การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 123 ผู้คนต่างหนีรอดเอาชีวิต
คำพูดของต้นชิงหมิงนั้นช่างบาดลึกเหลือเกินเมื่อได้ฟังทำให้คนทั้งห้องถึงกับตกตะลึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุนถา
วนางแอบเหลือบตามองคุณหนูใหญ่ด้วยใจที่ร้อนรุ่ม เพราะรู้ว่าคุณหนูใหญ่ผู้นี้อายุยังไม่ถึงสิบปีแต่มีนิสัยค่อนข้าง
แข็งกร้าวและยังชอบพูดเสียดสี ชุนถาวจะต้องรับไม่ได้เป็นอย่างแน่
ลูกน้องและบ่าวรับใช้ทั้งหลาย เมื่อได้เห็นท่าทางต้วนชิงหมิงแม้ภายนอกจะดูอ่อนโยนทว่าเวลาพูดนั้นช่าง…
ช่างราวกับว่าคำพูดของนางจะบาดลึกทิ่มแทงเช่นนี้คุณหนูใหญ่ตู้ถึงกับชะงักงันจนหน้าซีดขาวไปสักพัก ต้วนชิงห
มิงทำให้นางโกรธและความโกรธนั้นได้แสดงออกจากแววตา……หลายปีมานี้ไม่มีใครที่กล้ากำเริบเสิบสานต่อนางแม้แต่
คนเดียวถ้าอีกฝั่ายคิดว่าเป็นลูกสาวของติงโหรวแล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจแล้วละก็อย่างนั้นถือว่าคิดผิดอย่างมหันต์!
หญิงสาวใช้สายตาที่กินเลือดกินเนื้อมองไปต้วนชิงหมิงระงับความโกรธไว้ในใจ
เด็กสาวไม่ได้สนใจนางกลับมองไปทางชุนถาว “พี่สาวชุนถาว คนที่ไล่ตามพวกพี่มานั้นมาจากด้านล่างเขาใช่หรือ
ไม่?”
แม้ต้วนชิงหมิงอายุจะน้อยทว่าความเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดก็แสดงชัดออกมาในตอนนี้นางยืนอยู่ภายใต้แสงไฟเป็น
เวลานาน สายตาที่วาววับละม้ายมีแสงระยิบเหมือนดาบที่สะท้อนแสงประกายออกมาจากดวงตานาง
สายตาเช่นนั้นไม่เหมือนกับเด็กสาวอายุสิบปีเห็นได้ชัดว่าเป็นสายตาที่ผ่านประสบการณ์ความเป็นความตายมา
อย่างโชกโชน
เมื่อได้เห็นสายตานั้นชุนถาวที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยบางอย่างกลับต้องกลืนคำพูดเหล่านั้นลงไปนางมองไปยังต้วนชิงห
มิง พยักหน้าเล็กน้อยเพื่อบอกเป็นนัยว่าสิ่งที่นางคาดการณ์ไว้ถูกต้อง
“พี่สาวชุนถาวช่วยพันแผลของคุณหนูใหญ่ตู้ก่อนจำไว้ว่าตรงไหนมีบาดแผลจะต้องประคบร้อน!” นางเอ่ยปากพูด
ขึ้น ขณะมองไปที่ชุนถาว
พูดจบยังไม่ทันที่ชุนถาวจะตอบนางก็กลับตัวเดินออกไป “เถี่ยเฟิง…”
ทางด้านเถี่ยเฟิงเดินขึ้นมาหนึ่งก้าวมองไปยังต้วนชิงหมิงพูดอย่างเข้มแข็ง “เถี่ยเฟิงอยู่นี่ขอรับ!”
นางจึงพูดต่อโดยไม่รีรอโดยหันไปมองเถี่ยเฟิง “ฟังให้ดี อีกสักครู่พวกเรากับคุณหนูใหญ่ตู้จะขึ้นไปหลบบนภูเขา
เจ้านำคนคอยสกัดด้านหลัง รอให้พวกเราเข้าไปในปั่าก่อนจากนั้นให้แต่ละคนนำกิ่งไม้กวาดให้พื้นที่มีหิมะให้ราบเรียบ
เข้าใจหรือไม่?”
ในขณะที่ทุกคนต่างตกใจกับคำสั่งของต้วนชิงหมิงมีเพียงเถี่ยเฟิงที่พยักหน้าตอบ “ต่อให้เถี่ยเฟิงต้องแลกด้วยชีวิต
ก็จะต้องคุ้มครองให้คุณหนูใหญ่ปลอดภัยขอรับ!”
“ไม่ใช่แบบนั้นข้าต้องการให้พวกเจ้าทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัยด้วยเช่นกัน” ต้วนชิงหมิงพยักหน้าพูด
ได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดคุณหนูใหญ่ตู้ถึงกับ “หึๆ” ออกมา ละม้ายกำลังหัวเราะในความไร้เดียงสาของนาง
การให้คนด้านหลังกวาดพื้นหิมะให้เรียบเป็นความคิดที่ไม่เลวในการล่อหลอกและให้ศัตรูสับสนแต่คุณหนูใหญ่ตู้
กลับไม่เห็นว่าวิธีนี้จะสามารถสลัดหรือให้ศัตรูยอมเลิกราไปได้จริง
เพราะอย่างน้อยที่สุดคนพวกนั้นไม่ใช่คนธรรมดาถ้าจะพูดว่าเป็นสัตว์ปั่าก็คงไม่แรงเกินไป!
