กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 988: เปดประตูสูโลกใหม
อู่ อวี้ ก็ได้เล่าเกี่ยวกับตราประทับ ‘หงส์เพลิง’ อย่าง
คร่าวๆ
“แน่นอนว่าทุกอย่างในบันไดขั้นที่ 5 เป็นภาพลวงตา
โชคดีที่เจ้าผลักนางลงไป ทำให้เจ้าผ่านด่านมาได้
ไม่เช่นนั้นคงจะกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ส่วนตรา
ประทับนี้ คิดยังไงก็คิดไม่ตกจริงๆ ……” ในด้านนี้แล้ว
หนานซาน หวางเยว่ ยังสงบกว่า
“ส่วนข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ไว้รอกลับไปที่อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ค่อยเสาะหาคนมาช่วยแก้ไข……” เย่ซีซี ถาม
อู่ อวี้ ส่ายหน้าพร้อมกล่าวขึ้น “บอกคนอื่นเกี่ยวกับเรื่อง
ที่พวกเราเข้าไปในคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ไม่ได้
เรื่องนี้ยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”
หลังจากที่ หนานซาน หวางเยว่ พักฟืนความเหนื่อยล้า
ได้ ทุกคนจึงเริ่มเดินทางกลับไปที่ดินแดนโบราณเหยียน
หวง
หลักๆ แล้ว หนานซาน หวางเยว่ เป็นผู้ควบคุมนาวา
ซ่อนเซียนลำนี้
“ให้พวกเราเดินทางออกไปสักพักหนึ่ง รอให้อยู่ในจุดที่
ปลอดภัยก่อน แล้วข้าจะจัดการกำราบ ‘ดวงเนตรปีศาจ
มายา’ ซีซีเจ้าก็พักสักหน่อยเถอะ ครั้งนี้เราต้องเสียแรง
ไปมากมาย ส่วน อู่ อวี้ ก็ไปตรวจสอบ ‘ประตูปีศาจ
พิภพบรรพกาล’ เถอะ จะได้รีบมาบอกพวกเราว่าพิภพ
ปีศาจบรรพกาลมีอยู่จริงหรือไม่”
หนานซาน หวางเยว่ เอ่ย
อู่ อวี้ จำได้ว่าก่อนหน้านี้ หนานซาน หวางเยว่ เคยเป็น
คนที่เห็นแก่ตัว ทว่าบัดนี้เขาได้เปลี่ยนกลายเป็นคนที่
มักจะเอาใจใส่และคิดถึงภาพรวมเสียแล้ว
ในขณะนี้พวกเขายังคงอยู่ในอาณาเขตของทวีปปีศาจ
ทายาททักษิณ ซึ่งยังคงเป็นอันตรายอยู่ และจำเป็น
จะต้องออกจากพื้นที่บริเวณนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไป
ได้
“ไชโย”
“ประสบการณ์ในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบททดสอบ
ด่านแรก มันช่วยการรู้แจ้งของข้าได้อย่างมหาศาล ทำ
ให้ข้าสามารถสัมผัสได้ถึงการคงอยู่ของขุนพลเจวี่ยน
เหลียนได้อีกครั้ง จนการรู้แจ้ง ‘สมบัติปฐพีเทพมารทศ
จักรสูตร’ และ ‘กายาวัฏจักรแดนอเวจี’ ก้าวหน้าขึ้น
อย่างก้าวกระโดด!” ในเวลานี้ เย่ซีซี เปียมล้นไปด้วย
ความมั่นใจ
แม้ว่านางจะยังไม่อาจฝั่าทะลวงถึงขั้น 3 ภัยพิบัติค้นหา
เต๋าได้ แต่ความจริงแม้พลังฝึกตนจะยังไม่ได้ยกระดับ
ทว่าความแข็งแกร่งของนางกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!
…………..
