กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 286 รูมเมท บทที่ 286 รูมเมท
“นายยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม?ถ้างั้นก็มากินข้าวกับฉันสิ” “นายยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม?ถ้างั้นก็มากินข้าวกับฉันสิ”
ครั้งนี้ฮวงเฟิงไม่ได้ปฏิเสธ เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้เขาเคยปฏิเสธเธอ แต่ก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นเขาอาจจะไม่พูดคำที่สุภาพอีกต่อไป
แม้ว่าเขาจะทำอาหารเองได้แต่ถ้ามีอาหารมาเสิร์ฟตรงหน้าแถมยังอร่อยมาก แล้วอย่างนี้เขาจะปฏิเสธได้อย่างไรล่ะ?
ณตอนนี้ กัวเมิ่งหานว่างพอที่จะทำอาหารทานเอง ณตอนนี้ กัวเมิ่งหานว่างพอที่จะทำอาหารทานเอง
ท้ายที่สุดแล้วถึงเธอจะกลับบ้านไป แต่เธอก็ยังต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว แม้ว่าเธอจะแชร์ที่พักกับคนอื่น แต่ทั้งสามก็ไม่เคยได้ทานข้าวด้วยกันหรือพูดคุยกันเลย และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เนื่องจากตอนที่ฮวงเฟิงเคยแชร์ห้องพักับคนแปลกหน้าเขาก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่นัก หลังจากที่รู้สถานการณ์ในตอนนี้ของกัวเมิ่งหาน
“อ่๋าเหมือนจะไม่พอแหะ เดี๋ยวฉันกลับห้องไปเอามาเพิ่มก็แล้วกัน” กินข้าวที่นี่อย่างน้อยก็ดีกว่ากินคนเดียว นอกจากนี้เธอยังได้พูดคุยกับฮวงเฟิงที่ไม่เคยทำตัวน่ารำคาญเลย
วิถีชีวิตในตอนนี้ของกัวเมิ่งหานเหมือนกับวิถีชีวิตของฮวงเฟิงในอดีตไม่มีผิดนานๆครั้งเขาถึง ทั้งหมดก็เพื่อประหยัดเงิน
ด้วยเหตุนี้หลังจากที่ทานอาหารเย็นอย่างโดดเดี่ยวเสร็จ ตกดึก เธอก็จะเล่นโทรศัพท์หรือไม่ก็อ่านหนังสือแทนที่จะออกไปเที่ยวข้างนอก แม้ว่าเธอจะไม่มีเพื่อนคุยเลยก็ตาม
“ฉันไปด้วยสิ”ฮวงเฟิงว่า เขากลัวว่ากัวเมิ่งหานจะทำคนเดียวไม่ไหว “ฉันไปด้วยสิ”ฮวงเฟิงว่า เขากลัวว่ากัวเมิ่งหานจะทำคนเดียวไม่ไหว
“ก็ได้…”แม้ว่าเธอจะรู้สึกประหม่า แต่กัวเมิ่งหานที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบรับคำขอจากอีกฝśาย
นี่เป็นครั้งแรกที่ฮวงเฟิงได้ไปที่ห้องของกัวเมิ่งหานแม้ว่าทั้งสองคนจะเคยขึ้นไปชั้นบนและชั้น แต่เขาก็ไม่เคยเข้าไปข้างในสักครั้ง
นอกจากนี้รูมเมทสองคนที่แชร์ห้องกับกัวเมิ่งหานไม่อยู่ห้องเขาคิดว่าพวกเธออาจจะทำงานห นอกจากนี้รูมเมทสองคนที่แชร์ห้องกับกัวเมิ่งหานไม่อยู่ห้องเขาคิดว่าพวกเธออาจจะทำงานห
ตอนที่ฮวงเฟิงเข้าไปในห้องของเธอกัวเมิ่งหานกลับรู้สึกเขินอาย เนื่องจากไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเคยเข้ามาในห้องนี้มาก่อน แน่นอนว่าฮวงเฟิงเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้เข้ามาในห้องนี้
