การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 117 เกี่ยวกับดินเค็ม
เมื่อมองไปข้างนอกต้วนชิงหมิงก็เห็นสวีหนิงยืนอยู่ นางอมยิ้มแล้วกล่าว “ขอบคุณ”
สวีหนิงเป็นอาของพี่สะใภ้ตี๋และเป็นคนที่พี่สะใภ้ตี๋แนะนำให้เขามาช่วยต้วนชิงหมิงเรื่องทุกอย่างในคืนนี้อยู่ในแผน
ของต้วนชิงหมิง เดิมทีทุกอย่างก็ไร้ที่ติมีแต่สิ่งเดียวคือ ตอนนี้ที่ไม่สามารถจัดการดูแลเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ถูกคุมขังอยู่ต้วนชิงห
มิงกลัวว่าสวีปั๋อจะกลับมาทำร้ายเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่างลับ ๆ ดังนั้นเขาจึงสั่งให้สวีหนิงดูแล โชคดีที่สวีหนิงทำภารกิจสำเร็จ
และให้คนแอบซ่อนตัวคอยช่วยเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เมื่อคนเหล่านั้นต้องการฆ่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เขาก็สามารถช่วยชีวิตนางเอาไว้ได้
สวีหนิงมองไปที่ต้วนชิงหมิงแล้วค่อยๆ โค้งคำนับ
“ช่วยแบ่งเบาภาระเจ้านาย เป็นหน้าที่ของสวีหนิง หากไม่มีเรื่องอันใดแล้วข้าสวีหนิงขอตัว”
เมื่อเห็นสวีหนิงกำลังจะจากออกไปต้วนชิงหมิงก็ส่งยิ้มเล็กน้อยให้
“ถึงจ้วงจื่อนี้จะเล็ก แต่ไม่มีคนดูแลก็มิได้ จากพรุ่งนี้ไปเจ้าก็เป็นผู้ดูแลจ้วงจื่อนี้แทนแล้วกัน รอข้ากลับมา ข้าจะ
ไปบอกกล่าวท่านพ่อแล้วค่อยแต่งตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง”
พอพูดเสร็จแม่นมหนิงก็ส่งสวีหนิงกลับไปอย่างตะลึง
จ้วงจื่อแห่งนี้ถูกหลิวหรงควบคุมมาหลายปี ตอนนี้ สามารถพูดได้ว่าเสียเวลามามากพอแล้วตอนนี้ต้องการคนรุ่น
ใหม่ที่มีพละกำลังมาดูแลจ้วงจื่อแล้ว
พี่สะใภ้ตี๋เคยพูดไว้เจ้าสวีหนิงเคยเล่าเรียนมาหลายปีบ้าง ประพฤติตนดีและยังมีความสามารถอีกทั้งบิดาของเขาก็
เคยเป็นคนดูแลของท่านฮูหยินติงโหรวตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่พี่สะใภ้ตี๋กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าจ้วงจื่อต้องการใช้คนคนนี้
ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวทีเดียว
ต่อมาภายหลังต้วนชิงหมิงถึงรู้ว่าบิดาของสวีหนิงเป็นคนเก่าคนแก่ของติงโหรวตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ติงโหรวเป็นคน
สอนเขามากับมือ นอกจากนี้เขายังเป็นคนที่ระมัดระวังและมองการณ์ไกลอีกด้วย
เมื่อครั้งที่ติงโหรวยังมีชีวิตอยู่เขาได้ให้คำแนะนำมากมายแก่นาง การบำบัดดินเค็มเป็นหนึ่งในนั้นด้วยแต่ต่อมา
ท่านฮูหยินติงโหรวถึงแก่กรรม แม่นมหลิวจึงได้จัดการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เวลานั้นบิดาของสวีหนิงจงต้องถูกบังคับให้ทิ้ง
ตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบลงอย่างเสียมิได้
หลังจากที่สวีปั๋อได้รับตำแหน่งดูแลจวนเขากลั่นแกล้งบิดาของสวีหนิงและใส่ร้ายเขาลับๆ ในไม่ช้า สวีฉาผู้ซื่อสัตย์
ถูกกลั่นแกล้งจนสิ้นใจ ทว่าก่อนสิ้นลมหายใจสวีฉาผู้ที่ค่อยช่วยเหลือจวนต้วนมาตลอดครึ่งชีวิตยังคงพูดรำพึงรำพันถึงผืน
ดินเค็มกว่าสิบผืนนั้นต่อมาสวีหนิงก็เคยพูดถึงเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้งเขาสาบานว่าจะไม่ยอมแพ้ให้ดินเค็มนั้นเด็ดขาด
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ต้วนชิงหมิงก็รู้สึกใจหวั่นไหวขึ้นมาทันที ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างได้ เมื่อมองไปที่สวี
หนิงแม้ว่ายังเด็กแต่ความคิดเป็นผู้ใหญ่ มีความฉลาดเฉลียวและมีไหวพริบดี ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงตัดสินใจให้สวีหนิงเป็น
ผู้ดูแลจัดการจ้วงจื่อและยังให้เขาดูแลจัดการเรื่องดินเค็มนี้ด้วย
แม้แต่คำขอบคุณก็ยังลืมไปแล้วเขาถูกแม่นมหนิงสะกิดให้ขอตัวออกจากห้องทางด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ไม่สามารถ
ทนไหวอีกต่อไป นางหัวเราะ “คิกคัก” ออกมา
“เจ้าสวีหนิง ช่างทึมทื่อเสียเหลือเกิน!”
เด็กสาวมองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่กำลังหัวเราะจนนํ้าตาไหลส่ายหัวไปมาเล็กน้อย……โธ่! บ่าวรับใช้ตัวน้อยดูเหมือน
เป็นผู้ใหญ่แล้วแต่แค่แวบเดียวนิสัยเด็กๆ ของเจ้าก็เผยกลับมาเหมือนเดิม
ก็แค่คนหนุ่มสาวยังไม่รู้ถึงรสชาติความรู้สึกกังวลใจใดๆ อยากร้องไห้ก็ร้องไห้อยากหัวเราะก็หัวเราะ บางทีนี่อาจ
จะเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรือ!
เหนือชายคาที่อยู่ไกลออกไปมีเงาดำร่างหนึ่งจ้องมองมาอย่างเงียบๆ เมื่อเห็นเถี่ยเฟิงนำคนเข้าไปในเรือนคนผู้นั้น
จึงเบะปากเล็กน้อย แล้วเดินจากไปอย่างไม่หันกลับมามอง!
“องค์ชาย ละครเรื่องนี้ยังไม่จบเลย ท่านจะไปแล้วหรือ?” เสียงของลั่วสุ่ยดังขึ้นมา จากข้างหลัง
ข้างหูได้ยินเสียงเกียจคร้านของเหยียนหลิ่งอวี๋ดังขึ้นมา
“เจ้าเด็กโง่ลั่วสุ่ยเอ๋ย ละครฉากนี้จบไปนานแล้ว”
เจ้าจิ้งจอกน้อยเจ้าเล่ห์ไม่เคยถูกเอาเปรียบนางช่างกล้าหลอกว่าตัวนางตาย มันก็พิสูจน์แล้วว่าในใจนางได้คิดแผน
หาทางรับมือไว้ตั้งแต่เริ่มแล้ว
ตอนนี้เจ้าจิ้งจอกน้อยไม่เป็นอะไร และผู้ดูแลก็ถูกจับไปแล้ว เรื่องสนุกก็คงต้องจบลงแน่นอนว่าเขาต้องกลับแล้ว
ถึงแม้เขาไม่กลับเจ้าจิ้งจอกน้อยนั่นก็ไม่ชวนเขาไปร่วมทานอาหารเย็นด้วยหรอก!
