การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 108 เหลียนจือฉ่าวที่แปลกประหลาด
หมอโจวได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดก็รีบพยักหน้า “คุณหนูใหญ่โปรดวางใจ ข้าจะช่วยตรวจพวกเขาอย่างละเอียด”
หมอโจวพูดไปก็รีบเดินเข้าไปจับชีพจรของคนในเรือนหลีเหล่าโถวสีหน้าของเขาเหมือนแปลกใจอะไรบางอย่าง ได้
แต่ส่ายหน้าไปมา “น่าแปลก เรื่องนี้น่าแปลกเหลือเกิน!”
ได้ฟังที่หมอโจวพูดต้วนชิงหมิงก็ตกใจถามขึ้น “หมอโจวช่วยอธิบายให้ชัดเจนกว่านี้หน่อยเถิด!”
อีกฝั่ายมีสีหน้าเคร่งเครียดก้มหน้าก้มตาอธิบาย “ชีพจรของลูกชายสะใภ้และเด็กสองคนนี้ ไม่มีพิษของเหลียนจือ
ฉ่าว[1]!”
คำพูดของหมอโจวทำให้ต้วนชิงหมิงงุนงงขึ้นมาไม่น้อยนางแค่ต้องการให้หมอโจวช่วยวินิจฉัยโรคให้กับคนในเรือน
หลีเหล่าโถวว่าติดโรคเวินอี้หรือไม่แต่สิ่งที่หมอโจวพูดออกมาไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย!
เพียงครู่เดียวก็คิดขึ้นได้ว่าคำพูดของหมอโจวจะต้องไม่ใช่คำพูดลอยๆ เป็นแน่ ดังนั้นนางจึงรีบก้าวขึ้นไปข้างหน้า
สองก้าวและถามเสียงค่อยว่า “เหลียนจือฉ่าว? ที่ชาวบ้านเล่าขานกันว่าจะอยู่ในภูเขาปั่าลึกกิ่งก้านและใบจะออกเป็น
คู่?” นางรู้จักพืชชนิดนี้ดีเพียงแต่พิษของเหลียนจือฉ่าวเกี่ยวอะไรกับสุขภาพของหลีเหล่าโถวและเกี่ยวอะไรกับการวินิจ
ฉัยโรคเวินอี้?
“ใช่แล้ว เหลียนจือฉ่าวนี้จะขึ้นอยู่ในภูเขาถํ้าที่ลึก มีสรรพคุณเป็นพืชเย็นดังนั้นชาวบ้านจึงมักจะไปเก็บในช่วงฤดู
ร้อน เพื่อช่วยขับความร้อนในร่างกายเมื่อวานนี้ตอนที่หมอกำลังตรวจให้กับแม่ของเอ้อตั้นจือกับหลีเหล่าโถวก็พบว่าใน
ร่างกายของพวกเขามีพิษของเหลียนจือฉ่าวเช่นเดียวกันแต่ว่าคนในครอบครัวเขากลับไม่พบแม้แต่น้อย!” หมอโจวอธิ
บาย
ชาวบ้านต่างรู้ดีว่าเหลียนจือฉ่าวแม้จะใช้ขับความร้อนในร่างกายได้ แต่เมื่อใช้เยอะเกินก็จะกลายเป็นพิษดูท่าแล้ว
การตายของหลีเหล่าโถวและแม่ของเอ้อตั้นจือจะต้องเกี่ยวโยงกับเหลียนจือฉ่าวอย่างแน่นอน!
“โรคเวินอี้กับเหลียนจือฉ่าว เกี่ยวข้องกันยังไง?” ต้วนชิงหมิงถามเสียงดังขึ้นทันที
หมอโจวมองไปที่เด็กสาวค่อยๆ อธิบายอย่างไม่เร่งรีบ “เดิมทีคิดว่าพวกเขาเป็นโรคเวินอี้ทว่าน่าประหลาดเพราะ
อาการไม่ได้หนักหนา ดังนั้นหมอจึงสงสัยและศึกษาจนในที่สุดพบว่าสาเหตุการตายของแม่เอ้อตั้นจือมีชีพจรปกติเหมือน
กับหลีเหล่าโถว ที่ใช้เหลียนจือฉาวเยอะเกินไปจนกลายเป็นพิษ!”