ยามนี้ หนานซาน หวางเยว่ กำลังควบคุมหางเสือเรือ
ล่องลอย
อู่ อวี้ ได้เข้ามาอยู่ภายในห้องโดยสารของเรือ เขาปล่อย
วางเรื่องของคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์และ หนาน
กง เหว่ย เอาไว้ก่อน เพราะเขาจะทุ่มความสนใจทั้งหมด
ไปที่ ประตูปีศาจพิภพบรรพกาล
ดวงเนตรสีทองดวงนี้ยังคงใช้แววตาที่เย็นชาจับจ้อง
มายัง อู่ อวี้
และภายในดวงเนตรคือพิภพอันกว้างใหญ่ ดังนั้นพลัง
ของมันจะต้องมหาศาลเป็นแน่
“แล้วข้าจะกำราบมันเช่นไรกัน? หรือจะต้องใช้วิธีการ
ทั่วๆ ไป? แล้ววิธีการเช่นนั้นมันจะจัดการกับสมบัติของ
เทพปีศาจได้งั้นหรือ…….. “ตัว อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความ
สงสัย
“ลองดูก่อน หากไม่สำเร็จมันก็ไม่ค่อยลองใหม่ก็ได้” หมิ
งซวง เอ่ย
“อืม”
อู่ อวี้ วางดวงเนตรไว้ในมือ จากนั้นปิดตาลง ก่อนที่จะ
เริ่มกระบวนการกำราบ เขาได้เริ่มทำการเชื่อมต่อกับ
‘ประตูปีศาจพิภพบรรพกาล’
ความจริงแล้วในตอนแรก อู่ อวี้ ก็ไม่มีทางที่จะกำราบ
เจดีย์ล่องกำเนิด ได้ จนกระทั่งถึงตอนนี้เขาก็ทำได้เพียง
แค่ใช้เจดีย์ล่องกำเนิดได้เพียงผิวเผิน ยังไม่สามารถเข้า
ไปในโลกส่วนข้างในของมันได้จริงๆ ซึ่งเขายังต้องเรียนรู้
เกี่ยวกับวงเวทอีกมากมาย
และเขาคิดที่จะเข้าไปในโลกของ ‘ประตูปีศาจพิภพ
บรรพกาล’ ก็เพื่อตรวจสอบวงเวทต่างๆ ให้รู้แจ้งมาก
ยิ่งขึ้น ทว่าเมื่อเขากำลังทำการพิชิตศาสตราวุธชิ้นนี้ ก็ได้
พบว่าวิธีการกำราบของเขาไม่อาจจะทำให้สมบัติชิ้นนี้
ตอบสนองได้เลย ภายในนี้เป็นเหมือนกับโลกที่ถูกปิด
ผนึกอย่างแน่นหนา ไม่สามารถแทรกแซงเข้าไปได้
เขายังคงไม่ยอมแพ้ และพยายามลองอีกหลายครั้ง แต่ก็
ยังไม่สามารถทำให้สมบัติชิ้นนี้ตอบสนองได้เลย หาก
เป็นเช่นนี้ต่อไปเขาคงทำได้เพียงแค่ยอมแพ้ไปก่อน
“ดูเหมือนว่าข้าในตอนนี้จะยังไม่สามารถกำราบมันได้
บางทีหลังจากที่ข้าสำเร็จกลายเป็นเซียนอมตะแล้ว
อาจจะพอมีโอกาสอยู่บ้าง”
หลังจากที่พยายามอย่างไม่ลดละแต่ก็ไม่ได้ผล อู่ อวี้ จึง
กล่าวออกมาอย่างจนปัญญา
เขารู้สึกว่าตัวเขาแทบจะไม่รู้เรื่องราวของโลกใบนี้หรือว่า
โลกที่สูงกว่าเช่นสวรรค์เลยแม้แต่น้อย
หมิงซวง ได้กล่าวว่าทุกยุคสมัยล้วนมีคนเฉกเช่นเขา ไม่
ว่าจะพยายามมากสักเพียงไหน ก็ยังเป็นเพียงแค่กบที่อยู่
ก้นบ่อเท่านั้น
“ไหนๆ ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เจ้าลองหยดเลือดลงไปดูสิ
ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้มันยอมรับเจ้าก็ได้ เพราะสุดท้าย
แล้วกายาเพชรอมตะของเจ้าก็เป็นของฉีเทียนต้าเซิ่นผู้
ท้าทายสวรรค์เชียวนะ”
หมิงซวง เอ่ยชี้แนะเขา
อู่ อวี้ กลับหัวเราะแล้วกล่าวว่า “เจ้าล้อเล่นอะไรกัน มัน
จะเป็นไปได้อย่างไร เจ้าของสิ่งนี้เป็นถึงสมบัติของเทพ
ปีศาจ…….”
