กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 290 รับประทานอาหารร่วมกัน บทที่ 290 รับประทานอาหารร่วมกัน
- Home
- กล่องจักรวาล (Universe Storage Box)
- บทที่ 290 รับประทานอาหารร่วมกัน บทที่ 290 รับประทานอาหารร่วมกัน
เรื่องเกี่ยวกับเครื่องบำบัดน้ำเสียผู้กำกับชิวไม่เป็นที่คุ้นเคยอยู่แล้วและแม้ว่าเขาจะไม่สนใจส ฉะนั้นเขาย่อมต้องรู้จักทุกสิ่งอย่างในเมืองแห่งนี้
ปัจจุบันมีโรงงานจำนวนไม่น้อยเลยที่ใช้เครื่องบำบัดน้ำเสียเช่นเดียวกับของฮวงเฟิงและยังม ซึ่งมีจำนวนคนงานเพียง 20 คน ถ้าให้เทียบกับโรงงานขนาดใหญ่ของผู้กำกับชิวแล้วแม้แต่จำนวนคนงานที่ทำงานอยู่ที่นั้นคงจะเทียบ
อย่างไรเสียเขาก็ยังไม่เชื่อในสิ่งที่ฮวงเฟิงกล่าวไปก่อนหน้านี้แม้แต่เจ้าของโรงงานขนาดใหญ่ท ๆ ชีวิตเองก็ยังไม่กล้าพูดเลยว่านวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ที่โรงงานตนผลิตขึ้นมาจะสามารถเปลี่ยนแปล อีกทั้งยังล้ำหน้ากว่าโรงงานอื่นในวงการอุตสาหกรรมนี้อีกด้วย
“ลุงชิว ผมไม่เคยพูดโกหก อุปกรณ์ที่ผมผลิตขึ้นมามันมีประสิทธิภาพมากกว่าโรงงานอื่นจริง ๆ นะครับ” ฮวงเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“อ่๋อ อย่างนั้นหรอกหรือ” ผู้กำกับชิวพยักหน้าแต่ในใจเขากลับคิดว่าถ้าของที่ฮวงเฟิงผลิตออกมาดีจริงอย่างที่เขาพูด เขาก็ควรพูดถึงเรื่องยอดขายเพื่อความน่าเชื่อถือให้กับเรื่องนี้
เมื่อฮวงเฟิงและผู้กำกับชิวมาถึงร้านอาหารชิวหนิงช่วงและแม่ของเธอก็ได้มาถึงที่นี่แล้วเช่นก เมื่อฮวงเฟิงและผู้กำกับชิวมาถึงร้านอาหารชิวหนิงช่วงและแม่ของเธอก็ได้มาถึงที่นี่แล้วเช่นก
“มาถึงกันแล้วเชิญนั่งเลยค่ะ พวกเราได้สั่งอาหารมาแล้ว ลูกไปดูแลพวกเขาว่าขาดเหลืออะไรหรือต้องการสั่งอะไรเพิ่มไหม ” แม่ของชิวหนิงช่วงรีบพูดเมื่อเห็นทั้งสองเดินเข้ามา
“คุณป้าไม่เป็นไรหรอกครับ” ฮวงเฟิงกล่าวอย่างสุภาพ “คุณป้าไม่เป็นไรหรอกครับ” ฮวงเฟิงกล่าวอย่างสุภาพ
ตอนนี้ชิวหนิงช่วงได้เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่และมันทำให้เธอดูผ่อนคลายขึ้นกว่าก่อนหน้านี้รอยย ๆ บนใบหน้าของเธอที่บ่งบอกว่ากำลังอารมณ์ดีอยู่
“ฮวงเฟิง คุณจะเริ่มสร้างโรงงานเมื่อไหร่คะ?” ฉันยังไม่รู้เลยว่าโรงงานของคุณผลิตอะไร?” ตอนนี้ฮวงเฟิงได้นั่งลงข้าง ๆ ชิวหนิงช่วง แต่ในขณะที่เขากำลังจะนั่งข้างเธอ เธอก็ถามเขาอย่างร้อนใจเพราะก่อนหน้านี้ถ้าเธอไม่จำเป็นต้องกลับไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอคงจะตามฮวงเฟิงกับคนอื่น ๆ ไปที่โรงงานแล้วด้วยซ้ำ
“คงอีกไม่นานนี้แหละครับแต่มันไม่ได้เป็นโรงงานขนาดใหญ่หรอกนะครับ งานหลักของโรงงานเราก็คือการผลิตเครื่องบำบัดน้ำเสีย” ฮวงเฟิงกล่าว
