กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 289 พิธีเปิด บทที่ 289 พิธีเปิด
“ในที่สุดนายก็มาสักทีฉันนึกว่านายจะหาข้ออ้างแล้วไม่ยอมมาซะแล้ว” “ในที่สุดนายก็มาสักทีฉันนึกว่านายจะหาข้ออ้างแล้วไม่ยอมมาซะแล้ว”
ในตอนที่พ่อของชิวหนิงช่วงและฮวงเฟิงเดินทางมาถึงโรงงานกัวเหลียงก็ได้รออยู่ที่ประตูอยู่ก นอกจากนี้ข้างๆเขายังมีโจวหรูหรานและกัวเมิ่งหานอยู่ด้วย
วันนี้กัวเหลียงแต่งตัวสุภาพมากเขาสวมสูทผูกไทด์ และจัดทรงผมอย่างดี แต่พอฮวงเฟิงเห็นอีกฝśายแต่งตัวแบบนี้แล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “แต่งตัวขนาดนี้ นายไม่ร้อนเหรอ?”
“ปากเสีย!”กัวเหลียงตอบอย่างหัวเสีย ตอนนี้อากาศร้อนมาก การสวมเสื้อเชิ้ตธรรมดาในวันนี้จึงถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษ ดังนั้นไม่ว่าอากาศจะร้อนขนาดไหน เขาก็จะอดทนต่อไป
เห็นได้ชัดว่าฮวงเฟิงรู้ว่าอีกฝśายกำลังคิดอะไรอยู่ส่วนตัวแล้วเขาไม่ได้เคร่งเรื่องการแต่งกายเท ถึงเขาจะสวมชุดสุภาพ แต่ก็ไม่ได้ดูเป็นทางการเท่ากับกัวเหลียง
“ใช่ไหมครับ?”กัวเหลียงหันไปถามผู้กำกับชิวข้างๆฮวงเฟิงที่ยังคงสับสนอยู่ “ใช่ไหมครับ?”กัวเหลียงหันไปถามผู้กำกับชิวข้างๆฮวงเฟิงที่ยังคงสับสนอยู่
เขาและฮวงเฟิงไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ในจังหวัดเจียงดังนั้นในพิธีเรียบง่ายในวันนี้พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าจะเชิญใคร
ตอนนั้นเองที่ฮวงเฟิงนึกอะไรขึ้นมาได้เขาเกือบจะลืมผู้กำกับชิวไปแล้ว เขาจึงรีบพูดว่า “ท่านนี้คือผู้กำกับชิว หัวหน้าตำรวจประจำเมืองชิง”
ผู้กำกับชิวโบกมือแล้วตอบว่า”วันนี้ ฉันแค่มาเยี่ยมเฉยๆ เสี่ยวฮวง เรียกฉันว่าลุงชิวก็พอแล้ว”
ในเมื่อพ่อของชิวหนิงช่วงพูดเข้าหูของทุกคนขนาดนี้ดูท่าว่าเขาจะไม่ปฏิเสธตัวตนของตัวเอง ในเมื่อพ่อของชิวหนิงช่วงพูดเข้าหูของทุกคนขนาดนี้ดูท่าว่าเขาจะไม่ปฏิเสธตัวตนของตัวเอง
กัวเหลียงและคนอื่น ๆ ต่างพากันตกใจ ไม่รู้ว่าฮวงเฟิงไปทำอีท่าไหนถึงได้รู้จักกับคนสำคัญขนาดนี้ได้ กัวเหลียงและคนอื่น ๆ ต่างพากันตกใจ ไม่รู้ว่าฮวงเฟิงไปทำอีท่าไหนถึงได้รู้จักกับคนสำคัญขนาดนี้ได้
เห็นๆอยู่ว่าทั้งสองแทยจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยหากสังเกตท่าทางของอีกฝśายดูดีๆแล้ว เหมือนกับว่าเขาจะมองฮวงเฟิงในมุมมองที่ต่างออกไป
แต่เนื่องจากผู้กำกับชิวพูดแค่ว่าให้ฮวงเฟิงเรียกเขาว่าลุงเท่านั้นแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าเรียกเ แต่เนื่องจากผู้กำกับชิวพูดแค่ว่าให้ฮวงเฟิงเรียกเขาว่าลุงเท่านั้นแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าเรียกเ
