กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 293 ผลไม้สีแดง บทที่ 293 ผลไม้สีแดง
เป็นเพราะโอวหยางซิงเหวินต้องการฉกฉวยของบางอย่างจึงได้ลุกขึ้นต่อต้านกองทหารรับจ้า ดังนั้น ไม่ว่าเขาต้องการสิ่งใด สุดท้ายก็ต้องได้สิ่งนั้นมาครองแล้วตอนนี้เขาก็กำลังให้ความสนใจกับสิ่งที่ลูกชายตัวดีของเขาขโมยม แต่เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร นอกจากนี้เขาเองก็อยากรู้เป็นอย่างมากว่าอีกฝśายทำภารกิจระดับ A คลาสสำเร็จลุล่วงได้หรือไม่
“ในห้องข้า”โอวหยางซิงเหวินกล่าวขึ้นด้วยเสียงที่แผ่วเบา “ในห้องข้า”โอวหยางซิงเหวินกล่าวขึ้นด้วยเสียงที่แผ่วเบา
จากนั้นโอวหยางซิงเหวินได้ขอให้ซุนจื่อไปที่ห้องของเขาและนำกล่องนั้นออกมาที่เขาขโมยก จากนั้นโอวหยางซิงเหวินได้ขอให้ซุนจื่อไปที่ห้องของเขาและนำกล่องนั้นออกมาที่เขาขโมยก
ไม่นานหลังจากนั้นซุนจื่อก็นำกล่องมาโอวหยางเทียนหยิบกล่องขึ้นมาอย่างอยากรู้อยากเห็น ไม่นานหลังจากนั้นซุนจื่อก็นำกล่องมาโอวหยางเทียนหยิบกล่องขึ้นมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
“พวกเล่นแร่แปรธาตุอาจจัดการกับมันได้” โอวหยางซิงเหวินเตือนเสียงเบา เขายังไม่กล้าพูดเสียงดังมากนั้นหลังจากที่ถูกพ่อของเขาสั่งสอน
“อย่างงั้นหรือ!”โอวหยางเทียนจ้องลูกชายพร้อมพูด พวกเขาไม่เคยพบนักเล่นแร่แปรธาตุแต่วิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่จะเปิดกล่องได้
พละกำลังของโอวหยางเทียนนั้นแข็งแกร่งกว่าโอวหยางซิงเหวินอยู่มากถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่น แต่เขาก็เป็นถึงนักเวทย์ชั้นสูง ดังนั้นพลังทำลายล้างของเขาก็ย่อมต้องมากเช่นกัน
หลังจากที่ร่ายคาถาทำลายล้างไปไม่กี่ครั้งกล่องก็ได้เปิดออก แน่นอนว่านี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนักเล่นแร่แปรธาตุที่จะจัดการกับกล่องนี้ได้จะต้องเป็นนักเวทย์ระดับ หากไม่ได้เป็นนักเวทย์ระดับที่สูงเช่นเขาก็คงไม่สามารถเปิดล่องๆนี้ได้
“นี่คืออะไร?”โอวหยางเทียนหยิบผลไม้สีแดงสดออกมาจากกล่องและถามอย่างสงสัย เนื่องจากเขาไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน
เมื่อเห็นว่าผู้เป็นพ่อเปิดกล่องออกโอวหยางซิงเหวินก็มองดูด้วยความสงสัยเช่นกันและอยาก แต่เขาเองก็ไม่เคยพบผลไม้ที่พ่อเขาหยิบออกมา
แม้ว่าจะเป็นมนุษย์ที่มาจากโลกใบเดียวกันหรือแม้แต่เด็กอนุบาลถ้าได้เห็นผลไม้นี้พวกเขาก แม้ว่าจะเป็นมนุษย์ที่มาจากโลกใบเดียวกันหรือแม้แต่เด็กอนุบาลถ้าได้เห็นผลไม้นี้พวกเขาก
