กล่องจักรวาล (Universe Storage Box) - บทที่ 300 เครื่องบำบัดน้ำเสียเครื่องแรก
“ในที่สุดก็เสร็จแล้ว!”
ภายในโรงงานของหวงเฟิงมีเสียงร้องเชียร์ดังขึ้น เนื่องจากเครื่องบำบัดน้ำเสียเครื่องแรกได้ถูกผลิตขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่พวกเขาทำงานกันอย่างหนักมาตลอดทั้งวัน
กัวเหลียงและหวงเฟิงต่างพากันล้อมรอบอุปกรณ์ที่เพิ่งทำขึ้นมา พร้อมมองหน้ากันอย่างอยากรู้อยากเห็น
“มันจะออกมาดีอย่างที่นายพูดใช่ไหม?” กัวเหลียงถามอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา
“แน่นอนสิ!” หวงเฟิงยังคงมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม จากนั้นเขาก็พูดกับผู้เชี่ยวชาญเหอว่า “ฉันจะไม่ทำให้นายต้องหนักใจ รับรองได้เลย”
“ไม่เป็นไรครับบอส” สิ่งที่หวงเฟิงขอให้เขาทำนั้นเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของเขา และแม้ว่ามันจะล้มเหลว เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
หลังจากนั้นผู้เชี่ยวชาญเหอเริ่มสตาร์ตเครื่องและได้นำน้ำที่เจือปนโลหะหนักและสิ่งสกปรกทั้งหลายเทลงไปในเครื่อง เครื่องเริ่มทำงานทันที เสียงคำรามเบา ๆ ดังขึ้น น้ำที่สะอาดเริ่มไหลออกมา ซึ่งความเร็วในการไหลของน้ำถือว่าเร็วเป็นอย่างมาก และไม่นานหลังจากนั้น สิ่งปฏิกูลทั้งหลายที่ถูกเทลงไปในเครื่องก็ได้ถูกชำระล้างทั้งหมด และสิ่งสกปรกที่เหลือก็ได้ไหลออกมารวมกันอีกด้านหนึ่ง
“ลองทดสอบคุณภาพน้ำเร็วเข้า!” การแสดงออกอย่างวิตกกังวลของกัวเหลียงดูจะมีมากกว่าหวงเฟิงเสียอีก
ในฐานะที่โรงงานของพวกเขาเป็นผู้ผลิตเครื่องบำบัดน้ำเสียนี้ จึงต้องมีเครื่องมือวัดที่หลากหลายคอยตรวจสอบคุณภาพน้ำหลังจากผ่านกระบวนการทำความสะอาดแล้ว ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญเหอจึงหยิบเครื่องมือตรวจวัดขึ้นมาตรวจสอบในทันที ในระหว่างการตรวจสอบ สีหน้าของเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นจริงจังและจริงจังมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้แต่หวงเฟิงเองก็โดนบรรยากาศรอบข้างกดดันจนทำให้เป็นกังวลไปด้วย จนต้องหันมองผู้เชี่ยวชาญเหอตาไม่กระพริบ
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้เชี่ยวชาญเหอได้หยิบเครื่องมือตรวจสอบขึ้นมาพร้อมกับพูดอย่างตกใจว่า “นี่มัน… เป็นไปได้ยังไงกัน?”
“เป็นยังไงบ้างครับผู้เชี่ยวชาญเหอ บอกผมที” กัวเหลียงพูดอย่างเป็นกังวล เนื่องจากเขาให้ความสำคัญกับโรงงานแห่งนี้อย่างใจจริง แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับผิดชอบในการจัดการเทคโนโลยีหรือสิ่งอื่น ๆ แต่อย่างใด ส่วนกัวเหลียงตั้งความหวังไว้กับโปรเจกต์นี้ไว้เป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการพบกับความล้มเหลว
ตอนนี้คุณภาพน้ำที่ผ่านเครื่องบำบัดน้ำเสียมีปริมาณของมลพิษที่ลดลงจนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยมาก มันสามารถพูดได้เลยว่าน้ำที่ผ่านอุปกรณ์เครื่องนี้ ดีกว่าน้ำที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันตอนนี้เสียอีก อีกทั้งยังสะอาดกว่าพวกน้ำแร่บางยี่ห้อด้วยซ้ำ
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเหอยังกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ตกใจ แต่ก็ยังคงอยู่ในท่าทีที่สงบ
แม้ว่าหวงเฟิงจะกล่าวซ้ำอีกครั้งว่าอุปกรณ์นี้สามารถกำจัดสิ่งปฏิกูลได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญเหอก็ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนว่าสิ่งที่หวงเฟิงพูดก่อนหน้านั้น แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้พูดเกินจริงไปเลยแม้แต่น้อย
“อ่า มันออกมาดีจริงๆ เหรอ?” กัวเหลียงถามด้วยสีหน้าประหลาดใจปนยินดีหลังจากที่ได้ยินคำยืนยัน
ผู้เชี่ยวชาญเหอพยักหน้ายืนยัน จากนั้นเขาก็พูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มว่า “ใช่ครับ มันยอดเยี่ยมมาก ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
คนงานที่อยู่โดยรอบก็ดูมีความสุขไปด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว้าพวกเขาจะเป็นเพียงลูกจ้างธรรมดา แต่หากโรงงานแห่งนี้ดำเนินกิจการไปได้ด้วยดี พวกเขาก็จะมีความมั่นคงในหน้าที่การงานมากขึ้น เช่นนั้นถ้าเจ้านายของพวกเขาสามารถขายอุปกรณ์เครื่องนี้ได้ พวกเขาก็จะมีงานทำต่อไปและไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเลิกจ้าง อีกทั้งถ้าสินค้านี้เป็นที่นิยม พวกเขาก็สามารถต่อรองขอค่าแรงเพิ่มได้ ถูกต้องใช่ไหม?
