กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 288 ขอโทษที่มาช้า บทที่ 288 ขอโทษที่มาช้า
“ขอโทษที่มาช้านะ” “ขอโทษที่มาช้านะ”
ในขณะที่ชิวหนิงช่วงกำลังคิดอะไรเรื่อยเป่้ũอยทันใดนั้นประตูห้องผู้ปśวยก็เปิดออกและร่างขอ ในขณะที่ชิวหนิงช่วงกำลังคิดอะไรเรื่อยเป่้ũอยทันใดนั้นประตูห้องผู้ปśวยก็เปิดออกและร่างขอ
เมื่อเห็นว่าสิ่งของในห้องพักถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบฮวงเฟิงรู้ว่าเขามาช้าไปจึงรู้สึกละอายใจ จริงๆแล้วเขาออกมาตั้งแต่เช้า แต่เพราะเป็นชั่วโมงเร่งด่วน ทำให้เขามาถึงที่นี่ไม่ทันเวลา
“มาแล้วเหรอ!”เมื่อชิวหนิงช่วงเห็นฮวงเฟิง ในตอนนั้นเองความกังวลบนใบหน้าของเธอก็พลันหายไปจนหมดสิ้น ชิวหนิงช่วงจึงเดินเข้าไปหาฮวงเฟิงด้วยใบหน้าแห่งความสุข
ทางด้านหลังของชิวหนิงช่วงแม่ของเธอมองไปทางผู้กำกับชิวที่เพิ่งคุยกับหมอเสร็จ และเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ในที่สุดก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วยินดีด้วยนะ” ฮวงเฟิงกล่าวพลางยื่นดอกไม้ที่อยู่ในมือให้ชิวหนิงช่วง
“ขอบคุณนะ…”ชิวหนิงช่วงรับดอกไม้จากมือฮวงเฟิงพร้อมกับยิ้มกว้าง ในตอนนี้ใบหน้าของเธอไม่หลงเหลือความกังวลและความรู้สึกเบื่อหน่ายจากก่อนหน้านี้อยู่เลย
“นายคงจะเป็นฮวงเฟิงสินะ”ในคืนนั้น เขาเคยเจอกับฮวงเฟิงครั้งหนึ่งแล้ว แต่เพราะทั้งสองยังไม่ได้แนะนำตัว ดังนั้นจึงไม่ถือว่าทั้งสองเป็นคนรู้จักกัน
“ใช่ครับผู้กำกับชิว สวัสดีและยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับ” ในอนาคต เขาจะก่อตั้งบริษัท เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างความขัดแย้งระหว่างบริษัทกับตำรวจ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องอ่อนน้อมและสุภาพกับผู้กำกับชิวเข้าไว้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าอีกฝśายเป็นพ่อของชิวหนิงช่วงด้วยแล้ว
“เอ่อนายเรียกฉันว่าลุงชิวก็พอ คืนนั้น ขอบใจนายมากที่ช่วยลูกสาวของฉันไว้” ผู้กำกับชิวตอบฮวงเฟิงด้วยใบหน้าเป่้่้อนยิ้ม จนแทบไม่เหลือคราบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“ลุงชิวเกรงใจกันเกินไปแล้วครับ”ในเมื่อเป็นความต้องการของผู้กำกับชิว ฮวงเฟิงจึงไม่มีเหตุผลที่เขาต้องปฏิเสธ
“สองสามวันที่ผ่านมานี้ตอนที่หนิงช่วงพักฟ่้่้นอยู่ที่โรงพยาบาลฉันยุ่งมาก ไหนๆวันนี้เธอก็มาในวันที่ฉันว่างพอดี เอาเป็นว่า ฉันจะเลี้ยงมื้อเที่ยงเป็นการตอบแทนเอง” ผู้กำกับชิวพูดกับฮวงเฟิง
“ลุงชิวผมกับหนิงช่วงเป็นเพื่อนกัน ที่ผมช่วยเธอไว้เป็นเรื่องที่ควรทำแล้ว ลุงไม่จำเป็นต้องตอบแทนผมหรอกครับ” ฮวงเฟิงรีบกล่าวปฏิเสธ
“ฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะ?ในเมื่อทั้งสองคนเป็นเพื่อนกัน และฉันเป็นคนในครอบครัว อะไรที่ควรตอบแทน ฉันก็ต้องตอบแทนสิ” เดิมทีเขาต้องการซื้อขนมให้ฮวงเฟิงเป็นการตอบแทน
แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าลูกสาวของเขาดูเหมือนจะสนใจฮวงเฟิงด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องรับประทานอาหารร่วมกับอีกฝśายเพื่อเป็นการตอบแทน
“ใช่แล้วฮวงเฟิง นายไม่ต้องมาปฏิเสธเลย” แม้ว่าก่อนหน้านี้ ชิวหนิงช่วงจะรู้สึกเขินอาย แต่เธอก็แอบหวังว่า ฮวงเฟิงจะยอมรับประทานอาหารร่วมกับเธอ
ฮวงเฟิงไม่รู้จักพ่อแม่ของเธออีกฝśายเคยช่วยชีวิตเธอ และเธอเองก็เคยช่วยเขามานัดต่อนัด นอกจากนี้เธอยังสนใจฮวงเฟิง เป็นธรรมดาที่เธอจะอยากให้ฮวงเฟิงรู้จักกับคนในครอบครัว
“เอ่อ..แต่ว่า..?” ฮวงเฟิงรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขามีธุระที่ต้องทำต่อจากนี้ หากเขาไม่มีธุระสำคัญ เขาก็ยินดีที่จะไปร่วมรับโต๊ะกับเจ้าเมืองชิงแล้ว
“ตอนเที่ยงเฟิงมีธุระเหรอลูก?” ดูท่าว่าแม่ของชิวหนิงช่วงจะสังเกตเห็นท่าทางของอีกฝśาย
“ครับผมเปิดโรงงานเล็กๆและเตรียมการผลิตในวันนี้ หลังจากนี้ ผมต้องไปที่นั่นต่อ” ฮวงเฟิงตอบโดยไม่ปิดบัง เพราะถ้าไม่อย่างนั้น พ่อแม่ของชิวหนิงช่วงอาจคิดว่าเขาไม่อยากไป ซึ่งมันเป็นอะไรที่ไม่สมควรทำ
“นี่เฟิงกำลังจะบอกแม่ว่าเฟิงเปิดโรงงานของเองเหรอลูก?” แม่ของชิวหนิงช่วงถามด้วยความตกใจ
ก่อนหน้านี้เธอได้ทราบฐานะของฮวงเฟิงมาจากลูกสาวและเธอรู้มาว่าอีกฝśายเป็นเพียงแค่ผู้จ ก่อนหน้านี้เธอได้ทราบฐานะของฮวงเฟิงมาจากลูกสาวและเธอรู้มาว่าอีกฝśายเป็นเพียงแค่ผู้จ
แม้แต่ชิวหนิงช่วงและผู้กำกับชิวต่างก็หันไปมองฮวงเฟิงด้วยความตกใจเห็นได้ชัดว่าพวกเขา โดยเฉพาะชิวหนิงช่วง
แม้สองสามวันนี้เธอจะพักฟ่้่้นที่โรงพยาบาล แต่เธอก็ทราบเรื่องเกี่ยวกับฮวงเฟิงไม่น้อย เพราะเธอชอบฮวงเฟิง เธอจึงอยากรู้จักอีกฝśายมากขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นเธอกลับคิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่เธอรู้นั้นไม่ใช่ทั้งหมดเกี่ยวกับฮวงเฟิง แต่ถึงอย่างนั้นเธอกลับคิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่เธอรู้นั้นไม่ใช่ทั้งหมดเกี่ยวกับฮวงเฟิง
ชิวหนิงช่วงรีบนึกถึงของวิเศษที่เป็นถุงมือและผลไม้ที่ฮวงเฟิงป้อนเธอเห็นได้ชัดว่าฮวงเฟิงเก ด้วยเหตุนี้ เธอจึงไม่รู้สึกแปลกใจที่รู้ตัวตนของอีกฝśาย
“เอ่อก็แค่โรงงานเล็กๆที่ทำร่วมกับเพื่อนน่ะครับ” ฮวงเฟิงตอบด้วยท่าทางเก้อเขิน เขาไม่ได้พูดโกหก เพราะโรงงานของเขาเป็นโรงงานขนาดเล็กจริงๆ และมีพนักงานอยู่เพียงแค่ยี่สิบคนเท่านั้น
จากนั้นผู้กำกับชิวก็หันไปพูดกับคนแม่และชิวหนิงช่วงคนลูกว่า”เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ทั้งสองคนกลับไปก่อน หนิงช่วง ลูกกลับไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย แล้วให้แม่พาไปรอที่ร้านอาหารสักแห่ง ส่วนพ่อจะไปดูโรงงานของเสี่ยงฮวง”
จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับฮวงเฟิงว่า “เสี่ยวฮวง หวังว่านายจะอนุญาติให้ฉันไปด้วยนะ?”
