กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 287 เฝ้ารอ บทที่ 287 เฝ้ารอ
ในตอนนี้กัวเมิ่งหานได้เข้าสู่โหมดเก็บตัวและอ่อนแอเหมือนเดิมแล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของฮวงเฟิง จู่ๆเธอก็รู้สึกอายขึ้นมา
“จริงๆแล้วพวกเราก็สนิทกันนะ”กัวเมิ่งหานตอบ ไม่รู้ว่าเธอกำลังอธิบายหรือปิดบังกันแน่
ในตอนนี้เธอรู้สึกอายกับสิ่งที่ได้ทำลงไปไม่น้อยตอนนี้ ฮวงเฟิงก็ได้รู้ว่าเธอเป็นฝśายยอมและไม่ตอบโต้ทั้งเลยเหมือนอย่างที่เธอทำในวันนี้ แต่เขาอาจจะคิดมากเกินไป เอาเป็นว่าช่างมันก็แล้วกัน
ฮวงเฟิงพยักหน้าและตอบว่า”แต่ถ้าเธอต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่ก็บอกฉันได้ทุกเมื่อเล ฮวงเฟิงพยักหน้าและตอบว่า”แต่ถ้าเธอต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่ก็บอกฉันได้ทุกเมื่อเล
ฮวงเฟิงรู้ว่าเกาเมิ่งหานรู้สึกอึดอัดแต่เขาก็จะไม่ถามถ้าอีกฝśายยังไม่พร้อม เพราะถ้าเขาพูดออกไป เกรงว่าจะทำให้กัวเมิ่งหานอึดอัดมากกว่าเดิม
ส่วนเหตุผลที่ก่อนหน้านี้ฮวงเฟิงไม่ได้พูดอะไรเป็นเพราะเขาทราบดีว่ากัวเมิ่งหานอยากพักท ส่วนเหตุผลที่ก่อนหน้านี้ฮวงเฟิงไม่ได้พูดอะไรเป็นเพราะเขาทราบดีว่ากัวเมิ่งหานอยากพักท
หลังจากที่ทั้งสองคนกลับมาถึงห้องของฮวงเฟิงทั้งสองก็เริ่มทานอาหารเย็นด้วยกัน ดูเหมือนว่ากัวเมิ่งหานจะลืมความหงุดหงิดก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น เธอได้คุยกับฮวงเฟิงอย่างเป็นกันเอง
ฮวงเฟิงสังเกตเห็นว่าจริงๆแล้วกัวเมิ่งหานไม่ใช่คนที่ชอบเก็บตัวเมื่อได้อยู่ต่อหน้าคนที่รู้จัก เธอเองก็เป็นคนช่างพูดไม่น้อย
“พรุ่งนี้นายต้องไปที่โรงงานนะถ้านายไม่ไป ฉันว่าพี่เหลียงคงได้เป็นบ้าตายแน่” เมื่อพูดถึงโรงงานแล้ว เกรงว่ากัวเมิ่งหานจะจำท่าทางลุกลี้ลุกลนของกัวเหลียงได้ จากนั้นเธอก็หัวเราะขึ้นมาในตอนพูดกับฮวงเฟิง
“รู้แล้วน่าเจอกันที่นั่นพรุ่งนี้เช้า สองสามวันมานี้เธอคงเหนื่อยไม่น้อยเลยสินะ ขอบคุณนะ” ฮวงเฟิงกล่าว
“ไม่เห็นเป็นอะไรเลยจริงๆ ฉันมีความสุขมากเลยนะ สภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่นั่นดีกว่าที่บริษัทที่ฉันเคยทำตั้งเยอะ” กัวเมิ่งหานว่า
ความจริงแล้วนี่คือความแตกต่างระหว่างบริษัทใหญ่และบริษัทเล็ก มีช่องทางการพัฒนามากมายในบริษัทใหญ่ แต่ในนั้นก็มีคนนิสัยไม่ดีอยู่ไม่น้อย
