การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 121 ลาก่อนคุณหนูใหญ่ตู้
ที่พักของต้วนชิงหมิงได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วอี๋จิ้งจึงนำทางนางไปที่เรือนรับรอง ผู้ที่เข้ามาสักการะจะอยู่เรือน
ด้านข้างส่วนห้องข้างหลังอีกหลายเรือนจะให้กับผู้ที่มาอยู่และใช้สถานที่
ตอนนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูหนาวคนที่มาสักการะจึงมีจำนวนน้อยทำให้จิ่วฮว๋าอานเงียบเหงาลงไปถนัดตา ระหว่างทางต้
วนชิงหมิงแทบจะไม่เห็นคนมาที่วัดเห็นเพียงแม่ชีที่สวมชุดสีเทารีบร้อนออกไปประสานมือต้อนรับ
นางยิ้มตอบเป็นมารยาทจากนั้นเดินตามอี๋จิ้งไป
เดินผ่านระเบียงที่ทอดยาวผ่านสระบัวเล็กๆ ด้านหน้าต้วนชิงหมิงมีเงาชุดดำแวบผ่านไปมานางจึงเงยหน้าขึ้นมอง
เงานั้นด้วยความรู้สึกคุ้นเคย ทว่าเมื่อนางหยุดเพ่งมองอย่างชัดๆเงานั้นกลับหายไปอยู่สุดทางเดินที่ทอดยาวและหายวับ
ไปอย่างไร้ร่องรอย
เบื้องหน้าของนางในตอนนี้เห็นเป็นพื้นที่ที่กว้างขวาง จมูกพลันได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ ที่พัดโชยออกมา
จากเรือนเล็กๆด้านข้าง ยิ่งเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวกลิ่นนั้นถึงได้หอมหวนเป็นพิเศษจะเป็นดอกเหมยก็ไม่ใช่ ดอกเบญจมาศก็ไม่
เชิงกลิ่นหอมอ่อนเพียงได้สูดดมก็ทำให้เต็มเปียมไปด้วยความรู้สึกสดชื่น
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองไปยังเรือนหลังหนึ่งที่ถูกปิดสนิทจึงถามด้วยความสงสัยขึ้นว่า “เรือนนี้เป็นที่พักของคน
ที่มาสักการะเหมือนกันใช่หรือไม่?”
เมื่อครู่นางเห็นชัดว่าเงาที่คุ้นเคยนั้นได้หายวับไปจากตรงนี้นั่นก็แสดงว่าคนคนนั้นจะต้องอยู่ในเรือนนี้หรือไม่ก็อยู่
ใกล้กับเรือนนี้
อี๋จิ้งตอบกลับว่า “ใช่แล้ว……คนที่มาสักการะท่านนี้เป็นเพื่อนของเจ้าอาวาสเหมือนว่าทุกปีก็จะมาในช่วงเวลานี้!”
ได้ยินที่อี๋จิ้งพูดต้วนชิงหมิงจึงตอบรับ “อืม” แล้วไม่เอ่ยถามอะไรอีก เมื่อเดินเลี้ยวผ่านเรือนอีกหลังก็จะถึงเรือน
ที่พักของนางแล้วอี๋จิ้งได้พาเข้าไปด้านใน บอกกล่าวคร่าวๆ อีกเล็กน้อยจากนั้นจึงขอตัวลาออกไป
หลังจากที่ต้วนชิงหมิงเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยจึงไปไหว้ติงโหรวแล้วจึงไปพบเจ้าอาวาสของวัดนี้
แม่ชีจิ่วฮว๋าได้กลับไปสู่สรวงสวรรค์เมื่อสามปีก่อนแล้วตอนนี้เจ้าอาวาสเป็นศิษย์เอกของนางที่ชื่ออี๋เต๋อซึ่งก็เป็น
ศิษย์พี่ใหญ่ของอี๋จิ้ง
เด็กสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดาและล้างหน้าแต่งตัวกำลังจะเดินออกจากเรือนได้เห็นเงาชุดดำนั้นได้ผ่านไป
ยังระเบียงทางเดินที่ทอดยาวของอีกฝังอีกครั้ง
เงานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วมากคล้ายกับว่ากำลังรีบร้อนอะไรสักอย่าง แม้ต้วนชิงหมิงจะแอบตามจากด้านหลังเงา
นั้นก็ยังไม่รู้ตัว
และเมื่อเดินเลี้ยวไปตามระเบียงทางเดินมาเงานั้นก็ปรากฏตรงหน้าต้วนชิงหมิง ทว่าคนนั้น……กลับเป็นชุนถาว
บ่าวรับใช้ของคุณหนูใหญ่ตู้
ชุนถาวมาอยู่ที่นี่นั่นแสดงว่าคุณหนูใหญ่ตู้ก็อยู่ที่นี่ด้วยเมื่อครู่นี้อี๋จิ้งพูดว่าที่เรือนนั้นมีคนพักซึ่งเป็นเพื่อนกับเจ้า
อาวาสและทุกปีในเวลานี้ก็จะมาที่นี่หรือว่านั่นก็คือคุณหนูใหญ่ตู้?
