กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 285 รับปาก บทที่ 285 รับปาก
“คุยกับใครน่ะ?ท่าทางดูดีใจมาก ยิ้มไม่หุบเลยนะลูก” “คุยกับใครน่ะ?ท่าทางดูดีใจมาก ยิ้มไม่หุบเลยนะลูก”
เป็นแม่ที่เดินเข้ามาในห้องผู้ปśวยและเห็นชิวหนิงช่วงกำลังหัวเราะคิกคักอยู่กับโทรศัพท์ เป็นแม่ที่เดินเข้ามาในห้องผู้ปśวยและเห็นชิวหนิงช่วงกำลังหัวเราะคิกคักอยู่กับโทรศัพท์
“หนูไม่ได้คุยกับใครทั้งนั้นแหละพรุ่งนี้หนูก็จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว หนูเลยดีใจมาก” ชิวหนิงช่วงตอบ
“อย่าคิดว่าแม่ดูไม่ออกนะ”แม่ของชิวหนิงช่วงเปิดเผยความลับของเธออย่างไร้ความปรานี “อย่าคิดว่าแม่ดูไม่ออกนะ”แม่ของชิวหนิงช่วงเปิดเผยความลับของเธออย่างไร้ความปรานี
“ก่อนหน้านี้ตอนที่ลูกรู้ว่าลูดจะได้ออกจากโรงพยาบาล แม่ไม่เห็นลูกจะดีใจขนาดนี้เลยนะ” เธอใช้จังหวะตอนที่แม่ออกไปข้างนอกโทรไปหาอีกฝśาย ใบหน้าของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“แม่หนูนี่รู้ดีจริงๆ”ชิวหนิงช่วงรู้สึกเขินกับสิ่งที่แม่ของเธอพูดเล็กน้อย “แม่หนูนี่รู้ดีจริงๆ”ชิวหนิงช่วงรู้สึกเขินกับสิ่งที่แม่ของเธอพูดเล็กน้อย
“นี่ลูกโทรหาฮวงเฟิงอีกแล้วเหรอ?”แม่ของชิวหนิงช่วงถาม “นี่ลูกโทรหาฮวงเฟิงอีกแล้วเหรอ?”แม่ของชิวหนิงช่วงถาม
“โทรหาใคร?”ทันใดนั้นประตูห้องผู้ปśวยก็เปิดออก ผู้กำกับชิวเดินเข้ามาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
โดยพื้นฐานแล้วคดีของพี่เป่ียวรับการตัดสินแล้วและลูกสาวของเขาก็จะได้ออกจากโรงพยาบ ดังนั้นผู้กำกับชิวจึงอารมณ์ดีมาก
“ฮวงเฟิงพ่อหนุ่มที่ช่วยชีวิตลูกสาวของเรายังไงล่ะ!” แม่ของชิวหนิงช่วงตอบ “ฮวงเฟิงพ่อหนุ่มที่ช่วยชีวิตลูกสาวของเรายังไงล่ะ!” แม่ของชิวหนิงช่วงตอบ
“แม่อย่าพูดอะไรก็ไม่รู้สิ!” ชิวหนิงช่วงรู้สึกเขินมากกว่าเดิม แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไร ถ้าพ่อแม่ของเธอเป็นพ่อแม่ที่ต้องการให้เธอแต่งงาน เธอก็ไม่กล้าเสนอความคิดเห็นอะไร
“แล้วแม่พูดผิดตรงไหน?”แม่ของชิวหนิงช่วงถามกลับ “แล้วแม่พูดผิดตรงไหน?”แม่ของชิวหนิงช่วงถามกลับ
“เหอะฮวงเฟิงคนนั้นชักจะไร้ความรู้สึกเกินไปแล้ว สองสามวันมานี้ที่ลูกได้รับการรักษาที่โรงพยาบาล เขามาเยี่ยมลูกแค่ครั้งเดียวเอง”
“เขาไม่ว่าง”ชิวหนิงช่วงอดไม่ที่จะกล่าวปกป้องฮวงเฟิง “เขาไม่ว่าง”ชิวหนิงช่วงอดไม่ที่จะกล่าวปกป้องฮวงเฟิง
จากนั้นแม่ของชิวหนิงช่วงก็พูดว่า”ตาแก่ชิว ครั้งสุดท้ายที่คุณไม่อยู่ที่นี่ คุณเลยไม่ได้เห็นพ่อหนุ่มคนนั้น ฉันคิดว่าหน้าตาเขาใช้ได้ พรุ่งนี้ลูกสาวของเราก็จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว เราค่อยเลี้ยงข้าวเขาก็แล้วกัน คุณเองก็อยู่ทักทายเข้าด้วยสิ”