ผู้กำกับชิวกำลังจะมอบโอกาสให้ฮวงเฟิงด้วยการมาถึงของเขาที่โรงงานขนาดเล็กของฮวงเฟ ผู้กำกับชิวกำลังจะมอบโอกาสให้ฮวงเฟิงด้วยการมาถึงของเขาที่โรงงานขนาดเล็กของฮวงเฟ
จะต้องไม่มีคนที่ไม่รู้จักในอนาคต จะต้องไม่มีคนที่ไม่รู้จักในอนาคต
ในเมื่อได้ข้อสรุปแล้วสามคนที่เหลือจึงปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ในเมื่อได้ข้อสรุปแล้วสามคนที่เหลือจึงปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
แม้ว่าฮวงเฟิงจะไม่ชอบวิธีที่ผู้กำกับชิวพูดกับเขาเมื่อกี้แต่มันก็เทียบไม่ได้กับตอนที่แม่ของเธ ‘เฟิง’ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็รู้สึกยินดีที่ผู้กำกับชิวอยากไปเยี่ยมชมโรงงานของเขา
“ครับแน่นอนอยู่แล้ว” ฮวงเฟิงรู้ว่าผู้กำกับชิวจงใจทำให้เขาพาอีกฝśายไปที่โรงงานให้ได้ เพราะตอนเที่ยงเขาจะได้ไปทานข้าวกับอีกฝśาย
นอกจากนี้นี่เป็นการเชื้อเชิญจากอีกฝśาย ในเมื่อผู้กำกับชิวอยากไป แม้ว่าฮวงเฟิงจะรู้สึกไม่ยินดีเท่าไหร่ แต่เขาก็จะไม่ปฏิเสธ
ก่อนหน้านี้แม้ว่าฮวงเฟิงจะรู้สถานะของผู้กำกับชิว แต่เขาก็ไม่คิดจะหาผลประโยชน์จากอีกฝśายแบบนี้
ฮวงเฟิงแค่คิดว่าหลังจากที่ได้รู้จักคนๆนี้แล้วหากอนาคต เขามีปัญหาอะไรที่ไม่สามารถจัดการได้ด้วยตนเอง เขาก็จะสามารถขอความช่วยเหลือจากอีกฝśายได้
เพียงแต่เขาคิดไม่ถึงว่าผู้กำกับชิวจะอยากไปเยี่ยมชมโรงงานของเขาก็เท่านั้น เพียงแต่เขาคิดไม่ถึงว่าผู้กำกับชิวจะอยากไปเยี่ยมชมโรงงานของเขาก็เท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าชิวหนิงช่วงเข้าใจทุกอย่างเธอจึงพยักหน้าและตอบว่า “ค่ะ หนูจะไปรอคุณพ่อที่ร้านอาหารกับคุณแม่นะคะ”
จากนั้นชิวหนิงช่วงก็กลับไปพร้อมผู้เป็นแม่ส่วนพ่อของเธอและฮวงเฟิงก็ได้เดินทางไปยังโรง จากนั้นชิวหนิงช่วงก็กลับไปพร้อมผู้เป็นแม่ส่วนพ่อของเธอและฮวงเฟิงก็ได้เดินทางไปยังโรง
หากแต่สิ่งที่ทำให้ฮวงเฟิงลำบากใจก็คือเขาไม่มีรถเป็นของตัวเองในตอนนี้ ทั้งสองก็นั่งในรถของพ่อของชิวหนิงช่วง
โชคดีที่พ่อของชิวหนิงช่วงไม่ได้ดูถูกฮวงเฟิงเป็นเพราะเขาเข้าใจหัวอกของฮวงเฟิงด้วย ด้วยฐานะทางบ้านและการสำเร็จการศึกษาในระดับที่ไม่สูงมาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทำให้ทุกวันนี้ฮวงเฟิงยังไม่มีรถขับ
แต่สิ่งที่ทำให้พ่อของชิวหนิงช่วงสงสัยก็คือฮวงเฟิงไม่มีเงินไปซื้อรถแต่กลับมีเงินสร้างโรงงาน เขาละไม่เข้าใจอีกฝśายเลยจริงๆ