แม่นมหญิงเคยพูดว่าติงโหรวก็เป็นเพื่อนกับแม่ชีจิ่วฮว๋าเรื่องนี้จะต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือว่าคุณหนูใหญ่ตู้กับติง
โหรวจะมีเรื่องอะไรที่ยังไม่มีใครรับรู้?
เรื่องทั้งหมดยังไม่มีใครได้รับรู้
แม่นมหนิงที่ยืนอยู่หลังต้วนชิงหมิงเมื่อเห็นชุนถาวก็ถึงกับตกใจเล็กน้อยทว่านางก็ปกปิดความรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว
และพูดกับต้วนชิงหมิงว่า “คุณหนู แม่ชีอี๋จิ้งบอกว่าปั้ายชื่อของฮูหยินติงโหรวอยู่ที่นี่เจ้าค่ะ!”
ในหัวของต้วนชิงหมิงมีภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เลือนรางของท่านแม่ปรากฏขึ้นในใจของนางกลับรู้สึกเศร้า
โศกเสียใจขึ้นมา
เมื่อได้ไหว้ท่านแม่เรียบร้อยต้วนชิงหมิงได้บริจาคเงินไว้ซื้อธูปและนํ้ามันตะเกียงจุดถวายพระ เอ่ยขอบคุณแม่ชีอี๋
เต๋อและเตรียมตัวกลับเรือนพักของนาง
ในเวลานี้เองที่นางเดินผ่านสระบัวที่แห้งขอดบ่อหนึ่ง ก็ได้เห็นชุนถาวอีกครั้ง
เพียงแต่ในครั้งนี้ชุนถาวไม่ได้มาคนเดียวข้างกายของนางมีหญิงสาวชุดนํ้าเงินติดตามมาด้วยหญิงสาวนั้นอายุราว
ยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปี ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ท่าทางกระฉับกระเฉง
หญิงสาวนั้นใส่ชุดคลุมยาวสีนํ้าเงินเรียบง่ายและคาดเอวด้วยผ้าสีนํ้าเงินเข้มเผยให้เห็นรูปร่างที่อรชร ในขณะ
เดียวกันก็รู้สึกถึงความหรูหราที่เรียบง่ายบนตัวมีผ้าคลุมที่ขาวอ่อนคลุมอยู่ ทำให้ท่าทางการเคลื่อนไหวดูอ่อนช้อยพลิ้ว
ไหวเมื่อมองที่เอวมีหยกขาวนวลระเรื่อเขียวมรกตอ่อนหนึ่งชิ้นผูกเอาไว้เวลานางเคลื่อนไหวจะสะท้อนแสงไปมา ทำให้
รู้สึกได้ถึงความสง่างามที่แผ่ออกมา
เครื่องประดับของนางก็เรียบง่ายอย่างมากใส่เพียงกำไลหยกสีขาวนํ้านมซึ่งมีสีเดียวกับหยกที่ผูกไว้ที่เอวเส้นผมที่
ไว้ยาวได้เกล้ารัดขึ้นเสียบด้วยปินปักผมหยกเขียวที่ทำอย่างพิถีพิถันเป็นใบไผ่ ทำให้คนคิดว่านางเอาใบไผ่มาเสียบไว้ที่ผม
หน้าตาของหญิงสาวช่างสวยสดงดงามเห็นผิวพรรณขาวละเอียดบริสุทธิ์ ดวงตาที่ตรงหัวตาโค้งลงส่วนหางตา
แหลมชี้ขึ้นดวงตาใสเป็นประกายระยิบระยับ ต้วนชิงหมิงเมื่อได้เห็นก็อดชื่นชมในใจไม่ได้……คุณหนูใหญ่ตู้ช่างเป็นคน
เปิดเผยตรงไปตรงมา!
ต้วนชิงหมิงเมื่อได้เห็นคนทั้งสองชุนถาวเหมือนรู้สึกอะไรบางอย่างจึงค่อยๆ หันหน้ากลับมา
ชุนถาวสบตากับต้วนชิงหมิงถึงกับผงะไปชั่วครู่จากนั้นนางก็กลับมาสู่ท่าทางที่เย็นชาได้อย่างรวดเร็ว และพูดขึ้น
ว่า “สวัสดี คุณหนูใหญ่ต้วน!”
ทั้งสองคนพบหน้ากันแล้วแม้อยากจะหลีกหนีไปก็คงทำไม่ได้แล้ว นางได้แต่ยิ้มเล็กน้อยและพูดขึ้นว่า “สวัสดีพี่
สาวชุนถาว…”
ระหว่างที่พูดไปสายตาของต้วนชิงหมิงมองไปยังหญิงสาวที่อยู่ด้านข้างชุนถาวยิ้มอ่อนๆ “หรือว่าท่านนี้จะเป็นคุณ
หนูใหญ่ตู้ที่คนกล่าวขานถึงใช่หรือไม่?”
