กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 992: มือสังหารปีศาจทมิฬ
“หน้ากากปีศาจทมิฬ? ”
อู่ อวี้ รู้ว่านี่คือหน้ากากระดับศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็เห็นคนทั้งสามปรากฏตัวมาขวางหน้า
เขาไว้ ทั้งหมดสวมใส่หน้ากากสีดำปิดบังใบหน้าอย่าง
สมบูรณ์ ถึงแม้พื้นฐานฝึกตนจะถูกปิดบังเอาไว้ แต่ อู่ อวี้
ก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของทั้งสามคน
จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าคนทั้งสามมีระดับฝีมือเท่าไหร่
กันแน่
ไม่มีทางที่เขาจะตัดสินได้
” ว่ากันว่าในดินแดนโบราณเหยียนหวง มีองค์กรหนึ่งชื่อ
‘ปีศาจทมิฬ’ กระจายตัวแทรกซึมอยู่ในอาณาจักรผู้ฝึก
ตน ทั้งยังมีกองกำลังเป็นของตนเอง มิได้ขึ้นตรงต่อ
อาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งหรือตั้งถิ่นฐานเป็นหลัก
แหล่ง แต่ละคนล้วนเชี่ยวชาญในการสังหาร มันเป็น
องค์กรนักฆ่าก็เหมือนกับพลเรือนทั่ว ๆ ไปจะแตกต่าง
เพียงสมาชิกในองค์กรทุกคนเป็นผู้ฝึกตน … ”
อู่ อวี้ ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งตนเองจะถูก ‘ปีศาจทมิฬ’ จ้อง
เล่นงานเช่นนี้มาก่อน
จากการกระทำนี้แสดงให้เห็นว่า มีใครบางคนน่าจะตั้ง
ค่าหัวหรือรางวัลนำจับตัวพวกเขา ซึ่งอย่างน้อย ๆ ก็คง
คิดจะจับตัวพวกเขา แต่ถ้าประเมินจากจิตสังหารที่คน
ทั้งสามแผ่ออกมา พวกมันจะมาสังหารเอาชีวิตพวกเขา
มากกว่า
อู่ อวี้ มองดูพวกมันยิ้มแล้วพูดว่า ” จะให้ข้าเป็นคนเดา
หรือพวกเจ้าจะเป็นคนบอกข้า ว่าผู้ใดเป็นคนจ้างวาน
พวกเจ้ามา ผู้ใดรู้ว่าข้าใช้นาวาซ่อนเซียนในการเดินทาง
ผู้ใดที่เกลียดชังข้าถึงเพียงนี้ หรือว่าเป็นโอรสพระธิดา
องค์ใด? ”
อันที่จริง อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
เพราะในดินแดนโบราณเหยียนหวง สถานที่ที่เขาเคยไป
มีอยู่สองแห่ง หนึ่งคือจักรวรรดิเป่ยหมิง ส่วนอีกแห่งก็
คืออาณาจักรโบราณเหยียนหวง ทางจักรวรรดิเป่ยหมิง
ไม่น่าจะมีปัญหาใด ๆ ถ้าเป็นอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงตัวเขามีเรื่องขัดแย้งกับโอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ
“อย่าเดามั่วซั่วไปเลยน่า พวกข้าก็แค่รับงานแล้วก็มา
ปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วงก็เท่านั้น งานแต่ละชิ้นเบื้อง
บนเป็นคนส่งมา ส่วนผู้ใดอยากจะสังหารเจ้านั้นหาใช่
เรื่องสำคัญ ที่แน่ ๆ ตอนนี้เจ้าไม่สามารถหลบหนีไปไหน
ได้” สตรีที่ยืนอยู่ด้านหลังพูดขึ้นอย่างเย็นชา
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่รู้จักคนพวกนี้ ไม่แม้แต่เคยพบเจอ