“อาจจะเป็นผลไม้วิเศษก็ได้”โอวหยางเทียนกล่าวอย่างไม่แน่ใจ เขารู้ว่าในปśาแห่งหมอกนั้นมีทั้งสมบัติและของดีมากมาย ยังมีสถานที่อื่น ๆ อีกมากมายที่โลกภายนอกยังไม่รู้จักและไม่เคยมีใครพบเจอมาก่อน ปśาแห่งหมอกก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คนทั่วไป ๆ จะยากที่จะเข้ามาพบเช่นกัน
แต่ไม่ว่าโอวหยางเทียนเอยากรู้อยากเห็นความวิเศษของผลไม้นี้มากเพียงใดแต่เขาก็ไม่กล้าพ ดังันั้น หากเขาต้องการปรับความเข้าใจกับกองทหารรับจ้างโลหิตสีขาดเขาต้องส่งผลไม้นี้คืนกองทหาร
แน่นอนอว่าโอวหยางซิงเหวินคิดต่างออกไปเพราะเขานั้นอยากจะเก็บผลไม้นี้ไว้ผลไม้ผลนี้ลู แต่ยังไงเขาเองก็ไม่เคยเห็นหรือลิ้มรสผลไม้ชนิดนี้มาก่อน
“นี่แกกำลังมองอะไรของแก?ของสิ่งนี้จะต้องถูกส่งคืนกองทหาร นี่แกยังไม่รู้อีกหรือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันร้ายแรงขนาดไหน?” โอหยางเทียนพูดพลางจ้องไปที่ลูกชาย
เมื่อเห็นท่าทีของชายผู้เป็นพ่อโอวหยางซิงเหวินก็หดคอกลับและไม่กล้าพูอะไรอีก เมื่อเห็นท่าทีของชายผู้เป็นพ่อโอวหยางซิงเหวินก็หดคอกลับและไม่กล้าพูอะไรอีก
ในขณะนั้นคนที่โอวหยางเทียนส่งไปเจรจากับฝśายกองทหารรับจ้างโลหิตสีชาดก็กลับมา เขารู้ว่าคนที่เขาส่งไปก่อนหน้านั้นอวัยวะครบทั้งสามสิบสอง แต่เมื่อกลับมาพบว่าในเวลานี้หูข้างหนึ่งกลับหายไป
“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?”โอวหยางเทียนรู้สึกโกรธขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นคนของฝśายตนเป็นเช่น แม้ว่าครอบครัวของเขาจะเป็นฝśายผิดและฆ่าคนของอีกฝśายไปแต่ก็เพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่อีกฝśายกลับฆ่าสมาชิกและทำลายร้านของฝśายเขาไปมากเช่นกัน ตอนนี้แม้กระทั้งคนที่เขาส่งไปเจรจายังถูกทำให้อัปยศอดสูขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นเขาเองจะขนาดไหน
“พวกเขาบอกว่านายน้อยฆ่ารองกัปตันของพวกเขาและขโมยสมบัติของพวกเขาไปตอนนี้พว เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ชายที่กำลังกล่าวกลับจ้องไปที่โอวหยางซิงเหวิน
“แล้วยังไงต่อ? ก็รีบพูดสิ!” โอวหยางเทียนเร่งเร้า แต่หลังจากที่รู้ว่าอีกฝśายได้เสียรองกัปตันไป เขาจับจ้องไปที่ลูกชายและคิดในใจว่าลูกของเขานั้นใจกล้าจริง ๆ ไม่ว่าใครก็กล้าฆ่าหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งรองกัปตัน
“ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันต้องการให้คุณชายชดใช้ด้วยชีวิต!” ภายใต้แรงกดดันของโอวหยางเทียน จึงบอกเงื่อนไขไปอย่างกระวนกระวาย
“พวกมันกล้าคิดอย่างนั้นจริงๆ หรอ!” โอวหยางเทียนตะโกนออกไปอย่างโกรธเกรี้ยว!
