสตรีของเทพเซียนอมตะไปแล้ว
อู่ อวี้ ได้ให้พวกนางกลับไปที่พระราชวัง เพื่อรอ
ปรนนิบัติเขายามกลับไปถึง เนื่องจากเวลานี้เขายังไม่มี
อารมณ์สุนทรีย์ร่วมกับเหล่าสตรี แม้ว่าจะสามารถยึด
ครองใต้หล้าทุกคนต่างยอมจำนนและยำเกรงในตัวเขา
แล้ว ยิ่งกว่านั้นราชวงศ์เหยียนก็ยังล่มสลายไปอย่าง
แท้จริง ทั้งยังมีนางสนมอีกนับหมื่น ซึ่งเรียกได้ว่าพวก
นางแต่ละคนล้วนเป็นระดับสูงสุดภายในดินแดนโบราณ
เหยียนหวง ทว่าเขากลับไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองจึงยังไม่
มีความสุข
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าสาวงามล่มเมืองนับหมื่นคน ซึ่ง
พวกนางทุกคนรูปร่างหน้าตาโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ยิ่ง
ไปกว่านั้นการที่มีสาวงามนับหมื่นอยู่เคียงข้างจึงทำให้
เขาสามารถเปลี่ยนนางสนมได้แทบทุกวัน ถึงขนาด
จะต้องใช้เวลานานจึงจะสามารถเพลิดเพลินกับพวกนาง
ได้ทั้งหมด ซึ่งสามารถได้รับความบริสุทธิ์สดใหม่จาก
พวกนางได้ทุกวัน แต่ทำไมเขาถึงยังไม่มีความสุขอีก
……..
สมองของเขาพลันเกิดความเจ็บปวดหนึบชา
“หรือว่านี่เป็นอาการตกค้างจากการบาดเจ็บ? “เขา
ทอดตามองออกไปยังโลกหล้าด้วยความสงสัย
คนหันกลับไปมองที่กลุ่มสาวงามทั้งหลายที่ได้กลายเป็น
นางสนมของเขา กล่าวตามตรง ร่างกายของเขาแทบจะ
หักห้ามใจเข้าไปขย้ำเหล่าสาวๆ ไม่อยู่ แต่ทว่าวิญญาณ
ของเขากลับเกิดความรู้สึกแปลกๆ บางอย่าง ทันใดนั้น
เขารู้สึกถึงความว่างเปล่า พบว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่สิ่ง
ที่เขาต้องการ
“แล้วข้าปรารถนาในสิ่งใดกันแน่……..” บัดนี้ในหัวสมอง
ของเขากลับปรากฏเงาร่างหนึ่งลอยออกมา มันคือหงส์
เพลิง 9 สี ส่องสว่างไปทั่วท้องนภากาศเบื้องบน
หลังจากที่นางแปลงกายเป็นมนุษย์ ร่างกายที่สวมใส่ชุด
คลุมสีส้ม ผมยาวโบกสะบัดปลิดปลิวอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้
รูปร่างหน้าตาของนางงดงามไร้ที่ติ กระทั่งสาวงามคน
อื่นๆ จักต้องอับแสง
“ไม่! ไม่ใช่คนนี้!” เขาส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง ฉับพลัน
ปรากฏเงาร่างอีกร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมา มันเป็นภาพ
ของมังกรเทวะสีขาวนวลดุจเกล็ดหิมะ นางเป็นจ้าว
ผู้ปกครองมหาสมุทร เงาร่างของอิสตรีผู้นั้นมีผมยาวสี
ขาว ชุดคลุมสีขาวของนางพลิ้วไหวไปตามแรงลม
รอยยิ้มที่ดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง ราวกับเป็นน้ำบริสุทธิ์ไหลผ่าน
เข้ามาชะล้างจิตใจของ อู่ อวี้
“ใช่ ข้าปรารถนาในตัวนาง! ข้าไม่ต้องการนางสนมใดๆ
ทั้งนั้น แล้วนางคือใครกัน!” นี่คือความปรารถนาอันหาที่
เปรียบไม่ได้ของ อู่ อวี้ อยู่ๆ เขากลับเกิดความรู้สึกไร้ซึ่ง
ความสนใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาครอบครองอยู่
ในตอนนี้ เขาคิดเพียงแค่ต้องการจะอยู่กับนางเท่านั้น
ต้องการจะเดินร่วมทางไปกับนางไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว
เขาไม่ต้องการพลัง ไม่ต้องการเป็นตัวตนอันสูงส่งเช่น
ในตอนนี้ สิ่งที่เขาต้องการมันเป็นสิ่งที่เรียบง่าย ต้องการ
จะใช้เวลาอยู่ร่วมกับนางก็เพียงพอแล้ว
“รู้สึกว่านามของนางก็คือ ลั่วผิน ข้าแค่อยากจะอยู่
ด้วยกันกับนาง มีความสุขด้วยกันจนกว่าฟ้าดินจะ
สลาย”
อู่ อวี้ เริ่มเกิดความรู้สึกคิดถึงนางมากขึ้นเรื่อยๆ
ฉับพลันสมองของเขาก็เกิดอาการสับสน
“ใช่แล้ว สิ่งที่ข้าชอบก็คืออิสรเสรีบนเส้นทางเซียน การ
ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของสหายเต๋าเคียงคู่ แล้วทำไม
ตัวข้าจึงมาอยู่ที่นี่ได้ ทำไมต้องมีพลังที่สูงล้ำเหนือสวรรค์
เพลิดเพลินไปกับการฆ่าสังหาร เพลินไปกับการถูก
เคารพบูชาให้ผู้คนหมอบกราบแทบเท้า! นี่มันไม่ใช่ตัว
ข้า!”
