การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 104 เล่นงานบ่าวชั่วก่อน
เมื่อเห็นแววตาของสวีปั๋อที่กลับกลอกไปมาละม้ายกำลังชั่งใจอะไรบางอย่างเพียงครู่เดียวเขาก็ไม่พูดถึงเรื่องผู้ดูแล
เหล่านั้นอีก
ทว่าต้วนชิงหมิงแสร้งทำเป็นไม่รู้และหยิบยกเรื่องผู้ดูแลมาพูดอีกรอบหนึ่งว่าผู้ดูแลเหล่านั้นทำงานในหน้าที่ได้เต็ม
กำลังความสามารถเพราะกลัวว่าต้วนเจิ้งจะมาตำหนิเอาได้เห็นชัดได้ว่าสวีปั๋อเริ่มนั่งไม่เป็นสุขและมักจะพูดตัดบทอยู่
หลายครั้งทว่าแม่นมหนิงกลับใช้สายตาที่เย็นชามองตอบว่า ไม่สมควรที่จะพูดตัดบทคุณหนู
ทันใดนั้นต้วนชิงหมิงก็ถอนหายใจ เอ่ยถามสวีปั๋อขึ้นมาว่า “ใช่แล้วข้าลืมไปเรื่องหนึ่งเลย ว่ามาที่นี่หลายวันแล้ว
เรื่องภายนอกจ้วงจื่อเป็นเจ้าที่ดูแลใช่ไหม?”
อีกฝั่ายได้ฟังก็ยืดตัวตรงขึ้น “ใช่ขอรับ ตั้งแต่คุณหนูใหญ่มาถึงที่นี่เป็นสวีปั๋อและภรรยาของเหล่าฮั่นเจียดูแล
จัดการธุระทั้งหมด โดยไม่เคยเพิกเฉย!”
หึ!ข้าไม่ได้ช่วยเจ้าดูแลจ้วงจื่อ แต่ข้าช่วยนายท่านนั้นดูแลต่างหากนายท่านนั้นบอกแล้วว่าขอเพียงคุณหนูใหญ่
และโรคเวินอี้สร้างความลำบากให้กับคนอื่นรอจนจ้วงจื่อปิดและจุดไฟเผาได้เมื่อไร เรื่องทั้งหมดนายท่านคนนั้นจะรับผิด
ชอบเอง!
จู่ๆต้วนชิงหมิงก็หัวเราะขึ้นมาพลางมองไปยังสวีปั๋อด้วยแววตาลุกวาวทว่าแฝงไปด้วยรอยยิ้มอันน่าประหลาด
“เช่นนั้น ก็ลำบากสวีปั๋อด้วย…”
สวีปั๋อรู้สึกหมดความอดทนกับคำพูดอ้อมค้อมของคุณหนูที่สวยแต่ไร้สมองเบื้องหน้าเขาอยากตอบตามนํ้าไปว่า
“ไม่ลำบากสักนิด!” จากนั้นคล้ายรู้สึกว่าได้ยินเสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ดังขึ้นจากด้านหลัง!จึงเงยหน้ามองก็ผงะไปด้วยความ
ตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กสาวที่เย็นชาจนทำให้คนมองอดรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาไม่ได้
ทันใดนั้นเขารู้สึกถึงสิ่งผิดปกติบางอย่างทว่ายังไม่ทันเอ่ยปาก เด็กสาวก็พูดต่อไปว่า “ข้าอยากจะถามสวีปั๋อสัก
หน่อยในเมื่อผู้ดูแลทุกคนเข้าออกจ้วงจื่อได้เป็นปกติ แต่ในจ้วงจื่อคนที่อยู่ดูแลนานที่สุดกลับไม่เป็นอะไร แล้วจะมากัดไม่
ปล่อยว่าเวินอี้แพร่มาจากจ้วงจื่อได้อย่างไรกัน?”
คำพูดเพียงไม่กี่คำที่ต้วนชิงหมิงเอ่ยออกมา กลับสร้างความกดดันจนเขาพูดไม่ออก “สวีปั๋อ เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือว่า
แกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่?”
สวีปั๋อได้ฟังถึงกับอ้าปากค้างไปทันที!
ภายใต้สายตาที่กดดันจนพูดไม่ออกของเด็กสาวเบื้องหน้าสีหน้าของสวีปั๋อก็เริ่มซีดขาวพลันกลายเป็นแดงกํ่าเห็น
สีหน้าเย็นชาของนางยิ่งทำให้เขาทำตัวไม่ถูก……วันนั้นนายคนนั้นเตือนเขาว่าต้วนชิงหมิงคนนี้จัดการได้ยากทว่าเขากลับ
ไม่เชื่อจนมาวันนี้เขาได้ประจักษ์ถึงความเก่งกาจของนายหญิงที่อายุยังไม่ถึงสิบปีแล้ว!