มาก่อน แต่องค์กรนักฆ่าก็คือองค์กรนักฆ่า พวกมันทำ
เรื่องต่าง ๆ เพื่อแลกกับเงินตราหาได้แยแสหรือสนใจ
ความรู้สึกของ อู่ อวี้ แต่อย่างใด ตอนนี้พวกมันแค่
ต้องการทำภารกิจของตนเองให้สำเร็จลุล่วง
อู่ อวี้ รู้ถึงสถานการณ์ตอนนี้ดีว่าค่อนข้างล่อแหลม
เนื่องจากเขาไม่แน่ใจเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของคนทั้ง
สาม แล้วดูเหมือน หนานซาน หวางเยว่ ยังยุ่งอยู่กับการ
ทำพันธสัญญาเนตรมายา
“พี่ชายอวี้ข้าควรจะทำเยี่ยงไรดี? ” เย่ซีซีรู้สึกสับสน
เล็กน้อย
” บางทีอาจเป็นคนของโอรสเหยียน โดยประเมินจาก
ความแข็งแกร่งของเราก่อนออกจากเหยียนหวง จากนั้น
ก็ส่งคนที่เราไม่อาจรับมือมาได้อย่างสิ้นเชิง เดี๋ยวข้าจะ
ลองหยั่งเชิงทดสอบฝีมือของพวกมันดูก่อน”
อู่ อวี้ ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
โดยที่มือสังหารทั้งสามยังไม่ได้คิดหรือลงมือจะทำอันใด
แต่แท้จริงแล้วตอนนี้ทุกอย่างกำลังเริ่มขึ้น
“จอมเกาทัณฑ์วิญญาณ! ”
ก่อนที่พวกมันจะเริ่มลงมือทำสิ่งใด อู่ อวี้ ตัดหน้าชิงลง
มือด้วยการเรียกจอมเกาทัณฑ์วิญญาณออกมา เมื่อมัน
ปรากฏตัวก็เกาทัณฑ์ก็ดึงจนโค้งงอเป็นสัญญาณของการ
เตรียมโจมตีในทันที
ในทางกลับกันเมื่อคนทั้งสามคนเห็นจอมเกาทัณฑ์
วิญญาณ พวกมันก็ถึงกับอึ้งชะงัก ชายชรารีบกล่าวขึ้น
ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไม่น้อยว่า ” น่ะ… นี่มันหุ่นเชิด แถม
ยังเป็นหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งมากเสียด้วย ข้าอยากได้มัน
ห้ามทำอะไรมันอย่างเด็ดขาด จับตัวมันมาให้ข้า ”
” ย่อมได้… ถ้าเช่นนั้นข้าขอจองนังหนูน้อยผู้นั้นก็แล้วกัน
สาวน้อยวัยนี้มันช่างดูนุ่มนิ่มเสียเหลือเกิน ” ชายวัย
กลางคนที่อยู่ทางด้านซ้ายเปล่งเสียงหัวเราะน่า
ขยะแขยงออกมา ซึ่งแฝงไว้ด้วยนัยซ่อนเร้นบางอย่าง
“สำหรับเจ้า อู่ อวี้ ห้ามสังหารมันเด็ดขาด ข้าสนใจ
สมบัติในร่างของมัน ส่วนไอ้หมูป่านั่นพอสังหารมันเสร็จ
พวกเราก็ปิ้งกินเสียวันนี้เลย” สตรีกล่าวไปยิ้มไป
คนทั้งสามรับงานผ่าน ‘หน้ากากปีศาจทมิฬ’ เห็นได้ชัด
ว่าพวกมันมั่นอกมั่นใจในการล่าของวันนี้เสียเหลือเกิน
มั่นใจว่าผลลัพธ์จะต้องออกมาเป็นดังที่มันคิดอย่าง
แน่นอน
ดังนั้นขณะที่พวกมันกำลังคิดสังหารพวกเขาทั้งสาม
พวกมันก็แสดงท่าทีผ่อนคลายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ
ชายที่อยู่ทางด้านซ้ายจ้องมองเย่ซีซีปานจะกลืนกิน
สายตาแทะโลมของมันน่ารังเกียจอย่างที่สุด แล้วการ
กระทำของมันก็ทำให้เย่ซีซีรู้สึกเดือดมากทีเดียว
“อยากจะกลืนกินเนื้อข้าเช่นนั้นหรือ เกรงว่าหญิงแก่
อย่างเจ้าจะกัดเนื้อข้าไม่เข้าน่ะซี้ บรื้อข้าไม่อยากนึก