ต้วนชิงหมิงไม่สนใจคุณหนูใหญ่ตู้จึงหันหลังกลับไปสั่งว่า “ชุนถาวให้คนพวกนี้นำของที่สามารถสะท้อนแสงได้
ทั้งหมดออก และเปลี่ยนชุดเป็นบ่าวรับใช้หรือไม่ก็ชุดของแม่ชีจำไว้ว่าเวลาวิ่งหนีห้ามวิ่งกระจัดกระจายไปคนละทิศละ
ทางเพราะถ้ารอยเท้ามีมากเกินไปจะลำบากต่อคนข้างหลังที่กวาดให้เรียบ”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และแม่นมหนิงแจ้งให้บ่าวรับใช้ทุกคนรีบไปเก็บข้าวของ
ชั่วครู่ถัดมาเด็กสาวเรียกเถี่ยเฟิงมาอีกครั้งหนึ่งและปรึกษาวิธีรับมืออยู่สักครู่ จากนั้นเขาก็ไปทำตามคำสั่งต้วนชิง
หมิงคิดดูแล้วจึงเดินมาหาคุณหนูใหญ่ตู้ตรงหน้า พูดว่า “พวกเราไปกันเถอะ!”
คุณหนูใหญ่ตู้มองไปยังต้วนชิงหมิงที่ไม่มีความร้อนรนใดๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนท้ายที่เรียกเถี่ยเฟิงมาสอนวิธี
รับมือนางเชื่อว่าจะสามารถถ่วงเวลาคนเหล่านั้นได้ระยะหนึ่งเมื่อถึงตอนนั้นไม่แน่ว่าพวกเถี่ยเฟิงจะหลบและซ่อนได้ทัน
เดิมทีคนพวกนั้นมาเพื่อต้องการจับนางถ้าจับไม่ได้ก็จะไม่ยอมเลิกราแต่คนเหล่านี้ที่อยู่ตรงนี้กลับจะพลอยติด
ร่างแหไปด้วย เมื่อคิดถึงจุดนี้คุณหนูใหญ่ตู้ได้ส่ายหัวและถอนหายใจ “อีกฝั่ายมาตามหาข้า……ดังนั้นข้าจะไม่ไปไหนทั้ง
นั้น!”
เมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ตู้มีความคิดดื้อรั้นเช่นนี้เด็กสาวจึงหัวเราะเยาะ “อีกฝั่ายมิได้มาดี……ต่อให้คุณหนูใหญ่ตู้ถูก
จับพวกเราที่ไม่เกี่ยวข้องแม้แต่นิดเดียวก็จะพลอยลำบากไปด้วย ใช่หรือไม่?”
คุณหนูใหญ่ตู้พยักหน้าเป็นการตอบรับ
เพราะนางรู้อย่างชัดเจนว่าอีกฝั่ายมีลักษณะเป็นเช่นไรต่อให้นางรอให้อีกฝั่ายมาตัดหัวแต่โดยดีพวกนั้นก็จะไม่
ปล่อยคนที่นี่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!
ถึงตอนนี้คนที่บริสุทธิ์ก็จะพลอยติดร่างแหไปด้วย
นางหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นอีกครั้ง “ในเมื่อทุกคนในที่นี้ลงเรือลำเดียวกันแล้วทำไมคุณหนูใหญ่ตู้จะต้องนั่งรอความ
ตายด้วยเล่า?”
“ข้าอยู่ที่นี่พวกเจ้าจึงจะหนีไปได้ไกลขึ้นอีก”
ต้วนชิงหมิงจึงพูดต่ออย่างไม่เกรงใจว่า “ถ้าคุณหนูใหญ่ตู้ไม่ไป……เกรงว่าชุนถาวคงจะไม่มีทางไปเช่นกันถ้าชุน
ถาวไม่ไป ทั้งคนรถม้าและบ่าวรับใช้ก็จะไม่มีทางไปเช่นนั้นคนเหล่านี้ก็จะพลอยติดร่างแหเพราะท่านใช่หรือไม่”
“ข้าจะให้พวกนางเดินทางไปก่อน” คุณหนูใหญ่ตู้ผงะไปครู่ จึงตอบกลับมา
ต้วนชิงหมิงหัวเราะอย่างเย็นชา “ขอถามคุณหนูใหญ่ตู้ว่าท่านมีเวลาเหลืออีกเท่าไรไม่ก็คนพวกนั้นจะใช้เวลาอีก
นานเท่าไร จึงจะไล่ตามมาถึงที่นี่?”
สายตาของคุณหนูใหญ่ตู้แสดงความไม่พอใจนางผลักคนที่กำลังช่วยพันบาดแผล จากนั้นพูดด้วยนํ้าเสียงรำคาญ
ว่า “ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความอีกแล้วเจ้าพาพวกนางเดินทางไป!”
