การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 12 ต้วนอวี้ตกนํ้า
ต้วนชิงหมิงนั่งพิงไปที่เก้าอี้ใบหน้าฉายแววสงสัยพลางขมวดคิ้ว ในมือกำธนูชวนเย่ว์กงไว้แน่นสายตาก็จับจ้องไป
ยังกระดาษแผ่นเล็กที่เขียนว่า ‘รบกวนมอบให้อวี่เหมิง’
ธนูคันนี้นางปฏิเสธไปแล้วนี่! ทว่าตอนนี้กลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าวิธีนี้ทำให้นางไม่สามารถปฏิเสธอีกครั้งได้
ก่อนหน้านี้ต้วนชิงหมิงนอนงีบบนเตียงหลังจากตื่นขึ้นมาพบว่าบนหัวเตียงมีของวางไว้ซึ่งก็คือ ‘ธนูชวนเย่ว์กง’ ใน
สามวันนางเห็นธนูนี้มาสองครั้งแล้ว
นางหยิบธนูชวนเย่ว์กงขึ้นมาในดวงตาปรากฏภาพขึ้นมามากมาย หรือว่าทั้งชาตินี้และชาติที่แล้วจะเหมือนกัน
ชะตาชีวิตของนางถูกธนูชวนเย่ว์กงกำหนดไว้แล้ว
แล้วเช่นนั้นนางจะต้องจัดการอย่างไรเอาไปให้คนที่ชื่อ ‘อวี่เหมิง’ หรือจะเอาไปทิ้งดี?
ต้วนชิงหมิงหยิบกระดาษขึ้นมาสีหน้าฉายแววกังวลพลางถอนหายใจลึกออกมา
เสียงเคาะประตูดังขึ้น “คุณหนู บ่าวกลับมาแล้วเจ้าค่ะ” แม่นมหนิงเอ่ยรายงานอยู่นอกห้อง
“คนที่ข้าให้ตามหา ตอนนี้หาเจอหรือยัง?” นางถามกลับพลางรีบเอาธนูชวนเย่ว์กงซ่อนไว้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิด
ขึ้น
จะต้องพาคนนั้นกลับมาให้ได้!ถึงจะสามารถเชื่อมโยงไปถึงต้วนอวี้และอีกคนหนึ่งได้ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถ
เปลี่ยนชะตาชีวิตของคนอีกจำนวนมาก
“เรียนคุณหนู ตอนนี้พบแล้วเจ้าค่ะ บ่าวได้นำตัวกลับมาด้วย” แม่นมหนิงยังคงก้มหน้าก้มตาเช่นเดิมเสียงที่ตอบ
มาไม่มีความสงสัยแม้แต่น้อย
สายตาของแม่นมหนิงเห็นได้ถึงความสงสาร “สภาพของเขาเป็นเหมือนที่คุณหนูเล่า”
เป็นความคิดของต้วนชิงหมิงที่ให้แม่นมหนิงออกจากเมืองไปตามหาใครคนหนึ่งและจะต้องนำตัวกลับมาพบนาง
ให้ได้สุดท้ายทั้งเวลา สถานที่และรูปลักษณ์ก็ยังเหมือนที่ต้วนชิงหมิงบรรยายไว้ไม่ผิดเพี้ยนแม้ร่างกายจะเต็มไปด้วย
บาดแผล ลมหายใจรวยรินทว่าดวงตากลับมีความแน่วแน่วาววับราวกับไข่มุก
แม่นมหนิงเข้าไปสอบถามถึงได้รู้ว่าชายผู้นั้นทำของหายและถูกคนกลั่นแกล้งนางจึงทำตามแผนที่วางไว้และพา
เขากลับมา
เดิมทีต้วนชิงหมิงยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจไม่นานก็สลัดความคิดนั้น แววตาเผยให้เห็นถึงความเย็นชาอันหนาวเหน็บ
ยิ่งกว่าราวกับว่าวันเวลาในจวนต้วนต่อจากนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!
“ดี……พาเขาไปพักผ่อนก่อน ตอนบ่ายค่อยพาเขามาเจอข้าที่สวนดอกไม้ด้านหลัง”
ต้วนชิงหมิงยังคงกำมือแน่นนางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาสะบัดผ่านไปช่วงหนึ่งถึงเรียกแม่นมหนิงเข้ามากระซิบข้างหู
และกำชับอย่างจริงจัง
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับต้วนอวี้ จะให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด” สีหน้าของแม่นมหนิงเปลี่ยนไปเล็กน้อยนาง
ถอยหลังกลับไปสองก้าวคุกเข่าที่พื้น ‘ตุ้บ’
“บ่าวจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น”
พูดจบแม่นมหนิงจึงพยุงตัวลุกขึ้นยืนรู้สึกได้ถึงเหงื่อที่เปียกชุ่มด้านในของเสื้อนางก้มหัวแต่ยังคงกุมมือตัวเองไว้
แน่น หากเป็นอย่างที่คุณหนูพูดเรื่องนี้ใหญ่เกินไป ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาต่อให้นางตายอีกกี่ครั้งก็ไม่สามารถใช้หนี้จนหมด
ได้!
