กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 291 กลับมาที่โรงงาน บทที่ 291 กลับมาที่โรงงาน
- Home
- กล่องจักรวาล (Universe Storage Box)
- บทที่ 291 กลับมาที่โรงงาน บทที่ 291 กลับมาที่โรงงาน
พวกเขาทั้งสองเดินไปรอบๆ ถนนเป็นเวลาสักพัก เนื่องจากชิวหนิงช่วงเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ดังนั้นร่างกายของเธอจึงยังไม่ฟ่้่้นตัวดีนัก ฮวงเฟิงจึงบอกให้เธอกลับไปก่อน เมื่อพวกเขาแยกกันกลับฮวงเฟิงจึงรีบไปโรงงานอีกครั้ง
“กลับมาแล้วเหรอผู้กำกับชิวก็กลับไปแล้วเหรอ?” กัวเหลียงพูดขณะที่เขามองไปที่ฮวงเฟิงที่เพิ่งกลับมา
“อืมหลังจากกินมื้อค่ำเสร็จเราจะแยกกัน” ฮวงเฟิงกล่าว “อืมหลังจากกินมื้อค่ำเสร็จเราจะแยกกัน” ฮวงเฟิงกล่าว
“พวกนายไปรู้จักคนอย่างผู้กำกับชิวได้ยังไงกัน?” กัวเหลียงกล่าวพร้อมมองไปที่เขามองไปที่ฮวงเฟิงอย่างอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาคิดเรื่องนี้เป็นเวลานานแต่ก็ยังคงไม่เข้าใจ
“ลูกสาวของเขาเป็นเพื่อนกับฉัน” ฮวงเฟิงไม่ได้พยายามปกปิดความจริงเรื่องนี้เนื่องจากไม่มีอะไรจะต้องปิดบัง นอกจากนี้จากการที่พูดคุยกับชิวหนิงช่วงก่อนหน้านี้ เธอเองก็ดูเหมือนจะอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโรงงานแห่งนี้มากเช่นกัน ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายที่อ่อนแอของเธอในวันนี้ เธอคงมาดูโรงงานกับเขาด้วยแล้ว
“เพื่อนเหรอ? เป็นแฟนไม่ได้เหรอ?” กัวเหลียงกล่าว “เพื่อนเหรอ? เป็นแฟนไม่ได้เหรอ?” กัวเหลียงกล่าว
“นี่นายพูดเรื่องไร้สาระอะไร? พวกเราเป็นแค่เพื่อนกัน” ฮวงเฟิงพูดอย่างอารมณ์เสีย แต่เมื่อเขานึกย้อนกลับไปก็จำได้ว่าตอนที่พ่อแม่ของชิวหนิงช่วงคุยกับเขา พวกเขาก็มักจะถามคำถามส่วนตัวกับเขาเสมอและนั้นอาจเป็นไปได้ไหมว่าพวกเขาเองก็คิดแบบเดีย
“โอ้เป็นอย่างนั้นเองเหรอหรือ แต่ก็เอาเถอะ ฉันก็พูดในสิ่งที่ฉันเห็นแล้วอีกอย่างผู้กำกับชิวก็ค่อนข้างดีกับนาย” เมื่อได้ยินคำพูดของฮวงเฟิง
เขาก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะเขาเองก็อยากให้ฮวงเฟิงกับกัวเมิ่งหานเป็นแฟนกัน แต่เขาเพียงคิดไม่ถึงว่ามาก่อนว่าผู้หญิงที่อยู่รอบตัวฮวงเฟิงนั้นฐานะของแต่ละคนนั้นไม่ได้ธรรมดาเล ไม่ว่าจะเป็นเจ้านายของเขาหรือแม้กระทั่งลูกสาวของผู้กำกับชิว แม้ว่าสุดท้ายมันจะเป็นไปได้ยากที่พวกเธอเหล่านี้จะมามีส่วนเกี่ยวข้องกับฮวงเฟิงแต่ยังไงกัวเหลียง
“ฉันอยากจะให้หรูหรานถามความรู้สึกของเมิ่งหานว่าเธอคิดอะไรเพราะถ้าเธอมีความรู้สึกด ต่อฮวงเฟิง เธอก็ควรจะเริ่มแสดงออกบ้างได้แล้ว” กัวเหลียงคิด
“นั่นเป็นเพราะฉันเคยช่วยลูกสาวของเขาไง”ฮวงเฟิงกล่าวและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการให้ค ดังนั้นเขาจึงพูดต่อว่า
“อย่าเพิ่งพูดเรื่องพวกนี้ก่อนเลยฝśายการผลิตไปถึงไหนแล้ว?” “อย่าเพิ่งพูดเรื่องพวกนี้ก่อนเลยฝśายการผลิตไปถึงไหนแล้ว?”
