กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 993: เขตแดนปฐมโลหิต
หมิงซวงรู้ข้อมูลเกี่ยวกับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณหลายชิ้นมีประวัติ
ยาวนาน
เมื่อนมนานหลายปีมาแล้ว ผู้ฝึกตนต้องใช้ความพยายาม
อย่างมากในการสรรค์สร้างพวกมันขึ้นมา
ขณะผู้ฝึกตนกลายเป็นเซียนอมตะ หรือตกตายไปใน
เส้นทางแห่งการฝึกตน แต่ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณเหล่านี้ยังคงอยู่ตลอดกาล จวบจนกว่าพวกมัน
จะถูกทำลายสิ้นไป
กล่าวได้ว่าศาสตราเต๋าวิถีแท้ แต่ละชิ้นล้วนผ่าน
ประสบการณ์และเจ้าของมากมาย
ด้วยเพราะนางผ่านการเคี่ยวกรำฝึกฝนมาเป็นเวลานาน
แล้ว ดังนั้นความรู้ของนางจึงค่อนข้างกว้างขวาง
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้มีชื่อว่า ‘หอกศึก
ปีศาจโลหิต’ ว่ากันว่ามีวงเวทประทับอยู่ถึง 400,000 วง
ทั้งพลังอำนาจของมันใกล้เคียงกับ ‘ศาสตราวิถีแท้
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์’
เมื่อศาสตราวุธที่แข็งแกร่งผนวกผสานกับพลังฝีมือระดับ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 4 นับเป็นเรื่องยากที่จะไปต่อสู้พัวพันกับ
ความแข็งแกร่งระดับนี้ พลังการต่อสู้ระหว่างระดับ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 3 กับขั้นที่ 4 นับเป็นความต่างชั้นที่
แตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง นั่นเป็นเพราะชายชราผู้นี้ได้
ผ่านทัณฑ์สวรรค์ครั้งแรกแล้ว
แม้แต่ทัณฑ์สวรรค์ยังไม่อาจทำให้มันตกตายลงไปได้
เมื่อมีสติจิตใจก็สงบเยือกเย็น ย่อมส่งผลให้ทั้งอาณาเขต
เต๋า กายเนื้อ และ จิตเทวะยกระดับแข็งแกร่งขึ้น
อู่ อวี้ ร่างต้นอาศัยพลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตา
หลอม และใช้พลังกายเนื้อของตนต่อสู้ระยะประชิดกับ
มัน อู่ อวี้ สามารถประคองไว้ได้พักหนึ่ง ทว่าในไม่ช้าก็
เพลี่ยงพล้ำตกเป็นฝ่ายถูกสยบปราบปราม
โดยเฉพาะเมื่ออีกฝั่งแสดงมหาเต๋าวิถีเชื่อมสวรรค์
“เขตแดนปฐมโลหิต”
ภายใต้พลังอิทธิฤทธิ์ หมอกโลหิตหนาทึบเริ่มก่อตัวเป็น
รูปร่างของรังไหมยักษ์สีแดงโลหิตห่อหุ้ม อู่ อวี้ กำเนิด
เป็นเขตแดนโลหิตควบคุมเขาไว้ภายใน
ใน ‘เขตแดนปฐมโลหิต’ หมอกเลือดกระจายตัวไปทุก
อณูพื้นที่เป็นเสมือนดั่งแมลงตัวเล็ก ๆ แต่พลังอำนาจ
ของมันนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ห่อหุ้มปกคลุมร่างกาย
ของ อู่ อวี้ เจาะทะลวงแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของ
เขา
” โชคดีที่ข้ามีกายาเพชรอมตะ หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น
ต้องมาติดอยู่ในกับดักพลังอิทธิฤทธิ์นี้แล้วละก็ ร่างกาย
ของคนผู้นั้นคงได้ถูกหมอกโลหิตฉีกกระชากทิ้งจนไม่มี
เหลืออย่างแน่นอน ”
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เห็นได้ชัดว่านี่เป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่น่า
สะพรึงกลัวยิ่ง เมื่อติดอยู่ภายในเขตแดนปฐมโลหิตนี้ ก็
เสมือนยอมรับการโจมตีจากศัตรูอยู่ฝ่ายเดียว โดยที่เขต
แดนปฐมโลหิตนี้ ดูราวกับว่าผสานรวมเป็นหนึ่งกับฝ่าย
ตรงข้าม ปิดบังอำพรางกายร่างของมันอยู่ท่ามกลาง
ความมืดมิด ดูราวกับว่ามันกำลังจะระเบิดการโจมตี
สังหารเข้าใส่ อู่ อวี้!