ในขณะเดียวกันอาหารเลิศรสได้ถูกเสิร์ฟลงโต๊ะอย่างรวดเร็วเหตุผลที่เขามาร้านอาหารในคร ส่วนอีกฝśายมาเพื่อที่จะขอบคุณฮวงเฟิงที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้
หลังจากที่พวกเขาทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยพวกผู้ชายก็ต่างนั่งจิบไวน์พูดคุยกันต่อโดยท แต่หลายครั้งที่พ่อของชิวหนิงช่วงมักจะถามเรื่องส่วนตัวของฮวงเฟิงซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกงงเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าชิวหนิงช่วงและแม่ของเธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำผู้กำกับจึงใช้โอกาสนี้เปลี่ยนหัวข้อบ แต่ในเวลานั้นเขากำลังให้ความสนใจกับโรงงานของฮวงเฟิงอยู่จนลืมถามเรื่องนี้ไป จนตอนนี้ได้โอกาสเขาจึงกล่าวถามขึ้น
ฮวงเฟิงไม่ได้แปลกใจกับคำถามของผู้กำกับชิวเท่าใดนักเนื่องจากเขาคาดเดาไว้แล้วว่าต้องถ ฮวงเฟิงไม่ได้แปลกใจกับคำถามของผู้กำกับชิวเท่าใดนักเนื่องจากเขาคาดเดาไว้แล้วว่าต้องถ
“ลุงชิว จริง ๆ แล้วผมได้สิ่งนี้มาโดยไม่ได้ตั้งใจและยังไม่สามารถรับประกันได้อีกว่าจะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่นต แต่ในสถานการณ์นั้นผมไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ นอกจากต้องทำแบบนั้นไปและผมหวังว่าลุงชิวจะไม่กล่าวโทษผม” ฮวงเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงใจ
ตอนนี้ผู้กำกับชิวยังไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่กลับจ้องมองฮวงเฟิงแทนในฐานะที่เขาเคยยุ่งเก เขาจึงย่อมไม่เชื่อในสิ่งที่ฮวงเฟิงพูดไปเมื่อครู่แม้แต่คำเดียว แต่เมื่อเห็นการแสดงออกอย่างจริงใจของฮวงเฟิงและนึกถึงตอนที่ลูกสาวของเขาถูกยิงแต่ได้ฮวงเฟิง เช่นนั้น เขาจึงยังไม่ได้พูดอะไรออกไปและพยายามไม่กังวลเรื่องฮวงเฟิงจนเกินเหตุ
“ทำไมผมจะต้องกล่าวโทษคุณด้วยในสถานการณ์แบบนั้นตราบใดที่ยังมีหวังที่จะสามารถช่ว ผมเองก็จะไม่ยอมแพ้เช่นกัน” ผู้กำกับชิวกล่าว
อย่างไรก็ตามในใจเขาก็ยังคงคิดว่าคนธรรมดาๆ เช่นฮวงเฟิงคนนี้ต้องมีความลับอื่นที่เขาไม่รู้และแม้แต่ลูกสาวของเขาเองก็ดูจะไม่รู้ความลับนั้นด้วย
เมื่อฮวงเฟิงเห็นว่าผู้กำกับชิวดูไม่อยากยุ่งเรื่องนี้แล้วเขาก็ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความ ๆ แน่นอน แต่นั้นก็ไม่สำคัญเท่าเรื่องผลเวอร์มิลเลี่ยนที่ท้ายที่สุดแล้วก็ถูกมอบให้ชิวหนิงช่วงไปและเธอก็ได้กินม ตราบใดที่ยังไม่มีใครรู้เขาเองก็จะไม่พูดอะไรให้อีกฝśายได้สงสัยเขาอีกและจะได้ไม่ทำให้เขาลำบากไป
เพราะหากยิ่งมีคนรู้มากเท่าใดมันก็ยิ่งจะเป็นผลเสียกับตัวเขาเมื่อคิดดูแล้วคนอย่างผู้กำกับช มิเช่นนั้นเขาไม่มีทางก้าวมาถึงตำแหน่งในปัจจุบัน
“พวกคุณกำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอคะ?”ในตอนนี้ชิวหนิงช่วงและแม่ของเธอได้เดินกลับมาแล “พวกคุณกำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอคะ?”ในตอนนี้ชิวหนิงช่วงและแม่ของเธอได้เดินกลับมาแล
“ผมกำลังพูดถึงลูกสาวของเราอยู่ว่าเธอเป็นที่นิยมและเป็นที่หมายปองในหมู่ผู้คนเป็นอย่างม “ผมกำลังพูดถึงลูกสาวของเราอยู่ว่าเธอเป็นที่นิยมและเป็นที่หมายปองในหมู่ผู้คนเป็นอย่างม
“คุณพ่อพูดเรื่องอะไรคะ ไร้สาระน่ะ” ชิวหนิงช่วงรู้สึกเขินเล็กน้อยแต่ในขณะเดียวกันเธอก็แอบสังเกตท่าทีของฮวงเฟิงด้วยเช่นกัน แต่เธอกลับพบว่าฮวงเฟิงเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยและจากนั้นก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรอีกเลยซึ่งนั้นก็ทำใ
หลังจากที่รับประทานมื้อค่ำเสร็จผู้กำกับชิวได้ขอตัวกลับไปก่อนส่วนชิวหนิงช่วงเองก็กล่าวว เธอจึงอยากจะไปเดินเล่นรอบ ๆ คนเดียว
“พ่อไม่ได้พูดอะไรกับคุณใช่ไหม” ชิวหนิงช่วงถามด้วยความกังวลเล็กน้อย “พ่อไม่ได้พูดอะไรกับคุณใช่ไหม” ชิวหนิงช่วงถามด้วยความกังวลเล็กน้อย
“ไม่นะ”ฮวงเฟิงส่ายหัว แต่จริง ๆ แล้วผู้กำกับชิวถามเขาเรื่องเกี่ยวกับผลเวอร์มิเลี่ยน
“แล้วเขาถามคุณเรื่องที่ป้อนผลไม้ฉันครั้งที่แล้วเหรอ?”ชิวหนิงช่วงกล่าว แต่เมื่อกล่าวจบใบหน้าของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยเพราะเธอจำได้ชัดเจนว่าเขาใช้วิธีอะไรป้อนเธ
นั้นคือจูบแรกของชิวหนิงช่วงซึ่งมันได้ถูกขโมยไปโดยชายคนนี้และเรื่องนี้ก็ไม่สามารถไปตำห นั้นคือจูบแรกของชิวหนิงช่วงซึ่งมันได้ถูกขโมยไปโดยชายคนนี้และเรื่องนี้ก็ไม่สามารถไปตำห
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขารู้ว่าชิวหนิงช่วงเองก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยอยู่ในใจเพราะเธอคงเคยจินต อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขารู้ว่าชิวหนิงช่วงเองก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยอยู่ในใจเพราะเธอคงเคยจินต
ชิวหนิงช่วงมองไปที่ฮวงเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งคำตอบที่รอเขาคิดอยู่ตรงกับความคิดของเธอเสียที
“ใช่”ฮวงเฟิงบอกชิวหนิงช่วงเรื่องที่เขาสนทนากับผู้กำกับชิว “ใช่”ฮวงเฟิงบอกชิวหนิงช่วงเรื่องที่เขาสนทนากับผู้กำกับชิว
โดยปกติชิวหนิงช่วงไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ฮวงเฟิงพูดเท่าไหร่นักแต่อย่างไรเธอก็ไม่เคยตั้งคำถาม โดยปกติชิวหนิงช่วงไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ฮวงเฟิงพูดเท่าไหร่นักแต่อย่างไรเธอก็ไม่เคยตั้งคำถาม