ทีแรกนางแสร้งทำท่าทางหวาดกลัวและพูดอย่างลนลานเพื่อให้อีกฝั่ายเริ่มตายใจ จากนั้นจึงใช้ประโยคนี้ทำให้เขา
ลิ้นพันกันจนพูดไม่ออก
สายตาที่น่าหวาดกลัวของนางเหมือนดาบที่แหลมคมมาจ่อคอ สวีปั๋อตะลึงไปชั่วขณะจึงข่มใจเข้าสู้ เขาละล้า
ละลังเล็กน้อยแล้วพูดเสียงฝืดเฝือน “เรื่อง……เรื่องนี้ เป็นข่าวลือที่มาจากคนในจ้วงจื่อขอรับ!”
“ในเมื่อเป็นข่าวลือ เหตุใดเจ้าไม่รีบไปสืบว่าข่าวนี้มีต้นตอมาจากที่ไหน?แล้วทำไมยังมีหน้ารีบวิ่งมาที่นี่ตั้งแต่เช้า
ตรู่โวยวายว่าจะปิดจ้วงจื่อและอาการของโรคเวินอี้เป็นมาอย่างไร หรือว่าเจ้าไม่รู้เรื่องจริงๆคนที่เป็นโรคเวินอี้ทุกคนแค่
จับตัวก็ติดกันได้แล้ว เริ่มจากมีไข้สูงจากนั้นร่างกายจะเริ่มเน่าและทรมานอยู่หลายวันถึงจะตายแต่ว่าคนเหล่านี้เพียงเพิ่ง
เริ่มติดโรคเมื่อวาน วันนี้กลับตายแล้วเจ้าไม่รู้สึกว่ามันแปลกไปหน่อยหรือ?”
นางหัวเราะเยาะขึ้นมา “เจ้าเป็นคนใน ที่รับหน้าที่ดูแลจ้วงจื่อ เกิดเรื่องใหญ่จนถึงชีวิตเช่นนี้ไม่มารายงานข้ากลับ
ไปรายงานเรือนซุ่นเทียนก่อนทั้งยังสร้างเรื่องโกหกและข่าวลือให้คนอกสั่นขวัญแขวนแท้ที่จริงแล้วเจ้ากำลังวางแผน
อะไร?”
ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างไหลบ่าท่วมตัวจนเหงื่อไหลท่วมออกมาเต็มหน้าดังสายนํ้าเชี่ยวกราก แม้จะอยู่ในฤดู
หนาวหนาวเหน็บ
ต้วนชิงหมิงยังคงเพ่งมองเขา พลางเอ่ยปากเรียกแม่นมหนิงขึ้น “แม่นมหนิงให้คนนำจดหมายไปส่งให้ท่านพ่อให้
ท่านพ่อและคนในเรือนซุ่นเทียนมาดูที่นี่ ว่ามีคนตายสองสามคนแล้วไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของคนหรือธรรมชาติ?”
ทุกถ้อยความแฝงนัยข่มขู่ ‘ฝีมือของคน’ กับ ‘ฝีมือธรรมชาติ’สองคำนี้ นางตั้งใจพูดเน้นเสียงเป็นพิเศษจนทำให้
อีกฝั่ายตื่นตระหนกขนลุกซู่ไปทั่วตัว ทั้งยังได้ยิน ‘เรือนซุ่นเทียน’ก็ยิ่งทำให้เขาหวาดผวามากขึ้น จนต้องรีบพูดขัดขึ้น
อย่างลนลาน
“คุณหนูใหญ่พูดได้ถูกต้อง จะต้องไปแจ้งร้องทุกข์…สิ่งนี้สวีปั๋อคาดไม่ถึงจึงละเลยไป ขอให้คุณหนูวางใจได้พรุ่งนี้
สวีปั๋อจะให้คนไปแจ้งทางราชการ ให้พวกเขาช่วยตรวจสอบดูว่าจะหาต้นตอเรื่องราวเหล่านี้ออกมาได้หรือไม่!”
จะไปร้องทุกข์พรุ่งนี้? ส่วนวันนี้เกรงว่าจะรีบคาบข่าวไปรายงาน ‘นายคนนั้น’ก่อน สวีปั๋อช่างน่าขันสิ้นดีคิดเสียว่า
เจ้าทำเรื่องยังไม่มีจุดบกพร่อง นางแค่แกล้งพูดขู่ไปนิดหน่อยเท่านั้นแต่กลับรู้ความจริงจนเกือบหมด!
ดูท่าความจริงของเรื่องนี้นางจะทายถูกเกือบทั้งหมด
ไม่เสียแรงที่เป็นแม่ลูกกันในชาติที่แล้วต้วนอวี้หรานใช้โรคเวินอี้ใส่ร้ายนางและบุตรชายบุตรสาวของนางจนต้อง
ตายทั้งเป็นมาในชาตินี้หลิวหรงก็ยังหยิบยกเรื่องเดิมมาเล่าใหม่ใช้วิธีเดิมในการใส่ร้ายปั้ายสีนาง ทว่าน่าเสียดายในชาตินี้
จุดจบจะต้องเขียนใหม่เสียแล้ว!