แม้ว่าในบริษัทเล็กๆอาจไม่มีความก้าวหน้าและพนักงานเทียบเท่าบริษัทใหญ่แต่อย่างน้อยค แม้ว่าในบริษัทเล็กๆอาจไม่มีความก้าวหน้าและพนักงานเทียบเท่าบริษัทใหญ่แต่อย่างน้อยค
อาทิเช่นกัวเหลียงพวกเขาทั้งสอง และพนักงานคนอื่นต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อาทิเช่นกัวเหลียงพวกเขาทั้งสอง และพนักงานคนอื่นต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ขณะที่ทั้งสองกำลังทานอาหารและพูดคุยกันเวลาก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทั้งสองทานอาหาร เสร็จ กัวเมิ่งหานก็เก็บถ้วยชามที่ใช้แล้วใส่กระเป๋าและกลับห้องตัวเองไป
“เฮ้เธอกลับมาแล้วเหรอ? ฉันคิดว่าเธอจะออกไปค้างกับแฟน…” “เฮ้เธอกลับมาแล้วเหรอ? ฉันคิดว่าเธอจะออกไปค้างกับแฟน…”
หลังจากกัวเมิ่งหานกลับถึงห้องหญิงสาวทั้งสองกำลังดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่น ในตอนที่พวกเธอเห็นว่ากัวเมิ่งหานกลับมา พวกเธอก็ได้เบนความสนใจจากโทรทัศน์ไปที่กัวเมิ่งหานทันที
แต่กัวเมิ่งหานกลับเมินพวกเธอเหมือนกับก่อนหน้านี้เธอทำเหมือนกับว่าเธอไม่ได้ยินอะไร เหมือนเสียงนั้นเป็นเพียงแค่เสียงลมไม่มีผิด
ท่าทางที่พวกเมิ่งหานปฏิบัติต่อพวกเธอนั้นได้ทำให้ทั้งสองสาวหงุดหงิดไม่น้อย ท่าทางที่พวกเมิ่งหานปฏิบัติต่อพวกเธอนั้นได้ทำให้ทั้งสองสาวหงุดหงิดไม่น้อย
“เธอว่าแฟนของยัยนั่นจะพักอยู่แถวนี้ไหม?”เมื่อเห็นว่ากัวเมิ่งหานไม่สนใจและกำลังจะไปล้า หญิงสาวทั้งสองก็เริ่มซุบซิบกัน
ก่อนหน้านี้ตอนที่กัวเมิ่งหานกับวงเฟิงเดินออกไป ทั้งสองคนสังเกตเห็นว่า กัวเมิ่งหานกับฮวงเฟิงถือถุงอาหารไว้ในมือ ในเมื่อกัวเมิ่งหานกลับมาพร้อมจานเปล่า แสดงว่าทั้งสองต้องนำอาหารไปทานที่อื่นแน่นอน
“ฉันว่าไม่”หญิงสาวอีกคนตอบ “เธอไม่รู้จักยัยนั่นรึไง ก็แค่เด็กบ้านนอกจนๆคนหนึ่ง ถ้าแฟนของยัยนั่นพักอยู่แถวนี้จริงๆ เธอคงย้ายไปอยู่กับเขาและจะประหยัดค่าเช่าไง”
“เออก็จริง แต่ฉันว่าหมอนั่นอาจจะแชร์ห้องกับคนอื่นก็ได้ ทั้งสองเลยไม่ได้อยู่ด้วยกันไง? เธอไม่คิดอย่างนั้นเหรอ?”
“ไม่มีทางย่ะถ้าเป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ ฉันว่าสองคนนั้นคงอยู่ด้วยกันแล้ว ไม่แยกกันอยู่หรอก เชื่อฉันสิ”
“ที่เธอพูดมาก็ถูกหรือว่าสองคนนั้นจะเป็นคนคุยกัน อาจจะไม่ใช่แฟนกันก็ได้นะ ตอนที่พวกเราพูดจาไม่ดีใส่ยัยนั่น หมอนั่นไม่เห็นพูดอะไรสักคำ”
“ใช่!” “ใช่!”
