กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 991: อเวจีโลหิตเยือกแข็ง
เดิมทีพวกเขาต้องการจะไปยัง ‘พิภพปีศาจบรรพกาล’
แต่หลังจากได้ฟังเรื่องราวคำบอกเล่าของ อู่ อวี้ แล้ว ทำ
ให้ความคิดอยากจะไปท่องเที่ยวในโลกอื่นของพวกเขา
ถูกขจัดหายไปจนสิ้น
” ไหน ๆ ตอนนี้ข้าก็อยู่ห่างจากทวีปปีศาจทายาททักษิณ
แล้ว เห็นทีข้าคงต้องทำพันธสัญญากับ ‘เนตรปีศาจ
มายา’ เสียหน่อย ส่วนเรื่องของพิภพปีศาจบรรพกาล
เอาไว้คราวหน้ารอให้โอกาสเหมาะ ๆ ข้าค่อยไป
ท่องเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ดีกว่า บอกตามตรงข้ารู้สึก
ว่าที่นั่นดูทะแม่ง ๆ อย่างไรไม่รู้ ” หนานซาน หวางเยว่
พูดออกตัวอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้เขามุ่งสมาธิไปกับการควบคุมบังคับทิศทาง
นาวาซ่อนเซียน ทว่าหลังจากพิจารณาถึงสถานการณ์ใน
ปัจจุบัน กล่าวได้ว่าอันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว ดังนั้น
หนานซาน หวางเยว่ จึงมุ่งความสนใจมาที่การทำพันธ
สัญญากับเนตรปีศาจมายา
โดยแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งมาควบคุม นาวาซ่อนเซียนอมตะ
ปิดซ่อนอำพรางกาย
” หลังจากพี่ชายอวี้พูดคุยกับข้าในคราวก่อน ข้ากลับไป
คิดไตร่ตรองดูแล้วว่า ไม่นานมานี้พลังความสามารถของ
ข้าคืบหน้าไปมาก โดยพื้นฐานแล้วพลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงของข้าได้ถูกแทนที่ด้วย ‘สมบัติปฐพีเทพมารทศจักร
สูตร’ เมื่อใดที่ข้าบรรลุเข้าสู่ขอบเขตสามภัยพิบัติภัย
ค้นหาเต๋า เมื่อนั้นข้าก็สามารถใช้ ‘เทพมารทศจักรสูตร’
เป็นวิธีบ่มเพาะในระดับค้นหาเต๋าได้โดยตรง ”
” นอกจากนี้ ‘กายาวัฏจักรแดนอเวจี’ ของข้าก็ก้าวหน้า
ไปมากเช่นกัน คาดว่าในไม่ช้าจะยกระดับขึ้นสู่ขั้นต่อไป
อีกทั้งกายเนื้อก็แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ คิดว่าความ
แข็งแกร่งของกายเนื้อในปัจจุบันคงเหนือกว่าผู้ฝึกตนที่
อยู่ในระดับค้นหาเต๋าแล้ว ”
หลังจากนางได้รับมรดกเซียนมา เย่ซีซีก็แข็งแกร่งขึ้น
มาก ซึ่งนอกจากนี้นางยังเป็นผู้ฝึกตนนอกรีต
ผนวกกับภาพลวงตาที่นางได้พบเห็นในคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ในวันนี้ ทำให้นางสามารถสื่อสาร
กับ ‘ขุนพลเจวี่ยนเหลียน’ ได้ คำชี้แนะที่ได้รับจากเขาทำ
ให้นางคืบหน้าขึ้นมาก
โดยไม่จำเป็นต้องพูดถึง หนานซาน หวางเยว่ ไม่มีใครรู้
ว่าเขาได้รับ ‘เนตรปีศาจมายา’ มาได้อย่างไร แต่ที่แน่ ๆ
‘เนตรปีศาจมายา’ นั้นเหนือกว่าเจดีย์ล่องกำเนิดของ อู่
อวี้ อย่างชัดเจน
หากเขาสามารถควบคุมพลังของ เนตรปีศาจมายา ได้
แม้สักเพียงเล็กน้อย คาดว่ามันจะต้องน่ากลัวยิ่งกว่า
เจดีย์ล่องกำเนิดเป็นแน่
ทุกวันนี้เมื่อเขามองไปที่ดวงเนตรสีเงินของ หนานซาน
หวางเยว่ เขาจะรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่ยากจะ
อธิบาย มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
ของเราในตอนนี้ทุกอย่างเป็นเท็จ
ในระหว่างขากลับนี้ พวกเขาล้วนใช้เวลาไปกับการ
ทบทวนฝึกฝนบ่มเพาะของตนเอง ส่วน อู่ อวี้ ก็ยังมี