ลั่วสุ่ยส่งเสียงมาจากด้านหลังอีกครั้ง
“นายท่าน เจ้าคนที่จุดไฟ คือผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้ดูแลข้าน้อยได้ฟังคำแนะนำของนายท่านมัดและจับเขาโยนไว้
ที่หน้าประตูของเถี่ยเฟิงแล้วขอรับ”
“อืม” เขาตอบรับสั้นๆแล้วเดินต่อไปโดยไม่หันหน้ามามอง!
ลั่วสุ่ยเร่งฝีเท้าตามหลังเหยี่ยนหลิ่งอวี๋ไปในใจกลับรู้สึกแปลกๆ สองวันนี้นายท่านสั่งให้พวกเขาคอยจับตาดูแล
ความปลอดภัยที่เรือนของคุณหนูใหญ่ตลอดทั้งวันทั้งคืนวันนี้ฟั้ายังไม่มืดนายท่านก็มาดูด้วยตัวเองพลางจ้องมองไปที่ห้อง
ของคุณหนูต้วนตลอดเวลาทว่าตอนนี้นายท่านกำลังจะกลับแล้วหรือ?
เมื่อมองกลับไปเพ่งดูจวนของต้วนชิงหมิงคนร้ายพวกนั้นถูกจับไปทีละคนๆ ในใจลั่วสุ่ยพลันรู้สึกแปลกๆอันที่จริง
นายท่านเป็นคนที่ไม่ชอบความยุ่งยากหากเป็นเมื่อก่อนขอเพียงแค่เขาไม่พอใจ ก็จะใช้ดาบฆ่าทีละคนไปนานแล้ว
ไม่รอให้คนเหล่านี้ใช้เรื่องจุดไฟหรือโรคเวินอี้มาก่อเรื่องและสร้างปัญหาให้เป็นแน่!
แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจที่สุดคือช่วงนี้องค์ชายอ่อนไหวต่อเรื่องคุณหนูใหญ่เป็นที่สุดแต่พอมีเรื่องกลับ
ไม่ให้ลูกน้องลงมือแม้แต่คนเดียว ยังให้พวกเขาทำเพียงมองดูเท่านั้นจนกระทั่งคุณหนูใหญ่ต้วนต้องวางแผนกำจัดพวก
นั้นเอง
เป็นทาสไม่สมควรรู้ความคิดเจ้านายข้อนี้เขารู้ดี ทว่าความคิดในใจองค์ชายเป็นอย่างไรก็สุดแท้แต่จะรู้ เมื่อคิดได้
เช่นนี้ลั่วสุ่ยก็ถามอย่างเข้าใจว่า
“นายท่าน ทำไมถึงไม่ฆ่าคนเหล่านี้ด้วยดาบไปสักทีละคนยังเก็บพวกคนชั่วไว้ทำอะไรกันขอรับ?
เสียงฝีเท้าของเหยียนหลิ่งอวี๋หยุดชะงักลงทันทีสายลมยามคํ่าคืนพัดโชย พลันก็ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยการข่มขู่
“ลั่วสุ่ย เจ้าอยากไปหาหมอใช่หรือไม่?”
การไปพบหมอก็ต้องให้ยา แล้วต้องให้ยาทำไมกัน? ก็กินยาไงเล่า!นายท่านเห็นว่าเขาปากมาก กำลังพูดขู่เขาอยู่!
เมื่อพูดถึงคำว่า ‘กินยา’ สองคำนี้ เป็นผลดีที่จะไว้ขู่ลั่วสุ่ยทันใดนั้นเขาปิดปากแน่นสนิท ไม่กล้าพูดอะไรต่ออีกเลย
เหยี่ยนกลิ๋งอวี๋ที่กำลังเดินอยู่ข้างหน้ากำลังคิดในใจว่าแค่คนดูแลจวนตำแหน่งเล็ก ๆ แค่นี้ ช่างกล้าเจ้าเล่ห์หวังสูง
นักยังคิดที่แผ่นร้ายอีก ดูท่าแล้วคืนนี้ต้องให้คนไปจัดการทำให้มันสิ้นทายาทกันไปเลย
ในเช้าวันรุ่งขึ้นสวีหนิงก็มาถึง
ก่อนอื่นเขาขอบคุณต้วนชิงหมิงสำหรับการเลื่อนตำแหน่งของเขาและเล่าเรื่องทั้งหมดในจ้วงจื่ออย่างละเอียดให้
นางฟัง จากนั้นก็ดูกระตือรือร้นที่จะหยิบยกเรื่องเกี่ยวกับที่ดินเค็มหลายสิบหมู่[1]ขึ้นมาพูด
ตอนนี้สวีหนิงนึกสิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อของเขา ดังนั้น เขาจึงต้องการคุยกับต้วนชิงหมิงเกี่ยวกับปณิธานของพ่อเขา
เรื่องที่ดินเค็มที่ว่างเปล่าสิบกว่าผืนของจวนต้วน
โดยรอบจ้วงจื่อนี้มีเนื้อที่มากกว่า50ผืน ถึงจะเป็นของตระกูลต้วนก็ตาม แต่ก็เป็นผืนดินเค็มที่ใครๆก็เกรงกลัวกัน
ดังนั้น หลายปีที่ผ่านมาที่ดินเค็มหลายสิบผืนเหล่านี้จึงถูกทิ้งร้าง ไม่มีการใช้งาน ไม่มีการเพาะปลูก จึงไม่มีผลผลิตให้เก็บ
เกี่ยวด้วยเหตุนี้สวีหนิงจึงคิดหาวิธีหลากหลายปรับปรุงผืนที่ดินเค็มเล็กๆ เหล่านี้แต่ปัญหาคือการปรับปรุงพื้นที่เล็กๆ เช่น
นี้ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลยดังนั้นเขาหวังว่าจะได้รับเงินลงทุนสนับสนุนจากนาง ในการนำมาพัฒนาถึงแม้ว่าการพัฒนา
ปรับปรุงที่ดินเหล่านี้จะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากในระยะเวลาแรกก็ตามแต่เมื่อคิดถึงแผนระยะยาวก็คุ้มค่ามาก
เขากังวลเรื่องนี้มากผนวกกับที่ต้วนชิงหมิงกำลังจะกลับไป ดังนั้นเขาจึงรีบร้อนเสนอความคิดที่จะพลิกฟืนที่ดิน
เค็มนี้ถึงแม้เขาเพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งมาใหม่ๆ ก็ตาม
ภายในใจของต้วนชิงหมิงซาบซึ้งไปชั่วขณะพูดได้ว่า ถ้าหากว่าไม่ใช่คนที่มีความจริงใจต่อจวนต้วนคงไม่สนใจผล
ประโยชน์ของเจ้านาย ในสายตาเขาคงไม่สนใจที่ดินเค็มไม่กี่ผืนนี้หรอกเห็นได้ชัดเจนว่าท่านแม่รู้จักเลือกคนและเป็นมอง
การณ์ไกลจริงๆและคนที่มองไว้ไม่เคยผิดพลาดสักคน!
อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาดินเค็มของราชวงศ์ต้าเซีย ก็แก้กันมาเป็นเวลาหลายปีแล้วแต่ก็ยังหาวิธีจัดการไม่ได้
เลยดังนั้น ผืนดินเค็มนับไม่ถ้วนเหล่านี้ ก็มีเพียงแต่หญ้าที่ขึ้นมาแม้แต่โคยังไม่กินหญ้าเหล่านั้นเลย หญ้างอกใหม่ปีแล้วปี
เล่า ลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านหญ้าก็งอกขึ้นมาใหม่อีก
…
[1]หมู่ คือ หน่วยวัดพื้นที่ของจีน โดย 1 หมู่มีเนื้อที่ประมาณ 667 ตารางเมตร