การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 122 คํ่าคืนที่น่าหวาดกลัว
ในวันนี้ต้วนชิงหมิงก็นั่งอยู่คนเดียวมองปั้ายชื่อติงโหรวอย่างสงบเป็นเวลานาน
เมื่อมองไปยังแสงไฟน้อยๆที่ส่องสว่างเหมือนเห็นท่าทางในวันเก่าๆ ของติงโหรว ในใจของต้วนชิงหมิงปรากฏ
ความทรมานขึ้นไม่น้อยนางพยายามรำลึกถึงภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของท่านแม่ ทว่าทั้งคู่อยู่กันคนละโลก เวลา
อาจจะทำให้เลือนรางดังนั้นภาพของติงโหรวที่อายุสามสิบกว่าจึงปรากฏละม้ายเงาที่ถูกแสงสาดส่อง รู้สึกได้ถึงความ
อ่อนโยนและความสุขุม ทว่านึกภาพใบหน้านั้นได้ไม่ชัดเจนอีกแล้ว
ด้านนอกตรงระเบียงทางเดินมีลมอันหนาวเหน็บพัดถาโถมมาจากทุกสารทิศทันใดนั้นมีหยดนํ้าที่เย็นเฉียบตกลงสู่
ใบหน้าของต้วนชิงหมิงทีละหยดๆนางจึงเงยหน้าขึ้นมองพบว่าท้องฟั้าที่อึมครึมต่อเนื่องมาหลายวันในที่สุดหิมะแรกในฤดู
หนาวก็โปรยปรายลงมา!
นางยื่นมือออกไปโอบกอดปั้ายชื่อท่านแม่ไว้แน่นพูดพึมพำออกมา “ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน!อวี้เอ๋อร์……ก็
คิดถึงมากเช่นกัน!”
คนที่จากไปก็ได้จากไปแล้วส่วนหนทางของคนที่ยังอยู่จะต้องใช้ชีวิตกันต่อไป เรื่องเก่า คนเก่าเวลาเก่าทำได้เพียง
เก็บไว้ภายในใจ
จู่ๆระเบียงทางเดินตรงหัวมุมก็มีเสียงคนก้าวเดินอยู่สักพักต้วนชิงหมิงจึงยืนขึ้นอย่างระแวดระวังจึงได้เห็นเงาของ
คุณหนูใหญ่ตู้พุ่งเข้ามาที่ปั้ายชื่อท่านแม่
ต้วนชิงหมิงเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปหลบอยู่หลังเสาของปั้ายชื่อเพื่อดูว่าคุณหนูใหญ่ตู้มาทำอะไรที่นี่!
คุณหนูใหญ่ตู้มาที่นี่เพียงคนเดียวเห็นนางเม้มปากและเดินตรงมายืนนิ่งอยู่ที่ปั้ายชื่อติงโหรวครู่หนึ่งก็หยิบ
ผ้าเช็ดหน้าออกมาเพื่อเช็ดไปที่ปั้ายชื่อติงโหรวที่ไม่มีฝุั่นเกาะแม้แต่น้อยจากนั้นก็จุดธูปและนั่งลงตรงหน้าปั้ายชื่อติงโหรว
อยู่ๆอากาศภายในห้องทำให้คนที่อยู่ด้านในเหมือนจะหายใจไม่ออกต้วนชิงหมิงมองไปที่ร่างอันโดดเดี่ยวของคุณ
หนูใหญ่ตู้ เห็นสายตาที่แฝงบางอย่างอยู่
เดิมทีต้วนชิงหมิงคิดว่าคุณหนูใหญ่ตู้จะต้องพูดอะไรบางอย่างแต่ว่านางที่ยืนแอบอยู่เป็นเวลานานได้ยินเพียงเสียง
พึมพำเบาๆ ออกมาประโยคหนึ่ง “ติงโหรว เจ้าคงคิดไม่ถึงว่าความสุขที่ได้มาจากการแย่งชิงจะสั้นเพียงนี้ เจ้าเคยคิดหรือ
ไม่ว่าเจ้ากับข้าแย่งชิงกันไปมาจนสุดท้ายกลับทำให้คนอื่นได้ผลประโยชน์ไปโดยไม่ต้องทำอะไร!”
