กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 157 พิการ บทที่ 157 พิการ
ฮวงเฟิงมองดูกระสุนสีเทาในมือของเขาและรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ฮวงเฟิงมองดูกระสุนสีเทาในมือของเขาและรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
ในโลกแห่งความเป็นจริงฮวงเฟิงไม่คิดว่าเขาจะต้องการใช้ป่้น ในโลกแห่งความเป็นจริงฮวงเฟิงไม่คิดว่าเขาจะต้องการใช้ป่้น
แต่ในอนาคตเขาจะต้องเดินทางไปยังมิติอื่นถ้าเขามีป่้นเอาไว้นั่นก็น่าจะปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่ในอนาคตเขาจะต้องเดินทางไปยังมิติอื่นถ้าเขามีป่้นเอาไว้นั่นก็น่าจะปลอดภัยยิ่งขึ้น
แต่น่าเสียดายที่เขามีป่้นแล้วแต่เขากลับมีกระสุนเพียงนัดเดียว ดังนั้นการใช้ป่้นนี้จึงมีข้อจำกัดมาก
แน่นอนว่าหากใช้มันอย่างเหมาะสมมันก็อาจจะมีบทบาทสำคัญเช่นกัน แน่นอนว่าหากใช้มันอย่างเหมาะสมมันก็อาจจะมีบทบาทสำคัญเช่นกัน
หลังจากที่วางป่้นลงในกล่องจักรวาลแล้วฮวงเฟิงก็สงสัยว่าถ้าป่้นกระบอกนี้มาจากสนามรบ ยกตัวอย่างเช่น ซื้อระเบิดมือปลอมสักสองสามลูกงั้นหรือ?
สิ่งของเหล่านี้ล้วนพบได้ในสนามรบถ้าหากเขาซื้อของปลอมมาวางไว้ในกล่องจักรวาลก็จะง่า สิ่งของเหล่านี้ล้วนพบได้ในสนามรบถ้าหากเขาซื้อของปลอมมาวางไว้ในกล่องจักรวาลก็จะง่า
หลังจากที่คิดเรื่องนี้ฮวงเฟิงก็ขึ้นไปบนเตียงและเริ่มนั่งสมาธิ สำหรับเสี่ยวไป๋หลังจากที่เจ้าตัวเล็กกินข้าวเสร็จแล้ว มันก็ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เขาอย่างเกียจคร้าน
เจ้าหนูตัวเล็กดูไม่เหมือนหมาปśาเลยแม้แต่น้อย เจ้าหนูตัวเล็กดูไม่เหมือนหมาปśาเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามเจ้าตัวเล็กน่าจะอยู่ในช่วงวัยแรกรุ่นของมันในตอนนี้ดังนั้นการกระทำเหล่านี้จึง อย่างไรก็ตามเจ้าตัวเล็กน่าจะอยู่ในช่วงวัยแรกรุ่นของมันในตอนนี้ดังนั้นการกระทำเหล่านี้จึง
ฮวงเฟิงเริ่มทำสมาธิราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ที่คลับเฮาส์น้ำพุใสนั้นกำลังอยู่ในความโกล ฮวงเฟิงเริ่มทำสมาธิราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ที่คลับเฮาส์น้ำพุใสนั้นกำลังอยู่ในความโกล
และเมื่อเห็นสภาพที่น่าสังเวชของถงเฉียนและเหลาหยูแล้วหัวใจของเขาก็เริ่มเต้นถี่และสีหน และเมื่อเห็นสภาพที่น่าสังเวชของถงเฉียนและเหลาหยูแล้วหัวใจของเขาก็เริ่มเต้นถี่และสีหน
“นี่พวกแกเป็นพวกสวะหรือเปล่า? มีคนลอบเข้ามาทำร้ายนายน้อยถงและนายน้อยหยู แต่พวกแกกลับไม่มีใครเห็นอะไรเลย แล้วฉันจะมีพวกแกไว้ทำซากอะไรเนี่ย?!” ผู้จัดการถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเสียงดัง
อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสอบปากคำเขารีบกดโทรศัพท์และส่งนายน้อยถงและน ในขณะที่เขาเองก็ตามไปติดๆ
ไม่นานหลังจากที่ทุกคนมาถึงโรงพยาบาลถงเฉียนจุ้นและลุงหลี่ก็มาถึง ไม่นานหลังจากที่ทุกคนมาถึงโรงพยาบาลถงเฉียนจุ้นและลุงหลี่ก็มาถึง
ในเวลานี้ลุงหลี่ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับชิวหัวคนโปรดของของเขาแล้ว ในเวลานี้ลุงหลี่ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับชิวหัวคนโปรดของของเขาแล้ว