“ได้เลยผมต้องอยู่รอเจอเขาอยู่แล้ว อยากรู้จังว่าใครกันที่เก่งเสียจนขโมยหัวใจลูกสาวแสนสวยของผมไป” พ่อของชิวหนิงช่วงพูดพลางหัวเราะ เขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ดังนั้นในสายตาของเขา เขาจึงไม่มีความคิดเรื่องคลุมถุงชน
นอกจากนี้เขาก็ยังไม่ได้แก่หงำเหงือกหากเขายังสามารถปกป้องเธอได้ ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับเขาที่จะทำอะไรดีๆให้กับลูกสาวและลูกเขย ดังนั้นเขาจึงไม่ได้บังคับว่าลูกสาวจะต้องเลือกสามีในอนาคตแบบไหน แค่ลูกสาวของเขาชอบก็พอแล้ว
แน่นอนพ่อของชิวหนิงช่วงกลัวว่าลูกสาวของตัวเองจะถูกหลอกเพราะเมื่อผู้หญิงได้รู้จักกับค พวกเธอมักจะรู้สึกสับสน
อีกอย่างเขากลัวว่าอีกฝśายจะเข้าหาเพราะฐานะของเธอ สำหรับลูกสาวของเขาแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยสักนิด
“คุณพ่อแกล้งหนูอีกแล้ว!” ใบหน้าของชิวหนิงช่วงแดงแปร๊ดเหมือนลูกมะเขือเทศไม่มีผิด
“พ่อไม่ได้พูดเล่นลูกไม่ใช่เด็กอีกต่อแล้ว ถึงพ่อจะทนปล่อยลูกไปไม่ได้ แต่มันก็ถึงเวลาที่ลูกจะมีคนรักแล้ว ถ้าลูกชอบกันจริงๆ พ่อก็จะไม่ขัด แต่จำไว้ว่า อย่าให้อีกฝśายเข้ามาหลอกได้ล่ะ” ผู้กำกับชิวกล่าว
ผู้กำกับชิวรู้จักลูกสาวของตัวเองดีแม้หลายครั้งที่เธอทำตัวเข้มแข็ง แต่หัวใจของเธอกลับเปราะบางมาก คนแบบนี้มักจะถูกหลอกได้ง่าย เขาจึงต้องตักเตือนเธอสักหน่อย
ชิวหนิงช่วงเข้าใจดีว่าพ่อของตนกำลังหมายถึงอะไรแม้ว่าเธอจะไม่ยอมรับว่าตัวเองนั้นชอบฮ แต่เธอก็ยังแก้ต่างให้อีกฝśาย
“ฮวงเฟิงไม่รู้ว่าหนูเป็นใครสักหน่อยจนวันนั้นที่คุณพ่อปรากฎตัว เขาถึงได้รู้ยังไงละคะ”
“ใช่แล้วแค่ลูกรู้ว่าอะไรควรไม่ควรก็พอแล้ว” ผู้กำกับชิวพอใจกับคำพูดของลูกสาวของตนอย่างมาก เพราะถ้าไม่ใช่อย่างที่เขาคิด แสดงว่าอีกฝśายจะต้องเข้าหาลูกสาวของเขาเพราะฐานะแน่นอน
“พรุ่งนี้ลูกออกจากโรงพยาบาลแล้วพรุ่งนี้เขาจะมาหาลูกไหม?”แม่ของชิวหนิงช่วงถาม “พรุ่งนี้ลูกออกจากโรงพยาบาลแล้วพรุ่งนี้เขาจะมาหาลูกไหม?”แม่ของชิวหนิงช่วงถาม
“มาค่ะ…”แม้ว่าเธอจะรู้สึกเขิน แต่ชิวหนิงช่วงก็ยังบอกอีกฝśายไปตามตรง เพราะถึงเธอไม่บอก พรุ่งนี้พ่อและแม่ก็ต้องได้เห็นหน้าฮวงเฟิงอยู่ดี
“งั้นก็ดีพรุ่งนี้พ่อจะจับตาดูเขาไม่ให้เล็ดลอดสายตาไปได้เลย” เขาอยากรู้จักฮวงเฟิงคนนี้มาก หนึ่งคือเขาอยากรู้ว่าอีกฝśายทำให้ลูกสาวของเขาชอบได้อย่างไร
สองคืออาการบาดเจ็บตามร่างกายของลูกสาวของเขาเองอาการหนักขนาดนี้ แต่เจ้าตัวกลับยังแข็งแรงดี
แน่นอนว่าเรื่องนี้ฮวงเฟิงไม่รู้ว่าตระกูลชิวทั้งสามคนของชิวหนิงช่วงกำลังพูดถึงเขาอยู่เพราะ แน่นอนว่าเรื่องนี้ฮวงเฟิงไม่รู้ว่าตระกูลชิวทั้งสามคนของชิวหนิงช่วงกำลังพูดถึงเขาอยู่เพราะ