ร่างกายของ อู่ อวี้ กำลังประสบปัญหาอันใหญ่หลวง
ตอนนี้เขาพยายามใช้พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงต่อต้าน
เขตแดนปฐมโลหิต
โชคดีที่ หนานซาน หวางเยว่ รับมือกับสตรีผู้มีพลังฝีมือ
อยู่ในระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 3 นอกจากนี้เนตรปีศาจ
มายาของเขายังน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ซึ่งดูเหมือนว่า
ตอนนี้นางกำลังถูกดึงเข้าสู่ภาพมายา ท่าทางที่นางกำลัง
แสดงออกคือโจมตีมั่วซั่วไร้ทิศทางอย่างบ้าคลั่ง
นอกจากนี้ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ยังคอยสนับสนุน
ร่วมมือสังหารศัตรูกับหนานซาน หวางเยว่
อีกด้านหนึ่งเป็นชายใจทรามน่ารังเกียจ มันกำลังงัดทุก
กระบวนท่าโจมตีเข้าใส่เย่ซีซี ไม่ว่าจะเป็นพลัง
อิทธิฤทธิ์ฤๅเคล็ดวิชาเต๋า มันพยายามบดขยี้นางอย่างถึง
ที่สุด ทว่าเย่ซีซีได้ผสานร่างกับหลานหลานทำให้ยากต่อ
การถูกจัดการ ส่วนจอมเกาทัณฑ์วิญญาณซุ่มซ่อนตัวอยู่
ในความมืด ทำให้มันกำลังเจอกับวิกฤตอันใหญ่หลวง
ไม่เพียงแต่มันจะไม่สามารถจัดการกับเย่ซีซีได้เท่านั้น
แต่ยังมีจอมเกาทัณฑ์วิญญาณของ อู่ อวี้ คอยสนับสนุน
ดังนั้นการร่วมมือผนึกกำลังของจอมเกาทัณฑ์วิญญาณ
กับเย่ซีซี จึงสามารถกล่าวได้ว่านางมีโอกาสสังหารชายผู้
นี้ได้
แล้วในตอนนี้ร่างกายของ อู่ อวี้ ร่างต้นกำลังอยู่ในวิกฤต
อันตรายอย่างที่สุด
อย่างไรก็ตาม เขาสามารถหายตัวไปจากสายตาของอีก
ฝ่ายได้ทุกเมื่อ ดังนั้นจึงไม่มีอะไรให้เขาต้องเกรงกลัว
แล้วเขาก็ไม่รู้สึกว่ากลัวความตายแม้แต่น้อย แต่มันกลับ
ทำให้โลหิตในกายของเขาเดือดพล่านมากยิ่งขึ้น
“ร่างอวตารนอกวิถี! ”
ทันใดนั้นภายในเขตแดนปฐมโลหิต ก็ปรากฏร่างอวตาร
นอกวิถีนับหมื่นร่าง ซึ่งร่างอวตารเหล่านี้ล้วนมีพลังแก่น
แท้ตำหนักม่วงอยู่ในระดับสูงสุดของอาณาจักรก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะ หากมีกำลังแค่เพียงหนึ่งอาจไม่สามารถ
สร้างผลกระทบอันใดได้ แต่เมื่อใดที่ร่างอวตารนับหมื่น
ร่างของ อู่ อวี้ รวมตัวกัน ผลลัพธ์ของพลังต้องน่า
สะพรึงกลัวอย่างที่สุดแน่นอน
“เขตแดนโลหิตกำสรวล! ”
ร่างอวตารนับหมื่นผสานรวมความแข็งแกร่ง ปลดปล่อย