ภาพเลยจริง ๆ ” เสียงของ หนานซาน หวางเยว่ ดัง
ขึ้นมาจากข้างหลัง เขาสวมใส่อาภรณ์เนื้อดี พัดจีบในมือ
โบกสะบัดพัดไปมา ใบหน้าเป็นสีชมพูระเรื่อ ท่าทางดู
เหมือนอย่างคุณชายเจ้าสำราญ โดยดวงเนตรข้างซ้ายที่
ดูเสมือนดั่งโลหะเงิน มันช่างดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่าง
มาก
“เป็นอย่างไรบ้าง? ” เมื่อหนานซานออกมา อู่ อวี้ ก็รีบ
เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ข้าเพิ่งทำความเข้าใจได้เล็กหน่อยเท่านั้น แต่แค่นี้ก็
สามารถสร้างความประหลาดใจได้อย่างใหญ่หลวงแล้ว”
หนานซาน หวางเยว่ ยกพัดขึ้นมาบังใบหน้าแล้วแอบ
บอกกับ อู่ อวี้ อย่างลับ ๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็โล่งใจ เขารู้ว่าเนตรปีศาจมายา
นั้นคืออะไร ฉะนั้นการกำราบมันย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
อย่างแน่นอน
คาดว่าพลังอิทธิฤทธิ์ ‘บุปผาคันฉ่องจันทราวารี’ ของ
หนานซาน หวางเยว่ จะต้องก้าวหน้าไปมากอย่าง
แน่นอน
เมื่อสตรีที่สวมใส่หน้ากากแลเห็น หนานซาน หวางเยว่
สายตาของนางก็เปล่งประกายสดใสขึ้นทันที จากนั้น
นางก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงหวานหยดย้อยว่า ” น้องชายผู้นี้
ช่างหล่อเหลาเป็นยิ่งนัก ทว่าช่างน่าเสียดายที่ร่างจริง
เป็นหมูป่า มิฉะนั้นแล้ว พี่สาวอาจไว้ชีวิตเจ้าก็ได้”
หนานซาน หวางเยว่ หัวเราะแล้วกล่าวว่า “อย่างเจ้างั้น
หรือจะเป็นภรรยาข้า อย่าได้คิดเลย ข้าไม่ได้หน้ามืดตา
มัว จนคิดจะจับหญิงแก่ ๆ หนังเหี่ยวอย่างเจ้ามาทำเมีย
หรอกนะ”
เมื่อ หนานซาน หวางเยว่ ปรากฏการณ์ขึ้น ความสนใจ
ของพวกมันจะถูกเบี่ยงเบนไปทางเข้าเล็กน้อย แต่ อู่ อวี้
ก็สามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ชายชราที่อยู่ตรง
กลางไม่ค่อยพอใจกับคำพูดของสตรีนางนั้นเท่าใด
“ยิง”
จอมเกาทัณฑ์วิญญาณเล็งเป้าไปที่ชายชราอยู่นานแล้ว
โดยลูกศรที่ถูกวางไว้บนเกาทัณฑ์ก็คือศรดาราไล่ล่า หุ่น
เชิดตนนี้มีพื้นฐานฝึกตนเทียบเท่ากับระดับค้นหาเต๋าขั้น
ที่ 3 เมื่อศรดาราไล่ล่าถูกปล่อยออกไป ทันใดนั้นศร
ประกายพรึกที่ส่องสว่างเสมือนแสงดาวก็พุ่งทะยานกรีด
ผ่านท้องเวหาด้วยความเร็วราวกับอสนีบาต เพียงชั่ว
พริบตามันก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าชายชราแล้ว
อู่ อวี้ ต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของพวกมัน ว่าตน
สมควรหลบหนีหรือสู้ดี
ผู้แข็งแกร่งที่สุดในชนกลุ่มนี้ก็คือชายชรา ดังนั้นหากเขา
จัดการมันได้ ก็ไม่จำเป็นต้องต่อสู้ มิเช่นนั้นแล้วการ
หลบหนีไปพร้อมกับ หนานซาน หวางเยว่ จะกลายเป็น
เรื่องลำบากยิ่ง
ฟิ้ว!
ชายชราเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว ชั่วอึดใจนี่เองมันก็นำ
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดออกมาเพื่อป้องกันการโจมตีจาก
จอมเกาทัณฑ์วิญญาณ อู่ อวี้ ไม่สามารถแลเห็นว่า
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณของมันเป็นศาสตรา
ประเภทใดกันแน่ เห็นได้เพียงว่ามันเป็นสีโลหิต มี
ลักษณะยาวเสมือนดั่งหอก ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณนี้ถูกอัญเชิญออกมาในทันที จากนั้นปลาย
แหลมสุดของมันก็ตวัดแทงเข้าใส่ศรดาราไล่ล่า นำมาซึ่ง
เสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุกแห่งหน
ตูม!
จากแรงปะทะทำให้ใช้ชราก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว
ทว่ามันก็ยังคงถือจับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณไว้ใน
มืออย่างมั่นคง เสมือนกับว่าการโจมตีสร้างความลำบาก
ให้กับมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เป็นการโจมตี
แบบไม่ทันตั้งตัว!
ศรดาราไล่ล่าไม่อาจโจมตีมันได้
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
“นับว่าแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย หากเป็นผู้ที่อยู่ในระดับ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 3 คงไม่อาจต้านรับศรดาราไล่ล่าได้ นี่
แสดงให้เห็นว่ามันมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 4 เป็นอย่างน้อย!” อู่ อวี้ สูดหายใจ หลังจากการ
ทดสอบครั้งนี้ ทำให้เขารู้ถึงขีดจำกัดความแข็งแกร่งของ
ฝ่ายตรงข้ามแล้ว
ส่วนสองคนที่อยู่ข้าง ๆ ชายชรา น่าจะอ่อนแอกว่า
เล็กน้อย
หลังจาก อู่ อวี้ ประเดิมโจมตี ฝ่ายตรงข้ามก็ลงมือตอบ
โต้ทันที การต่อสู้ครั้งใหญ่อุบัติขึ้นในฉับพลัน ซึ่งในเวลา
นี้หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี กำลังรอให้ อู่ อวี้
ตัดสินใจ
อู่ อวี้ ทราบดีว่าในปัจจุบันนี้ พวกเขาก้าวหน้าขึ้นอย่าง
มาก ด้วยความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ ย่อมไม่อาจบดขยี้
พวกเขาได้อย่างแน่นอน บางทีนี่อาจเป็นการต่อสู้ที่
แท้จริง มิเช่นนั้นแล้วการที่ หนานซาน หวางเยว่ ถูกขัง
อยู่ที่นี่ พวกมันย่อมทราบอย่างแน่นอนว่าพวกเขามี
ความสามารถในการล่องหนอำพรางกาย ซึ่งแสดงให้
เห็นว่าพวกมันพอจะมีปัญญากันอยู่บ้าง เมื่อพวกมันลง
มือโจมตีกันอย่างเต็มที่ หนานซาน หวางเยว่ ก็ไม่อาจ
หลบซ่อนตัวได้อีกต่อไป
บัดนี้ สงครามต่อสู้แห่งความสิ้นหวังได้อุบัติขึ้นแล้ว
” หนานซาน ข้าจะให้ร่างกลืนสวรรค์สนับสนุนเจ้ารับมือ
กับศัตรูผู้หนึ่ง เย่ซีซี จอมเกาทัณฑ์วิญญาณจะช่วย
สนับสนุนเจ้ารับมือกับศัตรูอีกผู้หนึ่ง ส่วนข้าจะถ่วงเวลา
เจ้าเฒ่าเอง ” อู่ อวี้ แจกแจงหน้าที่ในทันที
เขาจะฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ หนาน
ซาน หวางเยว่ กับ ร่างกลืนสวรรค์ เนื่องจากในท้ายสุด
แล้ว หนานซาน หวางเยว่ มีสมบัติวิเศษอย่างเนตร
ปีศาจมายาอยู่ บางทีมันอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
อันน่าประหลาดใจอย่างใหญ่หลวงก็เป็นได้
เย่ซีซี กับ จอมเกาทัณฑ์วิญญาณ ต้องร่วมมือกันจัดการ
กับศัตรูอีกผู้หนึ่ง เห็นได้ชัดว่ามันอยากลำบากเป็นอย่าง
ยิ่ง เป็นไปได้ว่าบางทีฝ่ายตรงข้ามอาจจัดการกับพวก
นาง จนกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ ทว่า อู่ อวี้ ก็คิดว่าไม่มี
ทางปล่อยเป็นเช่นนั้นได้ เนื่องจากเขาคอยให้ หนาน
ซาน หวางเยว่ คอยเฝ้าดูการต่อสู้ด้านนี้ด้วย
และ อู่ อวี้ ร่างต้นต้องรับมือกับชายชรา ถึงแม้พื้นฐาน
ฝึกตนของเขาจะด้อยกว่าฝ่ายตรงข้าม ทว่าด้วยกายเนื้อ
อันทรงพลัง เขามั่นใจว่าตนเองสามารถรับมือกับฝ่าย
ตรงข้ามได้อย่างแน่นอน
ผลลัพธ์ในการต่อสู้ครั้งนี้ขึ้นอยู่กับ หนานซาน หวางเยว่
จะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ก่อน หรือ เย่ซีซี กับ จอม
เกาทัณฑ์วิญญาณจะถูกฝ่ายตรงข้ามจัดการก่อนกัน
อย่างไรก็ตามจอมเกาทัณฑ์วิญญาณก็ถือว่าแข็งแกร่งอยู่
ไม่น้อย หากฝ่ายตรงข้ามมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 3 อู่ อวี้ คิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะ
จัดการกับเย่ซีซี และ จอมเกาทัณฑ์วิญญาณ
หลังจากได้ยินแผนการของเขา หนานซาน หวางเยว่ กับ
เย่ซีซี ก็ปฏิบัติตามทันที ซึ่งพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องทำ
อันใด บรรดาเหล่ามือสังหารทั้งสาม 3 ก็ไล่ติดตามพวก
เขามาทันที
เมื่อเห็นเย่ซีซีผละออกจาก อู่ อวี้ ชายวัยกลางคนก็
แสยะยิ้ม แล้วไล่ติดตามนางไป ส่วนจอมเกาทัณฑ์
วิญญาณก็อำพรางกายอยู่ภายในความมืดมิด คอยจับ
จ้องมองดูชายวัยกลางคนเพื่อรอโอกาสเผด็จศึก
“พยายามถ่วงเวลามันไว้ อย่าเผชิญหน้าตรง ๆ เด็ดขาด”
อู่ อวี้ กล่าวเตือนเย่ซีซี เนื่องจากการต่อสู้ในครั้งนี้ ถือว่า
อันตรายเป็นอย่างยิ่ง
” ข้ารู้แล้ว พี่ชายอวี้ ” โชคดีที่เมื่ออยู่ภายในการต่อสู้
แล้วเย่ซีซีมีความฉลาดเฉลียวเป็นอย่างยิ่ง ในเวลานี้นาง
นำ ‘กระบี่คู่ไท่อา’ ออกมา เสริมด้วย ‘แผนภูมิพิภพอเวจี’
ทำให้นางตรึงฝ่ายตรงข้ามไว้ได้อย่างสิ้นเชิง
อู่ อวี้ มั่นใจว่าตนเองสามารถตรึงชายชราไว้ได้อย่าง
แน่นอน ดังนั้นสตรีทรงเสน่ห์ที่เหลือจึงกลายเป็นคู่ต่อสู้
ของ หนานซาน หวางเยว่ นางไล่ติดตามมันไปทันที โดย
มี อู่ อวี้ ในร่างกลืนสวรรค์ผู้มีเรือนผมสีขาวและดวง
เนตรสีโลหิตติดตามอยู่เบื้องหลัง หนานซาน หวางเยว่
กับ ร่างกลืนสวรรค์ ต้องร่วมมือกันบดขยี้สังหารฝ่ายตรง
ข้ามโดยเร็วที่สุด หากไม่เช่นนั้นพวกเขาคงต้องเจอ
