กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 298 สถานการณ์บีบบังคับ บทที่ 298 สถานการณ์บีบบังคับ
- Home
- กล่องจักรวาล (Universe Storage Box)
- บทที่ 298 สถานการณ์บีบบังคับ บทที่ 298 สถานการณ์บีบบังคับ
เงื่อนไขของอันจื้อชิงก็คือหากมีโอกาสที่จะสามารถทำลายตระกูลโอวหยางได้เมื่อใดก็ขอให้ป ยิ่งเขามำลายตระกูลโอวหยางมากเพียงใดมันก็จะเป็นประโยชน์แกอันจื้อชิงมากขึ้นเท่านั้น
ซึ่งแม้ว่าซุ่นจื้อจะเคลือบแคลงใจอยู่ไม่น้อยเลยว่าถ้าเขาเป็นเพื่อนที่ดีจริงทำไมถึงได้ยื่นเงื่อน เขาจะสนใจเรื่องนายน้อยของเขาไปทำไมกัน?
แม้ว่าเขาจะยอมรับเงื่อนไขของอันจื้อชิงแต่ในใจลึกๆ ของซุ่นจื้อกลับรู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อย นอกจากนี้เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าโอกาสที่เขาพูดถึงนั้นมันเมื่อไหร่และเขาจะต้องรอไปอีกนานแค่ไหนกัน สุดท้ายเขากลับคาดไม่ถึงว่าโอกาสที่ว่านั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้ซึ่งก็คือเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาที่เกิดเรื่อ ในนาทีนั้นอยู่ ๆ ก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของซุ่นจื้อจากนั้นเขาจึงได้พูดประโยคดังกล่าวไป นอกจากนั้นผลที่ได้รับคาดไม่ถึงว่าจะออกมาดีถึงเพียงนี้ถึงขนาดทำให้ในที่สุดทั้งสองฝśายต่างไม่สาม
แม้ว่าคนจากกองทหารรับจ้างโลหิตสีชาดจะเคยสู้กับคนของตระกูลโอวหยางมาก่อนแต่ตอน ๆ น้อย ๆ ซึ่งคนจากฝśายกองทหารรับจ้างโลหิตสีชาดได้สังหารคนของฝśายตระกูลโอวหยางก็เป็นเพียงคนรับใช ๆ เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บเรื่องนี้มาเป็นกังวล
แต่ครั้งนี้มันกลับต่างออกไปเนื่องจากคนของทั้งสองฝśายที่มากันในครั้งนี้ต่างแข็งแกร่งด้วยก แต่ครั้งนี้มันกลับต่างออกไปเนื่องจากคนของทั้งสองฝśายที่มากันในครั้งนี้ต่างแข็งแกร่งด้วยก
แน่นอนว่าซุ่นจื้อรู้ว่าเขาอาจถูกลงโทษในสิ่งที่เขาได้ทำลงไปในครั้งนี้ดังนั้นเขาจึงใช้โอกาสใน ดังนั้นเขาจึงได้เข้าหาอันจื้อชิง
ในขณะที่ซุ่นจื้อกำลังฝันหวานถึงตัวเองในอนาคตโดยที่ลืมผู้ที่มาก่อนอย่างหวังเอ้อว่ายังอยู่ท ในขณะที่ซุ่นจื้อกำลังฝันหวานถึงตัวเองในอนาคตโดยที่ลืมผู้ที่มาก่อนอย่างหวังเอ้อว่ายังอยู่ท
ความวุ่นวายในร้านอาหารยังคงดำเนินต่อไปมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มมีการตายเกิดขึ้นและนั้นจึงทำให้ทั้งสองฝśายต่างเริ่มโกรธยิ่งขึ้น
“นี่เจ้าจะวิ่งหนีไปไหน?!”ในบรรดาคนทั้งหมดในตอนนี้ คนที่เขาเกลียดมากที่สุดก็คือโอวหยางซิงเหวินเพราะซิงเหวินนำคนมาสังหารเพื่อนของเขาและเกือบ
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของโอวหยางซิงเหวินเขาก็ถึงกับสะดุ้งจนต้องหันกลับไปตามสัญชาตญ เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของโอวหยางซิงเหวินเขาก็ถึงกับสะดุ้งจนต้องหันกลับไปตามสัญชาตญ
หน้าของโอวหยางซิงเหวินเปลี่ยนไปในทันทีร่างของเขาล้มกลิ้งไปกับพื้นเพื่อหลบคมดาบลป ๆ เขาโดยสัญชาตญาณแต่ขาทั้งสองข้างของเขานั้นได้หักเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นว่าอีกฝśายกำลังจะฆ่าตนโอวหยางซิงเหวินจึงรีบตะโกนออกไปว่า”พ่อ ช่วยลูกด้วย!”