“ไม่ใช่ นี่มันไม่ใช่! ข้ากลายเป็นคนชั่วช้าที่สามารถ
สังหารถอนรากถอนโคนราชวงศ์เหยียนหวงไปได้
อย่างไร! ข้าจะหลับนอนกับเหล่าสตรีเหล่านั้นที่ข้าไม่
รู้จักเพียงเพื่อให้พวกนางสืบทอดวงศ์ตระกูลให้กับข้าได้
อย่างไรกัน! นี่มันไม่ใช่ตัวข้า!”
ขณะนี้ อู่ อวี้ ยังคงอยู่ที่เดิม มองดูคนนับไม่ถ้วนกำลัง
คุกเข่ากราบกรานตัวเขา มองดูเหล่าสาวงามนับหมื่น
กำลังดีดดิ้นอยากจะหลับนอนกับตัวเขาจนใจจะขาด
มองเห็นทั่วทั้งโลกหล้ายอมจำนนต่อความแข็งแกร่งของ
ตัวเขา
ก่อนหน้านี้เขายังคงรู้สึกเพลิดเพลินไปกับมัน ทว่ายามนี้
เขากลับยิ่งพบว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้มันไม่ใช่สิ่งที่ตัวเขา
ต้องการ มันเหมือนกับเขาไม่ได้เป็นตัวเขาตัวเอง! เขาไม่
เคยเป็นคนที่หยิ่งยโสและอำมหิตเช่นนี้ และไม่เคยคิด
เลยว่าในอนาคตเขาจะกลายเป็นคนเช่นนี้ไปได้ อนาคต
ที่เขาเคยวาดฝันเอาไว้ มีเพียงแค่คนที่เขารัก และเหล่าพี่
น้องไม่กี่คนจะต้องมีชีวิตนิรันดร์ไม่แก่ไม่ตาย!
“ข้าไม่เคยต้องการที่จะเพลิดเพลินไปกับการก่อตั้ง
อาณาจักรแล้วส่งต่อมันให้กับลูกหลานของข้า……”
ยิ่งมา อู่ อวี้ ยิ่งแน่วแน่เด็ดขนาดมากขึ้น ขณะนี้หัวสมอง
ของเขาเกิดเสียงคำรามขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ทุก
อย่างยังคงดำเนินต่อไป สายตาของเขากลับสามารถจ้อง
มองทะลวงทุกสิ่งอย่าง ครู่ต่อมาเบื้องหน้าเขาก็ปรากฏ
บันไดขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
“น่ากลัวเหลือเกิน! บททดสอบของคฤหาสน์จักรพรรดิ
ปีศาจสวรรค์มันช่างน่ากลัวยิ่งนัก!” อู่ อวี้ ได้สติตื่น
ขึ้นมาทันที
“ข้าได้ตะโกนเรียกเจ้าตั้งแต่บันไดขั้นที่ 2 แล้ว แต่เจ้า
กลับไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย ข้าคิดว่าข้าจะต้องเสียเจ้า
ให้กับที่นี่ไปแล้วซะอีก ตะกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ เจ้าคิดที่
จะหลับนอนกับสาวงามทั้งหลายเป็นเวลา 100 ปีเลยงั้น
หรือ จะ..เจ้ากลายเป็นพวกคลั่งตัณหาไปตั้งแต่
เมื่อไหร่?” ไม่คิดว่าในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงของ หมิงซวง
อีกครั้ง
ปรากฏว่านางได้ยินสิ่งที่เขาเพิ่งจะเอ่ยไปทั้งหมด ใบหน้า
ของ อู่ อวี้ กลายเป็นแดงระเรื่อขึ้นด้วยความเขินอาย
เมื่อเขาได้สติตื่นขึ้นเขาก็เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองน่าขันแค่ไหน
จะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาสังหารถอนรากถอนโคน
ราชวงศ์เหยียนหวงจนสูญสิ้นและยังไปหลับนอนกับ
สนมมากมายเช่นนั้นได้
ในที่สุดเขาก็สามารถก้าวข้ามบันไดขั้นที่ 4 ไปได้
อย่างไรก็ตามเมื่อเขานึกย้อนกลับไป ความรู้สึก
หวาดกลัวยังคงปรากฏอยู่ในใจไม่เสื่อมคลาย
“บันไดขั้นที่ 4 นี้ ไม่สังหารผู้ใด แต่สามารถกักขังผู้คนได้
ตลอดกาล คาดว่าคนมากมายจะต้องเพลิดเพลินไปกับ
มัน ความรู้สึกที่สามารถอยู่เหนือทุกสรรพสิ่งและ
ปกครองทุกอย่างด้วยกำลัง ปฏิบัติต่อทุกสิ่งด้วยความ
หยิ่งผยอง ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนไม่อยากจะออกมาจากภายใน
นั้น ยิ่งเสพติดไปกับพลังและความงดงามนี้มากเท่าไหร่ก็
ยิ่งถอนตัวออกมาไม่ได้ ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้คงเป็นเรื่อง
ยากมากกับคนส่วนใหญ่ เช่น หนานซาน……”
หนานซาน หวางเยว่ มีชีวิตอยู่ท่ามกลางกิเลส เพราะสิ่ง
เหล่านี้คือเต๋าของมัน ซึ่งแตกต่างกับ อู่ อวี้ อย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าการทดสอบขั้นที่ 4 จะทำให้คนจำนวนมากต้องติด
แหง็กอยู่ภายในภาพลวงตา แต่มันก็ไม่อาจจะเหนี่ยวรั้ง
อู่ อวี้ ได้ เพราะสิ่งต่างๆ ในภาพลวงตาไม่ใช่สิ่งที่เขา
ต้องการ ดังนั้นเขาจึงออกมาได้อย่างรวดเร็ว หาก
เปลี่ยนเป็นคนอื่นๆ ก็คงเป็นไปได้ที่จะเสพสุขกับสาว
งามมากมายภายในนั้น และอาจจะมีบางคนต้องติดอยู่
ภายในไปจนชั่วนิจนิรันดร์
ตั้งแต่ที่ อู่ อวี้ เริ่มการทดสอบนี้ เขาไม่สามารถรู้สึกถึง
การคงอยู่ของ หมิงซวง ได้ อธิบายได้ว่าทั้ง 3 ขั้นบันไดมี
ความเกี่ยวข้องกัน ทว่ายามนี้เขากลับได้ยินเสียงของนาง
แล้ว พริบตาที่เขาตื่นขึ้นมาในที่สุดบันไดขั้นที่ 5 ก็
ปรากฏอยู่ที่ตรงหน้า!
“นี่คือการทดสอบขั้นสุดท้าย ตราบใดที่ข้าออกไปจาก
ที่นี่ได้ ข้าจึงจะไปถึงตำแหน่งของเนตรทองคำได้ และ
พวกหวงจุนคงไม่อาจไล่ตามข้าได้ทัน ท้ายที่สุดการ
ทดสอบบันไดทั้ง 5 ขั้นนี้ไม่ใช่ความแข็งแกร่งของพลัง
แต่เป็น…..จิตใจ จนกระทั่งตอนนี้ มันได้แบ่งออกเป็น
ความโลภ ความโกรธ ความหลง และความเย่อหยิ่ง!”
ความเย่อหยิ่ง มันก็คืออัตตา! เช่นเดียวกับที อู่ อวี้ ได้
แสดงออกมาบนเวทีเพลิงบรรพกาล
หลังจากที่เขามีประสบการณ์มากมาย จึงได้
เตรียมพร้อมเข้าสู่บันไดขั้นที่ 5 ที่อยู่เบื้องหน้า ทว่าเขารู้
ดีว่าการเตรียมตัวใดๆ ล้วนไร้ประโยชน์ เหมือนกับว่า
ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำกำลังหยอกเย้าพวกเขา ไม่
มีใครสามารถหลุดรอดจากสายตาของมันไปได้
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