สุรเสียงดังอึกทึกจนแสบแก้วหู ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียง
กรีดร้องของชายชราดังขึ้น หมอกโลหิตจำนวนนับไม่
ถ้วน ผสานรวมกลายเป็นร่างของชายชรา มันถูกการ
โจมตีของ อู่ อวี้ บีบบังคับจนต้องปรากฏกายออกมา
เมื่อชายชราเห็นร่างอวตารนับหมื่นของ อู่ อวี้ ก็รู้สึก
ประหลาดใจอย่างยิ่ง แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังกล่าวสบ
ประมาทขึ้นว่า ” มันก็แค่ยื้อเวลาให้เจ้าอีกนิดหน่อย แต่
ในไม่ช้าเจ้าก็ต้องตายอยู่ดี ”
การที่ชายชราเห็นว่าพรรคพวกทั้งสองของตนเอง กำลัง
ถูกกดดันจากฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง มันก็รู้สึกกังวล
อยู่ไม่น้อย ฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดก็คือรีบปลิดชีพสังหาร
อู่ อวี้ ให้รวดเร็วที่สุด แน่นอนมันคิดว่าเรื่องนี้หาใช่
ปัญหาใดแม้แต่น้อย
“เคล็ดกางเขนสังหารชั่วกัลป์! ”
ช่วงเวลานี้เอง ชายชราถือ ‘หอกศึกปีศาจโลหิต’ พร้อม
ทั้งปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋า ควบคุมร่ายรำหอกศึก หนึ่ง
สับลง หนึ่งตวัดขวาง ปรากฏเป็นสัญลักษณ์กางเขนไขว้
สังหาร ส่องสว่างแสงสีโลหิตแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุก
แห่งหน ภายในกางเขนยักษ์ มีวิญญาณพยาบาทและ
โครงกระดูกสีโลหิตอยู่จำนวนมากมายนับไม่ถ้วน พวก
มันทั้งหมดพากันกรีดร้องอย่างสิ้นหวังน่าเวทนา ความ
สิ้นหวังของวิญญาณเหล่านี้คือพลังอำนาจของเคล็ดวิชา
เต๋า ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็แลเห็นว่ากลางหน้าผากของ
ตนเองปรากฏสัญลักษณ์กางเขนสีโลหิตขึ้น แล้วทันใด
นั้นเองกางเขนขนาดใหญ่เบื้องหน้า ก็พุ่งเข้ามาหาเขาใน
ชั่วพริบตา
ชั่วขณะนั้นเอง ก็รู้สึกเจ็บปวดศีรษะอย่างรุนแรง
เคล็ดวิชาเต๋าของอีกฝ่าย น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ไม่
แปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใดมันถึงมั่นอกมั่นใจเพียงนั้น
แม้กระทั่งยามนี้ มันยังแสยะยิ้มอย่างผู้มีชัยเหนือศัตรู
มันคิดว่า อู่ อวี้ ไม่มีปัญญาพลิกสถานการณ์กลับอย่าง
แน่นอน
พรึ่บบบบ …
อู่ อวี้ รีบสั่งให้ร่างอวตารทั้งหมดมารวมตัวกันอยู่
ด้านหน้า แล้วในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเขาก็ใช้ ‘ดัชนีฮวงอู่