ท่าทีของคุณหนูใหญ่ตู้ที่เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงก็ตกใจเพียงเล็กน้อยสายตาที่แหลมคมและเรียบนิ่งของนาง ทว่าใน
พริบตาเดียว กลับกลอกไปมาด้วยความซับซ้อนละม้ายมีอะไรภายในใจ
สับสนตกใจ เคียดแค้น และอย่างอื่นอีกมากมายที่ซับซ้อนจนพูดไม่ออก
เมื่อเห็นท่าทางคุณหนูใหญ่ตู้เป็นเช่นนี้เด็กสาวถึงกับผงะตกใจไปเล็กน้อย ชั่วพริบตาพลันสงบนิ่งลง ผินหน้าไป
พยักหน้าให้กับคุณหนูใหญ่ตู้ “สวัสดีคุณหนูใหญ่ตู้!”
หลังจากนั้นคุณหนูใหญ่ตู้ก็แข็งทื่อราวกับเป็นก้อนหินนางมองไปยังหน้าของต้วนชิงหมิงที่คล้ายกับหน้าของติง
โหรวเป็นอย่างมากจึงพูดอะไรไม่ออกอีก
แต่ชุนถาวที่อยู่ด้านข้างจึงหันยิ้มอย่างเก้อเขินให้กับต้วนชิงหมิง “คุณหนูต้วนหน้าตาช่างเหมือนกับเพื่อนของเจ้า
นายชุนถาวดังนั้นจึงอาจมีเสียอาการไปบ้างหวังว่าคุณหนูต้วนจะไม่เอามาใส่ใจและถือโทษเลยเจ้าคะ!”
ที่ชุนถาวบอกว่าจะช่วยเพื่อนเก่าจะต้องหมายถึงติงโหรวเป็นแน่ต้วนชิงหมิงจึงยิ้มจางๆ “เพื่อนเก่าท่านนี้จะต้อง
เป็นเพื่อนที่สำคัญต่อคุณหนูใหญ่ตู้เป็นเเน่!”
ชุนถาวอํ้าอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกได้เพียงหันหน้าไปมองคุณหนูใหญ่ตู้พูดว่า “นายหญิง คุณหนูต้วนกำลังทักทาย
ท่านเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงยิ้มให้นางแต่ในใจก็หลับคิดถึงเรื่องในอดีตระหว่างคุณหนูใหญ่ตู้กับท่านแม่
ได้ยินที่ชุนถาวพูดนางพลันได้สติกลับมาและก้มหน้าลงเล็กน้อย สิ่งที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกประหลาดใจนั่นคือคุณหนู
ใหญ่ตู้ไม่สนใจที่จะตอบนางทำเพียงหันหลังกลับไปเหมือนมองไม่เห็นต้วนชิงหมิง
เมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ตู้ไม่สนใจชุนถาวได้แต่เพียงยิ้มอย่างเก้อเขินให้กับเด็กสาวจากนั้นก็เดินตามคุณหนูใหญ่ตู้ออก
ไป
เมื่อคุณหนูใหญ่ตู้จากไปแม่นมหนิงที่ก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไรอยู่ด้านหลังต้วนชิงหมิงจึงเงยหน้าขึ้นพูดเสียง
ตะกุกตะกักว่า “ไม่เจอกันสิบปีคุณหนูใหญ่ตู้นับวันจะยิ่งไม่รู้จักมารยาทเสียแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างไม่ได้สนใจ “บางทีนางอาจจะมีเรื่องในใจก็เป็นได้”
คุณหนูใหญ่ตู้คนนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องในใจไม่แน่ว่าอาจจะเจอปัญหาที่ยากจะรับมือ ยิ่งไปกว่านั้นชุนถาวก็ได้
ขอโทษแทนนายหญิงซํ้าแล้วซํ้าเล่านางจึงไม่ได้ติดใจคิดเล็กคิดน้อย
ได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมาแม่นมหนิงเหมือนจะแสดงความไม่พอใจที่อีกฝั่ายทำแบบนั้นทว่านางได้แต่เม้มปาก
และอมพะนำเอาไว้ไม่พูดออกมา
เด็กสาวเป็นคนที่มีไหวพริบเป็นเลิศจึงรู้สึกได้ว่าเรื่องระหว่างคุณหนูใหญ่ตู้กับท่านแม่จะต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง
เพียงแต่เมื่อเห็นแม่นมหนิงไม่พอใจในท่าทีของคุณหนูใหญ่ตู้ นางก็เหมือนจะคาดเดาได้โดยไม่ต้องถามอะไรอีกแล้ว
วันเวลาในอารามผ่านไปค่อนข้างเงียบสงบแต่ละวันต้วนชิงหมิงนอกจากสวดมนต์ไหว้พระก็จะไปนั่งเป็นเพื่อน
ท่านแม่อยู่ครึ่งค่อนวัน