แม้ว่าเขาจะโกรธในสิ่งที่ลูกชายได้กระทำลงไปแต่เขาก็ไม่เคยต้องการให้ลูกชายของต้องตาย ถ้าโอวหยางซิงเหวินตาย ตระกูลเขาได้ถึงจุดจบเป็นแน่แท้ เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด
“พ่ออย่าไปยอมพวกมันนะขอรับ ข้ายังไม่อยากตาย” เมื่อโอวหยางซิงเหวินได้ยินเงื่อนไขของอีกฝśายมันก็ทำให้เขาถึงขั้นกลัวจนน้ำตาไหลออกมาและกลัว
“ร้องไห้หรอแกจะร้องไห้หาพระแสงอะไร ร้องไห้ไปจะมีประโยชน์อะไร? ถ้าแกรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นแล้วทำไมยังกล้าไปฆ่าคนฝśายนั้น? แถมยังฆ่าแม้กระทั่งรองกัปตันด้วย” โอวหยางเทียนพูดอย่างเหลืออด เมื่ออีกฝśายยื่นข้อเสนอมาแบบนี้แล้ว เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่ต้องมีเหตุผลที่จะใจดีอีกต่อไป
“พ่อพวกมันต้องพูดเรื่องไร้สาระแน่ คนพวกนั้นเป็นแค่เศษขยะ พวกมันไม่มงไม่มีกัปตันอะไรนั่นหรอก พวกมันจงใจใส่ร้ายข้าแน่ ๆ รองกัปตันจะถูกฆ่าตายง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน?” โอวหยางซิงเหวินร้อง
โอวหยางเทียนยังคงขบคิดเรื่องถึงนี้แม้ว่าสิ่งที่ลูกชายของเขาพูดไปนั้นก็เพื่อให้ตนเองพ้นผิด แต่มันก็อาจเป็นไปได้เนื่องจากอีกฝśายต้องการให้ฝśายเขาชดใช้มากขึ้น ดังนั้น อีกฝśายจึงจงใจยกสถานะของผู้ที่เสียชีวิตมาเป็นข้ออ้างและทำให้เรื่องดูร้ายแรงยิ่งขึ้น โดยวิธีการก็คือทำให้เกิดการนองเลือดเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะได้จัดการกับฝśายของเขาได้ง่าย
“พอแล้วหยุดร้องได้แล้วตอนนี้ ข้าจะไปดูด้วยตัวเองและแกก็ต้องไปกับข้าด้วย!” โอวหยางเทียนกล่าว
“ข้าไม่ไป!” โอวหยางซิงเหวินไม่กล้าไปเพราะเขากลัวอีกฝśายจะซุ่มโจมตี “ข้าไม่ไป!” โอวหยางซิงเหวินไม่กล้าไปเพราะเขากลัวอีกฝśายจะซุ่มโจมตี
“ไปกับข้าแกจะกลัวอะไรอีก”โอวหยางเทียนกล่าวและจ้องไปที่ลูกชาย ในอาณาเขตเมืองเฮ่าเทียนนั้น ทั้งอำนาจและอิทธิพลของตระกูลโอวยางถือว่าไม่ได้อ่อนแอไปกว่ากองทหารโลหิตสีชาด อีกทั้งที่นี่เป็นถึงบ้านเกิดของโอวหยางเทียน เช่นนั้นเขาย่อมไม่กลัว
เมื่อถูกพ่อกล่าวตำหนิมาเช่นนี้โอวหยางซิงเหวินจึงไม่กล้าพูดอะไรอีกและได้แต่หวังในใจว่าจ เมื่อถูกพ่อกล่าวตำหนิมาเช่นนี้โอวหยางซิงเหวินจึงไม่กล้าพูดอะไรอีกและได้แต่หวังในใจว่าจ
ชีวิตของโอวหยางซิงเหวินตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับไหวชีวิตผ่านมาในฐานะผู้ติดตามของห อีกทั้งยังดูน่าสังเวชยิ่งกว่าเขาเสียอีก