สลายเต๋า’ โจมตีสวนกลับไป ทว่าการโจมตีของเขากลับ
ถูกเคล็ดกางเขนสังหารชั่วกัลป์บดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเคล็ดวิชาเต๋าของอีกฝ่ายจะร้าย
กาจถึงเพียงนี้ ความร้ายกาจของมันไม่เพียงแต่จะบดขยี้
ทำลายเคล็ดวิชาเต๋าของเขาได้เท่านั้น แต่ยังฉีกกระชาก
ร่างอวตารนอกวิถีนับหมื่นร่างของเขาจนเป็นชิ้น ๆ ได้
ในทันที ตูมมมมม!!!!! ร่างอวตารทั้งหมดระเบิดขึ้นพร้อม
กัน จากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเส้นขนวานรลอยตรงดิ่ง
กลับมาหา อู่ อวี้
” ตัวตนที่แท้จริงของชายผู้นี้ก็คือ ผู้ฝึกตนนอกรีต! ”
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยทราบมาก่อน เพราะมันสวมใส่
หน้ากากปีศาจทมิฬ ส่งผลให้กลิ่นอายของมันแผ่ออกมา
ไม่ชัดเจน แต่ในเวลานี้เมื่อได้เห็นการโจมตีของชายชรา
เขาก็ทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของมันแล้ว
ทุกคนต่างรู้ดีว่าผู้ฝึกตนนอกรีตนั้นเหี้ยมโหดเพียงใด เย่ซี
ซีเองก็เป็นผู้ฝึกตนนอกรีตเช่นกัน แต่นางหาใช่เป็นแบบ
พวกมันแม้แต่น้อย
เคล็ดวิชาเต๋าสังหารของมันน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
มันสามารถฉีกกระชากร่างอวตารนอกวิถีของ อู่ อวี้
แหลกละเอียดเป็นชิ้น ๆ อู่ อวี้ รู้ว่าตนเองหาใช่คู่ต่อสู้
ของมัน ถึงกระนั้นเขาก็ไม่คิดจะนิ่งเฉย ยามนี้สิ่งสำคัญ
ที่สุดก็คงต้องใช้เมฆาตลบฟ้าขั้นที่ 2 กระโดดหลบหนี
ออกไปก่อนที่เคล็ดวิชาเต๋าของคู่ต่อสู้จะมาถึงตัว
ม้วนตลบตีลังกาออกมาเพียงครั้ง เขาก็ออกมาจากเขต
แดนปฐมโลหิต แต่ก็ยังมิได้หลบหนีออกจากอาณาเขต
ของค่ายกลอเวจีโลหิตเยือกแข็ง
ตอนนี้เมฆาตลบฟ้าของเขา ใกล้บรรลุถึงขั้นที่ 3 เต็มที
แล้ว ส่วนเมฆาตลบฟ้าขั้นที่ 2 เขาสามารถควบคุมมันได้
อย่างเชี่ยวชาญ จึงสามารถกระโดดหนีออกจากการต่อสู้
ได้ทุกเมื่อ
“หืม?” เมื่อ อู่ อวี้ หายไปต่อหน้าต่อตาของมัน ชายชรา
ตกตะลึงจนแทบทรุด
เมื่อเขาออกมาจากเขตแดนปฐมโลหิตของฝ่ายตรงข้าม
กางเขนโลหิตบนหน้าผากของเขาก็จางลงมาก แสดงให้
เห็นว่าเขายังอยู่ภายในขอบเขตการโจมตีของฝ่ายตรง
ข้ามอยู่ ซึ่งเคล็ดวิชาเต๋านี้ค่อนข้างคล้ายคลึงกับ ‘มีด
สะบั้นวิญญาณ’
ฟุบฟูม!!!