ต้วนชิงหมิงถูกความดันทุรังของคุณหนูใหญ่ตู้ทำให้โมโหเป็นอย่างมากนางจึงพูดอย่างเลือดเย็นว่า “ก็ได้ ในเมื่อ
คุณหนูใหญ่ตู้ไม่ไป เช่นนั้นข้าก็จะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อน!”
คุณหนูใหญ่ตู้โกรธจนลมออกหูหันหน้าไปอีกทาง “ต่อให้ท่านแม่เจ้าอยู่ที่นี่ก็ต้องฟังข้า… รีบพาทุกคนไปจากที่นี่
เสีย!”
เด็กสาวตอบกลับอย่างสุภาพ “ในเมื่อคุณหนูใหญ่ตู้พูดถึงท่านแม่ของข้าข้าก็มีอะไรจะพูดเสียหน่อย… ในเมื่อท่าน
แม่ของข้ายังมิอาจละทิ้งคนไว้ ข้าจะทิ้งท่านเพื่อหนีเอาชีวิตรอดไปก่อนได้อย่างไร… ดังนั้นการตัดสินใจของข้าถูกต้อง
แล้ว!”
อีกฝั่ายคิดไม่ถึงเลยว่าต้วนชิงหมิงจะช่างต่อล้อต่อเถียงเช่นนี้นางจึงได้แต่กัดฟันเพื่อกดความโกรธเอาไว้ พูดขึ้น
“เจ้าเด็กน้อยอย่ามาอวดเก่งอยู่ที่นี่……รีบไปเสีย”
ในเวลานี้เถี่ยเฟิงได้เตรียมให้ทุกคนหนีเอาชีวิตรอดแล้วที่นี่ก็เหลือเพียงสามคนที่ยังคงถกเถียงกันอยู่ เถี่ยเฟิงจึง
พูดอย่างร้อนรน “คุณหนูใหญ่รีบตัดสินใจเถอะขอรับ!”
ต้วนชิงหมิงหัวเราะเย้ยหยัน “ที่คุณหนูใหญ่ตู้ไม่หนี สงสัยอยากให้ข้ารอความตายกับนาง”
นางได้ฟังก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟตะโกนเสียงดังลั่นออกมา “เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นนํ้านมอย่างเจ้าจะเข้าใจอะไร? ที่ข้า
ทำไปก็เพื่อพวกเจ้า…”
“ในเมื่อทำเพื่อข้าก็จงรีบหนีไปพร้อมกับข้า อย่าได้รีรอเวลาอีกเลย!” ต้วนชิงหมิงสวนกลับไปอย่างไม่ลดราวา
ศอก
ชุนถาวเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าวลังเลใจที่จะพูด “นายหญิงบ่าวว่าฟังที่คุณหนูใหญ่ต้วนพูดเถอะ…”
นางจ้องเขม็งไปที่ชุนถาว “หุบปาก……เจ้ามีความคิดเหมือนเด็กเมื่อวานซืนนี้ได้อย่างไร!”
ต่อว่าเสร็จแล้วก็หันขวับไปมองเถี่ยเฟิง “ยังไม่รีบเชิญนายหญิงของเจ้าไปอีก!ที่นี่อันตรายมากแค่ไหน เจ้าไม่รู้
หรอกหรือ?”
เถี่ยเฟิงมองที่สายตาของคุณหนูใหญ่ตู้ก็เกิดความสับสนขึ้นมาเมื่อมองท่าทีที่ยืนหยัดของต้วนชิงหมิง เขาจึงพูด
อย่างลำบากใจว่า “อย่างนั้นคุณหนูตู้รีบไปกับคุณหนูใหญ่ด้วยกันเถิดขอรับ!”
นางหันไปมองทางต้วนชิงหมิงด้วยสายตาที่เย็นเยียบ “เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะตีให้เจ้าสลบและให้คนลากตัวเจ้าไป?”
ต้วนชิงหมิงตอบอย่างนิ่งเรียบโดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย “ข้าเชื่อ……ข้าเชื่อขึ้นไปอีกว่าคุณหนูใหญ่ตู้เป็น
คนที่ชอบใช้แต่กำลัง!”
คำพูดของต้วนชิงหมิงทำให้คุณหนูใหญ่ตู้โกรธจนหัวเราะลั่นออกมา นางมองไปยังต้วนชิงหมิงพูดด้วยนํ้าเสียงที่
ดูถูกดูแคลนเป็นพิเศษ “ให้ทุกคนขึ้นเขา เพื่อจะได้หนีการไล่ล่า… เจ้าอย่าเพ้อฝันไปหน่อยเลย!ตอนนี้เจ้ากำลังจะบอกข้า
ว่าอีกไม่กี่ชั่วยามฟั้าก็จะสางแล้วพอฟั้าสางแผนการของเจ้าทั้งหมดก็จะแตก เจ้าเรียกให้ทุกคนวิ่งหนีขึ้นไปบนเขาเช่นนี้จะ
มีประโยชน์จริงๆหรือ?”