เมื่อพูดจบคุณหนูใหญ่ตู้ได้แต่ถอนหายใจและเดินจากไปอย่างเชื่องช้า
ต้วนชิงหมิงมองเงาของนางที่จากไปภายในใจรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก
หิมะด้านนอกที่ตกอย่างต่อเนื่องไม่นานด้านนอกก็ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน ตอนนี้ช่างเป็นเวลาที่เหมาะ
สำหรับการดื่มเหล้าเพื่ออบอุ่นร่างกาย ลมหนาวเหน็บได้พัดไปทั่วเรือนดัง “ฟิวๆ” จนไม่รู้ว่ากลิ่นหอมดอกเหมยจาก
เรือนได้พัดโชยกลิ่นหอมอ่อนๆ เข้ามาคล้ายได้กลิ่นคล้ายไม่ได้กลิ่นอยู่ที่จมูก
นางเหม่อมองไปด้านนอกที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนพลางถอนหายใจอย่างเงียบๆ
หิมะตกโปรยปรายลงมาไร้ซุ่มเสียง
ท้องฟั้ามืดครึ้มแล้ว โลกด้านนอกกลับขาวโพลนเมื่อถูกหิมะแผ่ปกคลุม
เนื่องจากหิมะตกทำให้ต้วนชิงหมิงได้พักผ่อนแต่หัววันตกกลางดึกในขณะที่กำลังหลับอยู่นั้นจู่ๆ ก็มีเสียงมาเคาะที่
ประตูอย่างรุนแรงและเสียงดัง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ลุกขึ้นไปเปิดประตูเห็นเพียงเงาคนที่เดินปรี่เข้ามาจับมือของนางไว้ พูดอย่างรีบร้อนว่า “เร็ว ช่วยข้า
ไปตามคุณหนูต้วนมาหน่อย!”
นางได้ยินเสียงก็รู้ทันทีว่าเป็นชุนถาวจึงไม่มีกะจิตกะใจนอนต่อรีบลุกลงจากเตียง ให้ชิวจวี๋รีบเอาเสื้อคลุมมาสวม
และแต่งตัวอย่างรวดเร็วถึงได้เดินออกมา “พี่สาวชุนถาว มาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ?”
ชุนถาวใส่ชุดสีดำไปทั้งตัวและดึงผ้าดำที่ปิดบังใบหน้าลงเผยให้เห็นใบหน้าที่กังวลใจเป็นที่สุด เมื่อพบต้วนชิงหมิง
ชุนถาวก็ไม่ได้สนใจเรื่องมารยาท รีบวิ่งเข้าไปจับที่มือคุณหนูพร้อมพูดอย่างเร่งรีบ “คุณหนูต้วน ตามข้ามา รีบหน่อย
เถิด!”
มือของชุนถาวเย็นชื้นไปหมดสีหน้าก็ซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด แต่กระนั้นนางก็ยังจับมือต้วนชิงหมิงไว้แนบแน่นพูด
ว่า “รีบ……รีบหน่อยเถิด!”
สีหน้าของเด็กสาวเริ่มกังวลขึ้นมานางไม่ได้ชักมือกลับมาและได้เดินตามชุนถาวไป
ชุนถาวพาต้วนชิงหมิงไปที่เรือนพักด้านหลังของคุณหนูใหญ่ตู้ในเวลานี้ภายในเรือนจุดตะเกียงเพียงดวงเดียวทำให้
แสงไฟดูขมุกขมัวเห็นเพียงคุณหนูใหญ่ตู้นั่งอยู่บนเก้าอี้เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมาถึงก็พูดอย่างเย็นชาว่า “ชุนถาว เอาตัวพวก
นางไป!”
ชุนถาวได้ฟังก็พูดเสียงสั่นขึ้นมา “นายหญิง พวกเราไปด้วยกันเถิด!”
คุณหนูใหญ่ตู้สวมชุดสีดำนั่งอยู่ตรงกลางเรือนแววตาเป็นประกาย นัยน์ตาดุดันจ้องเขม็งที่ชุนถาว แต่ตั้งใจพูดใส่ต้
วนชิงหมิง “เด็กน้อยที่ไม่มีเรี่ยวแรงเช่นนี้ถ้าตกไปอยู่ในมือของพวกนั้นจะรอดไปได้อย่างไร? ยังดีที่มีข้าคอยรับหน้าเอาไว้
ก่อน! พวกเจ้ารีบไป!”
ชุนถาวได้ยินที่คุณหนูใหญ่ตู้พูดจึงร้อนรนจนนํ้าตาไหลออกมา “นายหญิง……ไม่ได้เจ้าค่ะ คนพวกนั้น…” คนพวก
นั้นเป็นพวกที่บ้าคลั่ง นายหญิงเคยล่วงเกินพวกนั้นเอาไว้ฉะนั้นวันนี้พวกนั้นจะไม่ยอมปล่อยโอกาสที่หายากนี้ในการ
กำจัดคุณหนู!
คุณหนูใหญ่ตู้รีบพูดแทรกนํ้าเสียงหนักแน่น “ชุนถาว เจ้าฟังที่ข้าพูดไม่เข้าใจหรือ?”
ต้วนชิงหมิงยังงงงวยไปหมดกับสิ่งที่ทั้งสองคนพูดแต่จู่ๆ นางก็ได้กลิ่นคาวเลือดลอยโชยมาที่ปลายจมูกจึงเริ่ม
ขมวดคิ้วขึ้นด้วยความฉงนสิ่งที่คาดไม่ถึงคือตรงเท้าของคุณหนูใหญ่ตู้มีเลือดไหลติ๋งๆลงบนพื้นจนเป็นรอยเล็กๆ ที่แผ่ออก
อีกทั้งแสงไฟที่ริบหรี่ถ้าไม่ตั้งใจมองก็จะดูไม่ออกแม้แต่น้อย!