ภารกิจที่คั่งค้างเช่นกัน เขาอยู่ที่นั่นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่
ก็ยังมิได้ฝึกฝนบำเพ็ญตนแม้แต่น้อย
ด่านทดสอบแรก ในคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ทำ
ให้จิตเทวะของเขาก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก พลังของเขา
สามารถพุ่งทะยานขึ้นสู้ระดับ ‘ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้น
ที่ 6 ‘
ด้วยเพราะก่อนหน้านี้สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยความ
วุ่นวายโกลาหล ทำให้เขาไม่อาจสงบจิตใจยกระดับ
พื้นฐานฝึกตนเข้าสู่ขั้นต่อไปได้
พิภพปีศาจบรรพกาล ทำให้โลกทัศน์ของเขาเปิดกว้าง
มากขึ้น แม้ว่าตอนนี้เขายังไม่กล้าเข้าไป แต่เขามั่นใจว่า
ในภายภาคหน้าจะต้องเข้าไปที่นั่นอย่างแน่นอน เมื่อ
เปรียบเทียบพลังฟ้าดินของพิภพปีศาจบรรพกาลกับโลก
นี้ อู่ อวี้ รู้สึกได้ว่าหากอยู่ที่นั่นการฝึกตนของเขาจะต้อง
ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะที่นั่นมีพลังฟ้าดิน
แข็งแกร่งหนาแน่นมาก เมื่อนึกถึงอู่หยู๋คนที่เขาห่วง
กังวลมากที่สุด เขาก็รู้สึกว่านางมีแนวโน้มที่จะก้าวหน้า
อย่างมาก อย่างน้อยก็อาจจะก้าวขึ้นถึงระดับตำหนัก
ม่วงทะเลมรกตหรืออาจจะสูงกว่านั้นก็เป็นได้
ตอนนี้เขาอยู่ภายในห้องโดยสารเรือ พยายามสงบจิตใจ
ลงเตรียมพร้อมก้าวขึ้นสู่ระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ขั้นที่ 6
ระดับความเข้าใจในเต๋า และ จิตเทวะของเขามีความ
แข็งแกร่งมากพอแล้ว กล่าวได้ว่าไม่มีผู้ฝึกตนคนใดใน
อาณาจักรจิตเทวะที่มีความแข็งแกร่งเสมือนดั่ง อู่ อวี้
ในความเป็นจริงร่างกลืนสวรรค์ของเขาก็ก้าวหน้า
เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ตอนนี้ อู่ อวี้ มี ‘เม็ดยาค้นหาเต๋า’ มากเพียงพอแล้ว
เม็ดยาเหล่านี้ช่วยทำให้เขาสามารถยกระดับก่อร่าง
กำหนดจิตเทวะ ทั้งช่วยเพิ่มพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงได้
อย่างมหาศาล
แม้ว่าในตอนนี้เขาจะอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ขั้นที่ 5 ทว่าพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของเขาถูกสร้างขึ้น
ด้วยมหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ดังนั้นขอบเขตพลังของเขา
จึงเทียบเท่าได้กับระดับสูงสุดของก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ขั้นที่ 10
เมื่อรวมเข้ากับ ความแข็งแกร่งทางกายเนื้อ , มหาพลัง
อิทธิฤทธิ์สี่วิถี , 72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ ศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณระดับสูงทั้งสองชิ้น ทั้งหมดนี้เขาก็สามารถ
บดขยี้ผู้ฝึกตนที่มีพลังฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 3 ได้อย่างสบาย ๆ แล้ว
ตอนนี้พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของเขา กำลังจะเติบโต
ขึ้นอีกครั้ง
อู่ อวี้ หยิบเม็ดยาค้นหาเต๋าออกมาประมาณ 4,000 เม็ด
หรือมากกว่านั้น ในการยกระดับร่างต้น และ ร่างอวตาร
นอกวิถีจำนวนนับหมื่น กล่าวได้ว่าวิถีการฝึกตนของเขา