เด็กสาวยกกานํ้าชาขึ้นดื่มและวางลง สีหน้าของนางซีดขาวและดูอ่อนแอทว่าตอนนี้สามารถมองทะลุเห็นถึงความ
เกลียดชังและความเหี้ยมโหดสุดขีด!
อย่างนั้นก็ได้หลิวหรง!ในเมื่อเจ้าถูกกักบริเวณอยู่ ยังกล้าที่จะทำเรื่องใส่ร้ายฆ่าคนอื่นเช่นนี้อย่างนั้นก็อย่าหาว่าข้า
ใจดำอำมหิตก็แล้วกัน!
สวีปั๋อเห็นใบหน้าดุดันและไร้ซึ่งความอ่อนโยนจึงรีบก้มหัวแทบไม่ทัน เขาคิดไม่ถึงว่าจะถูกต้วนชิงหมิงต่อว่าอีก
ครั้ง อายุถึงปูนนี้แล้วยังไม่เคยกลัวใครนอกเสียจากนายคนนั้นของเขา ที่มีใบหน้าเหี้ยมโหดและเย็นชาไม่กลัวหน้าอินทร์
หน้าพรหมใดๆ
นางไม่อยากพูดต่อไปแล้วเมื่อแม่นมเห็นดังนั้นจึงโบกมือไล่ให้สวีปั๋อรีบออกไปเขารีบขยับตัวล้มลุกคลุกคลานออก
ไปไม่เป็นท่า!
เดินออกไปไกลแล้วจึงยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ชุ่มใบหน้าและพบว่าเสื้อผ้าทั้งตัวก็ชุ่มโชกไปหมด
คุณหนูใหญ่จวนต้วนไม่ได้รับมือได้โดยง่ายเหมือนที่เขาคิดเอาไว้ดังนั้นในตอนนี้เขาต้องนำเรื่องนี้ไปรายงานนาย
คนนั้นคงต้องรอให้นายตัดสินใจว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี!
แสงอาทิตย์ยามฤดูหนาวสาดส่องไปทั้งตัวสวีปั๋อทำให้สายตาของเขาพร่ามัวเหมือนเห็นสายตาที่โหดเหี้ยมของต้
วนชิงหมิงกำลังจ้องมอง และเขาพบว่าแผนการทั้งหมดใช้ไม่ได้อีกแล้ว
เมื่อสวีปั๋อออกไปแม่นมหนิงจึงเดินเข้ามาพูดว่า “คุณหนูใหญ่เห็นได้ชัดว่าเป็นคนนั้นอีกแล้วที่มาสร้างเรื่อง!”
ต้วนชิงหมิงดันกานํ้าชาในมือออกและลุกขึ้นยืนยิ้มเยาะเย้ย “ถ้านางกล้ามาข้าก็กล้าต้อนรับ!”
แม่นมหนิงตอบอย่างเป็นกังวล “แต่ว่าครั้งนี้ คนนั้นจะต้องใช้วิธีที่โหดเหี้ยม…” แม้แต่คนในจ้วงจื่อทุกชีวิตก็ไม่
สนใจ
“นางใช้ชีวิตจัดการข้า ข้าก็จะใช้ชีวิตจัดการนางกลับไปเช่นกันให้นางได้รับรู้รสชาติบ้าง!” ต้วนชิงหมิงหัวเราะเย้ย
หยัน
ใช้ชีวิตจัดการนางกลับไป?
แม่นมหนิงถึงกลับผงะแม้จะเข้าใจความหมายของคุณหนูได้ไม่หมด ทว่านางยังไม่อยากจะอธิบายในตอนนี้จึงก้าว
ไปข้างหน้าสองก้าวมองแม่นมหนิงพูดว่า “แม่นมไปบอกเถี่ยเฟิงให้เขาไปบ้านเหลาหลี่โถวเป็นเพื่อนข้าหน่อย!”
ถึงตอนนี้รู้แล้วว่าโดนเล่นงานเข้าแล้วแต่ต่อจากนี้นางจะทำให้คนนั้นแพ้อย่างราบคาบจนทนดูต่อไปไม่ไหว!
ที่แท้ในใจของต้วนชิงหมิงยังมีความเมตตาที่จะเก็บคนนั้นไว้ทรมานอย่างช้าๆ แต่ตอนนี้ดูท่าแล้ว เรื่องทั้งหมดจะ
ต้องทำให้จบเร็วขึ้นแล้วนางคงจะมีความสุขที่ได้เห็นแม่ลูกคู่นั้นอยู่อย่างทรมานยิ่งกว่าตาย!