“ตอนนี้คุณโล่งใจหรือยัง?” หวงเฟิงกล่าวกับกัวเหลียงด้วยรอยยิ้ม
“โล่งสิ โล่งอกไปมากเลยล่ะ” กัวเหลียงพูดพลางหัวเราะ
แม้ว่าในตลาดปัจจุบันจะมีเครื่องบำบัดน้ำเสียเป็นจำนวนมาก แต่ประสิทธิภาพของพวกมันก็ยังห่างไกลจากเครื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด แม้แต่สารจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนในน้ำก็สามารถจัดการได้ภายในครั้งเดียว ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้ตาบอด พวกเขาก็คงเห็นแล้วว่าอุปกรณ์เครื่องนี้ดีแค่ไหน ด้านกัวเหลียงเองก็เชื่อว่าอุปกรณ์เครื่องนี้สามารถขายออกสู่ตลาดได้อย่างแน่นอน
“ทุกคนเติมเชื้อเพลิงและผลิตมันต่อให้เรียบร้อย หลังจากอุปกรณ์เครื่องแรกเสร็จสมบูรณ์แล้ว พวกคุณจะได้รับค่าแรงเพิ่มแน่นอน!” หวงเฟิงกล่าวเสียงดังกับพนักงาน
“ขอให้บอสจงเจริญ!”
ในช่วงเช้าก่อนหน้านี้ หวงเฟิงได้กล่าวไว้ว่าอุปกรณ์เครื่องนี้ของเขาล้ำหน้ากว่าอุปกรณ์เครื่องอื่น ๆ ในวงการอุตสาหกรรมที่พวกเขาเคยทำ ซึ่งในตอนแรกพวกเขาไม่มีใครเชื่อ เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดต่างเป็นคนงานเก่าแก่ที่มีประสบการณ์การทำงานมาหลายปี พวกเขาจึงสามารถใช้ประสบการณ์ในการตัดสินได้ แต่ในตอนนี้ อุปกรณ์ที่พวกเขาเพิ่งผลิตไปนั้น พวกเขาสามารถพูดได้เลยว่าล้ำหน้ากว่าอุปกรณ์อื่น ๆ ในวงการอุตสาหกรรมที่พวกเขาเคยผ่านมารวมกันเป็นอย่างมาก
เมื่อเห็นพนักงานต่างพากันตื่นเต้น หวงเฟิงก็พลอยมีความสุขไปด้วย ตอนแรกเขาได้วางแผนจะเพิ่มค่าแรงของพนักงานทุกคนไว้อยู่แล้ว เนื่องจากพวกเขาทุกคนเป็นพนักงานกลุ่มแรกที่ร่วมบุกเบิกมาด้วยกัน หวงเฟิงจึงหวังว่าทุกคนจะร่ำรวยไปพร้อมกับการขายเจ้าอุปกรณ์เครื่องนี้
“ใช่แล้ว พ่อคนสติเฟื่อง นายคิดว่าอุปกรณ์เครื่องนี้ของเราควรจะมีชื่อว่าอะไรดี?” กัวเหลียงถาม
“ชื่อเรียกมันว่า รุ่ยเจี๋ย” หวงเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวออกไป
กัวเหลียงพึมพำอยู่สองสามประโยค จากนั้นเขาก็รู้สึกว่าชื่อนี้ก็ดูไม่เลวร้ายเกินไปและดูไม่ขัดหู ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจใช้ชื่อ รุ่ยเจี๋ย และเปลี่ยนป้ายชื่อหน้าโรงงานอย่างรวดเร็ว
“ตอนนี้อุปกรณ์ได้ทำการผลิตเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือส่งขายให้ได้เร็วที่สุด ตอนนี้ยังมีคนในโรงงานน้อยเกินไปและยังไม่มีแม้แต่พนักงานขายโดยเฉพาะ แบบนั้นเราคงขายได้ช้าแน่” หวงเฟิงกล่าว
ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเขาเข้าไปสำรวจในโรงงานโดยรอบ เขาพบว่ามีเพียงกัวเมิ่งหานและโจวหรูหราเท่านั้นที่คอยช่วยงานทั่วไป หากเขาจะเริ่มขายอย่างเป็นทางการ ทรัพยากรบุคคลเพียงสองคนที่มีอยู่ตอนนี้คงไม่สามารถทำให้งานดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
“ใช่ ฉันรู้ งั้นฉันคิดว่าการเปิดรับสมัครน่าจะเป็นวิธีที่เร็วที่สุด” กัวเหลียงกล่าว ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้มีความมั่นใจในอุปกรณ์นี้มากนัก จึงไม่คิดเปิดรับสมัครใครเข้ามา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาต้องทำเช่นนั้นแล้ว
“พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์งั้นยังพอมีเวลา ส่วนนายก็อยู่ดูแลโรงงานผลิตไปนะ ฉันจะไปบริษัทจัดหางานเพื่อหาคนมาสมัครงานเอง” หวงเฟิงกล่าว
“ได้ ไม่มีปัญหา แต่แทนที่นายจะไปคนเดียว ให้เมิ่งหานไปช่วยนายไม่ดีกว่าเหรอ?” กัวเหลียงคิดสักพักแล้วกล่าวขึ้นมา
“ได้!” หวงเฟิงไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้