การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 115 จุดจบของสวีปั๋อ
หามโลงศพกลางดึกก็ย่อมแสดงว่ามีคนตายอยู่แล้ว เดิมทีคนในหมู่บ้านก็ชอบซุบซิบนินทากันเป็นปกติถ้าอยาก
จะเคลื่อนย้ายโลงศพ ข่าวนี้จะต้องแพร่ออกไปเร็วแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น คนของต้วนชิงหมิงคงจะสังเกตเห็นได้ทันเวลา
ที่จริงสวีหนิงไม่ได้รู้จักกับคุณหนูใหญ่ต้วนผู้นี้เท่าไรเพียงแต่เขาเคยได้รับความเมตตาจากติงโหรวมาก่อน ดังนั้น
ในครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเขาจะปล่อยให้สวีปั๋อทำให้ต้วนชิงหมิงตายอย่างไร้ความยุติธรรมและไร้สาเหตุไม่ได้
สวีปั๋อเบี่ยงตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยโน้มตัวลงพูดกับศพของต้วนชิงหมิงว่า “ไหนเจ้าลองบอกข้ามาสิคุณหนูใหญ่ที่
เกิดจากภรรยาเอกว่าเจ้า จะกระพือข่าวเรื่องนี้ไปทำไม? อยู่ในจวนต้วนดีๆไม่ชอบ จะถ่อมาที่บ้านนอกทำไมกัน? ตอนนี้
ล่ะเป็นอย่างไรเล่าได้เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แล้ว!”
คำพูดเหล่านี้ของสวีปั๋อภายนอกเหมือนกำลังพูดให้ต้วนชิงหมิงฟัง แต่สวีหนิงนั้นรู้ว่าที่จริงแล้วอีกฝั่ายกำลังพูด
เช่นนี้เพื่อเตือนเขากับติงเฉวียน กำลังบอกพวกเขาว่าอะไรบ้างที่พูดได้ อะไรบ้างที่พูดไม่ได้
แล้วก็พูดตำหนิเด็กสาวไปอีกยกหนึ่งเนื้อความนอกจากบอกว่านางไปมีเรื่องกับคนที่มีเรื่องด้วยไม่ได้ถึงได้มีจุดจบ
อย่างนี้จากนั้นก็กำชับเหล่าชายฉกรรจ์ที่อยู่นอกห้องให้ไปหามโลงศพเข้ามา
ในขณะนี้เองด้านนอกพลันได้ยินเสียงหญิงชราดังขึ้น ทว่าเป็นเสียงที่มีพลังอำนาจเต็มเปียม “พวกเจ้าเป็นใคร
ดึกดื่นปั่านนี้แล้ว มาทำอะไรที่เรือนของเจ้านาย? คิดจะวางแผนร้ายกันหรือ?”
พอสวีปั๋อได้ยินดังนั้นก็คิดในใจว่า ที่แท้แม่นมที่อยู่ข้างกายคุณหนูใหญ่ก็มาแล้วนี่เอง?
เขาทำสายตาล่อกแล่กแล้วออกไปรับทันที “ที่แท้แม่นมหนิงก็กลับมาแล้วนี่เอง……”
สวีปั๋อพูดไปพลางร้องไห้ไปพลาง “เหตุใดแม่นมหนิงถึงกลับมาเอาปั่านนี้……คุณหนูใหญ่ถูกวางยาพิษตายแล้ว!”
“อะไรนะ?”
“เหลวไหล!” เสียงที่ตระหนกตกใจของแม่นมหนิงดังขึ้นด้านนอกประตูเรือน
สวีปั๋อเอามือปาดนํ้าตาขณะมองดูแม่นมหนิงพุ่งตัวเข้าไปในห้องแล้วกล่าวอย่างเสแสร้ง “พวกเราก็เพิ่งมาพบ
เหมือนกัน……”
แม่นมหนิงกระโจนเข้าใส่ต้วนชิงหมิงในรวดเดียว “คุณหนู รีบตื่นขึ้นมาสิเจ้าคะ รีบตื่นขึ้นมา……”
แม่นมหนิงเริ่มหายใจติดขัดและล้มลงไปกองอยู่บนพื้นเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงตัวเย็นเฉียบไปทั้งร่างไม่กระดิกเลย
แม้แต่น้อย!
สวีปั๋อรีบก้าวเข้ามาประคองแล้วมองแม่นมหนิงด้วยท่าทางเศร้าโศก “แม่นมหนิงโปรดระงับความเศร้า!”