ขณะที่กัวเมิ่งหานกำลังล้างจานเธอไม่รู้เลยว่ารูมเมทสองคนของเธอกำลังพูดถึงเธออยู่ หรือไม่ก็เธออาจจะรู้ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ เพราะเธอเองก็ชินกับเรื่องแบบนี้แล้ว
หากแต่ในโชคร้ายมักมีโชคดีแม้ว่าเธอจะได้พบเจอกับคนนิสัยไม่ดีมามาก แต่เพียงแค่เธอได้รู้จักกับคนที่ดีต่อเธอเพียงไม่กี่คนอย่างกัวเหลียง โจวหรูหลานและฮวงเฟิง เธอก็รู้แล้วว่าทั้งสามปฏิบัติดีต่อเธอ และปฏิบัติกับเธอในฐานะมิตรแท้
หลังจากที่กัวเมิ่งหานกลับไปฮวงเฟิงก็ไปอาบน้ำและไปเปิดกล่องจักรวาล แต่เขากลับไม่เห็นว่าจะมีสิ่งของอยู่ในนั้นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาได้รับของบางอย่างมาจากกล่องจักรวาล แต่มันกลับไร้ประโยชน์ เขาคิดว่าของพวกนั้นเป็นของเล่นสำหรับเด็ก ดังนั้น ฮวงเฟิงจึงโยนมันเข้าไปในแหวนมิติทันที และเฝ้ารอวันที่กล่องจักรวาลนำสิ่งของดีๆมาให้เขาอีกครั้ง
เช้าวันรุ่งขึ้นฮวงเฟิงไม่ได้ไปที่บริษัท แต่เดินทางไปที่โรงพยาบาลและพาชิวหนิงช่วงกลับบ้าน
เมื่อวานเขาบอกซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวว่าขอลาหนึ่งวันเซี่ยเมิ่งเจียวไม่ได้พูดอะไรให้มากคว เมื่อวานเขาบอกซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวว่าขอลาหนึ่งวันเซี่ยเมิ่งเจียวไม่ได้พูดอะไรให้มากคว
แต่ฮวงเฟิงกลับคิดว่าช่วงนี้เขาจะขอลาบ่อยเกินไป ถ้าเขาทำงานที่บริษัทอื่นเขาคงถูกเจ้านายด่าจนอกแตกตายแน่
ในทางกลับกันที่เฮฟเว่นไพร์ ซูหยูโม่และเซี่ยเมิ่งเจียวกลับไม่เคยว่าเขา และอนุญาตให้เขาลางานโดยไม่ถามเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้ขอลางานเลยสักครั้ง
ในอีกด้านหนึ่งที่โรงพยาบาลแม่ของชิวหนิงช่วงกำลังช่วยลูกสาวเก็บของเตรียมกลับบ้าน ในขณะที่พ่อของเขากำลังพูดคุยกับหมอ เขาเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของลูกสาวไม่น้อย
ส่วนชิวหนิงช่วงที่จ้องมองประตูเพื่อรอให้ใครบางคนปรากฏตัวนั้นรู้สึกเบื่อแทบตาย ส่วนชิวหนิงช่วงที่จ้องมองประตูเพื่อรอให้ใครบางคนปรากฏตัวนั้นรู้สึกเบื่อแทบตาย
“หนิงช่วงลูกลองเช็คดูอีกทีสิว่าลืมอะไรไหม” แม่ของชิวหนิงช่วงพูดกับเธอ “หนิงช่วงลูกลองเช็คดูอีกทีสิว่าลืมอะไรไหม” แม่ของชิวหนิงช่วงพูดกับเธอ
“ไม่มีแล้วคุณแม่ไปเก็บของของตัวเองเถอะค่ะ” ชิวหนิงช่วงตอบโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองผู้เป็นแม่
“เจ้าลูกคนนี้นิ…”แม่ของชิวหนิงช่วงที่เห็นท่าทางของลูกสาวตัวเองถึงกับต้องเดินไปพูดกับเธ “มีอะไร รอใครอยู่เหรอ? กำลังรอฮวงเฟิงอยู่ละสิ? เขาไม่ได้บอกลูกเหรอว่าเขาจะมากี่โมง? ปśานนี้แล้วทำไมเขายังไม่มาอีก?”
“เดี๋ยวเขาก็มาแล้วค่ะเขาสัญญากับหนูว่าเขาจะมา เขาก็ต้องมาสิคะ” ชิวหนิงช่วงตอบ แม้ว่าเธอจะมั่นใจมากว่าฮวงเฟิงจะมา แต่ลึกๆแล้วเธอเองก็กลัวว่าฮวงเฟิงจะไม่ทำตามสัญญา
“ถ้าวันนี้เขากลับคำไม่ยอมมาตามที่พูด แม่จะหักคะแนนเขาซะเลย” แม่ของชิวหนิงช่วงตั้งใจพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“นี่คุณแม่กำลังพูดถึงเรื่องอะไรคะ?”แม้น้ำเสียงของชิวหนิงช่วงจะฟังดูเก้อเขิน แต่จริงๆแล้วเธอกำลังกลัวว่าถ้าหากวันนี้ฮวงเฟิงไม่มา พ่อแม่ของเธอจะต้องไม่ปลื้มอย่างแน่นอน