“ทุกอย่างปกติดี” กัวเหลียงกล่าว: “แบบพิมพ์เขียวของนายอันนี้ไม่เพียงแต่จะใช้ต้นทุนต่ำเท่านั้น แต่ความเร็วในการผลิตยังเร็วมากอีกเท่าตัว ฉันประเมินได้ว่าในช่วงบ่ายก่อนที่เราจะเลิกงาน เราจะได้เห็นเครื่องบำบัดน้ำเสียชิ้นแรกและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่คนงานของเราเป็นคนผลิตแม้ว่าพวกเร
กัวเหลียงพอใจกับความเร็วในการผลิตครั้งนี้มากแม้คนงานในโรงงานจะยังไม่คุ้นเคยกับควา แต่สำหรับพวกเขาแล้วการที่ได้ผลลัพธ์เร็วทั้ง ๆ ที่จำนวนคนงานน้อยเช่นนี้ เขาก็พอใจแล้ว
ความเร็วในการผลิตครั้งนี้ทั้งไม่ช้าทั้งต้นทุนไม่สูงและหากประสิทธิดีตรงตามที่ฮวงเฟิงกล่าว ของสิ่งนี้จะเป็นผลิตภัตฑ์ที่ยอดเยี่ยมมาก อย่างไรก็ตามยังไงพวกเขาก็ต้องทดสอบของสิ่งนี้ด้วยตัวเองก่อนและต้องรู้ผลก่อนเลิกงานในวันนี้ด้ว ๆ คงไม่เชื่อว่าสิ่งนี้จะใช้งานได้ดีจริง
ฮวงเฟิงค่อนข้างพอใจกับความเร็วในการผลิตของเขาแต่แน่นอนว่าเขายังไม่พอใจมากนักเพร ฮวงเฟิงค่อนข้างพอใจกับความเร็วในการผลิตของเขาแต่แน่นอนว่าเขายังไม่พอใจมากนักเพร
“มาเถอะไปดูกัน” แม้ว่าเขาจะรู้แล้วว่าของสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่อุปโลกข์จากการแนะนำของกล่องจักวาล แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มต้นธุรกิจ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ตื่นเต้น
แน่นอนกัวเหลียงก็เข้าใจความคิดของฮวงเฟิงเช่นกันความจริงเขาเองก็อยู่ในโรงงานตลอดเว แน่นอนกัวเหลียงก็เข้าใจความคิดของฮวงเฟิงเช่นกันความจริงเขาเองก็อยู่ในโรงงานตลอดเว
ถึงเขาจะทำอะไรได้ไม่ค่อยมากแม้ว่าอยากจะทำแค่ไหนก็ตาม นอกจากนี้สภาพแวดล้อมรอบโรงงานก็ไม่ค่อยดีนัก เขาจึงไม่อยากจะออกไปเช่นกัน ถึงเขาจะทำอะไรได้ไม่ค่อยมากแม้ว่าอยากจะทำแค่ไหนก็ตาม นอกจากนี้สภาพแวดล้อมรอบโรงงานก็ไม่ค่อยดีนัก เขาจึงไม่อยากจะออกไปเช่นกัน
ในขณะที่ฮวงเฟิงและกัวเหลียงกำลังดูอุปกรณ์ยังชีพของคนงานในโรงงานอยู่ชิวหนิงช่วงก็กล ส่วนผู้กำกับชิวมีธุระที่ต้องออกไปทำข้างนอก ดังนั้นตอนนี้จึงเหลือเพียงงสองสาวสองแม่ลูกอยู่คฤหาสน์ชิวเพียงสองคน
“กลับมาแล้วเหรอ?แม่คิดว่าลูกจะไปหาอะไรกินต่อกับฮวงเฟิงเสียอีก?” แม่ของชิวหนิงช่วงถามด้วยรอยยิ้ม
“เขาบอกว่าหนูเพิ่งออกจากโรงพยาบาลควรจะกลับไปพักผ่อนก่อนเขาเลยมาส่งหนูกลับบ้าน ชิวหนิงช่วงนั่งลงบนโซฟาพลางพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนักและเห็นได้ชัดว่าเธอยังไม่ต้องการกลับมา
“แต่นั่นก็เพื่อตัวของลูกเองนะ” แม่ของชิวหนิงช่วงกล่าว เมื่อเห็นว่าตอนนี้ไม่มีคนนอกอยู่ด้วยแล้ว แม่ของชิวหนิงช่วงจึงตัดสินใจคุยเรื่องฮวงเฟิงกับลูกของเธอ
“ที่นี่ไม่มีคนอื่นแล้วบอกแม่ได้ไหมว่าลูกคิดยังไงกับเฟิง” แม่ของชิวหนิงช่วงถาม “ที่นี่ไม่มีคนอื่นแล้วบอกแม่ได้ไหมว่าลูกคิดยังไงกับเฟิง” แม่ของชิวหนิงช่วงถาม
เมื่อชิวหนิงช่วงได้ยินเช่นนั้นเธอก็เกิดอาการเขินเล็กน้อยนี่เธอแสดงออกชัดขนาดนั้นเลยหรือ เมื่อชิวหนิงช่วงได้ยินเช่นนั้นเธอก็เกิดอาการเขินเล็กน้อยนี่เธอแสดงออกชัดขนาดนั้นเลยหรือ