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมีท่าทางที่ยังไม่เข้าใจหมอโจวจึงอธิบายอีกครั้งว่า “ทานยาก็เหมือนกับทานอาหารจะมีสิ่งที่
เสริมและหักล้างกัน เหลียนจือฉาวมีสรรพคุณเป็นฤทธิ์เย็น ถ้าใช้เกินจำเป็น หัวใจก็จะหยุดเต้นอย่างฉับพลัน และข้อ
ห้ามที่ต้องระวังคือห้ามใช้กับอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนเพราะเมื่อฤทธิ์เย็นของเหลียนจือฉาวเจอกับของฤทธิ์ร้อนจะทำให้ตายได้
ทันที!”
ได้ฟังที่หมอโจวอธิบายคนในเรือนหลีเหล่าโถวก็จ้องหน้ากันสุดท้ายเถี่ยจู้จื่อลูกชายของหลีเหล่าโถวก็ลุกขึ้นมา
ยกมือประสานกันขอโทษต้วนชิงหมิง “เรียนคุณหนูใหญ่เหลียนจือฉาวนี้ท่านพ่อของกระผมจะไปเก็บในช่วงฤดูร้อนของ
ทุกปีเพียงแต่ข้าไม่เคยใช้ทำอาหารขอรับ!”
ถึงแม้ว่าหลีเหล่าโถวจะไปเก็บเหลียนจือฉาวทุกปีแต่เพราะว่าเหลียนจือฉาวเป็นพืชที่หาได้ยาก สามารถแลกเป็น
เงินได้สูงดังนั้นชาวบ้านจึงไปเก็บพืชชนิดนี้มาเพื่อแลกเงินและขายให้กับผู้ที่ไม่อยากออกแรงไปเก็บหรือร้านขายยาเสีย
มากกว่า
ดวงตาของต้วนชิงหมิงเปล่งประกายและถามขึ้นอย่างรีบร้อน “ความหมายของหมอโจวก็คือการตายของแม่เอ้อ
ตั้นจือกับหลีเหล่าโถวไม่ได้เกิดจากเวินอี้แต่เป็นจากสาเหตุอื่นใช่หรือไม่?”
ถ้าเป็นเช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าเรื่องการแพร่ของโรคเวินอี้ในจ้วงจื่อเป็นเรื่องโกหกพกลม!
คิดได้ดังนั้นนางจึงพูดเสียงเบาว่า “หมอโจวเรื่องนี้เกี่ยวพันกับชื่อเสียงของข้า อีกทั้งความปลอดภัยของคนในจ้วง
จื่อรบกวนท่านหมอช่วยหาสาเหตุของโรคนี้โดยเร็ว เพื่อสยบข่าวลือพวกนี้!”
หมอโจวรู้สึกซาบซึ้งพลางมองต้วนชิงหมิง…เพราะการวินิจฉัยโรคในครั้งแรกของเขาบอกว่าเป็น ‘โรคเวินอี้’แต่ใน
ตอนนี้กลับเกิดจากสาเหตุอื่นคุณหนูใหญ่ไม่เพียงไม่โกรธไม่ลงโทษเขา ยังช่วยเขาผลักความผิดออกจากตัวถ้าเขาไม่ช่วย
หาสาเหตุการตายที่แท้จริงคงจะรู้สึกผิดต่อทุกคนและจะรู้สึกผิดอย่างมากต่อคุณหนูใหญ่ที่มีจิตใจเมตตาเหมือนกับต้วน
เจิ้งผู้นี้
“คุณหนูใหญ่วางใจได้ เรื่องนี้หมอจะรับผิดชอบเอง!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังคำพูดของหมอโจวก็รู้สึกโล่งใจขยับตัวลุกขึ้นเพื่อจะกลับ แต่ก่อนกลับยังเอ่ยกำชับแน่นหนัก
“หมอโจว เรื่องนี้ก่อนจะได้คำตอบที่ชัดเจนจะมีเพียงหมอกับข้าเท่านั้นที่รู้เรื่อง และห้ามบอกคนนอกเด็ดขาดหมอโจว
พอจะเข้าใจความหมายของข้าใช่หรือไม่?”