ต้วนชิงหมิงหลับตาลงช้าๆเอนตัวลงนอนอีกครั้ง ในใจรู้สึกเศร้าเสียใจจนไม่สามารถอธิบายออกมาได้
ภายในจวนช่วงเดือนเจ็ดเข้าสู่เดือนแปดบ่ายวันนี้อากาศร้อนผิดปกติจนเหงื่อท่วมกาย กระทั่งลมก็เงียบหายจน
น่าผิดสังเกตมีเพียงเสียงจักจั่นร้องไม่หยุดปานจะขาดใจ
ต้วนชิงหมิงกำลังอิงตั่งอยู่ในห้องหนิงซูเยี่ยนถึงนางไม่ได้ขยับตัว แต่เสื้อผ้าด้านในกลับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแม้แต่
ผ้าเช็ดหน้าที่ถูกบิดเป็นเกลียวในมือก็เปียกชุ่มเช่นกัน หูของนางตั้งตรงเรียกได้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในจวนนางก็ได้ยิน
ชัดเจน จนรู้สึกตื่นเต้นไปหมด
ไม่นานภายในจวนก็มีเสียงของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ “คุณหนูๆ เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังพลันรู้สึกเวียนหัวมองไปยังตั่งทรุดนั่งลงไป
ท่าทางรีบร้อนตกใจของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ทำให้นางรู้สึกหน้าชาพูดด้วยนํ้าเสียงโกรธเคือง “จะรีบร้อนทำไมหากใครมา
เห็นเข้าเจ้าคงโดนตำหนิ”
ใบหน้าของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เต็มไปด้วยคราบนํ้าตาหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลเป็นทางยาวลงมาทำให้แยกไม่ออก
ว่าบนหน้าเป็นนํ้าตาหรือเหงื่อ
เมื่อได้ยินต้วนชิงหมิงตำหนินางจึงคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบพูดเสียบแหบแห้ง “คุณหนูคุณชายจมนํ้าที่สวนหลังจวน
เจ้าค่ะ”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เล่าอย่างติดขัดจนนางเข้าใจเหตุการณ์ว่าหลังจากคุณชายต้วนอวี้ทานอาหารกลางวันเสร็จ ก็ไปเล่น
ที่สวนหลังจวนไม่ทันระวังตกลงไปในบ่อจนเกือบจมนํ้าตาย
บ่อนํ้านั้นลึกมากและยังสามารถเชื่อมไปยังแม่นํ้าที่อยู่นอกจวนได้ไม่ต้องพูดถึงเด็กน้อยอย่างคุณชายต้วนอวี้ต่อให้
เป็นผู้ใหญ่ก็ยังไม่กล้าเฉียดเข้าใกล้
ต้วนชิงหมิงที่เมื่อครู่ยังหายใจไม่ทั่วท้องพอลุกขึ้นมาแล้วจึงเซล้มลงไปกองกับพื้น
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นเช่นนั้นรีบวิ่งเข้าไปพยุงพูดลนลานว่า “คุณหนูรีบไปดูเถอะเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงกระวนกระวายรีบให้บ่าวรับใช้เก็บของแล้วไปบ่อนํ้าที่ต้วนอวี้ตกลงไป
แม่นมหนิงได้เตรียมการไว้แต่เช้าแล้วเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงหน้าตาเศร้าโศกเดินมานางจึงขยิบตาเพื่อให้มั่นใจว่า
สามารถวางใจได้ นางถอนหายใจยาวเมื่อเห็นต้วนอวี้หลับตาไม่ขยับตัว หายใจอย่างแผ่วเบานอนอยู่ข้างทางเดินของ
บ่อนํ้าพลันรู้สึกเวียนหัวจะล้มลงกับพื้นอีกครั้ง
แม่นมหนิงเข้าไปช่วยพยุงอย่างรวดเร็วใช้มือบีบส่งสัญญาณต้วนชิงหมิงพลิกมือไปจับข้อมือแม่นมหนิงแน่นทั้งที่
ร่างกายสั่นเทิ้ม
แม่นมหนิงกะพริบตาให้กับต้วนชิงหมิงนางมองเหตุการณ์ตรงหน้าเห็นแต่เด็กหนุ่มแปลกหน้าตัวเปียกปอนกำลัง
ช่วยชีวิตต้วนอวี้เด็กหนุ่มชันขาขึ้นเพื่อนำช่วงอกของต้วนอวี้มาพาดไหล่ ยกหลังให้สูงขึ้นปล่อยให้หัวห้อยลงเพื่อให้ต้วนอ
วี้สำลักนํ้าออกมา
ทำเช่นนี้อยู่ครู่หนึ่งยังไม่เห็นต้วนอวี้มีปฏิกิริยาใดๆเขาจึงใช้นิ้วกดจุดตามฝั่าเท้าสลับช่วยปัมหัวใจและผายปอดให้
ต้วบอวี้สำลักเอาสิ่งสกปรกออกมา
ผ่านไปครู่เดียวจึงได้ยินเสียงต้วนอวี้ไอสำลักนํ้าออกมา
ต้วนชิงหมิงวิ่งเข้าไปกอดต้วนอวี้ที่พึ่งตื่นโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใดนางสะอึกสะอื้นนํ้าตาไหล “ต้วนอวี้”
“ต้วนอวี้ เจ้าทำพี่ตกใจไปหมดแล้ว”
“ท่านพี่อย่าร้องไห้ ข้าไม่เป็นไรแล้ว” ต้วนอวี้ฝืนยิ้มแล้วยื่นมือที่เปียกปอนไปจับแขนพี่สาวพยายามพูดให้นาง
หยุดร้องไห้
“คุณหนู คุณชายเพิ่งสำลักนํ้าออกมา ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว” เด็กหนุ่มที่อายุน้อยคนนั้นมองมายังต้วนชิงหมิงอ
ย่างสุภาพอ่อนน้อม
ต้วนชิงหมิงใช้ผ้าเช็ดนํ้าตากอดต้วนอวี้พลางกล่าวขอบคุณเด็กหนุ่ม “ลำบากคุณชายแล้ว” เด็กหนุ่มส่ายหัว ยิ้ม
เพียงเล็กน้อย
“ด้วยความยินดี”