กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 299 เวทต้องห้าม บทที่ 299 เวทต้องห้าม
โอวหยางเทียนได้ซ่อนพลังอันแข็งแกร่งของเขาเอาไว้ก่อนหน้านี้และพลังของเขาก็ไม่ใช่ระดับ โอวหยางเทียนได้ซ่อนพลังอันแข็งแกร่งของเขาเอาไว้ก่อนหน้านี้และพลังของเขาก็ไม่ใช่ระดับ
โชคดีที่พลังของปาร์คเกอร์ไม่ได้น้อยถึงขนาดจะต่อกรไม่ได้แม้ว่าเขาจะไม่เคยสู้กับโอวหยาง ๆ มาก่อนก็ตามแต่มันก็เป็นไปได้ที่เขาจะสามารถป้องกันไม่ให้ตัวเองบาดเจ็บได้ นอกจากนี้เขายังสามารถรั้งตัวของโอวหยางเทียนไว้ไม่ให้เขาเข้าไปช่วยโอวหยางซิงเหวิน
โอวหยางเทียนมองสถานการณ์ในตอนนี้ออกดังนั้นในครั้งนี้เขาจึงร่ายเวทย์ที่แม้แต่นักเวทย์ช เพราะคาถาที่เขาร่ายนั้นเป็นคาถาในตำนานซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า คาถาต้องห้าม
แน่นอนว่าหากไม่มีพลังมากพอในการใช้คาถาต้องห้ามนั้นสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผ แน่นอนว่าหากไม่มีพลังมากพอในการใช้คาถาต้องห้ามนั้นสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผ
แม้ในปัจจุบันโอวหยางเทียนจะไม่ค่อยดูแลตัวเองดีเท่าไหร่นักแต่เขาไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยแล แม้ว่าเขาจะต้องจ่ายในราคาที่แสนแพงขนาดไหนในตอนนี้เขายอมรับได้ทั้งหมด
พายุคมดาบคาถาต้องห้ามธาตุลมที่สามารถเรียกพายุใบมีดจำนวนมากออกมาเพื่อสร้างควา พายุคมดาบคาถาต้องห้ามธาตุลมที่สามารถเรียกพายุใบมีดจำนวนมากออกมาเพื่อสร้างควา
โอวหยางเทียนได้คาถาธาตุลมต้องห้ามนี้มาโดยบังเอิญแต่การที่ใช้คาถานี้ได้นั้นอย่างน้อยเข อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะเป็นจอมเวทย์ระดับเซียนแต่เขาก็ไม่สามารถปลดปล่อยพลังของมนตร์นี้ได ๆ แต่ถ้าเขาสามารถปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาได้จริง ๆ ซึ่งผู้ที่จะสามารถทำเช่นนั้นได้ก็คือ
ได้รับคาถาต้องห้ามธาตุลมนี้โดยบังเอิญดังนั้นเมื่อเขาใช้คาถานี้อย่างน้อยเขาก็ต้องอยู่ในระด ๆ หากเขาต้องการปลดปล่อยพลังทั้งหมดของเวทมนตร์นี้จริงๆนั่นก็คือ นักบุญจอมขมังเวทย์ในตำนาน แต่เขาเป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น
โอวหยางเทียนเป็นเพียงนักเวทย์ชั้นสูงไม่ใช่จอมเวทย์การใช้คาถาที่มีอานุภาพรุนแรงขนาดน โอวหยางเทียนเป็นเพียงนักเวทย์ชั้นสูงไม่ใช่จอมเวทย์การใช้คาถาที่มีอานุภาพรุนแรงขนาดน
เพราะฉะนั้นอนุภาคของเวทย์ธาตุลมที่รวมอยู่รอบตัวของโอวหยางเทียนทำให้คนจากกองท เพราะฉะนั้นอนุภาคของเวทย์ธาตุลมที่รวมอยู่รอบตัวของโอวหยางเทียนทำให้คนจากกองท
ทางฝśายผู้คุมของตระกูลโอวหยางก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือปกป้องโอวหยา ทางฝśายผู้คุมของตระกูลโอวหยางก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือปกป้องโอวหยา
ในที่สุดโอวหยางเทียนก็ร่ายคาถาต้องห้ามสำเร็จแต่ตอนนี้ใบหน้าของเขาดูขาวซีดไร้สีเลือดโ ๆ ด้วย
จากนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะมนตร์ที่ร่ายไว้นั้นเขาเริ่มจะควบคุมไว้ไม่อ แม้ว่าพลังที่ปล่อยออกมาไม่เพียงแต่จะกวาดล้างคนจากกองทหารโลหิตสีชาดเท่านั้น แต่ใบมีดกลับตอนคนที่อยู่รอบกายเขาด้วยเช่นกัน
เป็นเรื่องดีที่โอวหยางเทียนไม่ได้แข็งแกร่งมากพอในตอนนี้มิเช่นนั้นระยะของมนตร์ที่เขาร่าย เป็นเรื่องดีที่โอวหยางเทียนไม่ได้แข็งแกร่งมากพอในตอนนี้มิเช่นนั้นระยะของมนตร์ที่เขาร่าย