ใช้หยดโลหิตเพื่อการยอมรับ นี่คือสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุด
ศาสตราวุธทุกชนิดจำเป็นจะต้องใช้วิธีในการกำราบที่
แตกต่างกัน และจำเป็นจะต้องเข้าใจวงเวทของมันให้ได้
แต่เขาก็ลองทำตามที่ หมิงซวง พูดดู บางทีเขาอาจจะ
โชคดีทำสำเร็จก็เป็นได้
ครู่ต่อมาเขาหยดเลือดหนึ่งหยดลงไปบนดวงตาของ
เนตรทองคำ อู่ อวี้ จงใจที่จะหยดมันลงไปบนตำแหน่งนี้
ซึ่งเขาคิดว่าตรงตำแหน่งนี้คงมีโอกาสที่จะประสบ
ความสำเร็จมากที่สุด…
หัวใจ อู่ อวี้ แทบหยุดเต้น
คิดไม่ถึงว่าหลังจากที่หยดโลหิตลงไป มันจะแทรกซึมเข้า
ไปข้างในโดยทันที สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ เข้าใจได้โดยพลัน
ว่ามันอาจจะเป็นเคล็ดลับก็ได้
ในเสี้ยวพริบตาหยดโลหิตถูกดูดซึมเข้าไปจนหมด และ
ตอนนี้ อู่ อวี้ สามารถมองเห็นว่าลูกตานี้ส่องแสงกะพริบ
ขึ้นอย่างชัดเจน จากนั้นมันก็ลอยออกไปจากฝั่ามือของ
อู่ อวี้ คว้างอยู่กลางอากาศ
จากนั้น อู่ อวี้ มองเห็นถึงความซับซ้อนไร้ที่เปรียบ ดวง
เนตรสีทองนี้เริ่มทำการหมุนวนแสดงชิ้นส่วนขนาดเล็กที่
มีจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ข้างในออกมา ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น
อัดแน่นไปด้วยวงเวทที่ไม่อาจระบุจำนวนได้อย่างชัดเจน
ยามนี้ชิ้นส่วนและฟันเฟืองทั้งหลายกำลังหมุนวนไป
อย่างช้าๆ แม้ว่ามันจะไม่ได้มีความเร็วมากเท่าไหร่แต่
กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล จะมองเห็นได้
ว่าชิ้นส่วนเหล่านี้ไม่ได้หมุนวนไปอย่างสะเปะสะปะ แต่
มันกำลังเปลี่ยนไปเป็นบางสิ่งบางอย่าง!
เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ อู่ อวี้ สัมผัสได้ว่าตนเองก็ยังคง
ไม่อาจจะเชื่อมต่อเข้ากับ ‘ประตูปีศาจพิภพบรรพกาล’
นี้ได้อยู่ดี แต่ในขณะที่ดวงเนตรทองคำกำลัง
เปลี่ยนแปลงอยู่ วงเวททั้งหลายก็ยิ่งมายิ่งใหญ่ขึ้นและ
รูปร่างของมันได้ค่อยๆ กลายเป็น ‘ประตูบานหนึ่ง’
ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ เส้นขอบของประตู
บานนี้เป็นสีทอง ตอนนี้ประตูบานนี้ยังคงเล็กมากและ
ไม่ได้ประกอบเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ภายในเส้นขอบ
ประตูทั้ง 4 ปรากฏเป็นกลุ่มหมอกควันลอยออกมา ซึ่ง
ภายในมีสายฟั้าทมิฬราวกับเป็นอสรพิษอัสนีกะพริบอยู่
ข้างในกลุ่มหมอกนี้อีกด้วย ไม่รู้ว่าทำไม อู่ อวี้ พบว่า
สายฟั้าทมิฬนี้ได้มอบความรู้สึกเช่นเดียวกับ อัสนีสวรรค์
ที่เป็นภัยพิบัติขั้นแรกของ 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ประตูทองคำนี้ยังสูงเพียงแค่ 1 ฉื่อกว่าๆ ทว่ามันยังคง
เปลี่ยนแปลงขนาดขึ้นเรื่อยๆ ควบคู่กัน กลุ่มหมอกควัน
และสายฟั้าทมิฬก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ประตูบานนี้
เปล่งเสียงกระหึ่มออกมาอย่างต่อเนื่อง สายฟั้าทมิฬ