ได้ฟังที่นายบ่าวกำลังพูดยื้อกันต้วนชิงหมิงจึงค่อยๆ เข้าใจขึ้นมา นายบ่าวคู่นี้ไม่รู้ว่าไปล่วงเกินคนที่มีความน่ากลัว
มาในตอนนี้คุณหนูใหญ่ตู้ถึงให้ชุนถาวพาพวกผู้หญิงที่ไม่มีแรงสู้หนีไปส่วนนางจะคอยดักพวกนั้นไว้ให้ แต่ฟังจากนํ้าเสียง
ของชุนถาวแล้วต่อให้คุณหนูใหญ่ตู้อยู่ก็ถือว่าสละชีวิตอย่างเสียเปล่า!
เมื่อเห็นนํ้าตาที่จะไหลออกมาของชุนถาวแต่คุณหนูใหญ่ตู้ก็ยังไม่ขยับเขยื้อนตัวแม้แต่น้อย ต้วนชิงหมิงจึงขมวด
คิ้วขึ้นก้าวขึ้นไปข้างหน้าสองก้าว และหันไปพูดกับนางว่า “คุณหนูใหญ่ตู้ ท่านหนีไปกับพวกเราเถิด!”
ในที่สุดคุณหนูใหญ่ตู้ก็หันมามองหน้าต้วนชิงหมิงแววตานั้นเหมือนกับดวงดาวที่อยู่ห่างไกลในคํ่าคืนอันมืดมิดได้
ส่องสว่างออกมาคุณหนูใหญ่ตู้มองไปยังต้วนชิงหมิง หัวเราะเย้ยหยัน “ช่างไร้เดียงสาอะไรขนาดนี้… จะให้ข้าไปพร้อมกับ
พวกเจ้าอย่างนั้นหรือ? หิมะแรกที่เพิ่งตกลงมาง่ายต่อการติดตามรอยเท้าข้ากลัวว่ายังไปได้ไม่ไกลก็จะถูกพวกนั้นจับตัว
เอาไว้”
ต้วนชิงหมิงยิ้มเล็กน้อยมองรับสายตาของคุณหนูใหญ่ตู้พูดอย่างไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย “ข้านำคนที่จวนมาด้วย
อย่างน้อยพวกเขาก็พอจะมีวิทยายุทธ์ติดตัวมาบ้างถ้าจะให้รอดพ้นคํ่าคืนนี้ไปก็คงไม่ใช่เรื่องยาก…”
คุณหนูใหญ่ตู้มองต้วนชิงหมิงด้วยสายตาที่เชือดเฉือนเหมือนดาบแหลมคมได้ฟันเข้าไปในหัวใจของต้วนชิงหมิง
ใบหน้าของนางยามเมื่อเอื้อนเอ่ยละม้ายเยาะเย้ยอย่างรุนแรง “หึ หึ! ตระกูลติงในจวนต้วนไม่เพียงรู้จักปั้องกันตัวเท่านั้น
หรอก…เ พียงแต่อีกฝั่ายเป็นใครเจ้ารู้หรือไม่? ต่อให้ท่านพ่อของเจ้ามาก็ไม่อาจต้านทานลูกน้องของพวกนั้นหรอกเจ้ารู้
หรือไม่?”
จนสุดท้ายคุณหนูใหญ่ตู้ก็พูดด้วยนํ้าเสียงดุดันขึ้นมา “คุณหนูใหญ่ ที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นสนุกของเด็กสาวอย่างเจ้า อย่าง
น้อยในที่นี้ ข้าก็ถือว่าอาวุโสกว่าเจ้ากับชุนถาวจงรีบไปพาคนของเจ้าออกไปจากที่นี่โดยเร็วเสีย!”
ต้วนชิงหมิงใช้สายตาที่เย็นยะเยือกมองไปยังคุณหนูใหญ่ตู้ “ชุนถาวพูดได้ถูกต้อง พวกเรารีบไปกันองครักษ์ของ
จวนต้วนจะช่วยคุ้มกันอยู่ด้านหลัง…”
เมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ตู้แสยะยิ้มเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างต้วนชิงหมิงกลับพูดขัดขึ้นอย่างมุ่งมั่นเด็ดขาด “คุณหนู
ใหญ่ตู้ตอนนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตายไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วแม้ว่าชิงหมิงจะอายุน้อยกว่าท่านสิบ
กว่าปี แต่ตอนนี้เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนอีกทั้งท่านยังบาดเจ็บข้าจึงไม่มั่นใจจะฝากความเป็นความตายของข้าไว้กับคนที่
แม้กระทั่งจะปกปั้องตัวเองยังทำมิได้เลย”
นางนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าว “คนในนี้ข้าจะเป็นคนจัดการเองส่วนท่านได้แต่ฟังอย่างเงียบๆ รอให้ข้าพูดจบ
ก่อน ท่านค่อยเอ่ยปากพูดก็ยังมิสาย…”