ต้องทรัพยากรมหาศาลมหาศาลยิ่ง เขาต้องยกระดับร่าง
ต้นและร่างอวตารนอกวิถี ขึ้นสู่ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะ ขั้นที่ 6 ปัจจุบันเขาจึงเหลือเม็ดยาค้นหาเต๋าไม่ถึง
หนึ่งพันเม็ด
ทรัพยากรเหล่านี้ได้รับมาจากการเอาชนะโอรสเหยียน
ตอนนี้ อู่ อวี้ มีเวลาไม่มากนักเขารีบสงบจิตใจลง
” เมื่อกลับไปที่นครเทวะเจ้า ข้าจะเร่งรีบฝึกฝนเรียนรู้
เคล็ดวิชาเต๋าให้มากขึ้น ยกระดับร่างอวตาร แล้วก็หา
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณเพิ่มให้กับพวกมันอีกสัก
หน่อย ”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ทำให้เขานึกถึง ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณจำนวนนับพันชิ้นที่คฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจ
สวรรค์
” นอกจากนี้ยังมีเทียมฟ้าจรดดิน , เมฆาตลบฟ้า , ควร
จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น เทียมฟ้าจรดดินจะต้อง
ยกระดับขึ้นไปในขั้นที่ 4 เมฆาตลบฟ้ายกระดับขึ้นไปใน
ขั้นที่ 3 เมื่อถึงตอนนั้นความแข็งแกร่งของเราจะเพิ่มขึ้น
อีกครั้ง ”
ตอนนี้ อู่ อวี้ หากพึ่งพากายเนื้อกับพลังอิทธิฤทธิ์ ทำให้
เขาสามารถต่อสู้ข้ามขั้นได้หลายระดับ อย่างไรก็ตาม
หากต้องเผชิญกับผู้ฝึกตนหรือปีศาจที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่
ในระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 4 ก็ถือเป็นเรื่องยากลำบากยิ่ง
นอกจาก อู่ อวี้ จะมีความสามารถในการต่อสู้ข้ามขั้น
แล้ว เขายังจำเป็นต้องยกระดับสี่มหาพลังอิทธิฤทธิ์ของ
ตนเองอีกด้วย ส่วนการยกระดับกายาเพชรอมตะนั้นถือ
เป็นเรื่องยากลำบากยิ่ง อย่างไรก็ตามเพียงแค่กายาหก
พิภพสวรรค์สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญก็จัดเป็น
อันดับหนึ่งในชมพูทวีปโลกธาตุนี้แล้ว แม้กระทั่งหวงจุน
ก็ไม่อาจเทียบเคียงกับเขาได้
ดังนั้นเพื่อรักษาความสามารถในการท้าชะตาฟ้าลิขิตไว้
เขาจำเป็นต้องยกระดับสี่มหาพลังอิทธิฤทธิ์ เช่นเทียมฟ้า
จรดดินที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของ อู่ อวี้
ทั้งยังทำให้ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นอีกด้วย
ด้วยการดูดซับกลั่นสกัดเม็ดยาค้นหาเต๋า ทำให้เขา
ทะลวงเข้าสู่อาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 6
โดยตรง
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของเขาเพิ่มสูงขึ้น ทว่ามันก็ถูก
จำกัดอยู่เพียงแค่ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 10
เท่านั้น แน่นอนว่า ถ้าอาศัยเพียงพลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วง เขายังไม่อาจเทียบเคียงได้กับผู้ฝึกตนในระดับ
ค้นหาเต๋าหรือ หนานซาน หวางเยว่ กับเย่ซีซีได้
แต่พลังอิทธิฤทธิ์และกายเนื้อของพวกเขาอ่อนแอกว่า อู่
อวี้ มาก มิเช่นนั้นแล้วพลังความแข็งแกร่งของพวกเขา
คงเหนือล้ำยิ่งกว่า อู่ อวี้
แน่นอนว่าความก้าวหน้าของ หนานซาน หวางเยว่ กับ
เย่ซีซี ก็ถือว่ารวดเร็วมากเช่นเดียวกัน อีกทั้ง เย่ซีซี ยังมี
สรรพเทวะวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวอย่างแมวหมื่น
ผสาน ที่ช่วยให้นางยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นไปได้อีก
ขั้น
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากการติดตามไล่หลังมา
ของพวกเขา ดังนั้น อู่ อวี้ จึงหมั่นเพียรทุ่มเทฝึกฝนมาก
ยิ่งขึ้น
หลังจากอาณาจักรจิตเทวะขั้นที่ 6 ของเขาเริ่มเสถียร
มั่นคงขึ้น อู่ อวี้ ก็เริ่มไตร่ตรองทำความเข้าใจพลัง
อิทธิฤทธิ์เทียมฟ้าจรดดินกับเมฆาตลบฟ้า โดยความ
สนใจส่วนใหญ่มุ่งไปที่เทียมฟ้าจรดดิน
ในขากลับนี้นาวาซ่อนเซียนเคลื่อนตัวไปด้วยความเร็วที่
มิได้สูงมากเท่าใดนัก เนื่องจาก หนานซาน หวางเยว่
ทุ่มเทพลังส่วนใหญ่ไปที่การทำพันธสัญญากับ ‘เนตร
ปีศาจมายา’ ซึ่งในระหว่างกระบวนการ อู่ อวี้ สัมผัสได้
ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ หนานซาน หวางเยว่
จาก ‘เนตรปีศาจมายา’
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นว่า ” ดูเหมือนหนานซานจะเป็นผู้ชนะที่
ยิ่งใหญ่มากที่สุด แต่ทั้งหมดนี้ก็ได้มาเพราะตัวเขาเอง
ด้วย ”
ในคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ หนานซาน หวางเยว่
หาได้มีผู้ใดยื่นมือเข้าช่วยเหลือแม้แต่น้อย
” อย่าทำเป็นถ่อมตัวไปหน่อยเลย แค่ตอนนี้เรายังไม่รู้
ความสามารถ ‘ประตูพิภพปีศาจบรรพกาล’ เต็มที่ นี่คือ
สิ่งล้ำค่ามากที่สุดในชีวิตของปีศาจบรรพกาลเนตร
ทองคำ เมื่อใดที่มันแสดงความสามารถออกมาจริง ๆ
เจ้าต้องทราบว่าบางทีเนตรปีศาจมายา คงไม่อาจ
เทียบเคียงได้เลยด้วยซ้ำ ”
อู่ อวี้ คิดเรื่องเนตรปีศาจมายา จากนั้นก็กล่าวตอบไปว่า
“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”
ถึงแม้ว่านาวาซ่อนเซียนจะมิได้เคลื่อนตัวด้วยความเร็ว
สูงมากเท่าใดนัก แต่เพียงไม่กี่วัน พวกเขาก็เดินทาง
มาถึง ‘นครจักรพรรดิทักษิณ’ ซึ่งในเวลานี้นาวาซ่อน
เซียนยังคงดำอยู่ใต้ทะเลลึก โดยมิได้พบเจอปีศาจตนใด
ตลอดทาง นับว่าความสามารถในการซ่อนเร้นอำพราง
ของนาวาซ่อนเซียนทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
ในเวลานี้ อู่ อวี้ พยายามไตร่ตรองทำความเข้าใจพลัง
อิทธิฤทธิ์เทียมฟ้าจรดดินเพื่อยกระดับเข้าสู่ขอบเขตที่
สูงขึ้น ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ว่านาวาซ่อนเซียน
กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่มหาเวทฟ้าดิน หลังจากผ่านค่ายกล
เข้าไปแล้ว นาวาซ่อนเซียนก็เผยกายขึ้นทันที อู่ อวี้ ตก
ตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เขารู้ได้ในทันทีว่าผู้ที่จัดวางมหาเวท
ฟ้าดินนี้ ต้องทราบถึงการดำรงอยู่ของนาวาซ่อนเซียน
ท่ามกลางมหาสมุทรลึก เย่ซีซี กับ อู่ อวี้ ปรากฏการณ์
ขึ้นเหนือดาดฟ้าเรือทันที
“ผู้ใด?” อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงกวาดตามองดูโดยรอบ และ
เห็นว่าขอบเขตทั้งหมดภายในมหาเวทฟ้าดินนี้ ล้วนเป็น
สีโลหิต ล้อมรอบปกคลุมม่านน้ำแข็งทรงกลม ตอนนี้เอง
นาวาซ่อนเซียนติดอยู่ภายในก้อนน้ำแข็งสีโลหิตขนาด
ใหญ่แล้ว!