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
เขาทำสายตาเลิ่กลั่กก่อนจะตอบออกมา “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์วางยาพิษจนคุณหนูใหญ่ตาย!”
“เหลวไหล เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นหัวหน้าสาวใช้ของคุณหนูเติบโตมาพร้อมกับคุณหนู จะวางยาพิษได้อย่างไรกัน?”
นางก็ตะคอกกลับทันทีเมื่อได้ฟัง
สวีปั๋อมองแม่นมหนิงแล้วยักไหล่ตอบ “แต่ว่า นางก็ยอมรับแล้วนะ……”
“เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อยู่ที่ไหน? ข้าจะไปถามให้ชัดเจน!”
สวีปั๋อเหล่ตามองแม่นมหนิงแวบหนึ่งแล้วคิดในใจว่า มิน่าเล่าเจ้านายท่านนั้นถึงได้บอกเอาไว้ว่าทั้งบ่าวรับใช้และ
แม่นมของคุณหนูใหญ่ผู้นี้จะเก็บใครไว้ไม่ได้สักคน ที่แท้คำกล่าวนี้ก็มีเหตุผลจริงๆ!
สายตาของสวีปั่อเย็นเยียบลงในชั่วพริบตาเดียว “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถูกข้าควบคุมตัวไว้แล้วข้าให้คนเดินทางทั้งคืนเพื่อ
ไปส่งจดหมายที่จวนต้วน พรุ่งนี้เช้าจวนก็จะส่งคนมา……”
ส่งคนมาเหรอ?
แม่นมหนิงรู้สึกฉงนใจนางดึงคอเสื้อของสวีปั๋อ พลางถามอย่างโมโหว่า “เป็นเจ้าที่ทำร้ายคุณหนูใช่หรือไม่? เจ้ามี
เจตนาแอบแฝงอะไรกันแน่?”
สวีปั๋อโบกมือให้ติงเฉวียนและสวีหนิง แล้วทั้งสองก็เดินออกนอกประตูไปอย่างเชื่อฟังแล้วเริ่มเฝั้าอยู่ด้านนอก
ประตู!
สวีปั๋อมองแม่นมหนิงพลางกรุ้มกริ่ม “ในเมื่อแม่นมมีใจที่ใสสะอาดเหมือนกระจก ข้าก็จะไม่ปิดบังอีกต่อไปแล้ว
เป็นเพราะคุณหนูใหญ่ไปมีเรื่องกับคนที่ไม่สมควรจะมีเรื่องด้วย……”
คนที่ไม่สมควรจะมีเรื่องด้วยอย่างนั้นหรือ?
หญิงชราตะลึงงันในใจนางเข้าใจในทันที จึงยื่นมือชี้สวีปั๋อตะโกนถามอย่างเดือดดาล “เจ้าเป็นคนของหลิวอี๋
เหนียง?”
สวีปั๋อยกยิ้มมุมปากในดวงตาที่เริ่มหรี่มองฉายแววคมกริบ “แม่นมนี่ช่างมีไหวพริบดีเสียจริง!”
นางโมโหจนพูดอะไรไม่ออก “เจ้ามันเป็นบ่าวที่ใจกล้าคับฟั้า บังอาจวางแผนทำร้ายเจ้านาย อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่
กลัวฟั้าผ่าเลยจริงๆ? ไหนเจ้าลองบอกมาซิหลิวอี๋เหนียงให้ผลประโยชน์อะไรกับเจ้ากันแน่ ถึงได้กล้าวางแผนทำร้ายคุณ
หนูใหญ่ได้ถึงเพียงนี้……”
เขายิ้มเย้ยแล้วดันนิ้วของแม่นมหนิวที่ชี้อยู่บนใบหน้าเขาออกไปอย่างไม่ไยดี “ข้ารู้แค่ว่า คนที่ไม่รักตัวเอง สวรรค์
จะลงโทษสังหาร!”
ในขณะนี้เองภายใต้แสงของโคมไฟที่ขมุกขมัว จู่ๆ ก็มีเสียงที่ใสกังวานทว่าสงบนิ่งใจเย็นดังขึ้น “คนที่ไม่รักตัวเอง
สวรรค์จะลงโทษสังหาร! สวีปั๋อ เจ้าลองบอกมาซิว่าทำเรื่องที่ไร้มโนธรรมอย่างนี้ไปมากเท่าไหร่แล้ว เจ้าทำไปมากขนาด
ไหนกันแน่?”
เมื่อได้ยินเสียงนั้นสวีปั๋อก็อึ้งทันที ทำไมเสียงเหมือนเสียงคุณหนูใหญ่เลยล่ะ?
เขาหันตัวกลับมาอย่างช้าๆก่อนจะตกใจขวัญหนีดีฝั่อ!
ที่แท้เป็นต้วนชิงหมิงที่เคยนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงราวกับไร้ชีวิตทว่าตอนนี้นางกำลังขยับตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ! เปลว
เทียนที่ส่องแสงเลือนรางสะท้อนเงาหลังของนางใบหน้านางเย็นเยียบราวกับมีนํ้าค้างเกาะเมื่ออยู่ภายใต้แสงตะเกียงที่
เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างกลับทำให้คนรู้สึกกลัวจนตัวสั่นได้!
เมื่อเห็นสวีปั๋อตัวสั่นเทิ้มในขณะที่หันมาต้วนชิงหมิงก็ยิ้มบางๆ “สวีปั๋อ เป็นอะไรไปหรือข้ายังไม่ตาย คงทำให้เจ้า
ผิดหวังแล้ว?”
เขายกมืออันสั่นเทาชี้ไปที่เด็กสาวแล้วถามตะกุกตะกัก “เจ้า……เจ้ายังไม่ตายหรือ?”
ต้วนชิงหมิงนั่งตัวตรงอยู่บนเตียงนางมองสวีปั๋อพลางใช้มือลูบจีบกระโปรงอย่างเย็นชา แล้วพูดราวกับไม่แยแสว่า
“ถ้าข้าตายไปแล้ว แล้วจะได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่นี้ได้อย่างไร……”
สวีปั๋อผงะถอยหลังพยายามควบคุมตัวเองให้ใจเย็น ส่ายหน้าพูดไม่หยุด “เป็นไปไม่ได้เป็นไปไม่ได้……เห็นอยู่ชัดๆ
ว่าเจ้าตายแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงมองสวีปั๋อ หันตัวไปหยิบไส้ตะเกียงที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วดึงไส้ตะเกียงเบาๆทำให้ในห้องสว่างขึ้นมา
ทันที จากนั้นนางก็หันกลับมา สีหน้าดูเหมือนมุ่งมั่นจดจ่อแต่กลับกล่าวอย่างสบายๆ ว่า “อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่เคยได้ยิน
มาก่อนจริงๆ?ถ้าอยากจะให้ใครสักคนแกล้งตายน่ะ วิธีการก็มีเยอะแยะ!แต่ถ้าอยากจะให้ใครสักคนตายจริงๆ ก็ย่อมมีวิธี
การมากกว่านั้นอยู่แล้ว!”
ที่แท้ต้วนชิงหมิงก็แกล้งตายอย่างนั้นเหรอ?
เมื่อสวีปั๋อได้ยินดังนั้นสีหน้าก็ซีดเผือดลงทันที!
ทว่าชั่วพริบตาเดียวก็เปลี่ยนความคิดใหม่ บนใบหน้าสวีปั๋อฉายแววโฉดชั่วไร้ที่เปรียบเพราะคนของเขาก็มีเหตุผล
ที่จะแก้ตัวได้เต็มปากเต็มคำเช่นกัน “เฮอะ! เจ้าแกล้งตายแล้วจะยังไงล่ะ……นอกห้องมีแต่คนของข้า……อีกไม่นานเจ้าก็
จะได้ตายจริงแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงมองสวีปั๋อด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เจ้าก็ลองดูสิ!”
ตรงข้างกายเขาที่เห็นแม่นมหนิงสงบลงไป ฟืนขึ้นมานานเท่าไรก็สุดรู้ นางก้าวขึ้นมาข้างหน้าแล้วเดินไปจุด
ตะเกียงในห้องทีละดวงให้สว่างอย่างเนิบช้า ไม่เกรงกลัวจากนั้นก็ถอยไปยืนอยู่ข้างหลังต้วนชิงหมิง ไม่เอื้อนเอ่ยวาจา!
เขาเข้าใจอะไรบางอย่างทันทีเกรงว่าเขาคงจะตกหลุมพรางของต้วนชิงหมิงเข้าแล้ว!
แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วต่อให้เลี้ยวกลับก็ไร้ฝังทำได้เพียงตกกระไดพลอยโจน ไปต่อจนสุดทาง!
สวีปั๋อตาเป็นประกายแล้วตะโกนไปนอกห้องด้วยเสียงเกรี้ยวกราด “เด็กๆ!”
ประตูที่อยู่ในห้องถูกคนผลักออกจากข้างนอกในขณะเดียวกัน คนจำนวนมากก็กรูกันเข้ามา สวีปั๋อดีใจมากหันไป
ทางต้วนชิงหมิงพร้อมบอกว่า “คุณหนูใหญ่ข้ามาเชิญท่านให้ออกเดินทาง!”
สวีปั๋อคนนี้โมโหจนกล้าทำทุกอย่างแล้วสินะ!เมื่อเขาเห็นว่าแอบวางแผนทำร้ายต้วนชิงหมิงไม่สำเร็จ ก็จะดันทุรัง
รุกโจมตีเลยเพราะอย่างไรเสีย องครักษ์เฝั้ายามกลุ่มนั้นก็ถูกเขามอมสุราจนสลบไสลกันไปหมดแล้วถ้าจะให้รับมือกับคุณ
หนูใหญ่ที่ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงแค่คนเดียว ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายมากหรอกหรือ?
เนื่องจากหลิวหรงสั่งมาตั้งแต่แรกแล้วว่าองครักษ์เฝั้ายามในจวนต้วนไม่ใช่ไก่อ่อน ดังนั้นสวีปั๋อจึงซื้อตัวพวกหน่วย
กล้าตายมาตั้งแต่เช้า เพื่อเตรียมไว้สำหรับยามจำเป็นนึกไม่ถึงว่าจะได้ใช้งานจริงๆ!
สวีปั๋อทำสีหน้าดุร้ายเดินประชิดเข้าไปหาต้วนชิงหมิงทีละก้าว “คุณหนูใหญ่มีบุคลิกโดดเด่นไม่ธรรมดาข้ารู้สึก
นับถือมาก แต่คืนนี้ ไม่สู้ให้คุณหนูใหญ่ กลายเป็นเรื่องดีๆของข้าก่อนเป็นอย่างไร?”
ตั้งแต่ครั้งแรกที่สวีปั๋อเห็นต้วนชิงหมิงเขาก็ถูกบุคลิกลักษณะรวมทั้งความงามของนางดึงดูด แต่ในตอนนั้นเขาได้
รับคำสั่งให้มาทำร้ายนางจึงต้องข่มความคิดเพ้อฝันเอาไว้ในใจทว่าในเวลานี้คือกลางดึกอันเงียบสงัดและเขากำลังมองเงา
ร่างอันสง่างามสูงส่งเบื้องหน้าไม่วางตาภายใต้แสงตะเกียงในห้อง เผยใบหน้ารูปไข่ที่งดงามปานดอกไม้ทำให้ความคิดชั่ว
ร้ายพรั่งพรูขึ้นมาในใจอีกครั้ง
อย่างไรเสียคุณหนูใหญ่ท่านนี้ก็รอดพ้นเคราะห์ภัยอันถึงแก่ชีวิตได้ยากไม่สู้ให้นางกลายเป็นเรื่องดีๆ ของตนก่อนดี
กว่าแบบนี้จะได้ไม่เรียกว่าปล่อยให้เสียของไงล่ะ!
เมื่อแม่นมหนิงได้ยินว่าสวีปั๋อมีความคิดบัดซบเช่นนี้กับต้วนชิงหมิงก็ตวาดอย่างโมโหทันที “เจ้าบังอาจคิดไม่ซื่อ
กับคุณหนูหรือ……ช่างกำเริบเสิบสานไปแล้ว!”
เด็กสาวถูกความคิดอันโสมมของสวีปั๋อทำให้โมโหจนใบหน้าเล็กๆแดงกํ่า ทว่ากลับนางหลับตาลงเพียงครู่อย่าง
พยายามสะกดกลั้นความโกรธเอาไว้แล้วพูดกับสวีปั๋อด้วยเสียงเย็นเยียบ “สวีปั๋อ แค่ประโยคนี้ของเจ้าแค่ความคิด
สกปรกโสมมของเจ้า ก็เท่ากับเจ้าขุดหลุมฝังศพให้ตัวเองแล้ว!”
สวีปั๋อยิ้มชั่วร้ายอยู่ภายใต้เงาตะเกียงเดินประชิดเข้ามาหาต้วนชิงหมิงทีละก้าว “หึ หึ!คนที่จะตายคืนนี้ก็คือเจ้า
นั่นแหละ……ไม่ว่าจะข้างนอกหรือข้างในก็ล้วนเป็นคนของข้าทั้งสิ้น……ข้าก็อยากจะเห็นว่าเจ้าจะบินไปไหนได้!”