ทันใดนั้นเองเคล็ดกางเขนสังหารชั่วกัลป์ก็พุ่งทะยานเอา
มาจากเขตแดนปฐมโลหิต โดยมุ่งเป้าหมายมาที่ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตามเนื่องจากวิชานี้สูญเสียอำนาจส่วนใหญ่ไป
มากแล้ว อู่ อวี้ จึงแสดงอำนาจของพลองฟ้าเพลิงผลาญ
โดยใช้ ‘วงเวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน’ ชั่วอึดใจนั้นเอง
เคล็ดกางเขนสังหารชั่วกัลป์ก็อัดกระแทกโจมตีเข้าใส่วง
เวทเก้าตำหนักไม่สั่นคลอน ท่ามกลางอำนาจบดขยี้
ทำลายล้าง นำมาซึ่งคลื่นอัดกระแทกปั่นป่วนอย่าง
รุนแรง ทว่า อู่ อวี้ ก็สามารถต้านรับมันได้สำเร็จ ทั้งยัง
อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้ซึ่งอาการบาดเจ็บใด ๆ เดิมทีแล้ว
ชายชรารู้สึกมั่นใจอย่างยิ่งยวด ทว่าเมื่อได้เห็นสิ่งที่
ปรากฏขึ้นมันก็รู้สึกตกตะลึงจนแทบลมจับ
” ข้อมูลไม่ถูกต้อง ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมีความสามารถ
มากมายถึงเพียงนี้ เรา ‘ปีศาจทมิฬ’ จะกลับไปขึ้นราคา
กับนายจ้าง! ” ยามนี้ดวงตาของชายชราแดงก่ำราวโลหิต
อีกทั้งเขตแดนปฐมโลหิตของมันก็พังทลายลงเช่นกัน มัน
ควบคุมหอกศึกปีศาจโลหิต จากนั้นก็ปรากฏกายขึ้น
เบื้องหน้า อู่ อวี้
” ถ้าเจ้าอยากขึ้นราคาค่าจ้าง เจ้าจะต้องมีชีวิตกลับไปให้
ได้เสียก่อน ” พลองฟ้าเพลิงผลาญเก้าทัณฑ์เตาหลอม
ในรูปแบบของมหาเตาหลอมทั้งเก้า ได้ผสานรวมตัวกัน
กลายเป็นพลองฟ้าเพลิงผลาญเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิง
เก้าสีอยู่ในมือของ อู่ อวี้ อีกครั้ง
” ปากดีนักนะ มีฝีมือให้เก่งเหมือนดั่งปากเสียก่อนเถอะ
… ” เสียงของชายชราบ่งบอกว่ากำลังมีโทสะอย่างที่สุด
แต่แล้วเสียงของมันก็เย็นลงมา แสดงให้เห็นว่าความ
มั่นใจของมัน หาได้ท่วมท้นเช่นดั่งแต่เก่าก่อนไม่
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินมันพูดแค่นี้เขาก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ
ในที่สุดช่วงเวลาที่เขารอคอยก็มาถึง
ทางด้านของ หนานซาน หวางเยว่ หลังจากทำให้ฝ่าย
ตรงข้ามตกอยู่ในภาพมายา พฤกษารุกขชาติก็เติบโตขึ้น
บนร่างสตรีผู้นั้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นรุกขชาติขนาด
ใหญ่ที่ถูกเลื้อยพันด้วยเถาวัลย์จำนวนมาก จากนั้นร่าง
กลืนของ อู่ อวี้ ก็ใช้พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิง ปลดปล่อย
กระบวนท่ากระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จิตทมิฬพิมาน
สวรรค์ โจมตีปลิดชีพเจาะทะลวงร่างของสตรีผู้นั้นตก
ตายไปในทันที
บางทีสตรีผู้นี้ นางอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองจะตกตาย
ก่อนผู้อื่น ระหว่างที่นางตกตายนั้น นางยังคงอยู่ในภาพ
ลวงตาจากเนตรปีศาจมายาของ หนานซาน หวางเยว่
ต่อมาร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็พุ่งเข้าไปห่อหุ้มกลืน
กินซากศพที่กำลังสดใหม่ ภาพการกลืนกินนี้ช่างน่า