เหล่านี้ทำให้สภาพอากาศโดยรอบปันปั่วนบ้าคลั่ง
อู่ อวี้ กำลังอดทนรออยู่ใจจดใจจ่อ แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้
เชื่อมต่อกับสมบัติชิ้นนี้ก็ตาม
ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงของประตูใช้เวลาไปถึง 1 เค่อ
(15นาที) บัดนี้ที่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ เป็นประตูที่มีความ
สูงถึงหนึ่งช่วงคน หมอกควันที่อยู่ภายในเต็มไปด้วย
ความโกลาหลวุ่นวาย บรรยากาศอันเก่าแก่แผ่กระจาย
ออกมาจากภายในประตู พุ่งตรงเข้าใส่ อู่ อวี้
สายฟั้าทมิฬที่เปรียบดั่งอสรพิษอัสนีอันดุร้ายนับพันตัว
ดิ้นรนไปมาอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้นสายฟั้าทมิฬกลับหายไป หมอกควันเริ่มแตก
กระจายออก ประตูสีทองปรากฏคลื่นน้ำลูกหนึ่ง ดู
เหมือนว่ามันจะไม่ได้สร้างภัยคุกคามอะไร ทั้งยังทำให้
บรรยากาศอันเลวร้ายเมื่อครู่ได้หายไปจนหมดสิ้น
ลักษณะของมันเป็นเหมือนกับผิวทะเลสาบ อู่ อวี้ รู้ได้
ในทันทีเลยว่าหากว่านี่เป็นประตูที่แท้จริง และ พิภพ
ปีศาจบรรพกาล มีอยู่จริง ก็สมควรเปิดมันและไปยังอีก
ฟากได้อย่างแน่นอน
จำได้ว่าปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำกล่าวเอาไว้ หากว่า
มีสมบัติชิ้นนี้ก็จะสามารถเดินทางไปมาระหว่างพิภพ
ปีศาจบรรพกาลและชมพูทวีปโลกธาตุได้
ยามนี้สิ่งที่ อู่ อวี้ รู้สึกสงสัยมากที่สุด ก็คือว่า ยังมีโลก
อื่นดำรงอยู่อีกหรือไม่?
ยังมีโลกมนุษย์แห่งอื่นอีกงั้นหรือ?
ในตอนนี้ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ พิภพปีศาจบรรพ
กาล ได้มาอยู่ตรงหน้าตัวเขาแล้ว เพียงแค่เขาเข้าไป
คำตอบทุกอย่างก็จะถูกไขกระจ่าง
และมันย่อมดีกว่าการที่เขามัวแต่จะเดาสุ่มไปเรื่อย
หลังจากใช้เวลาสักพักหนึ่ง อู่ อวี้ ก็ได้ครุ่นคิดอย่าง
รอบคอบ
ยามนี้เขาไม่ลังเลอีกต่อไป ยื่นมือออกไปสัมผัสกับพื้นผิว
ทะเลสาบที่อยู่ในประตูในทันที เมื่อนิ้วมือของเขาสัมผัส
กับของเหลวที่เย็นยะเยือก พลันเกิดแรงดึงดูดอันรุนแรง
ปรากฏขึ้น มันลากตัวเขาเข้าไปภายในชั่วพริบตาพร้อม
กับบังเกิดเสียงดังขึ้นชั่วครู่ จากนั้นเขาก็หายไปจากห้อง
โดยสารบนนาวาซ่อนเซียนโดยสมบูรณ์
หากว่า อู่ อวี้ ยังคงอยู่ในโลกใบนี้ เขาจะเห็นว่า ‘ประตู
ปีศาจพิภพบรรพกาล’ หดตัวเล็กลง จากนั้นมันก็
อันตรธานหายไป
“หายไปแล้ว?” บัดนี้ หนานซาน หวางเยว่ และ เย่ซีซี
ได้วิ่งเข้ามา แต่น่าเสียดายที่พวกเขามาช้าไปเพียงก้าว
เดียว
“ท่านพี่อวี้ เข้าไปในพิภพปีศาจบรรพกาลแล้วงั้นหรือ?”
เย่ซีซี เอ่ยถามอย่างตะลึงงัน
หนานซาน หวางเยว่ ลองส่งยันต์สื่อสารออกไป แต่กลับ
ไม่มีการตอบกลับ และเขาก็ไม่อาจสัมผัสได้ถึงการคงอยู่
ของ อู่ อวี้ แม้เพียงเสี้ยว หนานซาน หวางเยว่ จึงพยัก
หน้าเอ่ยตอบไปว่า “มันน่าจะเป็นเช่นนั้น”
“แล้วเขาจะกลับมาหรือไม่……..”