หลังจากที่ได้ถูกส่งไปสั่งสอนเจ้ารปภ. แต่เขากลับพ่ายแพ้ให้กับรปภ. ตัวน้อยจนถึงกับขาหัก
เขาไม่เคยคาดคิดว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตัวน้อยที่เขาไม่เคยเห็นอยู่ในสายตาจะมีพ เขาไม่เคยคาดคิดว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตัวน้อยที่เขาไม่เคยเห็นอยู่ในสายตาจะมีพ
สิ่งนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของลุงหลี่และเมื่อเขากำลังจะส่งคนไปสั่งสอนฮวงเฟิง เขาก็ได้รับข่าวว่าถงเฉียนถูกทำร้ายอีกครั้ง
และครั้งนี้เขาถูกทำร้ายอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก และครั้งนี้เขาถูกทำร้ายอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้วุ่นวายกับการจัดการฮวงเฟิงอีกต่อไปและรีบรุดไปที่โรงพยาบาลในทันที ดังนั้นเขาจึงไม่ได้วุ่นวายกับการจัดการฮวงเฟิงอีกต่อไปและรีบรุดไปที่โรงพยาบาลในทันที
อารมณ์ของถงเฉียนจุ้นนั้นแย่มากลูกชายของเขาเป็นคนที่เขาตามใจมาตั้งแต่เด็ก และตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดที่จะตีลูกเลยสักครั้ง
แต่ตอนนี้ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันเขาก็ถูกทำร้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาลถึงสองครั้งแล้ว แต่ตอนนี้ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันเขาก็ถูกทำร้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาลถึงสองครั้งแล้ว
และซ้ำร้ายยังโดนทำร้ายหนักกว่าครั้งก่อนเสียอีก และซ้ำร้ายยังโดนทำร้ายหนักกว่าครั้งก่อนเสียอีก
นอกจากนี้ถงเฉียนจุ้นได้ตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าอีกฝśายจะเป็นใครเขาก็ต้องการแก้แค้นให้จงได้และมันจะไม่ใช่แค่การทำร้ายแบบธรรมดาอย่าง
เป็นไปได้ไหมที่คนภายนอกคิดว่าเขากำลังทำธุรกิจและอยากที่จะกลั่นแกล้งเขา? นี่เขาคิดว่าตัวเองแก่จริงหรือเปล่า?
“เฉียนจุ้นอาเฉียนเป็นอย่างไรบ้าง?” ขณะที่ทั้งสองเดินไปลุงหลี่ก็ถามถงเฉียนจุ้นขึ้นมา
เขามีมิตรภาพที่ลึกซึ้งกับถงเฉียนจุ้นเมื่อตอนที่พวกเขายังเด็กดังนั้นเขาจึงปฏิบัติกับถงเฉียนเ เขามีมิตรภาพที่ลึกซึ้งกับถงเฉียนจุ้นเมื่อตอนที่พวกเขายังเด็กดังนั้นเขาจึงปฏิบัติกับถงเฉียนเ
และมองว่าเขาเป็นรุ่นน้องของเขาไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่รีบมาที่นี่เมื่อรู้ว่าเขาต้องเข้าโรงพ และมองว่าเขาเป็นรุ่นน้องของเขาไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่รีบมาที่นี่เมื่อรู้ว่าเขาต้องเข้าโรงพ
“ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจพวกเราเข้าไปข้างในก่อนเถอะ” ถงเฉียนจุ้นกล่าว “ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจพวกเราเข้าไปข้างในก่อนเถอะ” ถงเฉียนจุ้นกล่าว
ลุงหลี่พยักหน้า ลุงหลี่พยักหน้า
เมื่อทั้งสองคนมาถึงห้องผู้ปśวยนอกของถงเฉียนผู้จัดการของคลับเฮาส์น้ำพุใสก็เดินกลับมาท เมื่อทั้งสองคนมาถึงห้องผู้ปśวยนอกของถงเฉียนผู้จัดการของคลับเฮาส์น้ำพุใสก็เดินกลับมาท
