กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 214 ไอ้ลามก บทที่ 214 ไอ้ลามก
ด้วยเหตุนี้ฮวงเฟิงจึงเข้าไปในรถของเซี่ยเมิ่งเจียว ภายใต้สายตาที่งุนงง ด้วยเหตุนี้ฮวงเฟิงจึงเข้าไปในรถของเซี่ยเมิ่งเจียว ภายใต้สายตาที่งุนงง
ในเวลานี้ทุกคนมองเขาด้วยสายตาอิจฉาเล็กน้อยเพราะในรถคันนั้นนอกจากฮวงเฟิงแล้วยังม และการปฏิบัติเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับทุกคน
อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาคิดถึงทัศนคติของเซี่ยเมิ่งเจียวที่มีต่อฮวงเฟิงแล้ว ความอิจฉาในใจของพวกเขาก็หายไป
เป็นไปได้ว่าเมื่อฮวงเฟิงขึ้นรถไปแล้วถึงแม้ว่าเขาจะถูกรายล้อมไปด้วยสาวสวยแต่เขาก็คงจะ เป็นไปได้ว่าเมื่อฮวงเฟิงขึ้นรถไปแล้วถึงแม้ว่าเขาจะถูกรายล้อมไปด้วยสาวสวยแต่เขาก็คงจะ
ในความเป็นจริงฮวงเฟิงก็รู้สึกเช่นนั้นเช่นกัน เพื่อทำการสอบสวนฮวงเฟิง เซี่ยเมิ่งเจียวให้ให้ฮวงเฟิงนั่งที่นั่งด้านหลังและเธอเองก็วิ่งไปขึ้นที่เบาะหลังและนั่งข้างๆ ฮวงเฟิง
และถังมู่ซิ่วก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรดังนั้นเธอจึงไม่ได้นั่งที่ด้านหน้าแต่กลับวิ่งไปนั่งที่ด้านข้างของ และถังมู่ซิ่วก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรดังนั้นเธอจึงไม่ได้นั่งที่ด้านหน้าแต่กลับวิ่งไปนั่งที่ด้านข้างของ
ซูหยูโม่ไม่มีทางเลือกอื่นเธอจึงทำได้แค่ขับรถไปเท่านั้น ซูหยูโม่ไม่มีทางเลือกอื่นเธอจึงทำได้แค่ขับรถไปเท่านั้น
แต่เมื่อมองไปที่ฮวงเฟิงด้วยความกังวลเป็นพิเศษเธอก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการกับคนสว แต่เมื่อมองไปที่ฮวงเฟิงด้วยความกังวลเป็นพิเศษเธอก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการกับคนสว
อย่างไรก็ตามฮวงเฟิงไม่ได้มีความสุขเลย วิธีที่เซี่ยเมิ่งเจียวมองเขานั้นไม่เป็นมิตรเลย ก็แค่เขาตะโกนเรียกชื่อเธอผิดด้วยความรีบร้อน ก็เพราะการแสดงออกของเธอก่อนหน้านี้นั้นคล้ายกับผู้หญิงบ้า แล้วทำไมเธอถึงไม่ยอมรับละ?
สำหรับสาวงามในอีกด้านหนึ่งที่เขาไม่รู้จักดวงตาของเธอไม่เคยละจากเขาเลยตั้งแต่วินาทีที่เ สำหรับสาวงามในอีกด้านหนึ่งที่เขาไม่รู้จักดวงตาของเธอไม่เคยละจากเขาเลยตั้งแต่วินาทีที่เ
แต่มันไม่ใช่เพราะว่าเขามีเสน่ห์ดึงดูดใจแต่การจ้องมองของเธอราวกับว่าเธอได้ค้นพบของเล แต่มันไม่ใช่เพราะว่าเขามีเสน่ห์ดึงดูดใจแต่การจ้องมองของเธอราวกับว่าเธอได้ค้นพบของเล
“เมิ่งเจียวทำไมเธอไม่แนะนำลูกน้องที่โดดเด่นคนนี้ให้ฉันรู้จัก” ถังมู่ซิ่วเป็นผู้ทำลายความเงียบภายในรถคันนั้น
“เขาเหรอ?”เขาเป็นแค่ไอ้คนทะลึ่งและไร้ยางอาย เธอไปเห็นเขาโดดเด่นตั้งแต่เมื่อไรกัน?” เซี่ยเมิ่งเจียวพูดขณะที่กัดฟัน เธอยังจำวิธีที่ฮวงเฟิงเรียกเธอได้และความประทับใจในครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน
“เฮ้ผู้อำนวยการเซี่ย ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นเจ้านายของผม แต่คุณก็ไม่สามารถกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมได้จริงไหม? ผมจะเป็นคนทะลึ่งได้ยังไงกัน?” ฮวงเฟิงกล่าวด้วยความไม่พอใจ
“หรือไม่จริง?คุณเป็นผู้ชายทำไมไม่กล้ายอมรับ!”เซี่ยเมิ่งเจียว กล่าว “หรือไม่จริง?คุณเป็นผู้ชายทำไมไม่กล้ายอมรับ!”เซี่ยเมิ่งเจียว กล่าว
“ว้าวนี่มันข่าวดังพลุแตกเลย นี่รูปหล่อ อย่าบอกนะว่าเธอได้ล่วงเกินเมิ่งเจียวและทิ้งเธอน่ะ?”
“เมิ่งเจียว ฉันเคยบอกเธอแล้วว่าอย่าอารมณ์ร้อน ผู้ชายไม่ชอบ ดูสิเธอถูกเขาทิ้งใช่ไหม?” ถังมู่ซิ่วกล่าวอย่างย่ามใจอยู่ด้านข้าง
“เธอน่ะสิที่ถูกทิ้ง!”เซี่ยมเมิ่งเจียวพูดกระทบเธอ “เธอน่ะสิที่ถูกทิ้ง!”เซี่ยมเมิ่งเจียวพูดกระทบเธอ
“ผู้อำนวยการเซี่ยผมว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิดบางอย่างระหว่างเราแล้วล่ะ?” ครั้งที่แล้วที่เซี่ยเมิ่งเจียวพบเขา เขาได้ถูกเธอขวางเอาไว้และบอกว่าเขาเป็นไอ้คนทะลึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้นเธอก็รู้จักชื่อของเขาในตอนนั้นหมายความว่าเธอไม่ได้จำผิดคน เป็นเพียงเพราะว่าเขาจำไม่ได้ว่าพวกเขาเคยมีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อน
“เข้าใจผิดงั้นเหรอ?คุณพูดว่านี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดงั้นเหรอ? เห็นได้ชัดว่าคุณเป็นคนเดียวที่เอาเปรียบฉัน แต่คุณก็ยังไม่ยอมรับผิด และในตอนนี้ ต่อหน้าคนมากมายคุณยังเรียกฉันว่าผู้หญิงบ้าอีก คุณมันไอ้คนทะลึ่ง ไร้ยางอาย!” เซี่ยเมิ่งเจียวรู้สึกว่าความโกรธของเธอกำลังจะระเบิด คนๆ นี้ไม่เป็นลูกผู้ชายเลยแม้แต่น้อย
“ผมเอาเปรียบคุณตอนไหน?”ฮวงเฟิงถาม “ผมเอาเปรียบคุณตอนไหน?”ฮวงเฟิงถาม
“เมิ่งเจียวเขาไปเอาเปรียบเธอตอนไหนกัน?” ถึงแม้ว่าเธอจะกำลังขับรถอยู่ แต่เธอก็ให้ความสนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่เบาะด้านหลัง
และในตอนนี้เธอได้ยินเซี่ยเมิ่งเจียวพูดว่าเขาเอาเปรียบเธอเธอจึงอดไม่ได้ที่จะถาม และในตอนนี้เธอได้ยินเซี่ยเมิ่งเจียวพูดว่าเขาเอาเปรียบเธอเธอจึงอดไม่ได้ที่จะถาม
ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกกังวลเล็กน้อยในใจคิดว่าเธอคงจะเข้าใจฮวงเฟิงผิดไปหรือเปล่า? ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกกังวลเล็กน้อยในใจคิดว่าเธอคงจะเข้าใจฮวงเฟิงผิดไปหรือเปล่า?
ตอนแรกเธอคิดว่าฮวงเฟิงเป็นเพียงคนธรรมดาแต่เธอไม่เคยคิดว่าภายใต้สถานการณ์ที่เขาม เขาจะไปล่วงเกินอะไรเซี่ยเมิ่งเจียวได้จริงๆ
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายธรรมดาจะสามารถทำได้แม้ว่าจะเป็นนายน้อยของเมืองหลวงที่คิดเสน่หาต แต่เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าฮวงเฟิงจะทำอะไรแบบนั้น
“ฮึกก็วันนั้นที่บาร์ตรงประตูห้องน้ำ คุณมากอดฉันตอนที่ฉันเมาและมือของคุณก็ยังคลำไปรอบๆ ด้วย แล้วคุณยังบอกว่าฉันเป็นคนปśาเถื่อนอีก คุณลืมไปแล้วงั้นเหรอ?” ในเวลานี้เซี่ยเมิ่งเจียวไม่ได้ปิดบังสิ่งที่เกิดขึ้นในผับอีกต่อไป ถ้าเธอไม่พูดอะไร ฮวงเฟิงก็อาจจะปฏิเสธที่จะยอมรับมัน
หลังจากได้ยินคำพูดของเซี่ยเมิ่งเจียวใบหน้าของซูหยูโม่ก็ดูน่าเกลียดเล็กน้อย หลังจากได้ยินคำพูดของเซี่ยเมิ่งเจียวใบหน้าของซูหยูโม่ก็ดูน่าเกลียดเล็กน้อย
แม้ว่าความสัมพันธ์ในปัจจุบันของเธอกับฮวงเฟิงจะยังไม่ก้าวหน้าไปกว่านี้แต่เธอก็ยังมีความ ดังนั้นเธอจึงไม่อยากจะให้ฮวงเฟิงเป็นคนแบบนี้
อย่างไรก็ตามเธอนึกถึงปฏิสัมพันธ์ของเธอกับฮวงเฟิงในทันทีและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนน อย่างไรก็ตามเธอนึกถึงปฏิสัมพันธ์ของเธอกับฮวงเฟิงในทันทีและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนน
แต่ฮวงเฟิงก็มีความประพฤติดีต่อเธอมากและไม่ได้ทำอะไรที่ผิดปกติแม้แต่ความเข้าใจผิดใน แต่ฮวงเฟิงก็มีความประพฤติดีต่อเธอมากและไม่ได้ทำอะไรที่ผิดปกติแม้แต่ความเข้าใจผิดใน
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ซูหยูโม่จึงพูดกับเซี่ยเมิ่งเจียวว่า”เมิ่งเจียว นี่เข้าใจผิดกันหรือเปล่า?” เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ซูหยูโม่จึงพูดกับเซี่ยเมิ่งเจียวว่า”เมิ่งเจียว นี่เข้าใจผิดกันหรือเปล่า?”
“พี่หยูโม่เธอจะช่วยคนนอกได้อย่างไรกัน? เชื่อฉันสิ ผู้ชายคนนี้เป็นคนทะลึ่งจริงๆ” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าวด้วยความข้องใจเล็กน้อย
“อ้อฉันจำได้แล้ว คุณเป็นผู้หญิงขี้เมา!” ในเวลานี้ ฮวงเฟิงจำได้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนในบาร์ เขามีเรื่องแบบนี้กับผู้หญิงแปลกหน้า
อย่างไรก็ตามคุณตำหนิผมไม่ได้ใช่ไหม? ตอนนั้นผมเพิ่งออกมาจากห้องน้ำและเห็นว่าคุณกำลังเดินโซเซอยู่และกำลังจะล้มลง ผมจึงก้าวเข้าไปช่วยพยุงคุณและมือของผมก็ไม่ได้สัมผัสคุณแบบมั่วๆ ใช่ไหม? แต่ถ้าผมไม่กอดคุณไว้ คุณก็คงจะล้มลงแน่ๆ” ฮวงเฟิงรู้สึกถึงความจำเป็นที่เขาจะต้องบอกพวกเธอทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเพื่อไม่ให้คนเหล่านี้เ
เมื่อได้ยินคำอธิบายของฮวงเฟิงซูหยูโม่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้มองคนผิด
สิ่งต่างๆที่ฮวงเฟิงทำก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไปแต่เป็นเซี่ยเมิ่งเจียวเองที่ไปรบกวนเขา ไม่เช่นนั้นแล้ว เซี่ยเมิ่งเจียวก็จะพูดได้ว่าเธอกำลังช่วยคนนอก
“คุณมันไอ้คนทะลึ่งคุณล่วงเกินฉัน” เซี่ยเมิ่งเจียวกล่าว ในความคิดของเธอการที่ถูกฮวงเฟิงกอดแบบนั้น ก็คือถูกฮวงเฟิงเอาเปรียบ