ก้อนน้ำแข็งโลหิตเป็นเสมือนดั่งคุกขนาดใหญ่ กักขัง
ไม่ให้นาวาซ่อนเซียนเคลื่อนตัวต่อไปได้ ซึ่งภายในม่าน
น้ำแข็งนี้มีคมหอกหนามโลหิตยื่นยาวแทงออกมาทั่วทุก
แห่งหน ไม่ว่าผู้ฝึกตนหรือปีศาจตนใด หากถูกหอก
หนามโลหิตนี้แทงเข้า รับรองได้ว่าทั่วทั้งร่างคนผู้นั้นคง
เต็มไปด้วยรูพรุนมากมาย ถึงแม้มันจะเป็นน้ำแข็งที่ก่อ
รูปเป็นหอกหนามโลหิต ทว่ามันก็ถูกสร้างขึ้นมาจากมหา
เวทฟ้าดิน เป็นไปได้ว่าความแหลมคมของมันอาจเหนือ
ล้ำยิ่งกว่าศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
อู่ อวี้ สามารถแลเห็นมันได้ทันที หากพึ่งพานาวาซ่อน
เซียนพุ่งปะทะทะยานออกไปโดยตรง คงไม่อาจฝ่า
ออกไปได้ ดูจากความแข็งแกร่งทนทานของก้อนน้ำแข็ง
โลหิต ซึ่งก่อรูปมาจากมหาเวทฟ้าดินนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะ
ไม่ทราบรายละเอียดของวงเวท แต่หากลองคาดคะเนดู
แล้ว ต่อให้เขาใช้พลองฟ้าเพลิงผลาญโหมกระหน่ำโจมตี
เข้าใส่ก้อนน้ำแข็งนี้ คงต้องใช้เวลานานกว่าจะทำลายมัน
ออกไปได้
” นี่ข้าดันบังเอิญหลุดเข้ามาในกับดัก เป็นเพราะโชคไม่ดี
หรือมีคนจงใจวางกับดักเพื่อให้เรามาติดกับกันแน่? ” ถ้า
เป็นไปตามความสงสัยแรก อู่ อวี้ คิดว่าคงเป็นไปได้ที่จะ
พูดคุยเจรจากัน แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง พวกเขาคงเจอกับ
เรื่องยุ่งยากไม่มากก็น้อย
อู่ อวี้ กับเย่ซีซีสามารถออกไปด้านนอกได้ทันที แต่
สำหรับ หนานซาน หวางเยว่ ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
เขาจะต้องติดอยู่ที่นี่ เพราะความสามารถของเขาคือการ
ล่องหน ถ้าอีกฝ่ายไม่สามารถหาตัวเขาพบก็อาจจะคิดว่า
เขาหนีไปแล้ว
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะขมวดคิ้ว ทว่าก็หาได้ตื่นตกใจแต่อย่างใด
ไม่ เพราะเขารู้ดีว่าจะต้องมีผู้ฝึกตนปรากฏตัวขึ้นอย่าง
แน่นอน
เมื่อพวกเขารู้ว่าตนเองติดกับดักแล้ว เขาได้ยินคนผู้พูด
หนึ่งพูดขึ้นว่า ” ในที่สุดก็ติดกับจนได้ ข้ารอพวกเจ้าอยู่
ตั้งนาน…รู้ไหมมันยากเย็นแค่ไหนกว่าจะหาพวกเจ้าเจอ
เพื่อแก้ปัญหาล่องหนของนาวาซ่อนเซียน พวกเราจึงใช้
‘ค่ายกลอเวจีโลหิตเยือกแข็ง’ ”