“บอสถงคุณมาแล้วหรือ?” ผู้จัดการพยักหน้าและโค้งคำนับไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้เนื่องจากถงเฉียนจุ้นนั้นถือไพ่เหนือกว่า
“แล้วลูกชายของฉันล่ะ?”แล้วใครคือคนร้าย? ” ถงเฉียนจุ้นพูดขณะที่เขามองไปที่ผู้จัดการตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
แม้ว่าเขาจะเป็นผู้จัดการของคลับเฮาส์น้ำพุใสแต่เขาก็ไม่อาจที่จะทนต่อการจ้องมองของสอ เขารู้สึกถึงเหงื่อที่ออกที่หน้าผาก
“สำหรับสถานการณ์ของนายน้อยถงแพทย์ยังคงตรวจดูอาการเขาอยู่และสำหรับคนร้ายไม่ม ผมได้สังเกตุเห็นว่ามีคนแปลกหน้าที่เข้าไปในห้องส่วนตัวของนายน้อยก่อนหน้านี้ แต่คนๆ นั้นก็เอาแต่ก้มหน้าทำให้มองไม่เห็นหน้าเขาชัดๆ” ผู้จัดการอธิบาย
“ไอ้สวะ!”ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายฉัน ฉันจะรื้อคลับเฮาส์ของแกซะ!” ถงเฉียนจุ้นพูดด้วยความโกรธ เขาไม่คาดคิดว่าหลังจากลูกชายของตัวเองถูกทำร้าย เขาก็ยังไม่รู้ว่าคนที่ทำร้ายคือใครกันแน่
“ครับครับ นายน้อยถงจะต้องไม่เป็นอะไรมาก” ผู้จัดการกล่าวขณะที่เขาปาดเหงื่อที่หน้าผากออก
เขาหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับถงเฉียนไม่เช่นนั้นคลับเฮาส์ของเขาคงจะต้องโดนยุบจริงๆ เขาหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับถงเฉียนไม่เช่นนั้นคลับเฮาส์ของเขาคงจะต้องโดนยุบจริงๆ
ในเวลานั้นหมอที่ดูแลถงเฉียนและเหลาหยูที่ถูกส่งเข้าไปตรวจก็ได้กลับออกมา ในเวลานั้นหมอที่ดูแลถงเฉียนและเหลาหยูที่ถูกส่งเข้าไปตรวจก็ได้กลับออกมา
ถงเฉียนจุ้นไม่ได้สนใจผู้จัดการคนนั้นอีกต่อไปและก็รีบถามเขาว่า ถงเฉียนจุ้นไม่ได้สนใจผู้จัดการคนนั้นอีกต่อไปและก็รีบถามเขาว่า
“เป็นไงบ้าง?แล้วลูกชายฉันล่ะ?” ถงเฉียนถามด้วยความกังวล “เป็นไงบ้าง?แล้วลูกชายฉันล่ะ?” ถงเฉียนถามด้วยความกังวล
“นายน้อยถงนั้นยังคงไม่ได้สติแต่เขาจะฟ่้่้นขึ้นมาในเร็วๆ นี้แหละ” ดูเหมือนว่าหมอจะจำถงเฉียนจุ้นได้
“แต่ขาของเขา..” “แต่ขาของเขา..”
“เกิดอะไรขึ้นกับขาของเขา?”ถงเฉียนจุ้นรู้สึกถึงลางไม่ดีในใจอย่างทันที “เกิดอะไรขึ้นกับขาของเขา?”ถงเฉียนจุ้นรู้สึกถึงลางไม่ดีในใจอย่างทันที
“ขาของเขาหักซึ่งจากแรงกดจากภายนอกซึ่งทำให้ขาของเขาได้รับความเสียหายเป็นจำนวน แม้ว่านายน้อยถงจะไม่ถึงกับต้องนั่งรถเข็นในอนาคต แต่ขาของเขาก็อาจจะง่อยเล็กน้อย” หมอกล่าวด้วยความประหม่า
“มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง?นี่คุณรักษายังไงกัน? คุณทำให้ลูกผมพิการงั้นเหรอ?!” ถงเฉียนจุ้มไม่สามารถที่จะยอมรับเรื่องนี้ได้
เขาคว้าเสื้อผ้าของหมอและถามเสียงดัง เขาคว้าเสื้อผ้าของหมอและถามเสียงดัง
คนที่อยู่ข้างๆต่างพากันห้ามเขาเอาไว้ ลุงหลี่เองก็คอยปลอบเขาว่า “เฉียนจุ้น อย่าทำอย่างนี้สิ ถ้าโรงพยาบาลนี้รักษาไม่ได้ พวกเราก็แค่เปลี่ยนไปรักษาที่ต้องการแก้แค้นให้จงได้และมันจะไม่ใช่แค่การทำร้ายแบบธรรมดาอย
เป็นไปได้ไหมที่คนภายนอกคิดว่าเขากำลังทำธุรกิจและอยากที่จะกลั่นแกล้งเขา? เป็นไปได้ไหมที่คนภายนอกคิดว่าเขากำลังทำธุรกิจและอยากที่จะกลั่นแกล้งเขา?
นี่เขาคิดว่าตัวเองแก่จริงหรือเปล่า? นี่เขาคิดว่าตัวเองแก่จริงหรือเปล่า?
“เฉียนจุ้นอาเฉียนเป็นอย่างไรบ้าง?” ขณะที่ทั้งสองเดินไปลุงหลี่ก็ถามถงเฉียนจุ้นขึ้นมา
เขามีมิตรภาพที่ลึกซึ้งกับถงเฉียนจุ้นเมื่อตอนที่พวกเขายังเด็กดังนั้นเขาจึงปฏิบัติกับถงเฉียนเ เขามีมิตรภาพที่ลึกซึ้งกับถงเฉียนจุ้นเมื่อตอนที่พวกเขายังเด็กดังนั้นเขาจึงปฏิบัติกับถงเฉียนเ
และมองว่าเขาเป็นรุ่นน้องของเขาไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่รีบมาที่นี่เมื่อรู้ว่าเขาต้องเข้าโรงพ และมองว่าเขาเป็นรุ่นน้องของเขาไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่รีบมาที่นี่เมื่อรู้ว่าเขาต้องเข้าโรงพ
“ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจพวกเราเข้าไปข้างในก่อนเถอะ” ถงเฉียนจุ้นกล่าว “ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจพวกเราเข้าไปข้างในก่อนเถอะ” ถงเฉียนจุ้นกล่าว
ลุงหลี่พยักหน้า ลุงหลี่พยักหน้า
เมื่อทั้งสองคนมาถึงห้องผู้ปśวยนอกของถงเฉียนผู้จัดการของคลับเฮาส์น้ำพุใสก็เดินกลับมาท เมื่อทั้งสองคนมาถึงห้องผู้ปśวยนอกของถงเฉียนผู้จัดการของคลับเฮาส์น้ำพุใสก็เดินกลับมาท
“บอสถงคุณมาแล้วหรือ?” ผู้จัดการพยักหน้าและโค้งคำนับไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้เนื่องจากถงเฉียนจุ้นนั้นถือไพ่เหนือกว่า
“แล้วลูกชายของฉันล่ะ?”แล้วใครคือคนร้าย? ” ถงเฉียนจุ้นพูดขณะที่เขามองไปที่ผู้จัดการตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
แม้ว่าเขาจะเป็นผู้จัดการของคลับเฮาส์น้ำพุใสแต่เขาก็ไม่อาจที่จะทนต่อการจ้องมองของสอ เขารู้สึกถึงเหงื่อที่ออกที่หน้าผาก
“สำหรับสถานการณ์ของนายน้อยถงแพทย์ยังคงตรวจดูอาการเขาอยู่และสำหรับคนร้ายไม่ม ผมได้สังเกตุเห็นว่ามีคนแปลกหน้าที่เข้าไปในห้องส่วนตัวของนายน้อยก่อนหน้านี้ แต่คนๆ นั้นก็เอาแต่ก้มหน้าทำให้มองไม่เห็นหน้าเขาชัดๆ” ผู้จัดการอธิบาย
“ไอ้สวะ!”ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายฉัน ฉันจะรื้อคลับเฮาส์ของแกซะ!” ถงเฉียนจุ้นพูดด้วยความโกรธ เขาไม่คาดคิดว่าหลังจากลูกชายของตัวเองถูกทำร้าย เขาก็ยังไม่รู้ว่าคนที่ทำร้ายคือใครกันแน่
“ครับครับ นายน้อยถงจะต้องไม่เป็นอะไรมาก” ผู้จัดการกล่าวขณะที่เขาปาดเหงื่อที่หน้าผากออก
เขาหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับถงเฉียนไม่เช่นนั้นคลับเฮาส์ของเขาคงจะต้องโดนยุบจริงๆ เขาหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับถงเฉียนไม่เช่นนั้นคลับเฮาส์ของเขาคงจะต้องโดนยุบจริงๆ
ในเวลานั้นหมอที่ดูแลถงเฉียนและเหลาหยูที่ถูกส่งเข้าไปตรวจก็ได้กลับออกมา ในเวลานั้นหมอที่ดูแลถงเฉียนและเหลาหยูที่ถูกส่งเข้าไปตรวจก็ได้กลับออกมา
ถงเฉียนจุ้นไม่ได้สนใจผู้จัดการคนนั้นอีกต่อไปและก็รีบถามเขาว่า ถงเฉียนจุ้นไม่ได้สนใจผู้จัดการคนนั้นอีกต่อไปและก็รีบถามเขาว่า
“เป็นไงบ้าง?แล้วลูกชายฉันล่ะ?” ถงเฉียนถามด้วยความกังวล “เป็นไงบ้าง?แล้วลูกชายฉันล่ะ?” ถงเฉียนถามด้วยความกังวล
“นายน้อยถงนั้นยังคงไม่ได้สติแต่เขาจะฟ่้่้นขึ้นมาในเร็วๆ นี้แหละ” ดูเหมือนว่าหมอจะจำถงเฉียนจุ้นได้
“แต่ขาของเขา..” “แต่ขาของเขา..”
“เกิดอะไรขึ้นกับขาของเขา?”ถงเฉียนจุ้นรู้สึกถึงลางไม่ดีในใจอย่างทันที “เกิดอะไรขึ้นกับขาของเขา?”ถงเฉียนจุ้นรู้สึกถึงลางไม่ดีในใจอย่างทันที
“ขาของเขาหักซึ่งจากแรงกดจากภายนอกซึ่งทำให้ขาของเขาได้รับความเสียหายเป็นจำนวน แม้ว่านายน้อยถงจะไม่ถึงกับต้องนั่งรถเข็นในอนาคต แต่ขาของเขาก็อาจจะง่อยเล็กน้อย” หมอกล่าวด้วยความประหม่า
“มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง?นี่คุณรักษายังไงกัน? คุณทำให้ลูกผมพิการงั้นเหรอ?!” ถงเฉียนจุ้มไม่สามารถที่จะยอมรับเรื่องนี้ได้
เขาคว้าเสื้อผ้าของหมอและถามเสียงดัง เขาคว้าเสื้อผ้าของหมอและถามเสียงดัง
คนที่อยู่ข้างๆต่างพากันห้ามเขาเอาไว้ ลุงหลี่เองก็คอยปลอบเขาว่า “เฉียนจุ้น อย่าทำอย่างนี้สิ ถ้าโรงพยาบาลนี้รักษาไม่ได้ พวกเราก็แค่เปลี่ยนไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น”
ถงเฉียนจุ้นปล่อยมือของเขาและเมื่อทุกคนคิดว่าเขาคงจะสงบลงแล้ว ทันใดนั้นเขาก็ตบเข้าที่หน้าของหมอและผลักเขาจนกระเด็น
จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและหันไปตบหน้าของผู้จัดการคลับเฮาส์ที่กำลังตะลึงงันอยู่ จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและหันไปตบหน้าของผู้จัดการคลับเฮาส์ที่กำลังตะลึงงันอยู่
“ถ้าลูกชายฉันต้องเป็นง่อยจริงๆฉันจะมาหักขาของพวกแกด้วย!” “ถ้าลูกชายฉันต้องเป็นง่อยจริงๆฉันจะมาหักขาของพวกแกด้วย!”
หลังจากที่ถงเฉียนจุ้นพูดจบเขาก็พาคนของเขาเข้าไปในห้องผู้ปśวย หลังจากที่ถงเฉียนจุ้นพูดจบเขาก็พาคนของเขาเข้าไปในห้องผู้ปśวย
แม้แต่สำหรับหมอและผู้จัดการของคลับเฮาส์ก็ไม่กล้าที่จะห้ามพวกเขาเพราะเขารู้ว่าเขาจะต แม้แต่สำหรับหมอและผู้จัดการของคลับเฮาส์ก็ไม่กล้าที่จะห้ามพวกเขาเพราะเขารู้ว่าเขาจะต
นอกจากนี้เขายังต้องกังวลเกี่ยวกับการแก้แค้นของถงเฉียนจุ้นเพราะหมอรู้สึกว่ามันไม่ยุติธร นอกจากนี้เขายังต้องกังวลเกี่ยวกับการแก้แค้นของถงเฉียนจุ้นเพราะหมอรู้สึกว่ามันไม่ยุติธร
ในใจเขากำลังคิดอยู่แล้วว่าจะลาออกดีหรือไม่เพราะถงเฉียนจุ้นคนนี้สามารถที่จะทำอะไรก็ไ ในใจเขากำลังคิดอยู่แล้วว่าจะลาออกดีหรือไม่เพราะถงเฉียนจุ้นคนนี้สามารถที่จะทำอะไรก็ไ