ตอนแรกในไม่กี่วันที่ผ่านมาเขารู้สึกว่าพลังภายในของตนดูเหมือนว่าใกล้จะเลื่อนระดับแล้ว ในคืนนั้นที่เขากัดผลไม้สีแดงให้เป็นชิ้นและป้อนให้ชิวหนิงช่วง
แม้ว่าเขาจะพยายามทำให้มันเข้าไปในปากของชิวหนิงช่วงแต่มันก็ยังคงมีน้ำจากผลไม้ส่วนห แม้ว่าเขาจะพยายามทำให้มันเข้าไปในปากของชิวหนิงช่วงแต่มันก็ยังคงมีน้ำจากผลไม้ส่วนห
และเมื่อในตอนที่น้ำจากผลไม้ได้ไหลเข้าสู่ร่างกายของฮวงเฟิงมันจึงช่วยพัฒนาร่างกายของเ ด้วยการเพิ่มความเร็วในการฝřกพลัง
หากแต่ผลที่ได้นั้นไม่ดีเท่ากับการกินผลไม้สีแดงทั้งลูกแต่เพราะสิ่งนี้ ฮวงเฟิงจึงสามารถผ่านช่วงคอขวดของการฝřกพลังไปได้ในที่สุด
และฮวงเฟิงที่เพิ่งเลื่อนระดับก็ได้ค้นพบว่ามีเส้นลมปราณจำนวนไม่น้อยที่เริ่มเปิดออกภายใ ตามร่างกายของเขาก็ถูกเติมเต็มตามจุดต่างๆมากขึ้น
นับเป็นเรื่องดีของฮวงเฟิงที่ได้ฝřกทั้งพลังและเวทมนตร์ไปพร้อมกันไม่ว่ามันจะเป็นการฝřกเล พลังภายในร่างกายของเขาจะเพิ่มขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น ด้วยเหตุนี้พลังของฮวงเฟิงในตอนนี้จึงแข็งแกร่งขึ้นจากเดิมมาก
ฮวงเฟิงผู้ที่ไม่มีอะไรให้ทำในโลกภายนอกได้หยุดการฝřกพลังตอนที่เขาเลิกงาน ฮวงเฟิงรู้สึกพอใจมากที่สัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นภายในร่างกาย หากเขาแข็งแกร่งมากพอ เขาก็จะสามารถอยู่รอดในโลกของจอมยุทธ์และไสยเวทได้
หลังจากที่เขากลับถึงบ้านไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงออดดังขึ้น และคนที่ยืนอยู่ข้างนอกนั่นก็คือ กัวเมิ่งหาน
นับตั้งแต่ที่เธอให้เกี๊ยวฮวงเฟิงหนึ่งกล่องกัวเมิ่งหานก็จะส่งอาหารชนิดอื่นที่เธอทำมาให้เขาเ บางครั้งก็เป็นซุป บางครั้งก็เป็นอาหารอร่อยๆ
ต้องบอกเลยได้ว่าทักษะการทำอาหารของเธอนั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆเพราะเธอไม่เคยนำอา ต้องบอกเลยได้ว่าทักษะการทำอาหารของเธอนั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆเพราะเธอไม่เคยนำอา
เธอไม่รู้ว่าฮวงเฟิงมี’คัมภีร์อมตะ’ เป็นของตัวเอง สำหรับเขานั้น การทำอาหารไม่ใช่เรื่องยาก
หากแต่ในความคิดของกัวเมิ่งหานเธอคิดว่าผู้ชายที่อาศัยอยู่เพียงลำพังอย่างฮวงเฟิงแล้วมัก และมีผู้ชายไม่น้อยที่เป็นแบบนี้จริงๆ
ถ้าพวกเขาอยากกินอิ่มพวกเขาก็แค่ซื้ออาการกลับมากินที่บ้าน แต่นอกจากพวกเขาจะต้องใช้เงินไม่น้อยซื้อมันแล้ว อาหารพวกนั้นยังไม่ค่อยมีคุณค่าทางสารอาหารอีกด้วย
ในความเป็นจริงเพื่อให้ฮวงเฟิงได้ทานอาหารอร่อยๆแล้ว เธอจะต้องใช้จ่ายเงินไปไม่น้อยและคิดได้ว่าเพิ่งซื้อผักติดมือมาด้วย