กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 295 ถูกสับเปลี่ยน
บทที่ 295 ถูกสับเปลี่ยน
“นำของสิ่งนั้นมา และเอาไปมอบให้กัปตันปาร์คเกอร์!” โอวหยางเทียนหันไปสั่งผู้นำปลอกแขนคุมกันที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
เวลานี้ในมือขององครักษ์คนดังกล่าว กำลังถือกล่องไม้หรูหราใบหนึ่งอยู่ ซึ่งมันเป็นกล่องที่บรรจุ ‘ผลเวอร์มิลเลียน’ เอาไว้ ทั้งโอวหยางเทียนและคนในตระกูลต่างก็เคยเปิดเช็กดูพร้อมกันแล้ว ส่วนฝ่ายกองทหารโลหิตสีชาดเองก็คุ้นเคยกับกล่องใบนี้เป็นอย่างดี
ปาร์คเกอร์รู้ดีว่าในกล่องนั้นมีผลเวอร์มิลเลียนอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกกองทหารรับจ้างระดับสูงต่างปรารถนา ครั้งนี้กองทหารรับจ้างโลหิตสีชาดไม่ได้มาเพียงเพื่อทวงความยุติธรรมให้รองกัปตันเท่านั้น แต่เป้าหมายหลักคือการทวงคืนผลเวอร์มิลเลียนชิ้นนี้ต่างหาก
ที่ผ่านมาปาร์คเกอร์ต้องเผชิญความยากลำบากในการฝึกฝนมาเป็นเวลานาน การได้ใช้ผลเวอร์มิลเลียนจะช่วยทะลวงคอขวดและเพิ่มความเร็วในการฝึกยุทธของเขาให้ก้าวกระโดด ดังนั้นจึงไม่มีใครในอาณาจักรที่จะเพิกเฉยต่อสิ่งวิเศษที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายได้ขนาดนี้
แต่ในตอนนั้น หลังจากที่เขาได้รับผลเวอร์มิลเลียนมา เขากลับมีธุระต้องเดินทางไปเมืองอื่นกะทันหัน จึงต้องฝากของไว้กับรองกัปตัน ทว่ารองกัปตันและคนในกองกลับถูกลอบสังหารและปล้นของไป ซึ่งนั่นทำให้เขาโกรธจัด
สิ่งแรกที่เขาตั้งใจจะทำต่อจากนั้นไม่ใช่การล้างแค้น แต่เป็นการตามหาผลเวอร์มิลเลียนกลับคืนมาให้รวดเร็วที่สุด มิฉะนั้นหากปล่อยเวลานานเกินไป อีกฝ่ายอาจจะกินผลเวอร์มิลเลียนเข้าไปก่อนได้ ซึ่งต่อให้หลังจากนั้นเขาจะฆ่าล้างตระกูลของอีกฝ่ายเพื่อระบายแค้น แต่มันก็ไม่สามารถทดแทนมูลค่าของผลเวอร์มิลเลียนได้เลย
ส่วนเรื่องที่รองกัปตันถูกสังหารนั้น เห็นได้ชัดเจนว่าเขาแสดงท่าทีโกรธแค้นเป็นอย่างมาก แต่ทว่าในใจลึก ๆ เขากลับแอบรู้สึกขอบคุณโอวหยางซิงเหวินอยู่ไม่น้อย เนื่องจากเดิมทีรองกัปตันคนนั้นเป็นคนที่มีบารมีสูงในกองทหาร พวกเขาสองคนมีความเห็นไม่ค่อยตรงกันอยู่บ่อยครั้ง และรองกัปตันมักจะคัดค้านข้อเสนอของเขาอยู่เสมอ ในกองทหารยังมีคนอีกมากมายที่สนับสนุนรองกัปตันคนนั้น
ดังนั้น ปาร์คเกอร์จึงต้องการหาข้ออ้างเพื่อบีบรองกัปตันให้ออกจากตำแหน่งมานานแล้ว แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคุณชายโง่โอวหยางซิงเหวินจะยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ให้ทางอ้อม
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ผลเวอร์มิลเลียนเหลืออยู่เพียงลูกเดียว หากรองกัปตันยังอยู่ แน่นอนว่าเขาก็ต้องแบ่งครึ่งมันออกเป็นสองชิ้นเพื่อแบ่งกันกิน แต่หากทำเช่นนั้น ประสิทธิภาพของยาก็จะลดลงไปมากกว่าครึ่ง ไม่สู้กินเข้าไปทั้งลูกคนเดียวจะดีกว่า ดังนั้นหลังจากที่รองกัปตันเสียชีวิตไป เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องแบ่งผลเวอร์มิลเลียนกับใครอีก!
เมื่อองครักษ์ของตระกูลโอวหยางกำลังจะส่งมอบกล่องไม้ให้ ปาร์คเกอร์ก็ก้าวเท้าไปรับกล่องนั้นมาด้วยความกระตือรือร้น ทว่าหลังจากที่เขารับกล่องมาและลูบคลำดู เขากลับพบว่ามีร่องรอยของการงัดแงะ และกล่องได้ถูกเปิดออกโดยใครบางคนมาก่อนแล้ว
เขาเงยหน้ามองไปที่โอวหยางเทียนด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เพราะเห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนในตระกูลโอวหยางบังอาจเปิดมันออก
“ข้าเป็นคนเปิดกล่องนี้เอง แต่ท่านไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่ได้เอาของข้างในไป และไม่ได้สับเปลี่ยนของด้านในด้วยแน่นอน” โอวหยางเทียนรีบเอ่ยอธิบายทันทีเมื่อเห็นท่าทีระแวงของอีกฝ่าย ซึ่งเขาเองก็เข้าใจความคิดของปาร์คเกอร์ได้โดยไม่ต้องอธิบาย
ปาร์คเกอร์พยักหน้ารับคำเบา ๆ พยายามคิดในแง่ดีว่าอีกฝ่ายคงยังไม่ได้กินผลเวอร์มิลเลียนข้างในเข้าไป เพราะหากกินเข้าไปแล้ว คงไม่กล้าถือกล่องเปล่ามาเจรจาให้เสียเวลา อย่างไรก็ตาม ปาร์คเกอร์ก็ยังคงรู้สึกกังวลใจอยู่เล็กน้อยด้วยมูลค่าของมัน
เช่่นนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะเปิดกล่องออกดูต่อหน้าต่อตาอีกฝ่าย เพื่อเช็กให้แน่ใจว่าผลเวอร์มิลเลียนยังคงอยู่ครบถ้วนและปลอดภัยดี
เมื่อเห็นการกระทำของปาร์คเกอร์ ความรู้สึกไม่พอใจก็ฉายชัดบนใบหน้าของโอวหยางเทียน การกระทำของปาร์คเกอร์เห็นชัดว่าต้องการบอกให้ทุกคนรู้ว่าเขาไม่เชื่อถือในคำพูดของผู้นำตระกูลโอวหยาง การหักหน้าเช่นนี้ทำให้โอวหยางเทียนสะกดกลั้นอารมณ์โกรธไว้แทบไม่อยู่
ทว่าเมื่อปาร์คเกอร์เปิดฝากล่องไม้ออก… วินาทีนั้น ทุกคนต่างเห็นว่ากัปตันทหารรับจ้างพลันโกรธขึ้งขึ้นมามากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวและดุดันราวยักษ์ปักหลั่น
ปาร์คเกอร์ไม่เคยคิดเลยว่าโอวหยางเทียนจะกล้าประกาศศึกกับเขาจริง ๆ นี่อีกฝ่ายถึงขนาดกล้าสลับของที่อยู่ข้างในกล่อง แล้วส่งคืนของปลอมมาให้ต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นหรือ?! นี่มันถือว่าเป็นการหลอกลวงและเหยียดหยามกันซึ่ง ๆ หน้า! สงสัยโอวหยางเทียนคงคิดว่าเขาเป็นคนใจดีอารมณ์ดีมากกระมัง หรือคิดว่าสองสามวันที่ผ่านมาเขายังฆ่าคนไม่มากพอ? นี่มันคือการยั่วยุขีดสุด!
โอวหยางเทียนสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของปาร์คเกอร์ โดยสัญชาตญาณเขารับรู้ได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่อย่างไรเขาก็ไม่ได้รู้สึกผิด ทว่ากลับรู้สึกโกรธเคืองที่อีกฝ่ายแสดงกิริยาก้าวร้าว
“ข้าคืนของของท่านให้แล้ว แล้วทำไมท่านถึงยังทำท่าทางโกรธแค้นอยู่คู่ข้าอีก? หรือเป็นเพราะข้าทำกล่องของท่านมีรอยขีดข่วนงั้นรึ?”
“ท่านผู้นำตระกูลโอวหยาง! เรื่องนี้ท่านจะอธิบายกับข้ายังไง?!”