น้ำเสียงของคนผู้นี้ฟังดูเก่าแก่ การที่ชายชราผู้นี้
กระตือรือร้นมาที่นี่จะต้องไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน
แน่นอนว่ามันย่อมมีการฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมานานหลาย
ร้อยปี ต่อให้คนผู้นั้นไม่สามารถกลายเป็นเซียนอมตะได้
ก็ตามที แต่อย่างน้อยคนผู้นั้นก็ฝึกฝนบำเพ็ญตนจนถึง
ระดับสูงสุดในชีวิตเลยก็ว่าได้
เมื่อฟังจากที่อีกฝ่ายพูดแล้ว การที่พวกมันวางกับดักไว้
ที่นี่ก็เพื่อแก้ปัญหาความสามารถล่องหนของนาวาซ่อน
เซียน และรอตนเองให้มาติดกับอยู่ที่นี่
ซึ่งอันที่จริงคงต้องบอกว่า หนานซาน หวางเยว่
ประมาทเล็กน้อย เนื่องจากปรารถนาเดินทางกลับมาเห
ยียนหวงโดยเร็วที่สุด ดังนั้นมันจึงไม่ใช้ทางอ้อม แต่มุ่ง
หน้าจากทวีปปีศาจทายาททักษิณกลับมายังนคร
จักรพรรดิทักษิณโดยตรง จึงเป็นเรื่องง่ายที่อีกฝ่ายจะ
วางค่ายกลดักซุ่มโจมตีในระหว่างทาง อีกทั้งพวกมันยังรู้
เรื่องนาวาซ่อนเซียน แสดงว่ามันต้องรู้อะไรบางอย่าง
แน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามจากปีศาจสมุทร หรือปีศาจ
ทายาทปีศาจทักษิณเขาไม่เคยหวั่นแม้แต่น้อย แต่ไม่
คาดคิดว่ามันจะเป็นผู้ฝึกตนด้วยกัน
ผู้ที่อยู่ตรงหน้าของเขาเวลานี้คือผู้ฝึกตนสามคน พวกมัน
วางกับดักรออยู่ที่นี่ เห็นได้ชัดว่าพวกมันมีเจตนาไม่ดีแน่
ๆ
อู่ อวี้ กำลังครุ่นคิดพิจารณาว่า ท่ามกลางผู้ฝึกตน
ทั้งหมดที่เขารู้จัก มีผู้ใดบ้างที่ทราบว่าเขาจะใช้นาวา
ซ่อนเซียนเดินทางกลับมายังทิศทางนี้
สำหรับสามคนที่อยู่ตรงหน้า ดูเหมือนชายชราจะเป็น
ผู้นำของกลุ่ม นอกจากนี้ก็ยังมีบุรุษแล้วก็สตรีวัย
กลางคน ทั้งสามสวมใส่อาภรณ์สีดำ สวมใส่หน้ากาก
ปิดบังใบหน้าอย่างสมบูรณ์ จิตสังหารแผ่ออกมาอย่าง
รุนแรงเด่นชัด
สิ่งสำคัญก็คือหน้ากากที่คนเหล่านี้สวมใส่เป็นศาสตรา
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่สามารถใช้
เนตรเพลิงมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของคนทั้งสามได้
จากสิ่งที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้เป็นนักฆ่า!
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