กัวเหลียงรีบพูดว่า”คุณคือผู้กำกับชิวนี่เอง” กัวเหลียงรีบพูดว่า”คุณคือผู้กำกับชิวนี่เอง”
“อืม”ผู้กำกับชิวพยักหน้าอย่างถ่อมตน เขาเป็นกันเองกับฮวงเฟิงก็เพราะลูกสาว ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำแบบนั้นกับทุกๆคน
หลังจากนั้นฮวงเฟิงและคนอื่น ๆ ก็พากันกล่าวทักทายเขา เนื่องจากผู้กำกับชิวออกปากให้ฮวงเฟิงเรียกเขาว่าลุงชิว ฮวงเฟิงก็จะไม่ทำให้อีกฝśายผิดหวังโดยเด็ดขาด
เดิมทีฮวงเฟิงและกัวเหลียงมีแผนที่จะรวมตัวพนักงานทุกคนและกล่าวอะไรบางอย่างสักสอ และหลังจากนั้น เขาก็จะเริ่มกระบวนการผลิตอย่างเป็นทางการ
หากแต่ตอนนี้ผู้กำกับชิวมาที่นี่เขาจึงเปลี่ยนความคิด ทั้งสองไม่มีทางปล่อยให้โอกาสดีๆแบบนี้หลุดมือไปเด็ดขาด
ในตอนที่ฮวงเฟิงกำลังพาพ่อของชิวหนิงช่วงไปเดินดูรอบๆ โรงงาน ไม่รู้ว่ากัวเหลียงไปหาริบบิ้นสีแดง ถาดรองประทัด และของอื่น ๆ มาจากไหน เขาได้เตรียมพิธีตัดริบบิ้น และตัวหลักในงานนี้ก็คือผู้กำกับชิว
เมื่อก่อนมีคนเคยขอให้เขาให้เข้าร่วมพิธีดังกล่าวและเขาก็ได้ปฏิเสธอีกฝśายมาโดยตลอด แต่เนื่องจากวันนี้เป็นงานของฮวงเฟิง เขาจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลง
ในความเป็นจริงก่อนที่เขาจะมาที่นี่ เขาได้คิดเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว ถ้าหากเขายังจะปฏิเสธ เขาก็คงไม่มาให้เสียเวลา
แม้ว่าจะไม่มีแขกและผู้สื่อข่าวเข้าร่วมงานในครั้งนี้แต่พิธีในวันนี้ก็ยังมีสีสันไม่น้อย แม้ว่าจะไม่มีแขกและผู้สื่อข่าวเข้าร่วมงานในครั้งนี้แต่พิธีในวันนี้ก็ยังมีสีสันไม่น้อย
ฮวงเฟิงและกัวเหลียงมั่นใจมากว่าหากเรื่องที่ผู้กำกับชิวเข้าร่วมในพิธีตัดริบบิ้นได้แพร่ไปถึงห ฮวงเฟิงและกัวเหลียงมั่นใจมากว่าหากเรื่องที่ผู้กำกับชิวเข้าร่วมในพิธีตัดริบบิ้นได้แพร่ไปถึงห
แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถจัดการได้ทั้งหมดแต่อย่างน้อยสถานการณ์ตอนนี้ก็ยังดีกว่าก่อนห แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถจัดการได้ทั้งหมดแต่อย่างน้อยสถานการณ์ตอนนี้ก็ยังดีกว่าก่อนห
กัวเหลียงและคนที่เหลือเริ่มกังวลเกี่ยวกับโรงงานเนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าฮวงเฟิงมีกล่องจักร กัวเหลียงและคนที่เหลือเริ่มกังวลเกี่ยวกับโรงงานเนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าฮวงเฟิงมีกล่องจักร
แต่ตอนนี้ความกังวลของพวกเขาได้ลดลงไปมากฮวงเฟิงสามารถเชิญผู้กำกับชิวมาที่นี่ได้ ทั้งๆที่ที่นี่ไม่ใช่สถานีตำรวจ และไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่อีกฝśายจะยอมมาในสถานที่แบบนี้