“ไม่ต้องเขินไปแม่ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเสียหน่อย ” แม่ของชิวหนิงช่วงกล่าว “ไม่ต้องเขินไปแม่ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเสียหน่อย ” แม่ของชิวหนิงช่วงกล่าว
“แม่คะหนูคิดว่าหนูมีความรู้สึกดี ๆ กับเขาค่ะ” แม้ว่าชิวหนิงช่วงจะรู้สึกเขินอายเล็กน้อยแต่เธอก็ยังยอมรับมัน
“แล้วเขาคิดยังไงกับลูกล่ะ?”แม่ของชิวหนิงช่วงถามต่อ “แล้วเขาคิดยังไงกับลูกล่ะ?”แม่ของชิวหนิงช่วงถามต่อ
ความจริงหลังจากที่พ่อและแม่ของชิวหนิงช่วงแยกตัวออกมาจากชิวหนิงช่วงและฮวงเฟิงพว ความจริงหลังจากที่พ่อและแม่ของชิวหนิงช่วงแยกตัวออกมาจากชิวหนิงช่วงและฮวงเฟิงพว
จากการสังเกตของทั้งพ่อและแม่ของชิวหนิงช่วงก่อนหน้านี้พวกเขาตระหนักได้ว่าลูกสาวขอ นี่คือสิ่งที่พวกเขาเป็นกังวลว่าลูกสาวของพวกเขาอาจต้องเจ็บปวดจากความรักครั้งนี้ได้
ในเมื่อพ่อและแม่ของชิวหนิงช่วงทราบแล้วว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับฮวงเฟิงและแน่นอนว่าควา ในเมื่อพ่อและแม่ของชิวหนิงช่วงทราบแล้วว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับฮวงเฟิงและแน่นอนว่าควา
ก็ทำให้รู้กสึกเศร้าใจเล็กน้อย: “เขาคงมองหนูเป็นแค่เพื่อนธรรมดาคนหนึ่ง” ก็ทำให้รู้กสึกเศร้าใจเล็กน้อย: “เขาคงมองหนูเป็นแค่เพื่อนธรรมดาคนหนึ่ง”
แม่ของชิวหนิงช่วงถามต่อว่า”แล้วลูกคิดอย่างไงล่ะ?” แม่ของชิวหนิงช่วงถามต่อว่า”แล้วลูกคิดอย่างไงล่ะ?”
“หนูไม่มีทางยอมแพ้แน่นอนค่ะ!” ชิวหนิงช่วงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “หนูไม่มีทางยอมแพ้แน่นอนค่ะ!” ชิวหนิงช่วงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“อื้มต้องแบบนี้สิลูกสาวแม่ ในเมื่อเป็นความสุขของลูก แม่ก็จะไม่ห้าม” แม่ของชิวหนิงช่วงกล่าวด้วยรอยยิ้ม จริงๆ แล้วทั้งตัวเธอและผู้กำกับชิวเองแม้จะกลัวว่าลูกสาวตนอาจต้องเสียใจในภายหลัง แต่ตราบใดที่ตอนนี้ลูกสาวของพวกเขาทำแล้วมีความสุข พวกเขาก็จะตามใจเธอ
ในตอนแรกทั้งพ่อและแม่ของชิวหนิงช่วงไม่เชื่อว่าลูกสาวตนจะชอบคนฐานะเช่นนี้ซึ่งเป็นคน พวกเขาจึงไม่คิดห้ามและให้การสนับสนุนแทน อีกทั้งไม่ว่าชายคนนั้นจะมีฐานะเช่นไรพวกเขาก็ยินดีเปิดในและไม่คิดรังเกียจด้วย
ด้วยการสนับสนุนและกำลังใจจากทั้งพ่อแม่ของเธอตอนนี้จึงทำให้ชิวหนิงช่วงมีกำลังใจอย่า แม้ว่าเธอเองจะยังคงรู้สึกเขินอายเล็กน้อยเมื่อนึกถึงว่าจะต้องเริ่มรุกฮวงเฟิงแล้ว แต่ในเมื่อได้รับทั้งการสนับสนุนและกำลังใจจากพ่อแม่ขนาดนี้แล้ว เธอจึงคิดได้ว่าไม่มีเวลาที่จะต้องอายอีกต่อไปแล้ว
ในขณะที่ฮวงเฟิงเองก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้มีหัวใจของผู้หญิงอีกคนหนึ่งมาอยู่ที่เขาแล้วในระหว่าง ในขณะที่ฮวงเฟิงเองก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้มีหัวใจของผู้หญิงอีกคนหนึ่งมาอยู่ที่เขาแล้วในระหว่าง