“คุณหนูใหญ่ไม่ต้องกังวลหมอรับประกันว่าเรื่องนี้จะมีเพียงแค่เราสองคนที่รู้ และจะไม่บอกกับบุคคลที่สามเป็น
อันขาด!” เขาตอบรับทันทีเมื่อเห็นสีหน้าผิดปกติของนาง
นางคลี่ยิ้มด้วยแววตาสดใส “ปณิธานของหมอโจวมีไว้เพื่อรักษาคนเจ็บปั่วยแต่ไม่ใช่เอามาใช้เพื่อคํ้าประกันคำพูด
กับนางถ้าหากท่านพ่อรู้เข้าจะต้องตำหนิเป็นแน่ว่า ทำให้ท่านพ่อเสียหน้า!”
คำพูดของนางช่วยโยงความสัมพันธ์ของต้วนเจิ้งกับหมอโจวให้ใกล้กันเข้ามา หมอโจวพูดยิ้มเล็กน้อย “ในเมื่อคุณ
หนูพูดเช่นนี้ หมอก็วางใจได้สนิทแล้ว!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เมื่อเห็นหมอโจวและต้วนชิงหมิงเดินออกมาพร้อมสีหน้าที่แปลกไปด้วยไหวพริบของนางจึงเพ่งจับตา
ดูความเคลื่อนไหวของหัวหน้าหมู่บ้านและทุกคนเอาไว้ไม่ให้คลาดสายตาทว่าชาวบ้านที่ต่างหวาดกลัวโรคเวินอี้ จึงไม่กล้า
เข้ามาใกล้หมอโจว
ยิ่งไปกว่านั้น เถี่ยเฟิงที่หน้าตาเคร่งขรึมดุดันคอยถือดาบคุ้มครองทำให้พวกเขาไม่กล้าเดินเข้ามา
เด็กสาวและหมอโจวพูดคุยไปหัวเราะไปหัวหน้าหมู่บ้านก็อดไม่ได้ที่จะก้าวมาข้างหน้า ถามขึ้นมา “หมอโจวอา
การเป็นอย่างไรบ้าง? เรือนนี้จะต้องปิดหรือว่าไม่ปิดกันแน่?”
หัวหน้าหมู่บ้านไม่ถามเลยว่าครอบครัวหลีเหล่าโถวติดโรคหรือไม่ เพียงแต่ถามว่าจะต้องปิดหรือไม่ปิดเรือน
คำถามนี้ฟังดูผิวเผินคงไม่มีอะไร แต่ถ้าคิดอย่างถี่ถ้วนก็รู้ได้ว่าเจ้าเล่ห์เพทุบายเป็นอย่างมาก…เขาจะเอาคำพูดหมอไปจัด
การต้วนชิงหมิง!
ถ้าหมอโจวบอกว่าผู้ปั่วยติดโรคเวินอี้พวกนั้นก็จะบังคับให้ปิดเรือน เมื่อถึงตอนนั้นหากต้วนชิงหมิงห้ามปรามการ
ปิดเรือนชาวบ้านในจ้วงจื่อก็จะโกรธแค้นนาง!
แต่หากหมอโจวปกปั้องต้วนชิงหมิงและไม่เห็นด้วยกับการปิดเรือนเช่นนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้นมา หมอโจวกับต้วนชิงห
มิงจะมีโทษเหมือนกันถึงตอนนั้นก็จะมีคำต่อว่าของชาวบ้าน โดยที่หัวหน้าหมู่บ้านไม่ต้องพูดอะไร!