โอวหยางเทียนซึ่งอยู่ด้านหน้ากำลังสู้อยู่กับกัปตันปาร์คเกอร์ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของกัป ส่วนทางด้านของโอวหยางเทียนหลังจากที่ได้ยินเสียงตะโกนของลูกชายเขาก็หันไปมองตามเสียงโดย เขาจึงคิดที่จะไปช่วยลูกชายในทันที
สำหรับปาร์คเกอร์นั้นแม้เขาเป็นกัปตันของกองทหารรับจ้างและออกปฏิบัติภารกิจทุกรูปแบ แต่ใครจะไปรู้กันว่าเขาไปที่ปśาแห่งหมอกทุกป่ี
“โอกาสนี่ล่ะ!”แววตาของกัปตันปาร์คเกอร์ลุกโชน เขายกดาบยาวที่อยู่ในมือเล็งไปที่โอวหยางเทียนอย่างรวดเร็วซึ่งดาบลมปราณได้กวัดแกว่งผ่านอากา
ช่วงสถานการณ์แบบนี้ถือได้ว่าโอวหยางเทียนทั้งได้เปรียบและเสียเปรียบในเวลาเดียวกันเพ ช่วงสถานการณ์แบบนี้ถือได้ว่าโอวหยางเทียนทั้งได้เปรียบและเสียเปรียบในเวลาเดียวกันเพ
ส่วนสถานการณ์อีกด้านโอวหยางซิงเหวินก็กำลังตกเป็นเป้าของฮาโรลด์ หากไม่ใช่เพราะผู้คุ้มที่มาช่วยขวางไว้ โอวหยางซิงเหวินคงสิ้นชีพไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรตอนนี้โอวหยางซิงเหวินก็ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก
โอวหยางเทียนยังคงรู้สึกกังวลเป็นอย่างมากเรื่องจากเขามีลูกชายเพียงคนเดียวและหากเกิด แม้ว่าเด็กเหลือขอคนนี้มักจะก่อเรื่องมากมายให้กับเขาแต่สุดท้ายเขาก็ยังเป็นลูกชาย ดังนั้น เขาจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยหากเห็นลูกชายตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่
โอวหยาวเทียนรู้สึกเสียใจที่นำโอวหยางซิงเหวินมาที่นี่เขาไม่คิดว่าการมาเจรจาโดยสันติจะก ๆ ที่เขาไม่ได้แม้แต่จะหยิบของในกล่องด้วยซ้ำ โอวหยาวเทียนรู้สึกเสียใจที่นำโอวหยางซิงเหวินมาที่นี่เขาไม่คิดว่าการมาเจรจาโดยสันติจะก ๆ ที่เขาไม่ได้แม้แต่จะหยิบของในกล่องด้วยซ้ำ
แต่อีกฝśายกลับตัดสินไปแล้วและไม่ว่าเขาจะอธิบายอย่างไรอีกฝśายก็ดูท่าจะไม่เชื่อเขาเลย แต่อีกฝśายกลับตัดสินไปแล้วและไม่ว่าเขาจะอธิบายอย่างไรอีกฝśายก็ดูท่าจะไม่เชื่อเขาเลย
ในบรรดาของทั้งหมดในตอนนี้ความแข็งแกร่งด้านการต่อสู้ของโอวหยางซิงเหวินถือว่าต่ำที่ส แม้ว่าในตอนแรกเขาจะใช้โอกาสท่ามกลางความโกลาหลในการหลบหนีแต่มันกลับสายเกินไปเนื่องจ จนตอนนี้ททุกคนจึงได้รู้ว่าโอวหยางซิงเหวินนั้นมีความสำคัญต่อโอวหยางเทียนมากเพียงใด
“อ๊า!”เสียงร้องอันน่าสมเพชดังขึ้น โอวหยางซิงเหวินที่กำลังหาโอกาสหนีสุดท้ายกลับโดนดาบฟันไปที่ไหล่จนเลือดไหลออกมาในทันทีซ
“ไม่ดีแล้วนี่เขากำลังจะใช้เวทย์!” แม้ว่าปาร์คเกอร์จะไม่ใช่นักเวทย์แต่ข้างกายเขาก็มีนักเวทย์สองสามคนที่สัมผัสได้ถึงอนุภาคของเวท พลังของเวทมนตร์ตอนนี้เริ่มพุ่งขึ้นสูงและเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ปาร์คเกอร์แอบตกใจอยู่ในใจเช่นกันเขาสัมผัสได้ถึงพลังของเวทมนตร์นั้นว่าทรงอำนาจเพียง แต่มันกลับเป็นพลังอันแข็งแกร่งที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านั้น
“นี่เขาซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้หรือ”ปาร์คเกอร์คิดในใจ “นี่เขาซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้หรือ”ปาร์คเกอร์คิดในใจ
จากการสำรวจของปาร์คเกอร์เขาพบว่าแม้ว่าโอวหยางเทียนจะเป็นนักเวทย์ชั้นสูงถึงอย่างไร แต่ถึงอย่างไรเขาก็คิดว่าโอวหยางเทียนไม่ใช่นักเวทย์ชั้นสูงธรรมดา ๆ แน่