ปัญหาจริง ๆ แน่
” นับว่ามีใจหาญกล้าอยู่ไม่น้อย ถึงได้คิดจะจัดการกับข้า
ด้วยตนเองเพียงลำพัง อย่างน้อยช่วงเวลาในการบำเพ็ญ
เพียรของข้า ก็มากกว่าเจ้าอย่างน้อย 5 เท่า ” ชายชรา
หยุดอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ หน้ากากปีศาจทมิฬของมันให้
ความรู้สึกหนาวเย็นมากน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างนี้
อู่ อวี้ หยิบพลองฟ้าเพลิงผลาญออกมา จากนั้นก็
แปรเปลี่ยนเข้าสู่ร่างจำแลงเซียนวานร พร้อมทั้งใช้ออก
ด้วยเทียมฟ้าจรดดิน บัดนี้เขากลายเป็นวานรร่างยักษ์
ขนาดสูงเทียมฟ้ายืนอยู่เบื้องหน้าของชายชรา ท่าทีและ
สายตาของเซียนวานรร่างทองคำเต็มไปด้วยความดุร้าย
รุนแรงอย่างน่าตกตะลึง
“ต่อให้เจ้าฝึกฝนนานกว่านี้เป็นสิบปี ในสายตาของข้า
เจ้าเป็นเพียงแค่ก้อนศิลาให้ข้าข้ามผ่านไปเท่านั้น
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามแม้แต่ร่างกายของเจ้าก็จะไม่
มีเหลือให้กลบฝัง”
อู่ อวี้ เห็นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณในมือของอีก
ฝ่าย เป็นอาวุธประเภท ‘หอก’ ขนาดของหอกมีความ
ยาวกว่าผู้ถือประมาณหนึ่งในสาม ซึ่งพอ ๆ กับที่มนุษย์
ใช้ต่อสู้ในสนามรบ แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือความคม
ที่มากกว่า และ ตรงช่วงปลายตั้งฉากเสมือนดังอักษรตัว
‘卜’
นี่คือศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณประเภท ‘หอก’ ทั่ว
ทั้งด้ามเป็นสีแดงโลหิต ดูกระหายโลหิตอย่างที่สุด ความ
แข็งแกร่งของมันแทบไม่แตกต่างจากพลองฟ้าเพลิง
ผลาญในมือของ อู่ อวี้ คาดว่าศาสตราชิ้นนี้น่าจะมีวง
เวทประทับอยู่มากกว่า 400,000 วง
ฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อย ๆ น่าจะอยู่ในระดับค้นหาเต๋าขั้น
ที่ 4 ทั้งยังมีศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณเช่นนี้ หาก อู่
อวี้ ยังไม่สามารถยกระดับพลังฝีมือขึ้นสู่ระดับใหม่ ย่อม
เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเผชิญหน้ากับผู้ที่มีฝีมือแข็งแกร่ง
ระดับนี้ได้ กล่าวได้ว่าผู้ว่าจ้างที่บงการอยู่เบื้องหลัง รู้ถึง
ระดับพลังฝีมือของเขาเป็นอย่างดี จึงเลือกนักฆ่าที่มี
ระดับพลังฝีมือเหนือกว่าเขามากจนไม่สามารถดิ้นหลุด
ได้ เรียกได้ว่าวันนี้เขากำลังเจอกับปัญหาใหญ่อย่าง
แท้จริง
” หรือนี่อาจจะเป็นฝีมือของโอรสเหยียน? ” อู่ อวี้ ชั่งใจ
สงสัย อย่างไรก็ตามการคาดเดานี้ยังไม่สามารถฟันธงได้
เพราะใครจะรู้ว่าอาจมีผู้อื่นที่แอบจ้องปองร้ายอยู่ใน
ความมืด!
“ชริ้งงง! ”
ในเวลานั้นเองทั้งสองฝ่ายก็พุ่งเข้าปะทะกัน ชายชราตวัด
หอกยาวร่ายรำกระบวนท่าพุ่งทะยานเขาใส่ อู่ อวี้!
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