ปาร์คเกอร์ไม่ได้ตอบคำถาม แต่เขาเอื้อมมือลงไปหยิบ ‘ลูกแอปเปิ้ล’ ลูกหนึ่งออกมาจากกล่อง แล้วขว้างกล่องไม้ทิ้งลงพื้นอย่างแรง จากนั้นจึงชูลูกแอปเปิ้ลผลสีแดงสดขึ้นต่อหน้า พร้อมกับคำรามใส่โอวหยางเทียนด้วยสีหน้าดุดันน่ากลัว
เมื่อปาร์คเกอร์หยิบแอปเปิ้ลผลนั้นออกมา เบื้องหลังของเขาก็มีเสียงอื้ออึงดังขึ้นทันทีจากพวกทหารรับจ้าง เพราะทุกคนรู้ดีว่าของข้างในกล่องควรจะเป็นผลเวอร์มิลเลียน ไม่ใช่ผลไม้พื้น ๆ เช่นนี้ ไม่เพียงแต่ปาร์คเกอร์เท่านั้นที่รู้ แต่ทหารรับจ้างหลายคนที่เคยเห็นของจริงต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“พูดมาได้ยังไงว่าสิ่งนี้คืออะไร? นี่ท่านไม่เห็นจริง ๆ หรือว่ามันคืออะไร? ท่านยังจะให้ข้าต้องถามอีกงั้นรึ?!” โอวหยางเทียนพูดด้วยความสับสนและเริ่มมีน้ำโห เพราะเห็นชัด ๆ ว่าปาร์คเกอร์กำลังถือผลไม้สีแดงอยู่ แล้วเหตุใดถึงต้องมาโวยวายถามเขาอีก หรือว่าหัวหน้าทหารรับจ้างคนนี้จะสมองเลอะเลือนไปแล้ว?
“ท่าน!”
ปาร์คเกอร์ไม่คิดเลยว่าผู้นำตระกูลโอวหยางจะกล้าสับเปลี่ยนของข้างใน มิหนำซ้ำตอนนี้โอวหยางเทียนยังทำไก๋ไม่ยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นอีก เช่นนั้นเขาจึงระเบิดอารมณ์กล่าวว่า
“ข้ามาที่นี่เพื่อเจรจาด้วยความจริงใจ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าผู้นำตระกูลโอวหยางจะไม่ยอมร่วมมือจริง ๆ นี่ท่านดูถูกพวกเรากองทหารโลหิตสีชาดเกินไปหรือเปล่า?!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โอวหยางเทียนถึงกับขมวดคิ้วแน่นและพูดเสียงเข้ม “ดูถูกงั้นรึ? ข้าไม่เข้าใจว่าท่านกำลังหมายถึงอะไรกันแน่?”
“ยังจะไม่ยอมรับอีกหรือ?! ก็ท่านสับเปลี่ยนของในกล่องและยังโกหกพวกเราซึ่ง ๆ หน้า นั่นไม่ใช่การดูถูกเหยียดหยามพวกเราแล้วจะเรียกว่าอะไร?!” ปาร์คเกอร์เค้นเสียงถาม
“สับเปลี่ยน?” โอวหยางเทียนส่ายหัวปฏิเสธ “ข้าไม่ได้ทำ ข้าแค่เปิดกล่องแลดูของที่อยู่ข้างใน และไม่ได้สับเปลี่ยนอะไรเลย แม้ว่าตามความจริงแล้วข้าจะอยากกินมันใจจะขาดก็ตาม แต่ถ้าข้าสับเปลี่ยนของจริง ข้าคงไม่โง่นำกล่องมาคืนท่านถึงที่นี่หรอก!”
“แต่มันถูกเปลี่ยน! สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในกล่องก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่กับพวกเราแน่นอน!”
ปาร์คเกอร์เองก็รู้สึกได้ว่าคำพูดของโอวหยางเทียนนั้นมีเหตุผล แต่ความจริงตรงหน้าก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นผลเวอร์มิลเลียนมาก่อน แต่เขาก็รับรู้ได้จากไอพลังงานว่าสิ่งนี้เป็นแค่แอปเปิ้ลธรรมดา ไม่ใช่ผลไม้เวทมนตร์อย่างผลเวอร์มิลเลียนแน่ ฉะนั้นนั่นแสดงว่าตอนนี้ผลเวอร์มิลเลียนได้อันตรธานหายไปแล้ว!
“ไม่ใช่รึ…”
โอวหยางเทียนจ้องมองลูกแอปเปิ้ลในมือของอีกฝ่ายอย่างว่างเปล่าไปชั่วขณะ เขาไม่คิดว่าเรื่องวินาศสันตะโรแบบนี้จะเกิดขึ้น เขาหันขวับไปมองลูกชายของตัวเองโดยสัญชาตญาณทันที
“พ่อ! ข้าไม่ได้ทำอย่างนั้นนะ พ่อก็เห็นว่ากล่องมันล็อกแน่นหนาอยู่ตลอด!” โอวหยางซิงเหวินรีบละล่ำละลักอธิบายทันทีเมื่อเห็นสายตาพิฆาตของพ่อจ้องมองมา