สยดสยองเป็นอย่างยิ่ง เขาเปิดเผยให้ทุกคนได้เห็นการ
กลืนกินอย่างเด่นชัดไม่ปิดบัง หลังจากกลืนกิน ร่างกลืน
สวรรค์ก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง ปรารถนาอยากกลืนกินมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นเวลานี้ อู่ อวี้ จำเป็นต้องทำให้จิตใจของเขาสงบนิ่ง
มั่นคงให้มากที่สุด
สิ่งที่ชายชราเห็นในตอนนี้ก็คือ คนที่มันพาติดตามมา
ด้วยได้ตกตายไปต่อหน้าต่อตา
” ช่างรวดเร็วยิ่งนัก ดูเหมือนว่าฝีมือความสามารถของ
ปีศาจหมูป่าตัวนี้จะเหนือกว่าข้อมูลที่เราได้มา ” ขณะที่
ชายชราเห็น หนานซาน หวางเยว่ จัดการกับหนึ่งในคน
ของตนเอง ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็มาปรากฏกายขึ้นด้านข้าง
ของชายชรา อย่างไรก็ตามมันหาได้ตื่นตระหนกแม้แต่
น้อย แต่พูดสวนกลับอย่างเย็นชา
” เห๊อะ! ก็ดี! เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ตัวหารจะได้ลดลง ข้าก็
ยิ่งได้รับส่วนแบ่งมากขึ้น ” ชายชรากวาดสายตาเย็น
เยียบมอง อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่
“ดูเหมือนไอ้แก่นี่ จะปากเก่งยิ่งเสียกว่าฝีมือ ช่างกล้าคุย
โวโอ้อวดได้ถึงเพียงนี้” หนานซาน หวางเยว่ ทะยานเข้า
มาช่วยสนับสนุน อู่ อวี้ เนตรปีศาจมายาของเขา
สามารถช่วย อู่ อวี้ ในการต่อสู้ได้ดีมากทีเดียว
อย่างไรก็ตาม การจัดการล้มคู่ต่อสู้ก็ยังคงเป็นเรื่องยาก
มากอยู่ดี
ดังนั้นเป้าหมายที่สองของ อู่ อวี้ ก็คือคู่ต่อสู้ของเย่ซีซี
หลังจากร่างกลืนสวรรค์กลืนกินมือสังหารคนแรกไปแล้ว
ก็กระชับจักรพรรดิเป่ยหมิง พุ่งเข้าโจมตีคู่ต่อสู้ของเย่ซีซี
ทันที จนตอนนี้กลายเป็นการต่อสู้แบบ 3 ต่อ 1
จวบจนบัดนี้ชายชราก็ยังไม่เริ่มเคลื่อนไหวใด ๆ
” ทำไม? อยากดูจุดจบของมันเช่นนั้นหรือ? ” การที่มัน
ไม่ได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวใด ๆ ถือเป็นผลดีสำหรับ อู่
อวี้ ตัวเขาก็แค่รอให้ชายวัยกลางคนตกตายไป หลังจาก
นั้นพวกเขาทั้ง 5 ก็จะรุมโจมตีชายชราผู้นี้
“ช่างปะไร… ในเมื่อคนหารลดลงไปอีกหนึ่ง ข้าก็ได้เงิน
เพิ่มขึ้น” ชายชราไม่รีบร้อน แต่ในเวลานี้ท่าทีของมัน
กลับดูเยือกเย็นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม หลังจากได้
เห็นความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ แต่ท่าทีของมันยังคงแข็ง
กร้าวไร้ซึ่งความหวาดกลัว แสดงให้เห็นว่าชายชราผู้นี้ไม่
ธรรมดาเลยจริง ๆ
อู่ อวี้ ไร้ซึ่งความเกรงใจยิ่งกว่าเดิม
“เสวี้ย ตู๋เค่อ ช่วยข้าด้วย!” ชีวิตของชายวัยกลางคน
กำลังเผชิญอยู่กับวิกฤตความเป็นตาย มันไม่สามารถ
หัวเราะได้อีกต่อไป สิ่งที่มันทำได้คือร้องขอความ
ช่วยเหลือเพียงเท่านั้น
ถึงกระนั้นชายชราก็ยังคงไม่ขยับเขยื้อน ชายชรายังคง
ยืนดูสหายร่วมภารกิจถูกฆ่า หลังจากนั้นก็ถูกร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้ กลืนกิน
——————————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