หลังจากพิธีตัดริบบิ้นจบลงฮวงเฟิงก็ขอให้ผู้กำกับชิวกล่างคำพูดสั้นๆสองสามประโยค แต่ครั้งนี้ผู้กำกับชิวกลับปฏิเสธ ท้ายที่สุดจึงต้องเป็นฮวงเฟิงที่ก้าวออกไปกล่าวเปิดพิธี
“วันนี้โรงงานของเราก็จะเริ่มการผลิตอย่างเป็นทางการแล้ว ผมรู้ว่ามีคนไม่น้อยไม่รู้ว่าโรงงานเล็กๆแห่งนี้ได้เปลี่ยนชื่อโรงงานไปแล้ว แต่อนาคตของโรงงานแห่งนี้จะเป็นยังไงกันนะ? ทุกคนคงจะสงสัยและไม่มั่นใจใช่ไหมละครับ” ฮวงเฟิงกล่าวขณะที่มองลงไปยังพนักงานกว่ายี่สิบคนด้านล่าง
“แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกทุกคนก็คือผมเชื่อในโรงงานแห่งนี้และสิ่งที่ทำให้ผมคิดแบบนั้นเพร หากแต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อมนุษย์ชาติ และมันเป็นสิ่งที่จะตีตลาดได้อย่างแน่นอนครับ”
“สิ่งของดังกล่าวจะถูกผลิตขึ้นในโรงงานเล็กๆแห่งนี้จากน้ำพักน้ำแรงของพวกคุณทุกคนเพรา “สิ่งของดังกล่าวจะถูกผลิตขึ้นในโรงงานเล็กๆแห่งนี้จากน้ำพักน้ำแรงของพวกคุณทุกคนเพรา
หลังจากที่ฮวงเฟิงกล่าวจบเขาสังเกตเห็นว่าท่าทางของทุกคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้พวกเขาจะยังไม่เชื่อเขาได้อย่างสนิทใจ
แต่เมื่อเวลาผ่านไปฮวงเฟิงยังคงเชื่อมั่นว่าถ้าของจริงถูกผลิตออกมาแล้ว ทุกคนในที่นี่จะต้องเชื่อว่าเขาไม่ได้พูดโกหกแต่กำลังพูดความจริง
“ของที่ผลิตในโรงงานของนายดีจริงอย่างที่นายพูดหรือเปล่า?” “ของที่ผลิตในโรงงานของนายดีจริงอย่างที่นายพูดหรือเปล่า?”
ที่โซฟา ผู้กำกับชิวถามฮวงเฟิงด้วยความสนอกสนใจ ที่โซฟา ผู้กำกับชิวถามฮวงเฟิงด้วยความสนอกสนใจ
นอกจากนี้มันเกี่ยวข้องกับอาชีพของทุกคนในอนาคต กัวเหลียงยังคงอยู่ที่โรงงานเพื่อดูแลกิจการต่อ
นอกจากนี้ตอนเที่ยง ฮวงเฟิงและกัวเหลียงได้นัดเจอกันเพื่อพบปะทุกคน แต่ฮวงเฟิงกลับไม่ได้มาด้วย
กัวเหลียงไม่ได้คัดค้านเรื่องที่ฮวงเฟิงไม่อยู่เขาก็แค่อยู่เฝ้าโรงงาน เขาจึงไม่ถือสาที่ฮวงเฟิงไปกับผู้กำกับชิว เพื่อที่รักษาความสัมพันธ์อันดี จึงถือเป็นเรื่องสำคัญมากเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ฮวงเฟิงจะกลับไปก่อน เนื่องจากมีนัดทานข้าวกับผู้กำกับชิว กัวเหลียงได้รับปากว่าจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในตอนที่เขาอยู่ที่นี่แน่นอน
ส่วนโรงงานที่ผู้กำกับชิวไปเยือนมาก่อนหน้านี้ไม่ได้มีไว้เพื่ออวดเขา ผู้กำกับชิวผู้ที่เข้าใจความรู้สึกของลูกสาวเป็นอย่างดี รู้สึกเป็นห่วงฮวงเฟิงมาก โดยเฉพาะกับธุรกิจของเขา