หากหมอโจวบอกว่าผู้ตายหลีเหล่าโถวไม่ได้แพร่เชื้อให้คนในบ้าน อย่างนั้นเรือนไม่โดนปิดต่อจากนี้ถ้าเกิดเรื่อง
อะไรขึ้นมา ก็จะไปเล่ากันต่างๆ นานาว่าหมอโจวฝีมือไม่ดีและจะไม่มีทางหารายได้ได้อีก!
ต้วนชิงหมิงได้ยินคำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านจึงเข้าใจความหมายที่เขาต้องการสื่อนั่งซึมมองไปข้างหน้าเหมือน
ต้องการจะพูดอะไร แต่ก็ได้ยินหมอโจวพูดขึ้นว่า “หมอรับผิดชอบแค่ตรวจคนไข้ ส่วนเรื่องจะปิดหรือไม่ปิดเรือนเป็นเรื่อง
ของคุณหนูใหญ่กับหัวหน้าหมู่บ้านการเอาคำถามมาถามหมอคิดว่าอาจจะไม่สมเหตุสมผลนัก!”
ได้ยินที่หมอโจวตอบหัวหน้าหมู่บ้านก็ลอบกัดฟัน “เจ้าหมอแก่คนนี้นี่!”
เมื่อเห็นสีหน้าของต้วนชิงหมิงไม่ค่อยจะสู้ดีเขาจึงรีบพูดเย้ยว่า “หมอโจวเมื่อครู่รีบร้อนไปหน่อยจึงพูดผิดไป……
ขอถามคุณหมอโจวว่าเรือนของหลีเหล่าโถวติดโรคเวินอี้หรือไม่?”
หมอโจวเอามือลูบที่เคราขาวจากนั้นพูดอย่างเชื่องช้า “พูดได้ว่าโรคนี้มาอย่างรวดเร็วจนทำให้มีคนตายเพียงแต่มี
อยู่จุดหนึ่งที่ยังน่าสงสัยอย่างมากนั่นก็คือคนในเรือนตอนนี้ยังไม่มีใคร ที่มีลักษณะอาการเหมือนติดโรคนี้!”
เจ้าเล่ห์เพทุบายหัวหน้าหมู่บ้านแอบก่นด่าหมอในใจ จนทำให้เขาไม่มีหน้าจะไปสู้ใครได้แล้วได้แต่ยิ้มบางๆ “ถ้า
เป็นอย่างนี้ เรือนนี้ก็ยังไม่ต้องปิดชั่วคราว!และขอให้หมอโจวช่วยตรวจดูพวกเขาอีกหลายๆ ครั้ง เพื่อปั้องกันข้อผิด
พลาด…”
พูดจบก็เดินไปประสานมือคารวะต่อหน้าต้วนชิงหมิง “ในเมื่อหมอโจตรวจแล้วยังไม่พบอะไรคุณหนูใหญ่บอกว่า
ไม่ปิดเรือน ก็ยังไม่ต้องปิดเรื่องชั่วคราว”
เนื่องจากกลุ่มคนพวกนั้นยืนอยู่ค่อนข้างห่างดังนั้นคำพูดที่ต้วนชิงหมิงและคุณหมอโจวได้พูดคุยกันจึงไม่ได้ยิน!
ทว่าพวกเขาใช้สายตาที่สงสัยมองไปยังทั้งคู่ ด้วยความโกรธแค้นชิงชัง
…
[1]เหยียนจือฉ่าว เป็นสมุนไพรจีนที่มีดอกเป็นสีม่วงใช้บำรุงกระเพาะอาหาร ขับความชื้นในร่างกาย ขับระบบ
ทางเดินปัสสาวะ รักษาโรคเบาหวานหนองใน(โรคผู้หญิง)`