ฮวงเฟิงมองไปรอบๆห้องของกัวเมิ่งหานจากนั้นเขาก็รู้สึกเขินเล็กน้อยที่มองนู่นนี่ไปทั่ว แต่เขากล้าพูดได้เลยว่า ถึงห้องของกัวเมิ่งหานจะไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่เธอก็ทำความสะอาดและจัดห้องให้ดูอบอุ่นมาก
แต่ในขณะที่ฮวงเฟิงกำลังมองดูห้องของกัวเมิ่งหานอยู่นั้นจู่ๆประตูห้องก็ถูกเปิดปรากฎหญิง ทั้งสองน่าจะเป็นรูมเมทของกัวเมิ่งหานที่กลับมาพอดี
ในตอนที่ฮวงเฟิงและกัวเมิ่งหานก้าวออกมาจากห้องทั้งสองที่เพิ่งกลับมาก็ได้พบแขกที่เธอค และคนๆนั้นก็คือ ฮวงเฟิง
แม้ว่ากัวเมิ่งหานจะแบ่งอาหารไปให้ฮวงเฟิงหลายวันแต่พวกเธอก็ไม่เคยสนใจเธอเลย แม้ว่ากัวเมิ่งหานจะแบ่งอาหารไปให้ฮวงเฟิงหลายวันแต่พวกเธอก็ไม่เคยสนใจเธอเลย
แม้ว่าเธอจะแชร์ค่าเช่าห้องกับพวกเธอแต่เพราะสองคนนั้นสนิทกันมาก ทำให้ทั้งสองแยกตัวออกห่างกัวเมิ่งหาน ปกติแล้วพวกเธอไม่ค่อยได้ทักทายกัน และบางครั้งก็ถึงขั้นไม่คุยกันเลยแม้แต่คำเดียว
สาเหตุหลักคือพวกเธอนั้นดูถูกกัวเมิ่งหานแม้ว่าจะแชร์ห้องกัน แต่ทั้งสองคนก็เป็นคนในเมือง พวกเธอมาจากเมืองหลวง ในขณะที่กัวเมิ่งหานมาจากชนบท
ด้วยเหตุนี้แม้ว่าจะอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน แต่พวกเธอก็ยังคงดูถูกกัวเมิ่งหานอยู่วันยังค่ำ
“กัวเมิ่งหานเขาเป็นใคร? พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามพาคนอื่นมาค้างที่นี่ โดยเฉพาะผู้ชาย!” หญิงสาวที่หน้าตาสวยคนหนึ่งกล่าวพลางชี้นิ้วไปทางฮวงเฟิง
เห็นได้ชัดว่าเธอคิดว่าฮวงเฟิงเป็นแฟนกัวเมิ่งหานแต่นั่นก็สายไปแล้ว เพราะพวกเธอเพิ่งกลับมาถึง ประจวบเหมาะกับตอนที่ฮวงเฟิงเดินออกมาจากห้องของกัวเมิ่งหานพอดิบพอดี เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร
อันที่จริงข้อตกลงของเธอก็เป็นข้อตกลงทั่วไปมีผู้หญิงหลายคนที่ไม่เห็นด้วยที่จะให้รูมเมทพ เพราะถ้ามีผู้ชายแปลกหน้าสักคน ก็จะเป็นการรบกวนรูมเมทคนอื่นได้
“เขาเป็นเพื่อนของฉันเองเขาไม่ได้จะมาค้างที่นี่สักหน่อย” กัวเมิ่งหานกล่าวด้วยท่าทางเขินอาย
“งั้นเหรอ?”หญิงสาวทั้งสองใช้สายตาสงสัยจับจ้องไปที่ฮวงเฟิง เนื่องจากพวกเธอไม่เชื่อในสิ่งที่กัวเมิ่งหานพูด
“อย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้ว่เธอโกหกนะเธอบอกว่าเขาอยู่ไม่นานเดี๋ยวก็กลับแล้ว แต่ถ้าพวกฉันไม่กลับมาเธอก็จะให้เขาค้างที่นี่ต่อใช่ไหม? แล้วอย่างนี้ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาจะกลับตอนไหน”
เห็นได้ชัดว่าพวกเธอคิดว่ากัวเมิ่งหานต้องการให้ฮวงเฟิงค้างที่นี่คืนนี้แต่เธอก็เลือกใช้ข้ออ้างว มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่เมื่อคืนอีกฝśายไม่ได้นอนค้างที่นี่
ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เธอคิดแบบนั้นเป็นเพราะเธอเองก็เคยทำเรื่องแบบนั้นมาก่อน ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เธอคิดแบบนั้นเป็นเพราะเธอเองก็เคยทำเรื่องแบบนั้นมาก่อน
ปกติแล้วเธอมักจะถูกทั้งสองกลั่นแกล้งอยู่บ่อยครั้งแต่จากนิสัยของเธอแล้ว เธอจึงไม่ตอบโต้และทำเพียงเก็บความโกรธกลับไปและพยายามอดทนกับมันให้ได้มากที่สุด
หากแต่ในครั้งนี้กลับต่างออกไปครั้งนี้ทั้งสองไม่เพียงจะพูดจาไม่ดีใส่เธอแล้ว พวกเธอยังพูดถึงฮวงเฟิงแบบเสียๆหายๆอีกด้วย
ฮวงเฟิงเป็นเพื่อนที่ดีและคอยช่วยเหลือเธอเสมอดังนั้นเธอจึงไม่ต้องการเห็นฮวงเฟิงถูกกล่าว ฮวงเฟิงเป็นเพื่อนที่ดีและคอยช่วยเหลือเธอเสมอดังนั้นเธอจึงไม่ต้องการเห็นฮวงเฟิงถูกกล่าว
“ไม่ต้องห่วงฉันทำตามข้อตกลงอยู่แล้ว” ท่าทางของกัวเมิ่งหานนั้นจริงจังและแน่วแน่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนต่อหน้าหญิงสาวทั้งสอง
“นอกจากนี้อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าพวกเธอทั้งสองคนก็เคยพาผู้ชายมาค้างที่นี่เหมือนกัน ผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนเธอจริงๆหรือเปล่าก็ไม่รู้”
ฮวงเฟิงรู้สึกชื่นชมในตัวกัวเมิ่งหานไม่น้อยเขาคิดไม่ถึงเลยว่าพอสองคนนั้นกล่าวหาเขาแล้ว เธอจะเกรี้ยวกราดถึงขนาดนี้
ส่วนหญิงสาวสองคนถึงกับหน้าซีดและตกใจสุดขีดเหตุที่ทั้งสองหน้าซีดเพราะความลับที่พว บัดนี้กลับถูกกัวเมิ่งหานเปิดโปง
ส่วนที่พวกเธอตกใจเป็นเพราะปกติกัวเมิ่งหานมักจะทำท่าทางอ่อนแอต่อหน้าพวกเธอทั้งสอ ส่วนที่พวกเธอตกใจเป็นเพราะปกติกัวเมิ่งหานมักจะทำท่าทางอ่อนแอต่อหน้าพวกเธอทั้งสอ
“เธอ..เธอพูดบ้าอะไร!” หญิงสาวคนหนึ่งที่มีสีหน้าแดงก่ำพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปทางกัวเมิ่งหาน
“จะจริงหรือไม่จริงฉันว่าพวกเธอก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ” “จะจริงหรือไม่จริงฉันว่าพวกเธอก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ”
กัวเมิ่งหานกล่าวอย่างใจเย็น จากนั้นเธอก็หันไปพูดกับฮวงเฟิงว่า “ไปจากที่นี่กันเถอะ”
“อืม” “อืม”
ฮวงเฟิงมองดูรูมเมททั้งสองของกัวเมิ่งหานด้วยความสนใจ เห็นได้ชัดว่าทั้งสองถึงกับเถียงไม่ออก แสดงว่าคนๆนั้นที่กัวเมิ่งหานพูดถึงต้องไม่ใช่เพื่อนของพวกเธอแน่นอน ไม่อย่างนั้น ในตอนที่เธอพูดคำว่า “แฟน” ออกมา ทั้งสองก็คงไม่มีท่าทีเช่นนั้น
“ดูเหมือนเธอจะไม่มีความสุขเลยนะที่ได้อยู่ที่นี่”ฮวงเฟิงพูดกับกัวเมิ่งหานหลังจากปิดประตู “ดูเหมือนเธอจะไม่มีความสุขเลยนะที่ได้อยู่ที่นี่”ฮวงเฟิงพูดกับกัวเมิ่งหานหลังจากปิดประตู