“วางใจเถอะ เขาเพิ่งจะเข้าไป เขาต้องกลับมาแน่นอน
พวกเราออกเดินทางต่อเถอะ” หนานซาน หวางเยว่ เอ่ย
เช่นที่ อู่ อวี้ ได้คิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ หากว่าพิภพปีศาจ
บรรพกาลมีอยู่จริง ประตูนี้ก็น่าจะทำให้ข้ามไปยังอีก
ฟากได้อย่างแน่นอน
…………………
วิ้งงงงงงงงงงงงงงง
ทันใดนั้น อู่ อวี้ มาปรากฏตัวอยู่ในอีกโลกหนึ่ง
บัดนี้ตัวเขากำลังยืนอยู่บนหาดทรายขนาดใหญ่ผืนหนึ่ง
ที่เบื้องหลังของเขาเป็นดินแดนอันไม่มีที่สิ้นสุด ส่วน
เบื้องหน้าของเขาเป็นมหาสมุทรกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
พริบตาแรกที่ อู่ อวี้ กวาดสายตามองไปรอบด้าน เขาก็รู้
ว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่ชมพูทวีปโลกธาตุ
เขาเคยไปสถานที่ที่มีพลังฟั้าดินที่เข้มข้นมากที่สุด นั่น
คือตำหนักจักรพรรดิแห่งนครเทวะ บรรพชนเหยียนหวง
ได้เลือกสถานที่แห่งนั้นให้เป็นจุดศูนย์กลางของดินแดน
โบราณเหยียนหวง
แต่ทว่าพลังฟั้าดินในที่แห่งนั้นไม่อาจจะเทียบได้กับพลัง
ฟั้าดินที่อยู่ตำแหน่งธรรมดาๆ เช่นที่ อู่ อวี้ กำลังยืนอยู่
ได้ พลังฟั้าดินทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนให้
กลายเป็นหมอก พลังฟั้าดินที่ตลบอบอวลอยู่รอบตัวนั้น
อย่างน้อยก็หนาแน่นมากกว่าภายในนครเทวะถึง 2
เท่าตัว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสถานที่อื่น
ที่แห่งนี้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินและมหาสมุทร
เป็นเหมือนกับโลกที่ อู่ อวี้ เห็นภายในคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์
แน่นอนว่าในตอนนั้นเขาอาจจะมองเห็นเพียงแค่คร่าวๆ
ทว่าในขณะนี้ วินาทีนี้ อู่ อวี้ ได้มายืนอยู่ภายในโลกที่
กว้างใหญ่และงดงามนี้ได้จริงๆ!
เขาไม่สามารถหาคำไหนมาอธิบายถึงความตะลึงที่
เกิดขึ้นในใจของเขาตอนนี้ได้
“นี่ นี่เป็นเรื่องจริง!” ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ใช้เนตร
เพลิงสอดส่ายสายตาไปรอบด้าน ที่แห่งนี้แตกต่างจาก
ชมพูทวีปโลกธาตุ แม้แต่สีของดวงตะวันที่ลอยอยู่กลาง
นภากาศก็ไม่เหมือน ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ดวงตะวัน
ลอยอยู่กลางท้องฟั้า แต่ทว่าสีของตะวันดวงนั้นกลับเป็น
สีแดงเข้ม หากว่าเขาอยู่ในชมพูทวีปโลกธาตุ จะมีดวง
ตะวันสีแดงเข้มเช่นนี้ปรากฏขึ้นในเวลากลางวันแสกๆ
ได้อย่างไร และดูเหมือนว่ามันจะใหญ่โตกว่ามากจนไม่
อาจนำมาเทียบได้
นอกจากพลังฟั้าดิน ดวงตะวัน ยังมีความรู้สึกถึง
อันตรายที่เกิดขึ้นอยู่ทุกที่
“ฟูั่ววววว”
บัดนี้ดวงเนตรสีทองดวงหนึ่งตกมาอยู่บนหาดทราย
ด้านหน้าของ อู่ อวี้ ซึ่งทำให้เขาเกิดความตกใจจนสะดุ้ง
โหยง
…………..…
ประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ
จะหยุดทุกวันอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 22/09/62 เป็นต้น
ไป ด้วยเหตุผลหลายประการ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ครับ
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