ความตายได้เริ่มปรากฏขึ้นอย่างที่คาดไว้และในทันใดนั้นก็ได้มีใบมีดตัดผ่านไปที่ลำคอของฮ ความตายได้เริ่มปรากฏขึ้นอย่างที่คาดไว้และในทันใดนั้นก็ได้มีใบมีดตัดผ่านไปที่ลำคอของฮ
ท้ายที่สุดก็มีทางออกของเหตุการณ์วุ่นวายนี้เนื่องโอวหยางเทียนใช้พลังไปมากในการร่ายคา ท้ายที่สุดก็มีทางออกของเหตุการณ์วุ่นวายนี้เนื่องโอวหยางเทียนใช้พลังไปมากในการร่ายคา
ถึงแม้ว่าผู้คุมจะปกป้องเขาจากการโจมตีได้ในบางส่วนแต่โอวหยางเทียนก็ต้องเสียขาไปข้าง ถึงแม้ว่าผู้คุมจะปกป้องเขาจากการโจมตีได้ในบางส่วนแต่โอวหยางเทียนก็ต้องเสียขาไปข้าง
ปาร์คเกอร์มีความคิดที่จะถอยในทันทีเขาคิดว่าหากเขายังดึงดันสู้ต่อไปเขาคงได้ตายที่นี่แน่ จากนั้นปาร์คเกอร์จึงรีบออกจากร้านอาหารพร้อมกับทหารรับจ้างที่ยังมีชีวิตที่เหลืออยู่ไม่กี่คน แม้ว่าพวกเขาจะรอดชีวิตมาได้แต่ทุกคนก็ต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส
“โอวหยางเทียน พวกเราจะไม่ยอมจบเพียงเท่านี้แน่!” ปาร์คเกอร์ตะโกนใส่โอวหยางเทียนในระยะไกล จากนั้นเขาก็นำผู้บาดเจ็บทั้งสามคนออกไปจากเมืองเฮ่าเทียนพื้นที่ของตระกูลโอวหยางอย่างรวดเร็ว
เดิมทีเขาไม่คิดว่าคนจากกองทหารรับจ้างโลหิตสีชาดจะกล้าเปิดฉากต่อสู้กับพวกเขาที่นี่เขา ในตอนแรกฝśายเขาสูญเสียคนไปประมาณสองสามคนจากการต่อสู้แต่หลังจากที่เขาร่ายมนตร์ต้องถ ส่วนที่เหลือทั้งหมดเพียงได้รับบาดเจ็บเท่านั้น แม้ว่าต้องการจะจับตัวปาร์คเกอร์ให้ได้แต่สุดท้ายเขาก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะทำเช่นนั้นอีกต่อไป ตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงมองดูศัตรูเดินจากไป
“ไปกันเถอะ!”โอวหยางเทียนกล่าวอย่างอ่อนแรงกับผู้คุมของตน เขารู้ดีว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปยากที่ทั้งสองฝśายจะคืนดีกันได้
ส่วนโอวหยางซิงเหวินอาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นคนที่โชคดีที่สุดในเหตุการณ์นี้เพราะเขาได้รับบ ส่วนโอวหยางซิงเหวินอาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นคนที่โชคดีที่สุดในเหตุการณ์นี้เพราะเขาได้รับบ
แต่ยังไงเขาก็รู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เกิดจากตัวเขาเองทั้งหมดเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรอีกและ แต่ยังไงเขาก็รู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เกิดจากตัวเขาเองทั้งหมดเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรอีกและ
ตอนนี้สิ่งที่โอวหยางเทียนยังไม่รู้ก็คือสิ่งที่มาแทนที่ม้วนคัมภีร์คาถาต้องห้ามพายุคมดาบก่อน แต่เขาก็ยังเห็นของที่มาแทนที่ไม่ชัด
ส่วนผลแอปเปิ่้ลที่เป็นสาเหตุของการต่อสู้ระหว่างสองฝśายนั้นได้ถูกโยนทิ้งไปในระหว่างการ ขอทานที่อยู่ใกล้ ๆ ร้านอาหารเห็นเข้าจึงได้หยิบผลแอปเปิ่้ลนั้นขึ้นมาด้วยความหิวโหยโดยที่ไม่สนใจว่ามันคือสิ่งใด เขาเพียงหยิบมันขึ้นมากินเพียงเพื่อประทังชีวิตและคิดว่ามันคงเป็นผลไม้แปลกตาชนิดหนึ่งที่เขาไม่เ ตาของเขาเบิกโพลงในทันทีที่กัดลงไปเพราะเขาได้พบกับความหวานและความชุ่มฉ่ำแบบสุด ๆ จากผลไม้ผลนี้และมันทำให้เขาแววตาของเขาสดใสขึ้นอีกด้วย เขากินมันหมดภายในคำเดียวจึงทำให้แอปเปิ่้ลที่ชายผู้เป็นขอทานเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกหายไป