การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 116 สวีปั๋อผู้ที่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งนํ้าตา
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 116 สวีปั๋อผู้ที่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งนํ้าตา
เสียงร้องของสวีปั๋อทำให้ชายนับสิบคนบุกเข้ามา สวีปั๋อจำพวกเขาได้ เพราะเป็นคนที่เขาเคยซื้อตัวยังรวมเถี่ยเฟิง
และองครักษ์เหล่านั้นด้วยเกรงว่าแม้คืนนี้แผ่นดินจะไหวพวกเขาก็คงไม่ตื่น พวกเขามีอะไรที่ทำให้น่ากลัวเช่นนี้ล่ะ
ความปีติที่สามารถเอาต้วนชิงหมิงมาเป็นตัวประกันได้
เมื่อเห็นแววตาอันดุร้ายในดวงตาของสวีปั๋อที่แสดงออกมาความรู้สึกในใจของต้วนชิงหมิง ที่ทั้งละอายและทั้ง
โกรธผสมปนเปก็แสดงขึ้นมาทันทีหากว่าเขาไม่ต้องการพิสูจน์ว่าหลิวหรงอยู่เบื้องหลังหรือไม่ อีกทั้งต้องการกวาดล้าง
เรื่องที่สวีปั๋อได้ซื้อตัวคนเหล่านั้นทีเดียวแล้วล่ะก็เขาหรือจะออกหน้าเอง คงไม่ทำให้ตนเองอัปยศเช่นนี้หรอก
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ความเกลียดชังของต้วนชิงหมิงที่มีต่อหลิวหรงก็เพิ่มเป็นทวีคูณสวีปั๋อเจ้าดูตัวเองเสีย……เจ้าทำอัน
ใดลงไปบ้าง
สวีปั๋อใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนใบหน้าแทบจะยื่นติดสาวน้อย แม่นมหนิงที่เห็นรู้สึกโกรธจัดความอดทนที่มีอยู่อย่าง
น้อยนิดได้ขาดสะบั้นลงกำลังจะหยุดผู้ชายหยาบช้าเบื้องหน้าทว่าต้วนชิงหมิงกำมือไว้นางแน่นไม่ให้ขยับ แล้วหันกลับไป
มองสวีปั๋อพลางยิ้มเยาะเย้ย
“สวีปั๋อ เจ้าแน่ใจหรือว่าคนข้างหลังเจ้าเป็นพวกของเจ้าเจ้าควรดูให้ดีเสียก่อนว่าคนเหล่านั้นเป็นคนของเจ้าจริง
หรือไม่”
สวีปั๋อยังไม่ทันหันไปดูเขาก็เห็นเงาดำอยู่ข้าง ๆ เขา คนของเขาถูกแบ่งแยกออกซ้ายขวาสองฝังเขาถูกตรึงแขนทั้ง
สองข้าง แล้วกดศีรษะเขาลง สวีปั๋อพยายามมองขึ้นไป ในใต้เงาแสงสลัวเขาเห็นสีหน้าสดใสของเถี่ยเฟิงสวีปั๋อสีหน้า
เปลี่ยนสีขึ้นมาทันที
เถี่ยเฟิงกินอาหารที่ให้ภรรยาเขาส่งมาจนสลบไปแล้วไม่ใช่หรือ ทว่าตอนนี้เขามาโผล่ที่นี่ได้อย่างไรกัน
ดวงตาของเถี่ยเฟิงเบิกกว้างราวกับว่ากำลังจะแตกเจ้าสวีปั๋อคนนี้ช่างกล้าจริง ๆ ไม่เพียงแต่กล้าวางยาพิษใน
อาหารให้พวกเขากินแต่ยังกล้าวางยาพิษคุณหนู สวีปั๋อ……เห็นทีเจ้าจะมีชีวิตอยู่อย่างลำบากแล้ว
“สวีปั๋อ เจ้าสมควรตาย”
เสียงคำรามของเถี่ยเฟิงราวกับฟั้าร้อง ทำให้สวีปั๋อตกใจจนขาอ่อนถึงกับคุกเข่าลงไปกับพื้นทันที
โกรธจัด!
เมื่อได้ยินว่าสวีปั๋อไม่เพียงแต่กล้าที่จะฆ่าคุณหนูใหญ่เท่านั้น เขายังกล้าที่จะรังแกคุณหนูต้องการทำให้ชื่อเสียง
ของคุณหนูอับอายขายหน้า ความโกรธในหัวใจของเถี่ยเฟิงเสมือนใบหญ้าในฤดูใบไม้ร่วงที่ไม่อาจยับยั้งให้หยุดร่วงได้และ
ไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป
เขาก้าวไปข้างหน้าใช้แรงเตะไปบนร่างของสวีปั๋อทีหนึ่ง ได้ยินเพียงแต่เสียงร้องที่เจ็บปวดทรมานเถี่ยเฟิงใช้แรงแค่
ทีเดียว เขาก็ทนไม่ไหวแล้ว
เดินไปข้างหน้าด้วยความละอายใจพลางก้มคำนับต้วนชิงหมิงอย่างลึกซึ้ง
“คุณหนูใหญ่ทำให้ท่านตกใจแล้ว”
องครักษ์จวนต้วนไม่ใช่องครักษ์ธรรมดา พวกเขาร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้กับต้วนเจิ้งมานานหลายปีเขาเข้ม
งวดต่อวินัย ยิ่งช่วงเวลาเช่นนี้ เถี่ยเฟิงสั่งให้มีการตรวจตราอย่างเข้มงวดต้องไม่กระสับกระส่าย ยิ่งไม่ควรดื่มสุราดังนั้น
อย่าได้คิดฝันไปว่าอาหารที่สวีปั๋อส่งมาหรือแม้กระทั่งที่จักรพรรดิส่งมาก็ตาม พวกเขาไม่มีใครกล้าแตะต้อง
เป็นเพราะว่าต้วนชิงหมิงสั่งให้แม่นมหนิงบอกเขา ว่าคุณหนูกำลังจะแสดงฉากละครเขาถึงได้แกล้งเล่นให้สมจริง
เมื่อกี้ตอนที่เขาอยู่ข้างนอกเขาอยากจะรีบบุกเข้าไปหลายครั้งแล้วทุบหัวของสวีปั๋อสักทีแต่เนื่องจากต้วนชิงหมิงได้สั่งไว้
ก่อนล่วงหน้าแล้ว เขาถึงทำได้เพียงอดทนรออย่างไม่เต็มใจและไม่ปรากฏตัว
นางส่ายหัวมองไปที่สวีปั๋อที่กำลังกรีดร้อง และกลิ้งอยู่บนพื้นเขาพูดเบา ๆ ว่า “เถี่ยเฟิงเอาเจ้าคนสกปรกนี้มัดให้
ข้าที บันทึกคำสารภาพ ให้เขายอมรับแล้วส่งตัวเข้าวังทันที”
กล้าที่จะสมรู้ร่วมคิดกับคนในจวนคิดฆ่าเจ้านาย และยังกล้าคิดยุ่งเรื่องเจ้านาย เห็นทีไม่พูดคงจะไม่ได้แล้วเจ้าสวี
ปั๋อช่างกล้านักไม่กลัวฟั้ากลัวดินเอาเสียเลย
แน่นอนหากปราศจากคำแนะนำและความเฉลียวฉลาดของหลิวหรง แม้ว่าเสนอให้สวีปั๋อเขาก็ไม่กล้าทำหรอก
หลังจากได้ฟังคำพูดของต้วนชิงหมิงแล้วสวีปั๋อถึงรู้ซึ้ง ตระหนักว่าเขาจบแน่คราวนี้มือทั้งสองของเขาจับร่างกาย
ส่วนล่างของเขาอีกทั้งคลานไปหาต้วนชิงหมิงก้มหน้าสำนึกผิด
“ไม่เกี่ยวกับข้าเลย ทั้งหมดนี้ได้รับคำสั่งจากแม่นมหลิวแม่นมหลิวพูดแล้วว่า ถ้าหากข้าน้อยทำร้ายคุณหนูใหญ่ได้
นางก็จะได้รับผลประโยชน์มหาศาล”
หลังจากพูดเสร็จก็เล่าเรื่องที่หลิวหรงรับปากทีละเรื่องทีละเรื่องออกมา
ต้วนชิงหมิงนั่งอยู่แล้วมองไปที่สวีปั๋อด้วยความรู้สึกเวทนาแต่มีบางอย่างถ้าไม่พูดให้ชัดเจนกลัวว่าเจ้าสวีปั๋อคงคิด
ว่าหลิวหรงเป็นคนประเภทที่พูดได้ทำได้
ต้วนชิงหมิงยิ้มอย่างเย็นชามองไปยังอีกฝั่าย
“เช่นนั้น เจ้าจะยินยอมเป็นพยานชี้ตัวแม่นมหลิวหรือไม่……”
นางหยุดเว้นจังหวะไปชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ถ้าเจ้ามีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าแม่นมหลิวสมรู้ร่วมคิดข้า
ก็จะไว้ชีวิตเจ้า”
สวีปั๋อกำลังจะอ้าปากพูดแต่กลับมาคิดอีกที ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดขึ้นมาทันที ทันใดนั้นเขาก็พูดอะไรไม่ออก
ใช่แล้วต่อให้เรื่องใหญ่เพียงใดคุณหนูใหญ่หรือจะกลัว แต่หลิวหรงนั้นชั่วร้ายยิ่งกว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าหลิวหรง
กระทำทุกอย่างได้อย่างราบรื่นแม้กระทั่งร่องรอยหลักฐานชิ้นเดียวก็ไม่ทิ้งเอาไว้
ต้วนชิงหมิงมองไปที่สวีปั๋อแล้วพูดอย่างเย็นชา “หลิวหรงบอกเจ้าใช่หรือไม่ว่าแค่วางยาพิษให้ข้าตายแล้วค่อย
วางยาฆ่าแม่นมและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ แล้วถ้างานใหญ่ครั้งนี้สำเร็จถึงเวลานั้นนางก็จะตอบแทนบุญคุณเจ้า ให้เงินจำนวน
มหาศาลหรือให้ตำแหน่งข้าหลวงล่ะ”
เมื่อสวีปั๋อได้ยินคำพูดของต้วนชิงหมิง ใบหน้าของเขาก็ซีดลงอีกครั้ง
ใช่แล้วหลิวหรงสั่งให้เขาทำเช่นนี้ วางยาฆ่าต้วนชิงหมิง จากนั้นจัดฉากว่าตายเพราะโรคระบาดทว่าเมื่อเขาเห็นว่า
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้ทันจึงมีความคิดวางแผนให้นางเป็นแพะรับปากฆ่าเจ้านาย เพื่อให้เขามีอำนาจจับนางไว้แล้วค่อยฆ่า
ปิดปากนางอย่างลับ ๆ ภายหลัง โดยสร้างหลักฐานเท็จว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ฆ่าตัวตายเองเรื่องนี้ก็จะไม่มีใครรู้แล้ว
ต้วนชิงหมิงมองไปที่สวีปั๋อแล้วยิ้มอย่างเย็นชา
“เจ้าคิดว่าหรือว่า ให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นแพะรับบาปคิดว่าเรื่องนี้ก็จะจบอย่างสมบูรณ์แบบใช่หรือไม่ แต่ว่าเจ้าเคย
คิดหรือไม่ว่าต่อให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ตายต่อไปหลังจากนั้น เขาก็ยังสามารถผลักความผิดทั้งหมดให้เจ้าและเขาก็จะทำเป็น
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
ต้วนชิงหมิงมองไปที่อีกฝั่ายด้วยสายตาเยาะเย้ยระคนน่าเวทนา “เสร็จนาฆ่าโคถึกเสร็จศึกฆ่าขุนพล เรื่องแค่นี้เด็ก
สามขวบยังเข้าใจเลยแต่เจ้ากลับปากแข็ง คนเช่นเจ้าสมควรตายไปเสียก็ดี”
หลังจากได้ฟังคำพูดของต้วนชิงหมิงสวีปั๋อก็แสดงนํ้าเสียงครํ่าครวญออกมา “คุณหนูใหญ่โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย
ข้าสวีปั๋อจะยอมเป็นพยานชี้ตัวแม่นมหลิว เบื้องหลังทั้งหมดนี้แม่นมหลิวเป็นผู้บงการมันไม่เกี่ยวอะไรกับข้าสวีปั๋อเลย
แม้แต่น้อย”
นางส่ายหัวไปมาเบาๆมองไปที่เจ้าคนชั่วเบื้องหน้า ด้วยสายตารังเกียจชัดเจน
“เจ้าทำอะไรลงไป คิดหรือว่าข้าไม่รู้ มารดาของเอ๋อร์ตันจื่อเสียชีวิตเพราะกินยาที่เจ้าให้คนปรับเปลี่ยนให้
คล้ายคลึงกับยาโรคระบาดดังนั้นเขาถึงได้ตาย แต่เจ้าไม่สนิทกับท่านลี่ เจ้าจึงหาวิธีทำร้ายเขาไม่ได้เลยใช้คนแอบเปลี่ยน
นํ้าชาของเขา เขาถึงได้ตายเรื่องโรคระบาดอะไรทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือของเจ้าทั้งนั้นไม่ใช่หรือ”
เห็นสีหน้าอันผิดหวังของเจ้าสวีปั๋อที่ล้มลงไปกองที่พื้นต้วนชิงหมิงก็พูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “แล้วยังมีอีกคืนแรกที่ข้า
เข้าพักที่จ้วงจื่อ เจ้าช่างกล้าสั่งคนมาจุดไฟเผาจวนเจ้าคิดว่าการกระทำของเจ้าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ แต่ข้าจะบอกให้เจ้ารู้คนที่
เจ้าสั่งให้มาวางเพลิง ถูกขังไว้ที่ห้องเก็บฟืนแล้วประเดี๋ยวเจ้าก็จะได้เจอเขา
หลังจากฟังคำพูดของคุณหนูใหญ่แล้วสวีปั๋อก็ซุกตัวอยู่บนพื้น ไม่มีแรงลุกขึ้น
เด็กสาวไม่ได้มองเขาแม้แต่นิดเดียวหันไปสั่งการเถี่ยเฟิง “เถี่ยเฟิง ทำตามที่ข้าบอกบันทึกคำสารภาพของเขา
แล้วส่งตัวไปให้เจ้าหน้าที่จัดการ”
เดิมทีก็ไม่ควรเผยแพร่ความอัปยศของจวนให้ใครรับรู้อันที่จริงเป็นปัญหาทั่วไปของพวกผู้หญิงในจวนกันเองไม่
เหมาะที่จะถูกส่งไปศาลหลวงแต่อย่างใด หากไม่ใช่เพราะว่าต้องการสั่งสอนสวีปั๋อและเตือนหลิวหรงล่ะก็ หางของเจ้า
หลิวหรงก็ยังคงชี้ขึ้นฟั้าอยู่เช่นเดิม
หากไม่ใช่เอาคืนหลิวหรงนางก็ไม่จำเป็นต้องกระทำเช่นนี้กับเขา เมื่อใดที่เขากลับจวนต้วนก็มีโอกาสและเวลาที่จะ
จัดการหลิวหรงให้พูดไม่ออกเลย
หลิวหรงเจ้าควรรักษาตัวให้ดี ๆ อย่ารีบตายไปเสียก่อนที่ข้าจะกลับไปล่ะถ้าเป็นเช่นนี้ มันน่าเสียดายเกินไป
สำหรับเจ้า
เถี่ยเฟิงตอบกลับหันไปจับตัวสวีปั๋อที่กำลังร้องไห้ครํ่าครวญแล้วพาออกไป
ทันใดนั้นตะเกียงส่องประกายเงาในห้อง เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็รีบวิ่งเข้ามาทันทีเขาที่กำลังก้าวเข้าประตู ก็ล้มตัวไปกอด
ต้วนชิงหมิงไว้ แล้วร้องไห้ยกใหญ่ “ฮือ ฮือ! คุณหนูเจ้าคะ ข้าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คิดว่าจะไม่ได้เจอคุณหนูอีกแล้ว”
ต้วนชิงหมิงเช็ดนํ้าตาบนใบหน้าของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ออกอย่างอ่อนโยนแล้วส่ายหัวไปมา “เจ้าเด็กโง่ ข้าไม่ใช่ยังดี ๆ
อยู่มิใช่หรือ”